Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Twin Mine คู่แฝดหล่อร้าย(กาจ)มัดใจยัยตัวดี ZZอัพตอนที่11 ในรอบเดือนค่าZZ
MonoMize
บทที่ 11...ความจริงของเนเกล
13
24/04/2555 22:04:51
393
เนื้อเรื่อง

11
ความจริงของเนเกล
 

          เมื่อกลับมาจากโรงเรียน  ฉันก็กลับบ้านมาแล้วเจอเนเกลกำลังช่วยแม่ของฉันทำขนม  ผู้หญิงอะไรทั้งสวย  ทั้งน่ารัก  ทั้งใจดี  ทั้งมีน้ำใจ  โอ๊ะ!ฉันชักจะชอบผู้หญิงด้วยกันแล้วนะเนี่ย  ฉันเข้ามาช่วยแม่ทำขนมอีกแรง  เพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น
 
ตี้ดๆ~
          เสียงออดจากหน้าบ้านดังขึ้น  ฉันเลยอาสาไปรับแขกเอง  ปล่อยให้แม่กับเนเกลทำขนมไป  พอมาถึงหน้าบ้าน  ฉันก็เจอคน  ‘โรคจิต’ที่เอาแต่ยิ้ม  ใช่แล้ว..ไดเล็ค
          “นี่นาย!มีอะไรอีก  อย่ามาพูดจาเลี่ยนๆกับฉันล่ะ”  ฉันพูดแล้วทำท่ารำคาญ
          “ตอนนี้ฉันไม่ได้มาหาเธอแต่ฉันมาหาเนเกล  ทำตามที่เธอขอไง  อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้ อย่าบอกนะว่าลืมสัญญาของเราแล้วน่ะ”  ‘สัญญาของเรา’ไอ้บ้า!ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามพูดจาเลี่ยนๆ
          “ฉันไม่ลืมหรอกน่า  เข้ามาสิ”  ฉันเปิดประตูให้ไดเล็คเข้ามาข้างในบ้าน  แล้วทำหน้าบูดบึ้ง
          “ทำหน้าบูดแบบนี้  เดี๋ยวฉันก็ไม่ถามเนเกลให้หรอก  จุ๊บ~”  พูดจบ  ก็เข้ามาในบ้านแล้วเอี้ยวตัวมาหอมแก้มฉัน
          “อะ...ไอ้คนฉวยโอกะ..อุ๊บ~”  พูดไม่ทันจบประโยค  ริมฝีปากไดเล็คก็เข้ามาประกบอีกที  อ๊ากกกก!ไอ้บ้า  นายอย่าลืมสิว่าฉันมีแฟนอยู่นะ
          “อย่าบ่นสิครับ  เดี๋ยวโดนลงโทษอีกนะ”  ไดเล็คยิ้มไม่พอยังทำหน้าน่าจุ๊บอีก  เฮ้ย!นี่ไอ้บ้า..นายทำบ้าอะไรเนี่ยเอ๊ะ!แล้วเดี๋ยวนี้ฉันเป็นอะไร  ทำไมฉันถึงได้ยอมให้ไอ้บ้าไดเล็คจูบง่ายๆ..ฉันกับนาย  เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ!!!
          ไดเล็คเข้ามาในบ้าน  ตามด้วยฉันที่หน้าบึ้งกว่าเดิมหลายเท่า  เนเกลที่กำลังเย็บใบตองอยู่เงยหน้าขึ้นก็ตกใจมากที่เห็นไดเล็ค  ไดเล็คยิ้มแล้วมายืนตรงหน้าเนเกล  พร้อมบอกให้ไปคุยข้างนอกด้วยกัน
         
++ Direcz’s secret ++
 
          ผมเดินออกมากับเนเกลที่หน้าบ้านของวิวา  ผมประเดิมคำถามแรกถามเนเกลอย่างสงสัย
          “เธอรู้จักวิวาได้ยังไง”ผมถาม
          “ฉันให้นักสืบไปสืบเรื่องของนายมาน่ะ  เขาบอกว่านายสนิทกับเธอมากแล้วตอนนั้นฉันไม่มีที่ไปจริงๆเลยตัดสินใจมาอยู่กับเธอที่นี่  แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้ไง  นายย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
          “ฉันย้ายมากะทันหัน  เพราะเกิดเรื่องที่บ้านเก่านิดหน่อย  แล้วเธอทำไมไม่มาอยู่บ้านฉันล่ะ  มาอยู่บ้านเล็กๆกับวิวาเนี่ยนะ  คุณหนูอย่างเธอดูไม่เข้ากับที่นี่เลย”
          “ตอนนี้ฉันไม่อยากเจอไดแล็ก  มันมีเรื่องที่ฉันยังไม่อยากบอกนายตอนนี้  เรื่องนี้มันเกี่ยวกับแม่ฉันกับเพื่อนของเขา  ฉันเลยหนีคุณแม่มาที่นี่  นี่!ไดเล็คฉันขอร้องนะ  อย่าบอกเรื่องนี้ให้ไดแล็กกับแม่ของฉันรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่”  เนเกลอ้อนวอน
          “เธอบอกฉันไม่ได้จริงๆเหรอว่า  เรื่องที่เธอหนีมาคือเรื่องอะไร”  ไดเล็คพยายามถาม 
          “มัน...เอ่อ...มันคือว่า”  เนเกลมีสีหน้าหนักใจสุดๆ
          “เล่ามาเถอะ  เราเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ป.6  มีอะไรก็บอกมาเถอะ”
          “คือว่า  คุณนายวิจิตราซึ่งเป็นเพื่อนแม่ของฉัน  คุณนายวิจิตรามาคุยกับแม่ฉันเรื่องที่จะให้ฉันหมั้นกับลูกของเขา  คุณแม่ของฉันโทรมาบอกตอนฉันกลับมาจากออสเตรเลียพอดี  พอฉันรู้เข้าก็เลยหนีมาที่นี่เนี่ยแหละ”  เนเกลตอบข้อสงสัยให้ไดเล็คจนหมด
          “แล้วแม่ของเธอไม่รู้เหรอว่า  เธอกำลังคบกับไดแล็กอยู่น่ะ”
          “แม่คงลืมเรื่องนี้ไปแล้วล่ะมั้ง”
          “ในเมื่อเธอมีไดแล็กอยู่  แล้วทำไมไม่บอกแม่เธอล่ะ  เรื่องของเธอกับไดแล็กสองคนก็ดูไม่เห็นมีปัญหานี่  ทางบ้านฉันก็รวย  เธอก็รวย  ไม่เห็นจะขัดอะไรทางเศรษฐกิจเลยนี่  แล้วเธอกลัวอะไร” 
          “ฉันกลัวว่าคุณนายวิจิตราจะทะเลาะกับแม่ฉันน่ะสิ  ท่านสองคนเป็นเพื่อนรักกันมานานมาก  ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ท่านทั้งสองต้องแตกแยกกัน”
          “ที่เธอหนีมาแบบนี้  ไม่กลัวว่าแม่ของเธอเป็นห่วงรึไง” 
          “เอ่อ...ฉันก็ลืมคิดไป  แต่ว่าฉันอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก  ฉันจะกลับไปเมื่อฉันทำใจได้”
          “แล้วไดแล็กล่ะ  เธอคิดจะเลิกกับมัน?”ผมขมวดคิ้ว
          “มันมีความจำเป็นจริงๆ  ฉันคงต้องเลิกกับเขา”เนเกลหน้าเศร้า
          “เธอ...”
          “อย่าเพิ่งบอกเขาเรื่องนี้  เพราะฉันจะแก้ปัญหาเรื่องนี้เอง  ฉันจะจบเรื่องนี้เอง!” 
          “เธอเข้มแข็งมากนะ  สมแล้วที่ทำให้ไอ้ไดแล็กอยากได้ทั้งใจทั้งตัวของเธอ”
          “ไดเล็คนี่!  ฉันว่าเรามาพูดเรื่องของนายดีกว่า”  เนเกลเปลี่ยนเรื่องคุยทันที  “คุณวิวาน่ะ  แฟนนายเหรอทำไมดูสนิทกันจัง  ตอนมาที่นี่  ฉันแทบไม่เชื่อเลยนะว่าเป็นเพื่อนกัน  ก็ดูฐานะทางบ้านเธอสิอยู่ในเกณฑ์กลาง  ส่วนใหญ่นายก็คบแต่กับพวกคนรวยๆแล้วแม่นายรู้รึยังล่ะ  ว่านายคบกับเธอ”
          “ฉันยังไม่ได้เป็นอะไรกับยัยนั่นหรอก  แต่กำลังพยายามเป็น”
          “กำลังพยายาม  หมายความว่ายังไง?”  เนเกลถามอย่างไม่เชื่อ  “หรือว่านายยังไม่เป็นแฟนกับคุณวิวา  มีอย่างนี้ด้วยเหรอ  เดือนระดับประเทศอย่างนายโดนปฏิเสธเป็นด้วย  ฮ่าๆๆ  ถ้าอย่างนั้นฉันเชียร์คนนี้นะ” 
          “อย่าขำสิ  ยัยนั่นน่ะมีแฟนแล้ว  พี่ลิฟคะ  พี่ลิฟขา  ฮึ่ย!อยากจะอ้วก(เห็นคนอื่นอยากอ้วก  ทีตัวเองล่ะ  ทำตัวเลี่ยนกว่าอีก  มีใครอยากเอาอ้วกราดใส่หัวตาพระเอกนี่มั้ยคะ--MonoMize)”
          “แฟนของคุณวิวาชื่อลิฟเหรอ”เนเกลดูชะงักไป
          “ทำไมเหรอ”
          “อ้อ!เปล่าๆ  ไดเล็คคะ  แย่งแฟนคนอื่นบาปหนักนะนั่น”
          “ไม่ต้องมาเริ่มเทศเลยนะยัยตัวดี  แล้วเธอเป็นไง...”  ผมถามสาระทุกข์สุกดิบเรื่อยเปื่อย  ตามประสาคนเคยเป็นเพื่อนกันสมัยเด็ก                          
        
++ Pause of secret ++
   
          ฉันพยายามอ่านปากของไดเล็คกับเนเกลก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี  เฮ้อ!อยากรู้จังเลยว่าความจริงแล้วมันเป็นยังไง  เรื่องของเนเกลน่ะ  อยากรู้จัง  ว่าอีตาไดเล็คจะถามเรื่องนั้นได้มั้ย  เอ๊ะ!ทำไมอีตาไดเล็คต้องหัวเราะด้วย  พูดเรื่องอะไรกันน่ะ  พูดดังๆหน่อยได้มั้ย!ฉันไม่ได้ยินนนนน...
 
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป~
          กว่าจะคุยกันเสร็จ  ฉันก็แอบงีบไปหลายตลบ  เฮ้อ!ฉันอยากรู้จริงๆนะเนี่ย  พอคุณเนเกลคุยกับไดเล็คเสร็จ  ก็เดินเข้าบ้านไป  ฉันเลยรีบย่องไปหาไดเล็คอย่างเงียบเชียบ 
 
จึ้กๆ~(สกิดไหล่ไดเล็ค)
          “นี่!ไดเล็ค  ได้ความว่าไงบ้าง”  ไดเล็คหันมาหาฉัน  แล้วยื่นหน้ามาใกล้
          “ฉันรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว”   
          “จริงเหรอ*o*”  ฉันดีใจจนต้องกระโดดไปเกาะแขนไดเล็ค
          “อืม  จริงแต่เธออย่าลืมนะว่าสัญญาอะไรกับฉันไว้”  ฉันถอยห่างทันทีที่เขาทวงสัญญา
          “เออ  ฉันไม่ลืมหรอกน่า  ว่าแต่ความจริงคือ?”  ฉันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
          “เนเกลอยากมาอยู่กับเธอ  เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนฉัน  แล้วที่เนเกลหนีมาก็เพราะเธอไม่อยากหมั้นกับคนที่ไม่ได้รัก”  ไดเล็คเล่าเรื่องที่ฉันค้างคาใจ
          “นายหมายถึงการคลุมถุงชน?”   ฉันสรุป
          “ใช่”  (--)(_ _)(--)(_ _)ไดเล็คพยักหน้า
          “โธ่...คุณเนเกลน่าสงสารจัง”  ฉันทำหน้าเป็นห่วงทั้งสงสาร
          “ฉันว่าตอนนี้  เธอต้องสงสารตัวเธอเองก่อนล่ะ” 
          “อะไร?”  ฉันทำหน้างง
          “สัญญาของเราไง^_^”  ไดเล็คยิ้มแบบนี้  หมายความว่ายังไงเนี่ย?
 
เช้าวันต่อมา
         
          วันนี้ฉันไม่อยากตื่นจริงๆนะ  ไม่สิ!นับตั้งแต่นี้ไป  ฉันไม่อยากตื่นมาอีกเลย  รู้มั้ยว่าอีตาไดเล็คขออะไรฉัน  แล้วฉันก็ผิดสัญญาไม่ได้ด้วยสิ  ทั้งๆที่อยากผิดสัญญาอยู่เต็มอก 
          ‘นะ..นายจะให้ฉันทำอะไรล่ะ’  ฉันถามไดเล็คอย่างกล้าๆกลัวๆ  ไม่นะ!ฉันไม่เคยกลัวอีตาบ้านี่เลย  สักนี้ดดด~
          ‘เธอ..ต้องคบกับฉัน^_^’  ไดเล็คยิ้ม
          ‘แต่ว่าฉันมีแฟนแล้วนะ!’  ฉันโต้แย้งทันที
          ‘ก็ช่าง! แต่ที่แน่ๆคือ  เธอต้องคบกับฉัน’  ไดเล็คยังดื้อดึง  ยืนยันคำเดิม
          ‘ฉันไม่ทำ!’  ฉันค้านเสียงแข็ง
          ‘เธอต้องทำ!’
          ‘ฉัน...ไม่...ทำ!’
          ‘เธอ...ต้อง...ทำ!’
          ‘ฉันบอกแล้วไงว่า  ฉันไม่ทำ!!!’
          ‘ฉันก็บอกแล้วไงว่า  เธอต้องทำ!!!’
          ‘ฉันไม่ทำโว้ยยยยย!!!!!!!!!’
          ‘ถ้าเธอไม่ทำ  ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็น...’  ฉันลุ้นให้ตัวโก่ง  ‘เธอต้องยอมให้ฉันจูบเธอทุกวัน  ไม่เว้นวันหยุดข้าราชการด้วย’
          ‘ไม่เอา  ฉันไม่ยอมจูบนายทุกวันแน่’
          ‘ถ้าเธอไม่เอาตัวเลือกที่สอง  แสดงว่าเธอยอมเป็นตัวเลือกแรก  งั้น...อย่างแรกที่คนที่คบกันเขาทำ  จุ๊บ~’  อ๊าย~ในตอนนั้นไอ้บ้าไดเล็คขโมยหอมแก้มฉัน  แล้ววิ่งหนีไปเลย
          สรุปก็คือ  ฉันมีกิ๊ก  แล้วกิ๊กตนนั้นก็ชื่อไดเล็ค  ฮือๆ  ฉันไม่ได้ตั้งใจมีนะแต่เข้าทึกทักเองง่ะ  ฮือๆ  ฉันไม่น่าอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเล้ยยย~  หรือไม่ก็น่าจะสืบเอง  ไม่น่าขอร้องให้อีตาบ้าไดเล็คช่วยเลย  ยัยวิวา!เธอนี่มันโง่  โง่ๆๆ  โง่ที่สุดในสามโลกแล้ววว...          
 
          ฉันทำใจเรื่องนั้นแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว  อืม...ตั้งแต่ที่เนเกลมาอยู่ที่บ้านฉัน  ฉันดูเหมือนคนขี้เกียจ  สกปรก  ซกมก  รกรุงรังยังไงอย่างงั้น!  ก็คุณเนเกลน่ะตื่นแต่เช้าทุกวันดั่งกุลสตรีสมัยอยุธยา  ที่ตื่นเช้าก็เพราะไปช่วยแม่ฉันทำขนมขาย  แต่ดูฉันสิดั่งชูชกที่เอาแต่กินและนอน(แต่ไม่ลงพุงนะเออ)  ไม่นะ!ฉันควรจะเปลี่ยนพฤติกรรมนี้สิ  เอาล่ะ!ลงไปข้างล่างช่วยแม่ทำขนมดีกว่า  ว่าแล้วฉันก็ลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อช่วยแม่ทำขนมดั่งที่ตั้งใจไว้  แต่...
          “แม่จ๋า  มีอะไรให้หนูช่วยทำมั้ยเอ่ย”  ฉันกอดแม่จากด้านหลังแล้วจุ๊บแก้มทีนึง
          “ไม่ต้องแล้ว  หนูเนเกลช่วยแม่ทำเสร็จหมดแล้ว”  ทำเสร็จหมดแล้ว!
          ฉันมองหน้าแม่ที่ยิ้มแป้น  แล้วหันไปมองเนเกล  เนเกลเงยหน้าขึ้นจากเขียงที่หั่นหอมแดง  มองหน้าฉันแล้วยิ้มหวาน  ม่ายยยนะ!ฉันอุตส่าห์ตั้งใจมาทำขนมก่อนไปโรงเรียน  เพื่อเป็นเด็กดีของแม่บ้าง  T0T  ฮือๆโชคชะตากลั่นแกล้ง
          “คุณวิวาคะ  อยู่ที่บ้านคุณวิเนี่ยสนุกดีนะคะ  มีอะไรให้ทำเยอะแยะ  ดีกว่าบ้านฉันตั้งเยอะ  อะไรๆก็แม่บ้านทำให้  น่าเบื่อจริงๆ”  เนเกลพูดแล้วหั่นหอมด้วย
          “แม่ว่าวิไปจัดโต๊ะอาหารดีกว่านะ  เดี๋ยวแม่กับหนูเนเกลจะยกอาหารไปที่โต๊ะเอง”  ในที่สุดฉันก็มีอะไรทำแล้ว  นั่นก็คือจัดโต๊ะอาหาร  หน้าที่ของลูกที่ดีแสนดีที่สุดT-T
          ฉันเดินมาจัดโต๊ะเตรียมจาน  เตรียมช้อนซ้อมเรียบร้อย  ตั้งแต่เนเกลมาอยู่ฉันรู้สึกเหมือนลูกอกตัญญูยังไงไม่รู้  ไม่ค่อยได้ช่วยแม่ทำอะไรเลยสักอย่าง  เฮ้อ...
 
ตี้ดๆ~
          เสียงออดดังขึ้น  ในฐานะที่ฉันว่างอยู่คนเดียว  ฉันเลยต้องเป็นคนไปรับแขก  ฉันเดินออกไปเปิดประตูหน้าบ้านก็เห็น‘พี่ลิฟ’ยืนอยู่แล้วก็ยิ้มให้  ฉันยิ้มตอบแล้วเชิญให้พี่ลิฟเข้ามาในบ้าน  แต่ดูเหมือนจะมี‘ตัวมาร’มาขัดจังหวะอีก  และนั่นคือ‘ไดเล็ค’  ฉันไม่เคยจะอยู่เป็นสุขเพราะอีตานี่ทุกที  พี่ลิฟหันไปมองไดเล็คแล้วก็จูงมือฉันเข้าบ้านเลย  นายนั่นมาทำอะไรที่บ้านฉันนะ  อยากรู้จริงๆ(สอดรู้อีกแล้ว!)
          พอเข้ามาในบ้านพี่ลิฟกับไดเล็คก็มาสวัสดีแม่ที่ครัว  ส่วนฉันก็มานั่งรอที่โต๊ะอาหาร  เอ...คุณเนเกลไม่อยู่ในครัวนี่นา  ว่าจะแนะนำให้รู้จักกับพี่ลิฟซะหน่อย  สงสัยจะไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง
          “วิ  เดี๋ยวไปโรงเรียนพร้อมพี่นะวันนี้”  พี่ลิฟมานั่งข้างฉันแล้วพูดด้วย
          “อ๋อค่ะ  วิขอบคุณพี่ลิฟนะคะที่ให้วิติดรถไปโรงเรียนด้วย”  ฉันขอบคุณพี่ลิฟ
          “ที่จริงไม่เห็นต้องมารับผู้หญิงเองเลยนี่  เปลืองน้ำมันรถเปล่าๆ”  ตัวมารเริ่มก่อเรื่องแล้ว
          “ฮึ  ทำเป็นมาว่าคนอื่น  แล้วนายล่ะมาบ้านผู้หญิงโดยไม่มีเหตุผล  อยากจะเข้ามาก็เข้าเลย  ไม่มีมารยาท  คิดว่าที่นี่เป็นโรงทานรึไง  ถึงกินข้าวฟรีอยู่นี่  แล้วเดินเข้าๆออกๆแบบนี้”  ฉันไม่ยอมให้เขาด่าพี่ลิฟอยู่ฝ่ายเดียวแน่!สะใจโว้ย!!!
          “ฉันมาหาเนเกล  แล้วที่ฉันได้กินฟรีก็เพราะแม่เธอชวนฉัน  ฉันเลยไม่อยากให้แม่เธอเสียน้ำใจ”  ไดเล็คพูด
          “เนเกล”พี่ลิฟพูดขึ้น
          “อ๋อ  คือว่า  เนเกลเป็นเพื่อนของไดเล็คค่ะ  แล้วเขาก็มาอยู่ที่บ้านวิน่ะค่ะ  อ้อ!นั่นไงคะ  เนเกลลงมาแล้ว  สงสัยจะไปเข้าห้องน้ำมา”  พอเห็นเนเกลฉันก็บอกพี่ลิฟให้หันไปมอง
          “คุณเนเกล”  พี่ลิฟเป็นอะไรนะ  พูดทวนชื่อเนเกลบ่อยจัง 
          “พี่ลิฟรู้จักคุณเนเกลเหรอคะ?” ฉันถามอย่างสงสัย
          “เปล่าน่ะ  พี่แค่รู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน”
          “อ๋อเหรอคะ  คุณเนเกลคะ  พี่ลิฟแฟนวิเองค่ะ”  ฉันแนะนำพี่ลิฟให้คุณเนเกลรู้จัก
          “สวัสดีค่ะ”  คุณเนเกลทักทาย
          “สวัสดีครับ”  พี่ลิฟทักทายกลับ
          ตอนพี่ลิฟกับคุณเนเกลทักทายกัน  รู้สึกเหมือนทั้งสองคนแปลกๆแฮะ  เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ  หรือทั้งสองคนรู้จักกัน แต่ไม่ยอมบอกเรา  เอ๊ะ!ไม่น่าใช่  แล้วพี่ลิฟกับคุณเนเกลจะปิดบังเราทำไมล่ะ  เรื่องนี้กระตุ้นต่อมนักสืบ(สอดรู้)ของเราให้ทำงานอีกแล้ว!!!
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 361 ท่าน