Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Blackmail ต้นเหตุรัก แผนร้ายกับยัยประหลาด Update Episode 12 Nymphomania กับความจริง [ไรเตอร์สำนึกผิดแล้วที่หายหัวไป TT^TT 40% แรกค้าบ... ]
kyo
Blackmail Episode 12 Nymphomania กับความจริง [อย่าพึ่งเกลียดไรเตอร์เลยน้า ที่หายหัวไป สึกนึกผิดแล้ว กับ 40% แรกค้าบ]
13
27/10/2556 18:42:33
336
เนื้อเรื่อง
                ฉันตื่นรับแสงตะวันตั้งแต่เจ็ดโมง เดินออกจากห้องนอนพร้อมๆ กับแซมที่ออกจากห้องพอดี
                “นายมีเรียนเช้าหรอ” ฉันถามขณะที่เราทั้งสองกำลังเดินลงสู่ชั้นล่าง
                “มีบ่ายน่ะ” เขาหันมายิ้มสดชื่นให้อีกแล้ว “แต่ฉันจะเข้าไปตรวจงานที่โรงแรมซะหน่อย”
                “กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนมั้ย”
                “แซมคงไม่อยากร่วมโต๊ะเป็นส่วนเกินของฉันกับเธอหรอก ใช่มั้ยแซม”
                พี่บอยที่มาจากทางไหนก็ไม่รู้พูดด้วยน้ำเสียงกวนโมโหในแบบที่พี่ชอบทำ  ̄□ ̄   
               “ไม่หรอกบอย กินข้าวกับเฟิฬ ต่อให้มีคนอื่นที่ไม่อยากร่วมโต๊ะด้วย ฉันก็จะกิน นายคงไม่มีปัญหาอะไรนะ”
                แซมต่อปากต่อคำหลังจากที่เห็นพี่บอยเดินออกมาจากห้องกินข้าวแล้วมาหยุดอยู่ที่ข้างฉัน
               “ฉันก็แค่ห่วงว่านายจะอึดอัด ถ้าต้องเห็นฉันอยู่ข้างๆ เฟิฬแบบนี้”
               “นายไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันไม่ได้เห็นนายอยู่ในสายตาอยู่แล้ว”
               “นี่พวกนาย ช่วยเลิกเถียงกันซักทีได้มั้ย”
                ฉันที่เงียบฟังผู้ชายทั้งสอง รู้สึกหงุดหงิด เจอกันทีไรไม่มีครั้งไหนที่จะไม่มีปัญหากัน ฉันจึงปลีกตัวเดินออกมาจากบ้าน หนีผู้ชายทั้งสองคนที่กำลังเดินตามฉันออกมา และเรียกรั้งฉันไว้
                “จะเรียกทำไม” ฉันที่หยุดแล้วหันกลับไปมองต้นเสียงทั้งสอง
                “จะไปไหน” พี่บอยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงขณะที่เดินเข้าใกล้ฉันอีกนิด
                “จะไปเรียน”
                “ฉันไปส่งเอง” ชายทั้งสองคนกล่าวขึ้นพร้อมๆ กัน
                 ฉันล่ะเบื่อเหลือเกินกับนิสัยโรคจิตของทั้งสองคน เจอกันทีไรทำไมต้องต่อปากต่อคำกันตลอด ˋ︿ˊ
                “ถ้ายังต่อปากต่อคำกันแบบนี้เรื่อยๆ ฉันจะไปเอง”
ฉันว่าเสียงแข็งพลางหันกลับไปทางโรงจอดรถ ฉันที่ไม่ค่อยเหวี่ยงใส่ใครง่ายๆ แต่พอโมโหขึ้นมาจริงๆ ละก็ สองคนนี้คงไม่อยากจะมีปัญหากับฉันหรอก -_-^
                “เฟิฬ”
                เสียงของชายทั้งสองเรียกรั้งฉันให้หันกลับไปอีกครั้ง เขาทั้งสองที่ยืนกอดคอกันอย่างเสียไม่ได้ เห็นแล้วเสแสร้งเป็นที่สุด(>﹏<)แต่ก็ยังดีที่ยังอุตส่าห์สงบศึกเพื่อฉัน
                “แล้วฉันควรจะไปกับใคร”
                 ฉันตั้งคำถามถามชายทั้งสองที่คลายมือลงมาข้างตัวแล้ว เขาทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่พี่บอยจะเป็นคนเสนอ
                 “เธอควรจะไปกับฉัน เพราะเราเรียนด้วยกัน” พี่บอยพูดพลางหันไปแสะยิ้มให้แซม “จะได้ไม่ต้องรบกวนแซมด้วย”
                 “อันที่จริง... มันไม่ใช่เรื่องรบกวน” แซมที่จ้องมองพี่บอยไม่วางตาพูดขึ้น “แต่เธอไปกับบอยก็ได้”
                 “งั้นก็ไปกันเดี๋ยวนี้เลย” ฉันหันไปพูดกับพี่ชายที่มีสีหน้าสะใจ ก่อนที่ฉันจะหันไปยิ้มบางๆ ให้แซม “เจอกันตอนเย็นนะแซม”
                  ว่าจบฉันก็เดินนำพี่ชายไปที่รถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่จอดนิ่งรออยู่ภายนอกรั้วบ้าน ฉันขึ้นไปนั่งในที่เดิมของตัวเองพร้อมกับปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมภายในรถ
                 
                  ตลอดทั้งวันของวันนี้ ฉันแทบไม่ได้คุยกับใครเลย นอกจากตัวเอง ฉันถามตัวเองซ้ำๆ ซากๆ ว่าฉันเป็นอะไรไป ที่หดหู่และหงุดหงิดง่ายแบบนี้ เป็นเพราะผู้ชายที่ขาดการติดต่อจากฉันรึเปล่า ฉันคิดทบทวนว่าทำไมเขาถึงห่างหายจากฉันไปแบบนี้ แต่ถึงจะคิดมากขนาดไหน คำตอบก็มีเพียงแค่คำตอบเดียว นั่นคือ
                  เขาเบื่อของเล่นชิ้นเก่าอย่างฉันแล้ว
 
                  “เฟิฬ!เฟิฬ!!” เสียงพี่ชายดึงฉันออกจากความคิดที่คิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนี้ตลอด “ถึงบ้านแล้ว”
                  ฉันมองออกไปยังนอกกระจกรถ สนามหญ้ากว้างใหญ่คุ้นตา รูปแบบการสร้างบ้านที่เหมือนกับบ้านของฉัน นี่คือบ้านพี่บอย ฉันเปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินผ่านประตูรั้วเล็กเชื่อมตัวบ้านสองหลัง ผ่านห้องรับแขกที่พ่อกับแม่นั่งคุยกันอยู่ ฉันทักทายท่านทั้งสองเพียงไม่ถึงนาทีก่อนขึ้นบันไดสู่ชั้นสองกลับเข้าห้องของตัวเอง
                  หลังจากที่โทรหาเค้านับสิบสาย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเค้า ฉันก็จะไม่โทรไปหาเค้าอีกแล้ว จะไม่ติดต่อ ไม่สนใจ ไม่ตามข่าว ลืมเรื่องราวของเค้าไปให้หมด ทำเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีเขาอยู่ในชีวิต ฉันจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตื่นเช้า ไปเรียน หรือทำงาน กินข้าวและไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง กลับบ้านพร้อมพี่บอย แล้วก็เข้านอน แค่ทำตัวให้เหมือนเดิม มันจะยากอะไร
                  ถ้าเป็นเมื่อก่อน มันคงไม่ยาก แต่สำหรับตอนนี้ที่ฉันรับผู้ชายงี่เง่าเข้ามาในชีวิต รับเขาเค้ามาอยู่ในหัวใจแล้วปัดใครต่อใครออกไปหมด ตอนนี้มันยากมากที่ฉันจะกลับไปเป็นเหมือนก่อน แค่บอกว่าจะไม่โทรไม่ติดต่อไปหาเค้า ฉันยังทำไม่ได้เลย
                 หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกเย็น ฉันโทรหาเค้าทุกวัน แต่ก็เหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ข่าวเขาในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ยังคงมีให้เห็นทุกวัน ไม่ใช่ข่าวฉาว แต่เป็นข่าวการทำงานของเค้า ไม่ว่าจะในทางธุรกิจของครอบครัว หรือจะเป็นงานการแสดงของเขาก็ตาม อย่างน้อยฉันก็ยังรู้ว่าเขาสบายดี
                  ฉันรู้สึกเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ อ่อนแอ ไม่มีความเข้มแข็งเหมือนที่เคยมีอีกแล้ว ฉันอยากจะซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง ตะโกนออกไปดังๆ ว่ารักเขา ถึงแม้ท้ายที่สุดจะเป็นได้แค่แฟนคลับก็ตาม แต่ฉันก็ยังเจ็บใจเรื่องที่เขาทำไว้กับฉัน แต่อีกใจนึงก็บอกว่าเรื่องนั้นมันไม่สำคัญมากเท่ากับการที่ฉันได้มีความรู้สึกรักเขา
 
                  “วันอาทิตย์แบบนี้ จะออกไปไหน”
                  เสียงพี่ชายดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันหันกลับไปหาต้นเสียง พี่บอยในชุดเสื้อคอโปโลสีน้ำตาลกับกางเกงสามส่วนสีครีมกำลังเดินตามฉันออกมาจากรั้วหน้าบ้าน
                  “ฉันจะไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะซักหน่อย”
                  “พี่ไปด้วยได้รึเปล่า” พี่ชายที่เดินข้างๆ ถามขึ้น
                  “ไปสิ” ฉันส่งยิ้มไปให้พี่ชาย ถึงเวลาแล้วล่ะที่ฉันจะต้องระบายให้ใครซักคนฟัง และคนๆ นั้นก็ควรจะเป็นพี่ของฉัน “ฉันก็ไม่ได้ให้เวลากับพี่มาหลายวันแล้ว”
                   พี่เดินเอาแขนคล้องคอฉันไปตลอดทางไปสวนสาธารณะกลางของทางหมู่บ้าน สวนธารณะกว้างใหญ่ที่มีบึงใสสะอาดอยู่ตรงกลาง ต้นไม้ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มทั่วพื้นที่ พื้นสนามหญ้าเรียบเตียนสะอาด พี่ที่กอดคอฉันอยู่พาฉันไปยังที่ที่ห่างไกลจากผู้คน เราสองคนนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ รับสายลมเย็นสบายก่อนที่พี่จะเริ่มบทสนทนา
                  “วันนี้ไม่ยักเห็นไอ้เพื่อนเก่าเลย”
                  “ออกไปทำงานน่ะ เห็นว่าจะสร้างตัวอาคารที่พักเพิ่มที่ T siam เลยออกไปดูแปลนตึก”
                  “พี่ก็ถามไปงั้นแหล่ะ พี่มีเรื่องสำคัญมากกว่านั้น” พี่ส่งยิ้มให้ฉันเหมือนเคย ก่อนจะลูบหัวฉันเบาๆ “พี่ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้เลย บอกพี่ได้มั้ยว่ามีปัญหาอะไร”
                 “ฉัน... ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
                  ฉันที่รู้สึกเจ็บจี๊ดทันทีที่นึกถึงผู้ชายงี่เง่านั่น ฉันเกลียดเขาแต่ในขณะเดียวกันก็รักเขา แม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะจัดการกับมันยังไง ฉันได้แต่ปล่อยให้น้ำตาหยดใสไหลผ่านแก้มบางๆ พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆโอบไหล่ฉันด้วยความเป็นห่วง
---------------------------------------------------------------------- 40%--------
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 326 ท่าน