Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Tricky Boy รักล้นๆเต็มหัวใจให้นายเจ้าเล่ห์
Phwang-ka
ผู้หญิงของฉัน (ใครอย่าแตะ!!!)
15
01/08/2555 16:18:22
422
เนื้อเรื่อง

14
ผู้หญิงของฉัน
(ใครอย่าแตะ)

 
                ผ่านไปแล้วหนึ่งวันเต็มๆ ฉันก็ยังมีสภาพเป็นซอมบี้เวอร์ชั่นผีตายซากเหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากอีตาเยซุนคนเดียวนั่นล่ะ ไอ้บ้าเอ๊ย!
                ชิ! ไอ้บ้า
                ฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อยและเดินลงบันไดจากชั้นบนของบ้านมายังด้านล่างหน้าเคาน์เตอร์ในครัว ตรงหน้านี้เห็นพี่จองวากำลังมุ่นอยู่กับการผสมเครื่องดื่มนั่นนี่อะไรก็ไม่รู้ ส่วนโต๊ะที่เหลือก็มีแต่นายเชจุง
                “ไง”
                เชจุงเอ่ยทัก
                “ซอมบี้ชัดๆ”
                “…”
                “นั่งสิ”
                “ค่ะพี่จองวา”
                ฉันนั่งเท้าคางอยู่กับโต๊ะข้างเชจุงที่เอาแต่จิบน้ำอะไรก็ไม่รู้สีเหลืองๆ อยู่อย่างสบายอารมณ์
                “ถามจริงเหอะ”
                “อะไร”
                “ทำไมเธอถึงเรียกไอ้จองวาว่าพี่ชายด้วย ทั้งๆ ที่มันก็เกิดปีเดียวกันกับเธอ”
                “เปล่า แค่อยากเรียก”
                พร้อมกับที่พี่จองวายกแก้วเครื่องดื่มสีชมพูน่าดื่มนี่ลงตรงหน้าฉันก่อนที่จะหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวข้างกัน
                “เฮอะ ตอบได้ดีมาก”
                “พอเหอะไอ้เช ดื่มนี่ซะสิจะได้สดชื่น”
                พี่จองวาเลือนแก้วน้ำสีชมพูมาตรงหน้าฉัน
                น้ำอะไร…เป็นสีชมพู
                ไม่ยักจะเคยเห็น
                แค่มันคงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง??
                “ค่ะ”
                ฉันหันไปมองหน้าสองคนนี้สลับกันไปมาสักพักก่อนที่จะตัดสินใจยกแก้วน้ำสีชมพูขึ้นดื่ม อืม…อร่อยดีแฮะ
                “นี่มันน้ำอะไรคะ”
                “สปาย”
                พี่จองวาตอบ
                สปาย??? ใช่!!! มันก็แค่น้ำผลไม้นี่เอง
                “อร่อยล่ะสิ”
                “ก็แหม…”
                พี่จองวาช่างรู้ใจฉันซะจริงๆ
                “งั้นก็ดื่มให้หมดเลยนะ”
                “ดื่มได้หมดจริงเหรอคะ”
                “อืม”
                “รับรองเลยค่ะ…หมดแน่”
                “หึ”
                “ยัยเบ๊อะเอ๊ย!”
                “หือ?”
                เมื่อกี้ฉันได้ยินอีตาเชจุงบ่นอะไรงึมงำ ดิ้นไม่ค่อยชัดเลยอ่า แต่อีตานี่ก็ทำหน้าเหมือนอึไม่ออกแล้วตอบ
                “เปล่า”
                “อ้อ”
                ฮ้า…สปายสีชมพูนี่อร่อยจริงๆ
                หนึ่งแก้วผ่านไป…
                ยังไม่ถึงห้านาทีต่อมาพี่จองวาก็เทไอ้น้ำสีชมพูนี่ลงมาที่แก้วของฉันอีกครา จะไม่รับไว้ก็กระไรอยู่ อิอิ
               อึกๆ
               เอิกๆ มานอาหย่อยอ่ะนะ คิกๆ
               พอแก้วสองหมดมันก็ต้องมีแก้วสาม ใช่! แก้วที่สามถูกเติมจนเต็ม แล้วฉันจะทำอะไรได้…นอกจากกระดกรวดเดียวหมด
               แฮ่ๆ ก็มันอร่อยนี่นา
               เริ่มมึนในหัวทะแม่งๆ อ่า ตาก็จะปิดลงให้ได้อยู่ท่าเดียว แต่นี่มันกี่ทุ่มแล้วนี่นา สงสัยจะง่วงนอนแหงๆ เลยฉัน
               “งืม แก้วที่โฟร์มดนี่ก็อาหย่อยเป็นบ้าเยยยยย”
               “หึ”
               ฉันเห็นพี่จองวากับเชจุงทำท่าทางเจ้าเล่ห์ในทันที ทำไมแขนกับขาฉันมันถึงอ่อนปวกเปียกอย่างนี้ล่ะเนี่ย ไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ
               “สงสัยเธอคงจะง่วงมากแล้วสินะ”
               “อ้อค่ะพี่จอง”
               “เดี๋ยวพวกฉันไปส่งข้างบน”
               เชจุงเสริม
               “เอางั้นเหรอจ๊ะ”
               นี่ฉานพูดอารายออกปายยยยยยย ฉันพูดคะขากบอีตาเชจุงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไม่ยักจะจำได้เลยนี่นา อ๊ากกกก รับไม่ได้เป็นที่สุด
ต่อให้อีตานี่จะหน้าหวานมากๆ ก็เถอะ แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณเลขาฯสภานักเรียนอีกต่างหาก (ยังมีไอ้ตำแหน่งนักร้องบอยแบนด์นั่นอีกนะ) แต่ก็รับบ่ได้ค่า
               เฮ้อ!
               สติฉันเริ่มหลุดลอยจนจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้แต่เหมือนกับว่าฉันกำลังถูกใครสักคนแบกขึ้นบ่าไปที่ห้องข้างบน และก็ตามมาด้วยเสียงจิ๊จ๊ะของใครอีกคนตามมาติดๆ
              “เฮ้! ไอ้จอง ทำไมแกจะต้องให้ฉันแบกยัยพาราเซตามอลนี่ขึ้นบันไดด้วยวะ”
              “เดี๋ยวแกจะไม่ได้แต๊ะอั๋งยัยนี่ไง”
              “เออจริงของแก ฮ่าๆ ฉลาดแบบนี้เพื่อนใครหว่า”
              “เพื่อนแกไง”
              “หึ/หึ”
              และฉันก็ถูกพามาวางลงบนเตียงนอนอันแสนนุ่ม สายตาที่เริ่มมองไม่เห็นชัดเจนสอดส่ายไปทั่วห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำทั้งห้อง เอ๊ะ! ฉันจำได้ว่าห้องของฉันเป็นสีชมพูนี่นา แล้วนี่มันห้องใครล่ะ?
               “พี่จองวา นี่ห้องใครเหรอ”
               “หึ”
               “ว่าไงเชจุง”
               พอถามคนแรกไม่ได้คำตอบ ฉันเลยหันไปเอาคำตอบจากอีกคนแทน
               “ไม่บอก”
               “ง่ะ”
               ฉันเริ่มจะหลับลงทุกทีแล้วนะ สติที่มีก็ร่อยหรอลงจนจะไม่เหลือ ขยับตัวไปไหนก็ไม่ได้เลย นี่มั่นใจแล้วเหรอว่าฉันก็แค่ง่วงนอนตามเวลาเท่านั้นน่ะ หรือว่ามันมีอย่างอื่นนะ โอ๊ย! ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว
                พี่จองวาเดินลงมานั่งลงข้างเตียงที่ฉันนอนและใช้มือปลดกระดุมเสื้อ เฮ่ย! ปลดกระดุมเสื้อเค้าเหรอ?? แล้วปลดมันไปทำไมอ่า
ส่วนเชจุงเดินส่งยิ้ม (น่าตื๊บ) พลางยกกล้องชูขึ้นโบกไปมาและขยับปากบอกบางอย่างกับฉัน ก่อนที่ฉันจะหมดสติพอได้ยินประมาณว่า ‘สนุกแน่...งานนี้’
                ย้ากกกกกกกก เกลียดพวกนี้โว้ย!!!
                และฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย หมดสติแล้วสินะ...
                 อาเมน...
 
Yeazun said
ผมนั่งหอบหายใจถี่รัวอยู่ภายในรถ ข้างๆ กันคือรถคู่แข่งทั้งหลาย ที่สนามนี้มีชื่อว่า C เป็นสนามที่ผมชอบมาลงแข่งที่นี่บ่อยๆ เพราะที่นี่มันมีไอ้อาชิ (หน้าตื๊บ) นี่แข่งด้วยน่ะสิ เราผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะตลอด แต่ถ้านับดีๆ แล้วผมว่าผมชนะมากกว่านะ
จะเข้าข้างตัวเอง...ใครจะเถียง???
แต่วันนี้ผมตากระตุกข้างขวาตั้งแต่แหกขี้ตาตื่นเมื่อตอนเช้าแล้ว ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรนักหนา คิดอยากจะควักเอามันออกมาซะเลยดีมั้ย? แต่คิดอีกทีไม่ดีกว่า หึ เสียดายน่า เดี๋ยวขาดประชากรคนหน้าตาดีหมด ฮู้!
ยิ่งเห็นหน้าไอ้บ้าอาชินี่ทีไรผมยิ่งอยากตื๊บมันทุกทีเลยว่ะ เซ็งชิบ!
ปัง!
ผมใช้มือทุบพวงมาลัยระบายอารมณ์หงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาช้าๆ ให้หายหงุดหงิด ยิ่งอารมณ์บูดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย เหอะๆ วันนี้มันต้องมีใครเป็นอะไรไปแน่ๆ (คนหล่อขอฟันธง)
ตื๊ด~ตื๊ด~
ผมล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดดูข้อความที่ถูกส่งมา หือ...ไอ้เชจุง?
มันเล่นอะไรพิเรนทร์อีกล่ะวะเนี่ย
พรึบ!
ผมจ้องดูตัวหนังสือแค่ไม่กี่คำที่ไอ้เชจุงส่งมาอย่างอึ้งๆ คำแค่สี่คำเนี่ยนะที่ทำให้ผมเผลอกำมือกับโทรศัพท์แน่น คิ้วผมขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
“โธ่เว้ย!!! ถ้าพ่อมีโอกาสจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู...กรอด~”
ผมเปลี่ยนใจขับรถออกจากสนามแข่งทันที โดยไม่สนใจเสียงโห่ร้องและเสียงแตรรถของพวกข้างหลังเลยสักนิด อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ...โบลา ฉันกำลังจะไปช่วยเธอให้เร็วที่สุด
ในสมองของผมก็พลันไปนึกถึงข้อความบ้าๆ นั่นอีกจนได้
‘ถ้าหวงก็มา’
เฮอะ!...ใครจะไม่หวง
ปึง!
ผมวิ่งตรงไปกระชากลูกบิดประตูห้องโบลา สอดส่ายสายตาหาร่างบางของเธอทันที...แต่ก็ไร้วี่แววของเธอ
ผมวิ่งออกไปยังห้องของไอ้เชทันที สาเหตุที่ผมไม่ไปกระชากลูกบิดประตูห้องไอ้จินกับไอ้จีก็เพราะสองคนนั้นมีนัดติว ไอ้ยูก็ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหนทั้งวัน ส่วนที่ผมเห็นว่าจะอยู่บ้านก็หนีไม่พ้นไอ้จองกับไอ้เช ที่ตอนนี้พวกมันสองคนกำลังทำให้ผมคลั่ง
ปึง!
แต่ก็ว่างเปล่า...ในห้องสีแดงๆ พิสดารนี่ไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของใคร
กรอด~
ห้องสุดท้ายผมเดินไปกระชากลูกบิดเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดซะให้ยากที่โบลาเธออยู่ที่ไหน และก็เป็นดังคาด ยัยโบลาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย แถมยังนอนไม่ได้สติหลับตาปุ๋ยอยู่ใต้ร่างไอ้จองที่กำลังนัวเนียซอกคออยู่ด้านบน กระดุมเสื้อของยัยนี่ถูกปลดออกจนเห็นเนินอกขาวๆ นั่น
กรอด~
ส่วนไอ้เชยิ้มส่งยิ้มร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับส่งคำพูดกวนบาทาพ่อมาให้อีก ภายในมือถือทั้งกล้องทั้งโทรศัพท์ ไอ้พวกเพื่อนเลว บัดซบ!!! มันกล้าแบล็กเมลล์ตอนยัยนี่หลับได้ยังไงวะ
“โอ๊ะโอ~พระเอกมาแว้ว แอ้ว แอ๊วววว”
กวนบาทาพ่อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมเดินไปผลักอกไอ้เชจุงจนเสียหลักก่อนที่จะกระชากไหล่ดึงคอเสื้อไอ้จองขึ้นมาเผชิญหน้า ทั้งๆ ที่ผมโกรธมันจนลมแทบออกหู แต่มันกลับทำหน้าไร้อารมณ์แถมยังกวนบาทาโคตรๆ
“แกทำอะไรยัยนี่วะ”
“แล้วแกคิดว่ายังไงล่ะ”
“ฉันถามว่าแกกำลังจะทำอะไรยัยนี่!!!”
“แกยังจะมีหน้ามาถามฉันอีกนะไอ้โง่!!! แกไม่เคยคิดเลยรึไงว่าสิ่งที่แกทำกับยัยนี่มันมากเกินไปกับการที่ยัยนี่ต้องทนรับมันเอาไว้คนเดียว ทั้งๆ ที่แกก็รู้ว่าเธอคิดยังไงกับแก แต่แกก็เลือกที่จะทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำ แทนที่แกจะสารภาพออกไปเลยว่ารู้สึกยังไงกับเธอ แต่แกก็ไม่ทำมัน เก่งนักไม่ใช่เหรอ? หัดใช้สมองคิดซะบ้างสิวะ”
“แกว่าไงนะไอ้จอง”
ผมไม่นึกมาก่อนเลยว่าไอ้จองจะยอมวางแผนนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยผมให้สารภาพรักกับยัยโบลา เหอะ! ทีเรื่องแบบนี้ล่ะอยากช่วยนักนะ
ฟึบ!
ไอ้จองดึงมือผมออกจากคอเสื้อก่อนที่มันจะมองผมอย่างเหนื่อยใจและเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรต่ออีก ผมเหลือบกลับไปมองมันที่เดินออกไปแล้วอย่างเข้าใจในสิ่งที่มันกำลังจะบอกผม
แปะ...
ผมหันไปมองมือไอ้เชที่ตบลงมาบ่าผมเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ มันพูดทิ้งท้ายให้ผมคิดตามก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปเหมือนกันกับไอ้จองวา
“อย่าไปโกรธมันเลยไอ้จองน่ะ ถ้ามันไม่วางแผนทำให้แกหวงแบบนี้ แกก็คงจะไม่มาที่นี่ และแกก็จะไม่ยอมรับสักทีว่ารักยัยนี่ ปรับความเข้าใจกับยัยนี่ซะก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”
“...”
“ปรับความเข้าใจงั้นเหรอ??? มันคงจะง่ายอยู่หรอกนะถ้าเกิดว่าเธอไม่เกลียดผม เฮ้อ!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 270 ท่าน