Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
วัน ใส ใส กับ ใจ รัก สอง เรา
qb+lucky
วางสายตาของเธอไว้ที่นั่น...ที่ใจฉัน...
6
13/08/2555 23:21:15
242
เนื้อเรื่อง




             รัตน์หันซ้ายมองขวาอย่างร้อนใจ แต่ก็ไม่เห็นใครอยู่แถวนี้  เขาก้าวออกมาพร้อมสภาพเนื้อตัวมีรอยคราบสบู่เป็นหย่อมๆ ก่อนจะเดินไปแหงนหน้ามองหน้าต่างห้องของเจี๊ยบ แล้วก็เห็นว่า บานหน้าต่าง ค่อยๆแง้มห่างออกช้าๆ พร้อมใบหน้าสวยหวานก็โผล่มามองเขาพอดี
 
              สายตาของทั้งสองประสานกันนิ่งเมื่อได้เจอ
ในดวงตาดำขลับเป็นประกายของสาวน้อยนั้น มีแววตัดพ้อน้อยๆ สีหน้านั้นนิ่ง
             ปากสวยได้รูปเม้มเข้าหากันนิดๆ เธอก้มหน้าหลบสายตาเขาเมื่อเห็นว่า จะไม่สามารถทนต่อแววตาที่มันจริงใจเอามากๆของเขานั้นได้ แล้วรีบหันหลังเดินหายไปในห้อง ปล่อยให้รัตน์ ยืนกอดอกจ้องหน้าต่างบานนั้นอย่างครุ่นคิด
 
           เมื่อค่ำของวันนั้นมาถึง...
 
 
“เจี๊ยบเอ้ย  ไปเรียกพี่รัตน์มาทานข้าวด้วยกันหน่อยลูก  หลายอาทิตย์แล้วที่พี่เขาไม่ได้ร่วมวงกินข้าวกับพวกเราเลย  เอาแต่เรียนกับทำงาน ไม่ค่อยอยู่บ้านเลย...”
          หญิงสูงอายุแต่งตัวในชุดสบายๆใบหน้ามีแววความสวยทั้งที่ผมเริ่มแซมด้วยสีเทาแล้วเอ่ยกับลูกสาวเบาๆเมื่อจัดสำรับกับข้าวขึ้นโต๊ะเสร็จ
 
       “เค้าไม่กินหรอกแม่ กับข้าวบ้านเราไม่อร่อย  อย่าไปเรียกมาเลยเสียเวลาปล่าวๆ...”
           สาวน้อยพูดแล้วก็หันไป ยื่นหน้ามองผ่านหน้าต่างซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับที่เธอนั่ง  ตรงข้างล่างนั้น เป็นห้องเล็กๆชั้นเดียวขนาดกว้างยาวสี่คูณห้าเมตร มีห้องน้ำในตัว ซึ่งสร้างไว้สำหรับแม่บ้านอยู่  ทีแรกที่รัตน์เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ ป้าเภาก็จัดห้องข้างบนให้ อันที่จริงนั้น ชั้นบนจะเป็นห้องหรูกว่ามาก เพราะมีอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ ครบ ส่วนห้องแม่บ้านเก่านั้น ไม่มีอะไรตกแต่งมาก นอกจากเตียงไม้เก่าๆ กับตู้เสื้อผ้าสุดโบราณ กับพัดลมเพดานเท่านั้น 
        แต่ชายหนุ่มก็ขอไปพักที่นั่น ด้วยเหตุผลว่า เขากลับบ้านไม่เป็นเวลา หากจะมาปลุกใครให้เปิดประตูห้องให้คงจะไม่สะดวกมาก ป้าเภาจึงจำยอมทั้งที่ไม่ค่อยชอบใจนัก
 
         “อย่าคิดอย่างนั้นซิลูก...เราต้องรู้จักมีน้ำใจ ถึงเขาจะไม่ชอบอาหารที่เราทำก็ตาม แต่เราก็ควรแสดงความเป็นมิตรให้เขาสักหน่อย คนเราอยุ่ด้วยกัน ก็ควรสร้างความดีต่อกัน ดีกว่าทำสิ่งไม่ดีให้กันดู  เอ้า !ไปเรียกเลยลูก อย่าช้าเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด...”
           คนเป็นแม่พูดช้าๆแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันกับเจี๊ยบ ก่อนจะเลื่อนจานเปล่าพร้อมช้อนส้อมชุดที่ยังไม่ตักข้าวใส่ ไปวางที่ด้านตรงกันข้ามของเจี๊ยบ
 
        เมื่อนั้นสาวน้อยไม่รอช้า เธอลุกขึ้นแล้วเลื่อนเก้าอี้ออกห่าง ก่อนจะยื่นหน้าผ่านช่องหน้าต่างออกไปแล้วเอามือป้องปากตะโกน
 
 “พี้...ร๊าดดด !มากินข้าว !...”
 
เมื่อคุณแม่เห็นดังนั้น ก็รีบเอามือแตะแขนเธอแล้วดึงเข้ามาเบาๆด้วยสีหน้าบ่งบอกว่า ระอาใจเหลือเกิน
 
 “เจี๊ยบ...แม่บอกกี่หนแล้วว่า เวลาเรียกผู้ใหญ่  อย่าไปตะโกน ต้องเดินไปหาเขาก่อนแล้วค่อยคุยค่อยบอกไงเล่า ทำอย่างนี้มันเสียมารยาทรู้ไหม...”
 
 “โอ้ย !แม่...พี่รัตน์คนกันเอง ทำไมต้องมากมารยาทด้วยล่ะ เดินไปก็เหนื่อย ปวดแข้งปวดขาตายเลย แค่นี้ก็ได้ยินแล้วละ โน่น เห็นไหม เดินสะโหลสะเหลมาหน้าตั้งแล้วเพราะเสียงเจี๊ยบไง ฮิๆๆ...”
          สาวน้อยหัวเราะ เมื่อมองเห็นว่า รัตน์รีบตาลีตาเหลือกเปิดประตูห้องออกมาเมื่อได้ยินเสียงเธอเรียก  เธอรู้สึกว่า อารมณ์ดีจริงๆเมื่อยามที่เขาทำตามที่เธอบอก  ผิดกับเมื่อตอนเย็นนี้  ตอนเขาไม่ยอมเปิดห้องน้ำมาพบหน้าเธอ...
        มันรู้สึกหน่วงๆในหัวใจนัก ไม่รู้มันเป็นเพราะอะไร...
 
“อ้าว !มาเร็วรัตน์ ป้าทำกับข้าวเผื่อหลายอย่างเลย มาช่วยกันกินให้หมดหน่อย เดี๋ยวมันจะเหลือทิ้ง พ่อยัยเจี๊ยบวันนี้ยังไม่กลับบ้าน คงค้างที่ทำงานเห็นว่าต้องเร่งส่งงาน เหลือแต่ยังเจี๊ยบเนี่ยแหละ แต่คงกินไม่หมดหรอก ยัยคนนี้ชอบกินจุกๆจิกๆ ไม่ชอบกินข้าวกันนัก...เอ้านั่งๆ ป้าเอาจานมาให้แล้ว โน่นหม้อข้าว นี่แกงมัสหมั่นไก่  กับแกงเลียง ทานกับน้ำพริกกะปิปลาทูก็ได้...”
        เมื่อชายหนุ่มเดินขึ้นมาก็ได้รับเสียงเรียกพร้อมด้วยรอยยิ้มของป้าเภา ทำให้เขายิ้มตอบน้อยๆแล้วก็เลื่อนเก้าอี้ออกนั่ง ฝั่งตรงกันข้ามกับหญิงสาวซึ่งเธอรีบพักช้อนที่ตักข้าวใส่ปากนั้นวางลงจานแล้วเงยหน้ามองเขาอย่างสนใจ
 
 “ขอบคุณมากๆครับป้า ผมไม่อยากรบกวนเรื่องอาหารเลยครับ เพราะจะซื้อหรือทานมาจากข้างนอกแล้ว อย่างวันนี้ก็ซื้อก๋วยเตี๋ยวปากซอยทาน ตอนเลิกเรียน ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่เลยครับ พ่อสั่งว่า อย่ารบกวนคุณป้าให้มาก หัดช่วยเหลือตัวเอง ผมก็เลยไม่อยากรบกวนคุณป้าเท่าไหร่เรื่องอาหารครับ...”
   
       รัตน์พูดแล้วก็หยิบจานขึ้นมาก่อนจะเดินไปตักข้าวที่มุมห้อง เอามาวางตรงหน้าแล้วหยิบช้อนกลางตักแกงใส่ข้าวช้าๆ
 
 “อย่ามัวเกรงใจกันอยู่เลยรัตน์เอ้ย ...เรามันคนกันเอง ป้ากับพ่อของรัตน์ แต่ก่อนมีอะไรก็แบ่งกันกินประจำ เลยไม่มีความเกรงใจกัน มีแต่ความเป็นเพื่อนให้กันมาตลอด  อย่าคิดอะไรให้มากนักเลย อยุ่กันแบบพี่น้องดีที่สุด เพราะจะได้สบายใจ กินข้าวดีกว่า พูดไปเยอะเดี๋ยวลมอยุ่ในท้องมาก เดี๋ยวท้องอืดเอานะ...”
 
           คุณป้าพูดจบก็เอาช้อนตักแกงราดใส่ข้าว ก่อนจะคว้าแก้วน้ำมาดื่ม
        “พี่รัตน์น่ะ เหรอเกรงใจ แม่ดูคนผิดแล้วม้างงง...อย่างพี่รัตน์น่ะเหรอต้องมือไวใจกล้าค่ะแม่ ใช่มั้ยคะพี่รัตน์...”
       เจี๊ยบตักแกงราดข้าวแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวหลังพูดจบ เธอหลิ่วตาล้อเขาน้อยๆ จนคนเป็นแม่สังเกตุเห็น แต่แม่ก็แกล้งเฉย  ส่วนรัตน์ได้แต่อมยิ้มน้อยๆ แล้วตักกับข้าวใส่ปากเคี้ยวช้าๆ
          “ยัยเจี๊ยบ...อย่าเสียมารยาทซิลูก...”
 
คนเป็นแม่หันหน้ามาพูดพลางทำตาดุหน่อยๆ
 
“ไม่เป็นไรครับคุณป้า ผมไม่ถือหรอก เพราะผมต้องอดทนไว้ตลอดสามเดือนนี้ ไม่งั้น...ผมอดครับ...”
 
    ชายหนุ่มพูดจบก็หันไปสบตากับสาวน้อยซึ่งวางช้อนปั่บทันทีที่เขาเอ่ยเรื่องนั้นออกมา สายตาของเธอมีแววเยาะหยันเขาพร้อมเชิดหน้าน้อยๆยิ้มนิดๆอย่างยียวน   เมื่อคนเป็นแม่เห็นดังนั้น ก็พอจะเดาอะไรออก จึงทำทีเป็นเอามือกุมท้องบ่นปวดๆ แล้วขอตัวเดินออกไป
 
 เมิ่ออยู่กันสองคน สาวน้อยก็แกล้งก้มหน้าก้มตากินไม่ยอมสบตาเขา เพราะรู้ว่า หากเธอเงยหน้าไปตรงอีกฝั่งของโต๊ะนี้เมื่อไหร่ จะถูกเขาจับไว้ด้วยแววตาอันมีพลังอะไรสักอย่างที่เธอไม่สามารถหลบได้  
 
 “เจี๊ยบ...ทานนี่หน่อย จะได้แข็งแรง แล้วกินผักเยอะๆ ร่างกายจะมีใยอาหารเพิ่มมากขึ้น ..."
 
    รัตน์ตักเครื่องในไก่ทอดวางลงขอบจานของเธอแล้วหยิบผักกาดหอมที่ล้างอย่างดีมาวางตาม แต่สาวน้อยก็ยังเมินเฉย แล้วก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรอีก
เสียงโทรศัพท์ที่ตัวหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
 
 “โหล...ว่าไง...อ้าว !ไหนบอกเมื่อวานจะไม่ไปไง?...”

         เจี๊ยบทำหน้าเครียดก่อนจะกวาดสายตาไปมารอบๆห้อง เธอลุกเดินขึ้นไปยืนริมหน้าต่าง  พลางเอนหลังพิงขอบแล้วเอาข้อศอกข้างที่ไม่ได้จับโทรศัพท์พักยันตัวไว้บนขอบหน้าต่าง แล้วหันไปสบสายตาชายหนุ่มข้างหน้า
 
 “เที่ยวก่อนก็เกือบไปแล้วนะป๊อด...”
 
รัตน์สังเกตุว่า เมื่อเธอพูดถึงชื่อไอ้คนขี้ยาคนนั้น เธอจะแอบชำเลืองไปทางที่แม่ของเธอเดินหายไปนั้นบ่อยๆ
 
       “อะไรนะ?...พรุ่งนี้เหรอ ...อือๆๆ...ก็ได้ๆ มันวันเสาร์นี่นะ เจี๊ยบนึกว่าวันศุกร์...ที่ไหน?...”
 
               เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจี๊ยบก็หันตัวกลับไปมองผ่านหน้าต่างคล้ายกับว่าไม่อยากให้ชายหนุ่มได้ยินคำที่เธอคุยตอนท้ายๆนั้น 
 
     หากแต่รัตน์ยังได้ยินแว่วๆมาว่า 

“วิภาเหรอ?...ตำรวจนะ...เออๆ แล้วเจอกัน...”







         จบตอน






ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 329 ท่าน