Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Perfect Dark-Badness รักร้ายของนายจอมโหด
N-Noonnii
Chapter 1
3
23/03/2555 18:13:01
361
เนื้อเรื่อง

         Chapter 1

          เอี๊ยด!!!              
          รถบีเอ็มสปอร์ตสีเทาเลี้ยวรถเข้าจอดอยู่ในโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ฉันจอดรถแล้วเดินก้าวขาเข้าไปในโรงพยาบาลทันที ฉันมาเยี่ยมน้องสาวของฉันที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ คือ มันเกิดอุบัติเหตุกับน้องฉันเมื่อสามวันที่แล้วน่ะ
          เมื่อสามวันที่แล้ว
          [เอ่อ...คุณเรซซี่ใช่หรือเปล่าครับ]
          ‘ฉันเอง...มีอะไรกับฉันหรอค่ะ'
          [ตอนนี้น้องของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ...]
          ‘คุณว่าไงนะ!!!’
          [เอ่อคือ...น้องคุณเกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วตอนนี้ทางเราก็กำลังรักษาตัวน้องคุณอยู่ครับ]
          ติ๊ด!!
          ฉันกดตัดสายทิ้งแล้วรีบบึ่งรถไปที่โรงพยาบาลทันที ยัยเซเลียจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไปทำยังไงถึงให้รถชนได้ล่ะเนี่ย ถ้ายัยเซเลียเป็นเหมือนแม่ฉันขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็...ฉันไม่ไว้หน้าไอ้คนที่มันทำยัยเซเลียแน่
          เมื่อฉันถึงที่หมายก็ลงจากรถแล้วก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างหัวเสีย เมื่อฉันเดินมาถึงเคาน์เตอร์นางพยาบาลทั้งหลายก็รีบบอกกับฉันทันทีว่ายัยเซเลียรักษาตัวอยู่ที่ห้องไหน ฉันเดินไปยังห้องที่ยัยเซเลียพักอยู่ และตอนนี้ก็มีคุณหมอกำลังตรวจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของยัยเซเลีย มีนางพยาบาลสองสามคนช่วยงานคุณหมออย่างขะมักเขม้น
          ‘น้องฉันเป็นยังไงบ้าง!!’  
          ฉันโพล่งถามหมอออกไปโดยที่หมอยังไม่รู้ตัวว่าฉันมาถึงที่นี่แล้ว หมอค่อยๆหันหน้ามามองฉันก่อนจะเบิกตากว้าง แหงล่ะ...ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีกับการมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้ามันเป็นเรื่องน่าแปลกใจก็ไม่ได้จะแปลกอะไรสำหรับฉันเลยแหละ
          ‘อ่ะ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย’
          ‘อย่ามานอกเรื่อง...ฉันถามว่าน้องฉันเป็นไงบ้าง!!’
          ฉันตะโกนใส่หน้าคุณหมอทันทีที่หมอนอกเรื่อง ฉันถามอะไรก็ต้องตอบอย่างนั้นสิ มานอกเรื่องแบบนี้ฉันหงุดหงิดนะ
          ‘อย่าส่งเสียงรบกวนคนไข้สิครับ’
          ‘ตอบมาเดี๋ยวนี้!!’
          เมื่อหมอเห็นฉันทำตาดุใส่หมอก็รีบกระเสือกกระสนตอบฉันมาทันที กลัวไม่เข้าเรื่องฉันเองก็คนเหมือนพวกคุณๆ นั้นแหละ แต่ก็ดีนะ มีแต่คนนับถือแถมยังไม่กล้าทำอะไรอีกด้วย
          ‘เอ่อ...ตอนนี้น้องคุณปลอดภัยดีครับ ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงแล้ว'
          ‘งั้นเหรอ’
          ฉันมองไปยังยัยเซเลียที่นอนสลบแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง  ฉันกวาดสายตามองยัยเซเลียอยู่สักพักก็มากวาดตามองนางพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียง พวกเธอเห็นฉันกำลังมองพวกเธอก็รีบก้มหน้าหวุดหวิดทันที หึ!!!
          ‘ทีหลังฉันถามอะไรก็ตอบให้ตรงคำถามด้วย!!’ ฉันหันมาพูดกับหมออย่างเย็นชา
          ‘ครับๆ’
          ‘หมดธุระแล้วก็ออกไปสิ...ยืนบื้ออยู่ได้’
          ฉันหันไปตวาดนางพยาบาลที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ พอพวกเธอได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันที เฮ้อ และหลังจากนั้นฉันก็อยู่ตามลำพังกับน้องฉัน  
          กลับมาสู่ปัจจุบัน
          ฉันเดินออกมาจากลิฟต์ทันทีเมื่อมาถึงชั้นที่หมายคือชั้นที่ 18 ห้องวีไอพี ที่ยัยเซเลียอยู่ ความจริงแล้วยัยเซเลียก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายหรอกแต่ฉันเป็นพี่สาวของยัยนั่นมันก็ต้องเป็นห่วงกันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่เหมือนใครบางคนที่ไม่เคยแม้แต่จะรับรู้เรื่องของลูกตัวเองเลย พ่อนั่นเองที่ฉันพูดถึง              
          เมื่อสองวันก่อนฉันไปโวยวายที่บริษัทคิงตันให้คนที่เป็นพ่อหัดสนใจลูกของตัวเองบ้างไม่ใช่ทำแต่งานๆ  แล้วก็เงินๆ แบบนี้ ตอนนี้แม่ของฉันก็เสียไปแล้วครอบครัวของฉันก็เหลืออยู่กันเพียงแค่สามคนคือ ยัยเซเลีย ฉัน และเขา ฉันมีเหตุผลของฉันที่ไม่ยอมเรียกพ่อตัวเองว่าพ่อ แน่นอน...ว่าเขาไม่ใช่พ่อเลี้ยงฉันแน่ เขาเป็นพ่อของฉันแท้ๆ แต่ฉันไม่เคยมองเขาเป็นพ่อฉันเลยสักครั้งตอนนี้เขาเป็นได้เพียงแค่ ‘คนรู้จัก’ ของฉันเท่านั้น
เมื่อสิบปีก่อนพ่อของฉันรักครอบครัวมาก มากจนไม่เป็นอันทำงาน
          เมื่อสิบปีก่อนบริษัทคิงตันยังไม่โด่งดังและรวยมากขนาดนี้ก็เพราะทั้งหมดเป็นฝีมือของพ่อฉันทั้งหมดที่ไม่เคยแม้แต่จะดูดำดูแดงบริษัทเลยทั้งๆที่เป็นเจ้าของบริษัทแท้ๆ และแม่ฉันเมื่อเห็นว่าพ่อหลงครอบครัวไปก็มีแต่จะทำให้บริษัทเจ๊งไม่เป็นท่า แม่ก็เลยกล่อมให้พ่อหัดหาเงินเข้าบริษัทบ้างไม่ใช่ปล่อยไว้อย่างนี้ บริษัทของพ่อเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเพชรเพราะฉะนั้นจึงไม่ยากเลยที่จะทำให้บริษัทมีเงินเข้าเดือนละเกือบพันล้าน!!!
         เมื่อพ่อกับแม่คุยกันจนรู้เรื่องแล้วพ่อก็ปรับนิสัยตัวเองใหม่ พ่อทำงานหาเงินเข้าบริษัทมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ใช้เวลายังไม่ถึงปีพ่อของฉันสามารถหาเงินเข้าบริษัทได้เป็นพันๆ ล้าน เมื่อแม่เห็นว่าพ่อทำได้แบบนั้นก็ดีใจมากๆ เลย
          หลังจากที่บริษัทฟื้นตัวแบบดีมากๆ บริษัทนี้ก็สามารถทำให้คนรู้จักได้ทั้งเมืองอย่างไม่น่าเชื่อ เมืองเดียวยังไม่พอยังดังไปถึงเมืองอื่นๆ อีก คราวนี้ก็มีแต่คนรู้จักถึงชื่อเสียงของบริษัทจนทำให้พ่อของฉันไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย
          หลังจากนั้นพ่อก็ทำแต่งานๆ โดยไม่สนใจครอบครัวเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนหน้านั้นพ่อเคยเลี้ยงฉันกับยัยเซเลียด้วยความรักแต่พอมีเงินมากๆพ่อกลับเลี้ยงฉันกับยัยเซเลียด้วยเงิน!! เอ๊ะอ๊ะอะไรก็ใช้แต่เงินอย่างเดียว
          แม่เห็นว่าบริษัทดีขึ้นก็จริงแต่หลังจากนั้นพ่อก็เริ่มทำตัวห่างแม่ ไม่สนใจไยดีแม่แม้แต่น้อยจนทำให้แม่คิดมากและเครียดมากๆ ด้วย เวลาผ่านไปหกเดือนแม่ก็เริ่มจับผิดพ่ออย่างจริงๆ จังๆ เมื่อเห็นว่าพ่อมีพิรุธกับแม่มากขึ้นทุกวัน แต่แล้ววันหนึ่งความจริงก็เปิดเผยว่าพ่อแอบไปมีเมียน้อยแถมยังมีลูกติดอีก แม่รู้เข้าก็เสียใจมากหนีออกจากบ้านไปโดยไม่บอกไม่กล่าวแม้แต่กับฉันก็เถอะ ฉันพยายามจะตามหาแม่ตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ผลแถมตอนนั้นอายุของฉันยังน้อยๆ อยู่เลย
          จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองเดือนแล้วแม่ก็ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย ฉันเริ่มคิดตกกลัวว่าแม่จะทำร้ายตัวเอง แต่...ความคิดของฉันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ มีคนติดต่อกลับมาว่าเจอแม่ของฉันอยู่ที่สุสานฝังศพในเมืองไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง พอฉันรู้ก็เสียใจมากเลยออกไปตามหาแม่เพราะฉันไม่เชื่อว่าแม่เสียแล้ว แต่พอฉันลองไปที่นั่นก็ต้องเจอกับแม่ที่นอนอยู่ในหลุมโดยมีคนจัดการฝังให้ไว้เรียบร้อยแล้ว แม่ตายโดยอุบัติเหตุทางรถน่ะ
          พอพ่อรู้ก็มีสีหน้าตื่นๆ เล็กน้อยแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีกเลย พ่อเย็นชากับการตายของแม่มากจนฉันรู้สึกได้ว่าพ่อไม่ได้รักแม่แล้ว รักแต่ยัยเมียน้อยนั่น ฉันโกรธพ่อมากๆ เลยต่างกลับยัยเซเลียที่ไม่ได้โกรธพ่อที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ต้องตาย
          ฉันทั้งโกรธทั้งเกลียดพ่อของตัวเองมากจนย้ายออกมาอยู่คอนโดฯ คนเดียว ฉันพยายามปรับตัวเองไปเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นแบบปัจจุบันนี้ที่เป็นอยู่ และหลังจากนั้นมาฉันก็ไม่เคยเรียกพ่อตัวเองว่าพ่ออีกเลย ฉันทั้งเย็นชาและก็เลือดเย็น และหลังจากนั้นก็มีคนรู้จักฉันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหน้าตาของฉันที่เป็นเหตุนั่นเอง และพอฉันรู้ว่ามีคนรู้จักฉันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉันก็ทำตัวใหม่จากที่เป็นคนอ่อนแอกลับกลายกันเป็นตรงกันข้ามทันที ฉันเย็นชากับทุกคนยกเว้นยัยเซเลีย และจากที่แค่เย็นชาก็กลับกลายมีนิสัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวปนด้วยทั้งที่ฉันเองก็ไม่เคยมีนิสัยแบบนี้มาก่อน ช่างเถอะ!!! เป็นฉันตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วเป็นคนที่มีแต่คนต้องหวาดกลัวและหวั่นเกรงในตัวฉัน หึๆ     

          ฉันมองยัยเซเลียที่นอนหลับอยู่บนเตียง ฉันเป็นคนเดียวในครอบครัวที่มาเยี่ยมยัยเซเลีย พ่อเหรอ หึ!!!ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวและเงินของเขาเอง วันๆ เขาก็ทำแต่งานแล้วก็ห่วงแต่เงินถ้าเจียดตัวมาเยี่ยมยัยเซเลียได้ล่ะก็คงจะน่ายินดี แต่ถ้าฉันไม่ไปโวยที่บริษัทเขาล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะโผล่หน้ามาให้เห็น
          พรวด!!!
          เสียงเปิดประตูบ่งบอกว่ากำลังมีคนเข้ามาในห้องนี้ จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่เขา พ่อที่ใจดำซะเหลือเกิน อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้ายัยเซเลียเป็นอะไรไปมากกว่านี้เขาจะรับรู้หรือเปล่า
          “ยัยเซเลียเป็นยังไงบ้าง”
          เดินเข้ามายังไม่ทันไรก็ถามถึงอาการยัยเซเลียทันที นี่ถ้าฉันไม่ไปบอกว่ายัยเซเลียนอนอยู่โรงพยาบาลล่ะก็ เขาก็ไม่มีวันโผล่หน้ามาหรอก วันๆ อยู่แต่ที่บริษัท ห่วงอยู่แต่กับเงินนั่นแหละ! ยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิด!
          “เพิ่งจะมาสนใจเอาป่านนี้...ไม่สายไปไหนหรอ”
          ฉันบอกด้วยเสียงและสีหน้าเย็นชา ฉันไม่เคยเคารพเขาตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อน มันไม่น่าอภัยเขาหรอก ถึงแม้เขาจะพยายามทำดียังไงก็เถอะ
          “พ่อมาเยี่ยมก็ดีเท่าไหร่แล้ว...” 
          “ถ้าคุณคิดว่ามันคือการบังคับให้มา...คุณก็กลับไปเถอะ!!”
          “เบาๆ สิเรซซี่...เดี๋ยวน้องก็ตื่นหรอก”
          “อย่ามาสั่งฉัน!!”
          ฉันกดเสียงต่ำลงพร้อมกับพยายามกดอารมณ์ให้ต่ำลงเช่นกัน เขาเดินไปยังขอบเตียงที่ยัยเซเลียนอนอยู่พลางลูบหัวยัยเซเลียอย่างเอ็นดู หึ เสแสร้งชัดๆ ฉันเดินเข้าไปกระชากมือเขาออกจากหัวยัยเซเลีย ทำให้เขาหันหน้ามามองฉันด้วยสายตางงๆ
          “อย่าเอามือสกปรกๆ ของคุณมาแตะตัวน้องสาวฉัน...”
          “ลูกพูดอะไร”
          “อย่าทำให้น้องสาวฉันต้องเปื้อนความโสมมของคุณเลย!!!...”
          ฉันบอกด้วยความหงุดหงิด ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคนอย่างเขาเด็ดขาด เขาทำกับแม่ของฉันไว้ยังไงฉันจะทำกับเขาแบบนั้นมากกว่าสิบเท่า และอย่าหวังว่าฉันจะดีด้วยถึงเขาจะเป็นพ่อฉันก็จะไม่สน!
          “ลูกหาว่าพ่อเป็นตัวน่ารังเกียจอย่างนั้นเหรอ...”
          ฉันแสยะยิ้มให้เขาแล้วสะบัดมือออกจากเขาทันทีเพื่อแสดงความรังเกียจที่ฉันมีให้เขา ถ้าไม่ติดว่าคนข้างหน้ายังเป็นพ่อฉันอยู่ล่ะก็ ฉันจัดการเขาให้แหลกคามือไปแล้ว
          “หมดธุระของคุณแล้วก็กลับไป...”
          “อย่าเย็นชากับพ่อนักได้มั้ย...”
          “ฉันไม่ได้อารมณ์เย็นแบบนี้ทั้งวันหรอกนะ...อารมณ์ของฉันมันมีขีดจำกัดคุณก็รู้!!...”
          ฉันข่มเสียงลงให้ดูดุดันและก็เหมือนว่าจะได้ผล เขาเม้มปากแน่นพลางมองฉันด้วยสายตาที่บอกว่า ‘ยอมแพ้แล้ว...’ แล้วก็เดินหายออกไปจากห้องนี้ทันที 
          ยัยเซเลียขยับเปลือกตาแล้วลืมตาขึ้นในที่สุด ยัยเซเลียหันมามองฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาก่อนจะขยับปากพูดอะไรสักอย่าง พูดไปก็สงสารยัยน้องสาวนี่เหมือนกันต้องมานอนอยู่ในห้องบ้าๆ นี่ทั้งๆ ที่ยัยเซเลียเองก็ไม่ค่อยชอบบรรยากาศของโรงพยาบาลสักเท่าไหร่ เพราะว่ามันเหม็นกลิ่นยาและก็น่าเบื่อมากด้วยน่ะสิ 
          “พี่เรซ...มานานหรือยังค่ะ”
          “สักพักแล้ว...”
          ฉันตอบเธอโดยตายังมองออกไปข้างนอกหน้าต่างก่อนที่จะหันกลับมาหายัยเซเลีย ยัยนั่นทำหน้าตางัวเงียสุดๆ ขนาดเพิ่งจะตื่นนอนนะยัยนี่ยังน่าตาน่ารักได้ขนาดนี้เลย
          “มีคนมาเยี่ยมเซเลียบ้างหรือเปล่า”
          เซเลียถามไปมองหน้าฉันไปอย่างคาดคั้นที่จะเอาคำตอบแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมานอกจากประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว กลัวว่าฉันจะโมโหใส่ล่ะสิ ก็ฉันไม่ชอบให้คนมาเซ้าซี้ถ้าถามมาแล้วฉันอยากตอบฉันก็จะตอบ แต่ถ้าฉันไม่อยากตอบฉันก็ไม่ตอบแล้วก็ห้ามมาเซ้าซี้โดยเด็ดขาด
          “ไม่...”
          ฉันชั่งใจก่อนจะตอบออกไป  ยัยเซเลียทำหน้าผิดหวังนิดๆ ก่อนจะหันหน้ามามองฉันเพื่อที่จะดูว่าฉันโกหกเธอหรือเปล่าแต่...ก็ไร้สิ้นคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น ยัยนี่คงหวังจะให้ฉันพูดคำว่าล้อเล่นกับเธองั้นหรอ หึ ‘ล้อเล่น’มันไม่เคยมีอยู่ในหัวฉันเลย
          “แล้วคุณพ่อล่ะ...”
          “หยุดพูด!!!”
          ฉันสั่งให้ยัยเซเลียหยุดพูดถึงเขา ยัยนี่ก็รู้ดีว่าฉันเป็นคนยังไงและยัยนี่ก็รู้ด้วยว่าฉันไม่ชอบให้พูดถึงพ่อที่ไม่น่าจะเรียกว่าพ่อ แต่ยัยนี่ก็ยังจะถามอีก หงุดหงิดแน่ๆ ถ้าฉันไม่สั่งให้หยุดพูด
          “ก็แค่ถามดู...”
          “พี่จะบอกกับแกเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย...”
          “...”
          “เขาไม่คิดถึงใครนอกจากเงิน...แล้วเลิกพูดถึงเขาซะ...”
          “...”
          “...ถ้าไม่อยากให้พี่หงุดหงิด”
          ยัยเซเลียเงียบลงหลังจากที่ฉันเด็ดขาดกับเธอไปว่าห้ามพูดถึงเขา แต่ยัยเซเลียก็ยังมีท่าทีแปลกๆ ยัยนี่คอยชะโงกดูที่ประตูเป็นระยะๆ ทำอะไรของมันเนี่ย!!!
          “เป็นอะไรของแก...”
          “อ่อ...เปล่าหรอก” 
          “บอกพี่มาดีๆ ยังดีกว่าให้พี่โมโหนะ...รู้ทั้งรู้ว่าพี่ไม่ชอบคนโกหก”
          “ก็ได้ค่ะ...” 
          “...”
          “เซเลียก็แค่หิวง่ะ...หวังว่าคงมีใครสักคนหอบอาหารอร่อยๆ มาเยี่ยมเซเลีย”
          ยัยเซเลียทำหน้าบูดแบบเด็กๆ ยัยเซเลียเป็นน้องสาวของฉันแท้ๆ เลยทำให้เราเกิดมาหน้าตาดีกันทั้งคู่ ฉันสวยแบบเซ็กซี่ๆ แต่ยัยเซเลียสวยแบบหวานๆ ไร้เดียงสาเหมือนเด็ก และถ้าจะให้ฉันทำตัวเหมือนยัยเซเลียฉันคงขยาดตัวเองหน้าดู
          “หิวแล้วทำไมไม่บอก...”
          ฉันพูดจบก็เดินออกมาจากห้องมาทันที ยัยน้องตัวดีนี่ก็เหลือเกินจริงๆ หิวก็เพิ่งจะมาบอก ไม่รอให้ไส้ขาดก่อนเลยล่ะถึงค่อยบอกน่ะ ห่วงมากเลยนะคนเนี้ย
          “ง่ะ...แล้วพี่เรซจะไปไหนน่ะ”
          ยัยเซเลียตะโกนไล่หลังตามมาติดๆ หลังจากที่ฉันเดินออกมาจากห้องไปแล้ว ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่รอให้พูดอะไร คิดจะทำอะไรก็ทำเลย ฉันเป็นอย่างนี้ไงใครต่อใครก็ตามฉันไม่ทัน

          ฉันลงมาซื้ออาหารให้ยัยเซเลียกิน ดีที่นี่ยังมีของที่ยัยเซเลียชอบไม่งั้นยัยนั่นคงไม่ยอมกินง่ายๆ แน่ ยัยเซเลียเป็นพวกกินยาก ถ้าไม่ถูกใจจริงๆ ไม่คิดที่จะแตะเลย ก็พอๆ กับฉันนั่นแหละ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ จบ!
          เมื่อฉันได้ของตามที่ต้องการแล้วก็ตรงดิ่งมุ่งหน้าไปยังห้องยัยเซเลียทันที แต่พอเปิดประตูเข้ามายัยเซเลียไม่ได้อยู่เพียงตามลำพังน่ะสิ แต่...ยังมีใครบางคนอยู่กับเธอด้วยแถมเป็นผู้ชายอีกต่างหาก ร้ายจริงๆ
          “อ๊ะ...พี่เรซมาแล้ว”
          ยัยเซเลียหยุดคุยกับผู้ชายคนนั้นเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา  ‘เขา’  หันหลังกลับมามองฉันแล้วก็หันกลับไปหายัยเซเลียต่อ หึ นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็เป็นหนึ่งใน ‘PerfectDark’ นี่เอง
          ลีไทน์...เป็นผู้ชายที่หลายๆ คนบอกว่า เลว เถื่อน โหด แต่ถึงยังนั้นเขาเองก็เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีเกินคน
          เขาเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของเตียงเลยทำให้เราสองคนสบตาแบบพอดิบพอดี เขามีนัยน์ตาสีเทาเข้มคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีหยักลึกได้รูปสีแดง คิ้วเข้มรับกับใบหน้าขาวๆ ได้เป็นอย่างดี ผมสีดำถูกซอยสไลด์ระต้นคอผู้ชายอะไรดูดีเป็นบ้า! ยิ่งมีหุ่นเซ็กซี่กระชากใจตามที่เขาลือกันแล้ว แทบจะทำให้คนรอบข้างละลายไปกับพื้น ฉันเคยเห็นเขามาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้เห็นแบบจะๆ ตาแบบนี้ แล้ววันนี้ฉันได้มาเห็นเขาแบบนี้แล้วมัน...จะดูดีเกินไปแล้ว
          เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา มันจะเกินไปแล้ว!! ถึงนายจะหล่อแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่ยอมให้นายมามองฉันแบบนี้หรอกนะ นั่นก็เท่ากับว่าเขากำลังหยามฉันอยู่ ไร้มารยาทจริงๆ!
          “อย่ามามองฉันแบบนั้น...ฉันจะพูดกับนายดีๆ”
          “หือ...เธอพูดกับฉันหรอ -_-; ”
          เขาทำหน้านิ่งพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท ไอ้บ้านี่!!!มันตั้งใจจะกวนฉันชัดๆ ฉันยิ่งเป็นคนขี้หงุดหงิดอยู่ด้วย
          “ก็ใช่น่ะสิ!!”
          ฉันตะโกนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ถึงเขาเองจะมีนิสัยพอๆ กับฉันก็เหอะ และฉันก็รู้ด้วยว่าเขาเองก็คงจะไม่ยอมให้ฉันด่าว่าเขาฝ่ายเดียวหรอก
          “อย่ามาตะโกนใส่หน้าฉัน!!!”
          หลังจากจบประโยคนั้นฉันกับเขาก็จ้องตากันเขม็ง ยอมรับเลยว่านัยน์ตาของเขาดุมาก ดุยิ่งกว่าฉันอีกมั้ง แหงล่ะ!! เขาเป็นผู้ชายนี่
          “เอ่อ...เซเลียว่า...อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ พี่สองคนเพิ่งจะเจอกันนี่ทะเลาะกันแล้วเหรอค่ะ”
          ยัยเซเลียรีบห้ามฉันกับเขาไว้ก่อนที่จะเกิดเรื่องไปมากกว่านี้ ฉันเป็นคนไม่ยอมคนน่ะและฉันก็เชื่อว่าเขาเองก็เป็นคนไม่ยอมคนเช่นกัน
          “อันที่จริงแล้ว...พี่รู้จักพี่สาวเธอนะ”
          “อะไรนะค่ะ...พี่รู้จักพี่เรซเหรอ”
          “ก็เคยได้ยินผ่านๆ...แล้วก็เคยเห็นแล้วครั้งหนึ่ง”
          “เหรอค่ะ”
          “ยอมรับเลยนะว่าพี่เธอสวยจริงๆตามที่เขาลือกันไว้...สวยกว่าผู้หญิงในสต็อกของไอ้ไนเจโรอีก”
          เขาหันไปพูดกับยัยเซเลียโดยที่ฉันยังมองเขาอยู่ หึ ‘สวยกว่าผู้หญิงในสต็อก’ ของอีตาเพลย์บอยน่ะหรอ เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกหรอ
          “แน่นอนอยู่แล้ว...พี่เรซนะสวยจนโลกไม่อาจลืมได้เลย  ^^ ”
          “หึ แต่นิสัยนี่สิที่โลกต้องลืม”
          เขาว่าไงนะ! นิสัยของฉันเนี่ยนะที่โลกต้องลืม ถ้ามันเป็นยังงั้นฉันว่านิสัยของเขาคงอาจจะต้องยิ่งให้โลกลืมมากกว่าฉันอีก พูดไม่ดูตัวเองเลยให้ตายสิ...
          “ฉันว่านายพูดอะไรออกมาเนี่ย...หัดดูตัวเองซะมั่งนะ”
          ฉันบอกด้วยท่าทีเย็นชา เขาเองก็มองฉันด้วยท่าทีเย็นชาเช่นกัน หึ ห่ำหันกันด้วยสายตา น่าสนุกดีนี่ ฉันว่าเขาเองก็พอจะได้ยินประวัติของฉันมาพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงเอามาพูดไม่ได้หรอกว่าฉันเนี่ยมีนิสัยที่โลกต้องลืม อันที่จริงฉันก็รู้จักพวกเขาทั้งกลุ่มนั่นแหละ พวกเขาเองก็เป็นที่เลื่องลือในหมู่คน พวกเขาดังไปยังเมืองต่างๆ  แถมพวกเขาทั้งเจ็ดยังเป็นที่เลื่องลือกันอีกว่าเป็นกลุ่มคนที่ ‘เพอร็เฟ็กต์ที่สุดในโลก’ น่าหมั่นไส้นะว่ามั้ย?
          “แล้วนี่แกไปรู้จักกับ ‘เขา’ ได้ไง”
          ฉันโพล่งถามยัยเซเลียออกไปด้วยความสงสัย มันอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรที่ยัยเซเลียไปรู้จักกับเขา แต่ที่แปลกก็คือ เขาต้องมีความสัมพันธ์อะไรกับยัยเซเลียสักอย่าง ไม่งั้นไม่แห่มาถึงที่นี่หรอก คนอย่างเขาน่ะเคยเห็นหัวคนอื่นซะที่ไหน แม้กระทั่งผู้หญิงยังไม่เว้นเลย
          “ก็แหม...พี่ก็รู้นี่ว่าเซเลียก็สวยไม่แพ้พี่เรซเลยนะ”
          ยัยเซเลียพูดออกมาด้วยท่าทางเขินอาย เห็นมั้ย ความคิดของฉันเคยหลอกลวงซะที่ไหนล่ะ คิดไว้ไม่ผิดจริงๆ ว่าสองคนนี้ต้องมีความสัมพันธ์มากกว่าคนรู้จักแน่นอน และอีกอย่าง...ยัยเซเลียเห็นไร้เดียงสาแบบนี้ก็เปลี่ยนแฟนเล่นใช่ย่อยเลยนะ
          “แต่พี่จำได้ว่า...แฟนแกไม่ใช่คนนี้”
          “แฟน???...นี่พี่เรซเข้า...”
          ยัยเซเลียทำหน้างงงันกับคำพูดของฉันแต่ก็ถูกฉันตัดบทซะก่อนที่จะพูดอะไรต่อ และยืดยาวไปมากกว่านี้ ฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบฟังเหตุผลใคร แต่ก็มีเหตุผลนะจะบอกให้
          “คบกันนานหรือยังล่ะ...” 
          “สักพัก”
          นี่ไม่ใช่เสียงของยัยเซเลียหรอก แต่เป็นเสียงของลีไทน์ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเย็นชาและด้านชา เขาจ้องหน้าฉันด้วยท่าทีเย็นชา ยัยเซเลียทำท่าจะแย้งอะไรสักอย่างแต่ก็ถูกลีไทน์ห้ามไว้ จะบอกว่าทั้งสองไม่ใช่แฟนกันอย่างนั้นเหรอ หึ คำตอบมันก็ชัดอยู่แล้วนี่จริงมั้ย!!!     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


     

 

 

 

 

 

 

 

 


            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


  

 

 

 

 


    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ช่วยโหวดให้หน่อยน่าค๊า*O*

ชมได้ติได้ไม่ว่าค่ะ
จากคุณ n-noonnii/(n-noonnii) อัพเดตเมื่อ 23/03/2555 18:26:19
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 177 ท่าน