Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Tricky Boy รักล้นๆเต็มหัวใจให้นายเจ้าเล่ห์
Phwang-ka
Father call back!!!
7
26/03/2555 12:27:09
550
เนื้อเรื่อง

6
Father call back!!
 

           หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ฉันก็ชิ่งขึ้นมาอยู่บนห้องทันที หน้างี้ไม่อยากจะมองสักคน ก็ฉันยังอายเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่เลยอ่ะ จะให้ลอยหน้าลอยตาทำเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไงในเมื่อ...มันเกิดแล้ว
           และย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ซะด้วย
           แง~ นี่ฉันแอบหื่นเหรอ (วะ) เนี่ย ไม่ยักจะรู้มาก่อนเลย ถ้าไม่ดันเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้
           คิดแล้วกลุ้ม!!!
           ก๊อกๆ
           ใครอีกล่ะ เฮ้อ!
           แอด~
            “มีอะไรรึเปล่า”
            ฉันเปิดประตูออกไปก็เจอกับจีโฮที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าบานประตู
            “มีสิ”
            “ว่า...”
            “เธอยังไม่ได้กินอาหารเย็นใช่ม้า~ฉันเลยยกข้าวต้มกุ้งมาให้ นี่ยังร้อนๆ อยู่เลยนะ”
            พูดแล้วยังทำท่าทางชวนให้อยากกินอีก ข้าวต้มกุ้งนะ...ไม่ใช่จีโฮ
            “ขอจุดประสงค์จริงๆ”
            ฉันรับถาดข้าวต้มมาวางไว้ที่โต๊ะนั่งเล่นข้างเตียงนอน
           “คือว่า...”
            จีโฮอึกอัก
             ไม่กี่นาทีต่อมาพี่ซันจินกับพี่ยูวอนก็เดินเข้ามาในห้อง สองมือถือผลไม้มาเยอะแยะ
            “คือว่าพวกเราทั้งหมดจะมาทานอาหารเย็นที่นี่กับโบลาไงคะ พี่ชายเห็นว่าโบลาไม่ลงไปทานข้างล่าง พวกเราทั้งหมดเลยต้องยกโขยงมาหาถึงที่”
             พี่ซันจินช่วยขยายความ
             อีตาพวกนี้มันจะเครซี่เกินไปมั้ยเนี่ย กินข้าวที่ห้องฉันเนี่ยนะ??
             “โว้ย! ร้อนชะมัด ทำไมต้องเป็นฉันด้วยวะที่ต้องยกไอ้หม้อข้าวต้มเนี่ยฮะ”
             เยซุนเดินเลิกลักเข้ามาด้วยอีกคน หน้านี่บูดเบี้ยวบอกบุญไม่รับ และในที่สุดสองคนสุดท้ายก็เดินเข้ามา ในมือถือแก้วน้ำหลายใบกับขวดน้ำหวานมาเยอะแยะ
             พี่จองวา...เชจุง
              การที่ฉันมาอยู่ที่นี่ร่วมกับพวกเขา มันอาจจะทำให้ฉันบ้าน้อยลงหรือมากขึ้นกันนะ พวกนักร้องดาราเป็นอย่างนี้กันหมดทุกคนรึเปล่า
ฉันยกมือกุมขมับทันทีเมื่อรู้ถึงหายนะที่กำลังจะมาเยือนฉันจนถึงที่ !!!
อยากระบายอารมณ์เป็นภาษาดูไบเว้ยยยยยย!!!
 
              Yeazun said
              ผมและคนอื่นๆ พากันนั่งล้องวงกันทานข้าวต้มกุ้งที่ห้องโบลา ชิ! ทำไมผมจะต้องยอมลงทุนทำข้าวต้มนี่เองกับมือเพื่อยัยนี่ด้วยวะ คนอื่นเลยคอยได้ส่วนบุญ เอ๊ย! ได้ทานฝีมือการทำอาหารของผมไปด้วยเลย
เจ็บใจจริงๆ ว่ะ
              เหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่ห้องซ้อมผมยังจำมันได้ดี กับอีแค่ผมร้อนเหงื่อออกแล้วก็เลิกเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่ขึ้นแค่เนี่ย ยัยโบลาก็โอเวอร์จริงๆ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นผมถอดเสื้อซะงั้น ในเมื่อเธอก็เคยเห็นผมถอดเสื้อตั้งแต่วันแรกที่เธอมาอยู่กับพวกเรา วันนั้นก็อีก ผมไม่ได้ตั้งใจให้เธอตื่นขึ้นมาเห็นผมในสภาพนั้นหรอกนะ แต่ทำไงได้ล่ะ...ก็ในเมื่อกฎของ White*Black ของเราที่ต้องทำตามทุกคน คือต้องมีสัญลักษณ์ชื่อวงอยู่บนตัวของพวกเรา และพวกผมเลยเลือกที่จะสักมันลงไปสักที่ภายในร่างกาย ผมน่ะสักมันเอาไว้ที่ไหล่ซ้ายด้านหลัง ส่วนไอ้เชจุงสักเหมือนกันแต่ทางขวา ส่วนคนอื่นๆ ผมจำไม่ได้ว่ะ (เอาเถอะ! ถ้ามันเป็นความลับ)
ผมเหลือบไปมองไอ้จีโฮกับไอ้จองวาที่ทะเลาะกันเหมือนเคย ไอ้จีโฮนี่ก็จริงๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นผู้ชายหรือไบกันแน่วะ ทำมาเป็นจิ๊จ๊ะ
              ฮึ! ไอ้รักเดียวแต่สองใจเอ๊ย!!!
              ข้างๆ เพื่อนรักของผมคงจะหนีไม่พ้นยัยโบลาที่นั่งกินข้าวต้มอยู่เงียบๆ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุยกับใคร ก้มหน้างุดๆ จนจะติดชามข้ามต้มแล้วนั่น
              ยัยเบ๊อะเอ๊ย !!! หึๆๆๆ
              “จ้องขนาดนั้นจะกินน้องสาวผมรึไงท่านรองฯ”
              พอไอ้เพื่อนรัก (หักเหลี่ยมโหด) ท้วงขึ้นเท่านั้นล่ะ ทุกคนก็หันมามองกันหมด แล้วจะพากันหันมามองทำไมกันวะ ก็คนมันอยากมองนี่หว่า
              “เปล่า”
              ผมปฏิเสธ
              “ฉันก็เห็นเหมือนกัน”
              แน่ะ! ไอ้จีโฮ ไอ้เวรนี่ !!! ปากมันจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้รึไงวะ
              “แกอยากกินปลาตีนแทนกล้วยใช่มั้ยวะจีโฮ”
              ผมพูดและทำท่าจะลุกขึ้นเดินไปหามัน อ้อ! ลืมบอกสิว่าพวกเราทานข้าวทีไรก็ต้องพากันนั่งวนเหมือนอยู่ที่โรงเรียนทุกที
              “จองช่วยด้วย ไอ้ซุนมันจะเตะฉันอ่ะ”
              รีบไปหลบอยู่หลังมันเชียวนะ ทำเป็นไม่รู้งั้นแหละว่าไอ้จองวามันโหดกว่าผมอีก ไปหลบหลังไอ้ยูว่าไปอย่าง
              “แต่วันนี้ฉันทำผัดเผ็ดหางจระเข้มาให้แกทานด้วยนะ”
              นั่นไง! ผมพูดผิดซะเมื่อไหร่กันเล่า ไอ้จีเห็นท่าไม่ดีเลยกลับมานั่งลงที่เดิม สมน้ำหน้าไอ้เลขาฯ...ปัญญาอ่อน
 
               หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จและออกจากห้องน้ำได้ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่สักชิ้นเลย แต่คงไม่เป็นไรหรอกเนาะกับอีแค่เดินไปรับโทรศัพท์แป๊บเดียวเอง
                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
                พ่อโทรมา...พ่อจริงๆ ด้วย
                อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
                ติ๊ด!
               “พ่อใช่มั้ยคะ???”
                (อ้าว! ใช่สิลูก ทำไมถามแบบนั้นล่ะ)
               “ก็พ่อไม่โทรหรือมาเยี่ยมหนูบ้างเลยนี่นา”
                (ก็โทรมาแล้วนี่ไงโบ ไม่เอาน่าลูก)
                “เฮอะ พ่อเจ้าเล่ห์มากเลยนะ”
                (ขอบใจลูกที่ชม)
                “พ่อ!!!ประชดน่ะเข้าใจหนูบ้างสิ”
                (อย่าอารมณ์เสียไปเลย แล้วอยู่ที่นั่นซันจินดูแลลูกดีรึเปล่า)
                “พี่ชายดีกับโบมากๆ เลยค่ะพ่อ”
                 (ดีแล้วล่ะลูก)
                “นี่พ่อทำไมไม่บอกหนูตั้งแต่แรกว่ามีพี่ชายเป็นนักร้องชื่อดังอ่ะ”
                 (อยากเซอร์ไพรส์)
                 "ค่ะ แล้วนี่พ่อสบายดีมั้ยคะ”
                 (ก็ดีลูก งั้นพ่อจะวางสายเลยละกัน พอดีมีธุระ ดูแลตัวเองดีๆ นะ)
                 “หนูรักพ่อนะ”
                  (จ้า พ่อก็รักลูก)
                 ติ๊ด!
                 พ่อก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ทั้งคำพูดที่พ่อพูดยังฟังดูอบอุ่นเช่นเคย คิดถึงพ่อจัง! เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอหน้าพ่อสักทีนะ
                 รู้สึกเหงาแฮะ...
                 ปัง!!!
                 ความรู้สึกเหงาทั้งหมดของฉันถูกเก็บลงไปในก้นบึ้งของสมอง ของหัวใจ ตับไตไส้พุง เหลือแต่เพียงความอึ้งทั้งหมดที่วิ่งเข้ามาแทนที่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเขาที่ประตู...
                 เยซุน...
                 ในขณะที่ฉันนุ่งผ้าขนหนูแค่ผืนเดียว แล้วอีตานี่ก็ดันวิ่งทะเล่อทะล่าถีบประตูเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเนี่ยนะ และ...แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปดีอ่า...
                 “กรี๊ดดดดดดดดดด”
                 “เฮ่ย!!!”
                 เยซุนรีบกระโจนเข้ามาเอามือปิดปากฉันเอาไว้ ฉันพยายามที่จะดิ้นให้หลุดออกจากเขา มาจับฉันทำไมเนี่ย
                 “จะร้องทำไมฮะ”
                 เขากระซิบขู่เสียงรอดไรฟัน ฉันเลยหยุดร้อง พอเยซุนเห็นดังนั้นจึงยอมเอามืออกจากปากฉัน
                  “นะ...นายช่วยออกไปก่อนสิ”
                  “ทำไม”
                  “ก็...”
                   ฉันพยายามบอกเขาด้วยสายตาว่าฉันกำลังโป๊อยู่ แต่เขาก็ทำเป็นมองไม่เห็น เอ๊ะ! อีตานี่ คิดจะทำอะไรของเขากันนะ
                  “อือ...งั้นฉันจะรอข้างนอก”
                  “ขอบใจ”
                  แต่พอเยซุนกำลังจะหันหลังเดินออกไป...โชคชะตากลับกลั้นแกล้งเราสองคน ซิปเสื้อของเยซุนดันมาเกาะเอาผ้าขนหนูที่พันรอบตัวฉันเอาไว้อยู่ออกไปด้วย แล้วฉันจะทำยังไงเนี่ย
                  แง~ช่วยหนูด้วย
                  “นี่นาย!!! อย่าเพิ่งขยับนะ”
                  “อะไรของเธออีกล่ะ เมื่อกี้ยังไล่ฉันอยู่เลย”
                  ดูท่าเขาจะยังไม่รู้อะไรเลยสินะ เฮ้อ! ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะโง่นัก (หลอกด่าซะเลย)
                  “กรี๊ด ฉันบอกว่าอย่าขยับไงเล่า”
                   ฉันรีบเอามือกุมผ้าขนหนูไว้ เขาคงจะสังเกตเห็นแล้ว
                  “เรื่องนี้สินะ”
                  “ใช่น่ะสิ”
                  “...”
                  ฉันเงียบลงเมื่อเยซุนเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่โดยไม่ได้พูดอะไร จ้องอะไรนักหนา (ยิงหน้าหล่ออยู่ด้วย) เขินนะเฟ้ย!!
เยซุนตวัดมือมาโอบรอบเอวฉันเอาไว้ อีกมือใช้ปิดปากไม่ให้ฉันส่งเสียง นี่เขาคิดจะทำอะไรน่ะ
                  เขาค่อยๆ ผลักฉันให้ขยับเดินไปหลบอยู่หลังมุมประตู สถานการณ์มันชักจะยังไงๆ แล้วนะ
                   “ชู่!”
                  เขาส่งสัญญาณให้เงียบ ฉันเลยต้องทำตาม
                  แอด~
                  “...”
                  “...”
                   ประตูห้องถูกเปิดออก และตามมาด้วยพี่ซันจินที่หอบเอาหนังสือที่ฉันไปขอยืมมาให้ (ได้ถูกเวลาดีแท้) แต่คนที่อยู่หลังประตูนี่สิใกล้ขาดอากาศหายใจแล้วนะเนี่ย อากาศก็ได้แย่งกันใช้แล้ว ไหนจะ    อีตาเยซุนที่กอดฉันซะแน่นขนาดนี้อีก อยากจะบ้าตาย!!! 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 362 ท่าน