Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
The busy A Witch. ทำให้เราได้รักกัน
tuewnon
บทที่ 1
2
24/06/2555 18:14:02
194
เนื้อเรื่อง

บทที่1

                ฉันรีบวิ่งไปที่โรงจอดรถทันที เพราะถ้าฉันให้เจ้านายรอล่ะก็ ฉันอาจจะได้นั่งแท็กซี่ไปทำงานแน่ๆเลย แต่พอวิ่งไปถึงนั้น เจ้านายก็ยืนพิงรถและทำหน้าโกรธพอสมควร ตายล่ะล่ะ จะโดดด่ามั้ยเนี่ย
“ช้าจริง” เสียงเย็นช้านั้น ทำให้ฉันต้องก้มหน้าไม่กล้าสบตา
“ขอโทษค่ะ” ผู้ชายอะไรน่ากลัวชะมัด
“...”
                หลังจากนั้นพี่ไผ่ก็เดินขึ้นรถไปแบบไม่พูดอะไรส่วนฉันก็ได้แต่ยืนสำนึกผิดอยู่ ขอโทษนะคะToT แต่พี่ไผ่ก็เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ เย็นชาเสมอแต่ดูลึกๆแล้วพี่ไผ่เขาอ่อนโยนมากนะคะ แต่พี่เขาเป็นคนที่เนียบ และดูแลตัวเองตลอด ส่วนระหว่างที่เดินเข้าบริษัทนั้นสาวๆเกือบทั้งบริษัทมองตาเป็นมันเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนกับว่าพี่ไผ่จะไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นเลย ทำไมพี่เย็นชาแบบนี้คะ
                ณ ทางเดินเชื่อมระหว่างตึก
                พี่ไผ่ที่กำลังเดินนำฉันโดยปล่อยให้ฉันซึ่งเป็นเลขาที่แสนดีเดินตามโดยมีเอกสารทุกชนิดว่างกองจะเกินสายตาฉันแล้ว แต่ไม่เป็นไร เราเป็นลูกน้องของเขา เราก็จะต้องทำงานให้เขาสิ อ่ะพี่ไผ่ไม่รอฉันเลย เล่นเดินดุ่มๆเข้าลิฟต์อย่างไม่หันกลับมามองเลยสักนิด รอด้วยคะ!!
                ปึง!! พรึบ!!!
                ตายล่ะ!!เอกสารกระจุยกระจายไปหมดเลย ยุบหนอ พองหนอ นี่ฉันจะต้องเก็บเอกสารแล้วก็ขึ้นตามหลังพี่ไผ่ไป และฉันก็ลืมไปเสียสนิทเลยว่า พี่ไผ่ไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เพรากลัวติดเชื้อโรคจากคนอื่น
ติ้ง!
พอลิฟต์เปิดฉันก็รีบเดินตรงไปที่ห้องพี่ไผ่ทันที และตอนนี้พี่ไผ่ก็เริ่มเคลียร์เอกสารของเขาแล้วด้วย ถ้าฉันมัวแต่ยืนเพ้ออยู่แบบนี้ล่ะก็จะต้องโดนสายตาที่ไม่เป็นมิตรของพี่ไผ่มองแน่ๆ
“ขอโทษนะคะ เจ้านาย!!” ฉันรีบวางเอกสารบนโต๊ะทันที
“เอาเอกสารนี่ไปให้เลขาหน้าห้องด้วย” พอพี่ไผ่เซ็นเสร็จก็ยื้นเอกสารนั้นให้ฉัน
“ได้คะ แล้วเอกสารนี้คุณพีระให้....”
“ฉันจะออกไปข้างนอก” ยังพูดไม่จบเลย ฟังกันบ้างมั้ยเนี่ย
“แต่เจ้านายมีประชุมช่วงบ่ายนี้นะคะ” ฉันรีบวิ่งไปดักหน้าไว้
“...” เขามองฉันด้วยสายตาที่ดุมาก
“มี..ประ..ชุม..นะคะ” เสียงของฉันสั่นและต่ำลงเลื่อยๆ
“ยุ่ง!!” เดินไปแล้ว จากไปแล้ว
                ณ บ้านคารมฤทธิ์
                เวลา 5โมงพอคนขับรถจอดรถ พี่ไผ่ก็ผลักประตูออกโดยไม่แคร์สายตาใคร และโยนกะเป๋านั้นให้โดยไม่แคร์อีกว่าเขาจะรับได้หรือเปล่าแต่ตั้งแต่การประชุมของบริษัทจบไปแล้ว พี่ไผ่ก็อารมณ์เสียตั้งแต่นั้นมาเลย ซึ่งฉันเองก็ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้เหมือนกัน
“น้องแกรม เฮียไผ่เป็นไรเนี่ย” พี่สาวเดินเข้ามาถามทันที
“โปรแกรมก็ไม่รู้เหมือนกันคะ เพราะโปรแกรมไม่กล้าเข้าไปคุยกับพี่ไผ่น่ะคะ”
“เฮียไผ่ต้องบ้าไปแล้วแน่เลย ตั้งแต่เรื่องเมื่อ 3ปีก่อนนั้น...”
“เฮ้อ หรือเพราะโปรแกรมย้ายกลับมาที่นี่นะ”
“ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะน้องแกรมแน่ เราไปนั่งที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า อย่าไปเครียดเรื่องของเฮียเขาเลย
“แต่...”
“เอาน่า พี่ชักหิวแล้วล่ะ”
                เรามาพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารทุกครั้งเพราะเหมือนกับว่า เราจะเจอหน้ากันครบ ก็มีแต่เวลานี้เท่านั้นและเวลานี้เท่านี้นที่จะได้เห็นรอยยิ้มของคนในบ้าน เว้นแต่พี่ไผ่ เขาไม่เคยยิ้มเลย เอาแต่นั่งเงียบแบบนี้
“ป๊าครับ ถ้าเกิดว่าผมต้องการพนักงานที่ดีกว่าและใหม่กว่า ป๊าจะว่าอะไรมั้ยครับ” อยู่ๆพี่ไผ่ก็เริ่มการสนทนาในวันนี้
“ได้สิ งานนี้มันของลูกอยู่แล้ว^^” ป๊าพูดอย่างมีความสุข
“งั้นผม อิ่มแล้วครับ” จบ อะไรกันเนี่ย
“ปาป๊า หมวยมีเรื่องจะให้ช่วย” อยู่พี่เปียโนก็พูดขึ้น
“อะไรล่ะ อยากได้จากป๊าอีก”
“หมวยอยากให้พี่ไผ่เขาร่าเริงบ้าง ไม่ใช่ว่าเอาแต่เก็บตัวแบบนี้” ใช่ แบบนี้โปรแกรมเห็นด้วย
“แล้วหมวยจะให้ป๊าทำไงได้ล่ะ ก็พี่เธอเป็นซะแบบนี้”
 
                ( ห้องครัว )
                ฉันเดินลงมาข้าง เพื่อมาหยิบถ่านนาฬิกาในตู้เก็บของ แต่ฉันจำไม่ได้แล้วว่า ถ่านมันก้อนขนาดไหน แต่น่าจะเป็นก้อนเล็กนะ หรือว่าก้อนใหญ่ดีนะ แน่ๆต้องเป็น....
                พรึ่บ !!!
“ว้าย!ถ่านนาฬิกาตก” และฉันก็นั่งอยู่ในอ้อมกอดใครก็ไม่รู้
“อิๆ ก๊ากกกก” ใครหัวเราะแกรมนะ เดี๋ยวโดน (หัวเราะได้น่าเกียจมาก)
“พี่ฟีโน่!!“ แย่ๆ แย่แล้วพี่ฟีโน่อบอุ่นจนฉันจะขนลุกหมดแล้ว “พี่ฟีโน่มาแกล้งแกรมทำไมคะ”
“ก็แกรมทำตัวให้พี่อยากแกล้งนี่น๊า แล้วจะลุกได้ยังตัวน้องแกรมนี่หนักชะมัด”
“อุ๊ย!แกรมขอโทษค่ะ” ฉันพูดพลางรีบลุกขึ้นทันที
“ไม่เป็นครับ ว่าแต่น้องแกรมลงมาทำไมหรอ”
“แกรมมาเอาถ่านนาฬิกาน่ะคะ แต่ตอนนี้มันหล่นไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยหานะครับ”
“ขอบคุณค่ะ แต่จริงๆแล้วแกรมหาเองก็ได้นะคะ”
“ไม่ได้ ถ้าเมื่อกี้พี่ไม้แกล้งน้องแกรม ถ่านนาฬิกาก็ไม่หล่นหายหรอก จริงมั้ย”
                จริงคะ ถ้าเมื่อกี้พี่ไม่แกล้ง ฉันก็ไม่ต้องมาหากันพี่มืดๆแบบนี้หรอกคะ พี่ฟีโน่น่ะ ทั้งหล่อ เข้ม แถมยังใจดีขี้เล่น น่ารัก อารมณ์ดีอยู่ด้วยแล้วมีความสุขอีกด้วย แต่แฝดอีกคนกลับชอบทำหน้าเย็นชาใส่แกรม ชอบทำให้แกรมกลัว พออยู่ด้วย ก็ทำให้อารมณ์บูดซะงั้น ต่างกันราวกับ....
O [] O
“น้องแกรมน่ารักจังเลยนะคะ” อยู่พี่ฟีโน่ก็พูดขึ้น
                แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่สมควรจะพูดเลยนะคะ เพราะตอนนี้หน้าของฉันและพี่ฟีโน่แทบจะชนกันอยู่แล้ว ใบหน้าที่ปิดด้วยลูกผมเล็กน้อยของพี่ฟีโน่ และความร้อนจากลมหายใจของพี่ฟีโน่ ทำให้ใจฉันแทบจะละลาย และเริ่มจะทนไม่ไหวกันผู้ชายของบ้านนี้ซะแล้ว
“ ฟีโน่!!เฮียโน่!!!อยู่ไหนว่ะ ตอบหน่อยดิว่ะ”เสียงเหมือนมีคนกำลังหาพี่ฟีโน่อยู่
“อยู่นี่โว้ย” พี่ฟีโน่พูดพลางลุกออกไปดู
“แล้วยัยเซ่อมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย ไหนบอกว่าจะไปนอน”
“แล้วมันเรื่องอะไรของแก มีอะไรก็ว่ามาสิ”
“ไปเอาหลอดไฟไปเปลี่ยนให้ผมเดียวนี้เลยนะ น่าเกียจมากเลยอ่ะ”
“รู้แล้ว”
“และลงมาทำอะไรกันเนี่ย ไอ้เฮียโน่” พี่ไผ่พูดด้วยสายตาอาคาดแค้น
“ไม่มีอะไรเกิดแน่ๆจ๊ะ น้องรัก”
“อืม ไปละ!ไปเปลี่ยนให้ด้วยเดี๋ยวผมจะปิดประตูนอนและ”
“ครับๆ เชิญครับ” ตกลงใครเป็นพี่ใครเป็นน้องคะ
เช้ารุ่งขึ้น
ติ๊ดๆ  ติ๊ดๆ (เสียงนาฬิกาปลุก)
“สายแล้ว” ฉันลุกขึ้นจากเตียง และรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทัน
                แกรก!!
“ช้าจริง” แล้วพี่ไผ่มายืนทำอะไรหน้าห้องแกรมล่ะคะ
“แล้วพี่มารอ....แกรมเหรอคะ”
“อืม เตรียมของเสร็จยังจะได้ขึ้นรถ”
“เรียบร้อยแล้วคะ”
                หลังจากนั้นฉันก็รีบถือของ และสำภาระต่างๆที่ใช่ในการแสดงหิ้วตามพี่ไผ่ไปที่โรงรถทันที
                ณ โรงเรียนสตรีมารี Mai Lot
                พี่ไผ่ขับรถมาส่งถึงหน้าโรงยิม และก็ช่วยฉันขนของลงจากรถ(หลังจากนั้นขนเข้าโรงยิมเอง) และฉันก็บอกพี่ไผ่ว่าไม่ต้องมารับ เพราะฉันกลับกับเพื่อนได้ แต่กว่าพี่ไผ่จะไปก็ถามแล้วถามอีก จนได้ข้อมูลจนครบว่า จะกลับยังไง กลับกับใคร แล้วจะกลับกี่โมง จะถึงบ้านเมื่อไหร่ แล้วเพื่อนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะปลอดภัยไหม และเอารถอะไรไปส่ง
                ฉันยืนตอบคำถามพวกนี้เกือบครึ่งชั่วโมง....
“โปรแกรม มายืนทำอะไรตรงนี้” เพื่อนสาวห้าวของฉันก็เดินออกมาจากโรงยิม
“อ้าว!มีนน้อย มาช่วยแกรมถือหน่อย”
“มากับใครเหรอ พี่ฟีโน่หรือเปล่า”
“เปล่า!แกรมมากับพี่ไผ่ต่างหาก ม่ะมา มาช่วยแกรมถือของก่อน”
“จ้า” และสุดท้ายมีนก็ช่วยแกรมถืออุปกรณ์การแสดงจนหมด
และพอหมดเวลาในการซ้อมฉันก็ไปทานข้าวกับมีนและกลับบ้านกับมีนเลย ส่วนมีนขอให้ฉันกลับไปที่บ้าน ไปเอาของเป็นเพื่อนหน่อย เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ แต่น่าแปลกนะมีนมีทั้งคุณพ่อคุณแม่ แต่มีนกลับไม่เคยพูดถึงคุณทั้งสองนี้เลย ขนานฉันหลอกถามมีนยังไม่สนใจเลย คงจะมีปัญหากับครอบครัวนั้นแหละ
(บันทึกพิเศษของน๊อต)
                 ผมชื่อน๊อต เป็นเพื่อนสนิทของไผ่ พอเวลาไผ่มีอะไรมักเรียกผมมาที่บ้าน(ไม่ก็ผมอยากมาเอง) ส่วนวันนี้ผมมีเรียนภาคบ่าย กะจะมาชวนไผ่ไปดูกีต้าร์เป็นเพื่อนหน่อย และบางทีผมก็อาจจะได้เจอน้องโปรแกรมด้วย จะบอกอะไรให้นะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ น่าตาน่ารักผิวเนียนน่าหยิก ฉลาดแถมยังมีเสห์อีกด้วย น่าหลงเป็นบ้า
“ไอ้น๊อต มึงขับรถดีๆดิ” หยกเพื่อนที่นั่งรถมากับผมก็ทวงขึ้น
“กูก็ขับดีแล้วนี่หว่า มันหนักส่วนไหนของมึงว่ะไอ้หยก” ผมหันไปทางมันและทำท่าว่าจะตบหัว
“น๊อตรถ!!!!!”
“เฮ้ย! ตายล่ะ” ช่วงเวลาที่แสนสั้นผมทำได้แค่หักรถของผมให้ชนน้อยที่สุด
                อุบัติเหตุนี้มันทำให้ผมจดจำไปอีกนานเลยล่ะ ผมรีบลงจากรถไปดูสภาพคู่กรณีที่ผมเฉียวไปเมื่อกี้นี้ แล้วก็บังเอิญอีกคือ คู่กรณีเป็นผู้หญิง คงคุยกันง่ายดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นเด็กสตรี ไอ้หยกรีบวิ่งไปก่อนผมและอุ้มเด็กร่างเล็กมาพิงไปบนตัก
“ไอ้ ไอ้น๊อต คนนี้หน้าเหมือนน้องแกรมเลยว่ะ”
“เห้ย!ก็น้องแกรมนี่หว่า ตายล่ะกูตายมึงก็ต้องตายตามกูนะไอ้หยก”
“เฮ้ย เรื่องไรว่ะ” ไอ้หยกรีบร้องเสียงหลงและปฏิเสธทันที
“มึงนั้นแหละชวนกูคุย มึงก็มีส่วนร่วมนี้เหมือนกัน ไอ้ไผ่เอามึงตายแน่”
“งั้นถ้ามึงยังไปอยากตาย มึงต้องพาน้องเขาไปส่งที่บ้าน”
“แล้วกูจะตายไหมว่ะ” มันเสี่ยวนะโว้ย ไอ้ไผ่ก็อยู่บ้านอีก ตายๆพ่อแก้วแม่แก้วช่วยผมด้วย
 
                ณ บ้านจัทรสมิทรนนท์
“อ้าว!น๊อตลืมของเหรอถึงกลับมาเนี่ย” เปียโนน้องสาวของไผ่รีบถามทันทีที่ผมขับรถเข้ามา
“ไม่ได้ลืมอะไรหรอก ว่าแต่ไอ้ไผ่ออกไปข้างนอกหรือยัง”
“กำลังจะออกไปนะแต่ว่ายัง ไม่รู้สิงง”
“ตาย ทีหลังพี่จะไม่ถามแกอีก”
“ไอ้น๊อต มึงกลับมาไมว่ะ กูรีบจะไปข้างนอกอยู่มีไรเปล่า” ชิบหายล่ะ คนที่ผมไม่อยากให้ออกมาก็มาจนได้
“ไม่มีอะไรหรอก รีบไม่ใช่ ไปสิไป”
“ไม่อ่ะ รู้สึกเบื่อล่ะให้น้องแกรมกลับเองแล้วกัน ตอนแรกจะไปให้แปลกใจซะหน่อย”
“ได้แปลกใจแน่ แต่แกอย่าพิงใจร้อนนะ แกก็ห้ามว่าอะไรฉันด้วย”
“โอเค มีไรให้ฉันตกใจบ้าง”
                ผมไม่พูดอะไรแต่หันไปเปิดประตูแทน หลังจากที่ผมเปิดนั้นไอ้ไผ่ก็ถึงกันอึ่งและรีบวิ่งมาช้อนร่างเล็กของน้องแกรมไปทันที และที่เหลืออยู่ก็คือยัยทอม จะให้ผมอุ้มขึ้นแล้วก็อุ้มลงอีกนานไหมครับคุณทอม จะบอกว่าเธอหนักมากกกกกก
 
“แกไปเจอยัยแกมโบที่ไหนแล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้” ไผ่เริ่มถามทันทีเมื่อวางร่างน้องแกรมลงบนเตียงนอน
“คือ..”จะบอกยังไงดี บอกว่าขับรถชนงั้นเหรอ หึมีหวังตายแน่ไอ้น๊อต
“กูถามว่า ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ หัวแตกเป็นแผลอีก บอกกูมาเดี๋ยวนี้เลย”
“คือ กูขับรถเฉียวน้องเขาว่ะ แต่ แต่นิดเดียวนะจริงๆ”
“=-=” สายตาของไอ้ไผ่ตอนนี้ล่ะที่ผมไม่อยากจะมอง น่ากลัวชิบ
“มีนน้อย” น้ำเสียงเล็กของน้องแกรมทำให้หยุดสายตาแบบนั้นของไผ่ได้
“ตื่นแล้วเหรอ นึกว่าจะหลับไม่ต้องตื่นอีก” ไผ่ประชดได้อย่างเห็นได้ชัด
“คือแกรมทำอะไรผิดเหรอคะ พี่ไผ่โกรธอะไรเหรอคะ” นั้น!น้องแกรมอึ้งเลย
“ไอ้น๊อตออกมาคุยกับกูเดี๋ยวนี้เลย” และอยู่ไอ้ไผ่ก็ลากผมออกมา
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 301 ท่าน