Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
love is dangerous รักอันตรายฉบับนายมาเฟีย
Akira Hikaru
บางสิ่งเกิดขึ้นกับหัวใจ
5
23/03/2555 15:41:50
298
เนื้อเรื่อง
                                                       4
                              บางอย่างเกิดขึ้นที่หัวใจ
 
  ฉันกำลังนั้งอยู่บนรถของยูได ตั้งแต่ขึ้นรถมาฉันกับเขายังไม่มีใครพูดอะไรกันเลย ฉันเองก็ไม่ไดมีอะไรจะพูดหรอกค่ะ ฉันทั้งรู้สึกผิดที่ทำตัววุ่นวายและก็รู้สึกกลัวด้วยว่าเขาจะ ‘ลงโทษ’ฉันยังไง  ฉันมองไปที่กระจกส่องด้านหลังเพื่อมองว่ายูไดตอนนิ้หน้าตาของเขาจะแสดงความโกรธออกมาบ้างไหม แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับฉันจนได้ เพราะยูไดเองก็กำลังมองฉันผ่านกระจกนั้นเหมือนกัน เราสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าไปอีกทาง อึดอัดจริงๆ!นั้งนิ่งโดยไม่มีใครพูดอะไรแบบนี้ก็คงจะต้องอึดอัดกันไปเรื่อยๆ แต่ฉันคงไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีกนั้นแหละ เพราะยิ่งมาคิดๆดูแล้วถ้าฉันเชื่อเขาก็คงจะไม่เป็นแบบนี้หรอก แต่...สร้อยนี่มันก็สำคัญจริงๆนี่นา ฉันเอากระเป๋าสะพายที่ใส่สร้อยไว้ในนั้นขึ้นมากอด คิดถึง...พี่ชายจัง
 
“เธอกลับมาทำอะไรที่นี่” ยูไดพูดเสียงเรียบ แต่สายตาของเขาไม่ได้มองที่ฉันหรอกนะ เขายังจดจ่อกับการขับรถอยู่เหมือนเดิม ถ้าให้เดาเขาเองก็อาจจะอึดอัดเหมือนกัน...ล่ะมั้ง
 
“ฉันกลับมาเอาของสำคัญค่ะแล้วก็กลับมาหาเพื่อนค่ะ” ฉันบอกไปตามตรง
 
“เพื่อนงั้นเหรอ?” ยูไดพูดเสียงกวนประสาทก่อนจะหันมาหาฉันแวบหนึ่งแล้วค่อยหันกลับไปมองถนนต่อ “มาหาเพื่อนแบบนี้มันยิ่งจะทำให้เพื่อนของเธอเดือดร้อนไม่รู้หรือไง” ยูไดพูดเสียงเรียบ
จริงสินะ ถ้าฉันไปหาไมเอะแล้วพวกนั้นตามไปบ้านของเธอ ไมเอะก็ต้องเดือดร้อน ถ้าพวกนั้นรู้ว่าไมเอะเกี่ยวข้องกับฉัน คงไม่ยอมปล่อยไมเอะไปแน่ๆ พวกนั้นอาจจะจับไมเอะไว้เป็นตัวประกันก็ได้ ฉันนี่โง่จริงๆ
ถ้าเมื่อกี้ฉันไปหาเธอก็เท่ากับเอาความเดือดร้อนไปให้เธอจริงๆ
 
“นั้นสินะคะ...ฉันมันตัวปัญหานี่นา ไปหาเธอแบบนั้นก็คงจะดีแต่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้เธอ เหมือนกับที่คุณต้องมาเดือดร้อน” ฉันบอกเสียงแผ่วอย่างสำนึกผิด
 
“ ไม่เป็นไรหรอกน่า...อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยแล้วไม่ใช่หรือไง” ยูไดพูเหมือนจะปลอบใจ และเหมือนจะให้อภัยฉัน ยูไดกำลังทำให้ฉันสับสนในตัวของเขา บางครั้งเขาก็อบอุ่นและแสนดีกับฉัน เหมือนอย่างที่ ไดสุเกะบอก แต่บางครั้ง เขาก็ป่าเถื่อน เจ้าเล่ห์ และร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึง ยูไดคนไหนกันแน่นะที่เป็นตัวตนจริงๆของเขา
 
“คุณไม่โกรธฉันแล้วเหรอคะ” ฉันถามออกไปอย่างสงสัย เมื่อกี้ตอนที่เขาช่วยฉันยังทำท่าโกรธอยู่นี่
 
“ไม่แล้วล่ะ” ยูไดพูดก่อนจะยิ้มมุมปาก ไอ้ยิ้มแบบนี้ของเขา ฉันเกลียดมันมากจริงๆ เพราะถ้าเขายิ้มแบบนี้ที่ไร เขาจะต้องพูดจาหรือทำอะไรที่ร้ายกาจเสมอ “ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะรอดหรอกนะ”
 
ทันทีที่ยูไดพูดจบฉันก็หันหน้าไปทางเขาอย่างอัตโนมัติ นี้เขายังคิดที่จะลงโทษฉันอีกเหรอเนี่ยแล้วไอ้การลงโทษของเขามันจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหน จะร้ายกาจเหมือนเขาไหม ฉันไม่อยากจะคิดเลยล่ะ
“ยูไดซัง...จะลงโทษฉันยังไงเหรอคะ” ฉันถามออกไปตรงๆ ไม่มีประโยชน์หรอกที่ฉันจะห้ามเขา ผู้ชายอย่างยูไดคงไม่ยอมล้มเลิกอะไรง่ายๆหรอก แล้วอีกอย่างเรื่องนี้ฉันก็ผิดเต็มๆ โดนลงโทษบ้างก็สมควรแล้วล่ะ
 
“หึ!เด็กดื้อยอมอ่อนข้อให้ฉันด้วยงั้นเหรอ” ยูไดถามก่อนจะหันมายิ้มให้ฉันครู่หนึ่ง(อย่างเจ้าเล่ห์) ก่อนจะหันไปมองถนนต่อ เขาคงสงสัยล่ะมั้งเพราะถ้าเป็นปกติฉันคงจะต้องเถียงเขาไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่ยอมลูกเดียว แต่ครั้งนี้ฉันก็ผิดจริงๆนี่นา และเขาก็เป็นคนช่วยฉันเอาไว้ด้วย(ถึงแม้จะเป็นแผนก็เถอะ-_-^^^)
 
“ก็ครั้งนี้ยูไดซังช่วยฉันไว้นี่นา...” ฉันบอกเขาไปตามตรง ก่อนจะหันไปมองข้างทาง เอ๋!?!นี่มันไม่ใช่ทางไปคฤหาสน์วานาตาเบะแล้วนะ ตอนนี้ยูไดกำลังขับเข้าไปในคอนโด TK
 
“ยูไดซังคะทำไมถึงมาที่นี่ล่ะคะ นี่มันไม่ใช่คฤหาสน์วานาตาเบะนี่นา” ฉันถามอย่างสงสัย
 
“ถ้ากลับไปที่นั้นตอนนี้ อาจจะมีพวกแก๊งอื่นๆคอยตามประกบอยู่รอบๆก็ได้หนิ พวกนั้นอาจจะดักรอเราแถวๆนั้น เพราะฉะนั้นมาที่ๆพวกมันไม่รู้จักนั้นแหละปลอดภัยที่สุด” ยูไดบอกเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ฉันเองก็รีบเปิดประตูรถและก็เดินออกไปหาเขาเหมือนกัน ยูไดมองมาทางฉันก่อนจะถึงแขนฉันให้ตามเขาไปในคอนโดด้วย
 
“นี่ยูไดซัง!ฉันเดินเองได้นะคะ” ฉันบอกขณะที่ร่างสูงเอาแต่ดึงแขนของฉันให้เดินตาม เขาไม่รู้หรือไงว่าเขาน่ะเดินเร็วจะตาย ขาก็ยาวกว่าฉันตั้งหลายเท่า แล้วมาดึงแบบนี้ฉันก็เลยต้องวิ่งตามเขาเลยนะ
ฉันไม่รู้ว่าฉันเดิน(วิ่ง)ตามเขาจนมาถึงหน้าลิฟต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ยูไดไม่ได้หันหน้ามามองฉันเลย พอลิฟต์เปิดออกเขาก็เหวี่ยงฉันเข้าไปในนั้นก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาด้วยแล้วกดปิดลิฟต์ทั้งที
 
“ยูไดซัง!ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเดินเองได้ และอีกอย่างคุณจะฆ่าฉันหรือไงกันถึงได้เหวี่ยงกันแรงขนาดนี้” ฉันบอกอย่างเริ่มเดือดนิดๆ เหวี่ยงแรงขนาดนี้ตัวฉันไม่ใช่มีรอยช้ำไปหมดแล้วเหรอเนี่ย TOT
ยูไดไม่สะทกสะท้านใดๆกับคำพูดของฉันตรงกันข้ามเขากลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปใกล้ๆและเขาค่อยๆเลื่อนใบหน้ามาใกล้ๆจนใบหน้าของเราแทบจะติดกันอยู่แล้ว แถมตอนนี้ใจของฉันก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ และหน้าก็คงจะแดงมาแน่ๆ
 
“ฆ่าเธอเหรอ...ไม่หรอก” เขาพูดเบาๆก่อนจะเลื่อนใบหน้ามาใกล้ๆที่หูของฉัน “ถ้าจะฆ่าเธอน่ะ ฉันมี‘วิธี’ที่เร้าใจกว่านั้นเยอะ” ยูไดพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์  ฉันมองหน้าเขาสีหน้าเอาเรื่องนี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ
ติ้ง!เสียงประตูลิฟต์ที่ถูกเปิดออกดังขึ้น นี่มันเสียงสวรรค์ของฉันจริงๆขืนให้อยู่ในนี้กับเขานานๆฉันก็คงใจขาดตายได้ง่ายๆเลยล่ะ
ยูไดปล่อยฉันให้เป็นอิสระก่อนจะเดินออกไปจากลิฟต์ ส่วนฉันก็ยืนลังเล ฉันควรจะไปกับเขาเหรอเนี่ยบอกตามตรงนะว่าเขาก็น่ากลัวพอๆกับพวกที่จะมาจับตัวฉันเลยล่ะ
 
“ถ้าไม่ออกมาฉันจะเข้าไปอุ้มแล้วนะ”ยูไดหันมาขู่เสียงเรียบ เหอะ! ขู่ฉันอีกแล้ว ฉันได้แต่กัดฟันกรอดแต่ก็เดินออกมาจากลิฟต์แต่โดยดี ยูไดเห็นอย่างงั้นก็ยิ้มเหมือนกับได้ใจ แถมยังมาจับมือฉันให้เดินตามเขาอีกนะ
 
“ยูไดซัง!ฉันบอกแล้วไงว่า...”
 
“ฉันจับเพราะแค่อยากจับมือเธอเฉยๆ ไม่ได้อยากบังคับให้เธอต้องวิ่งตามฉันสักหน่อย” ยูไดพูดก่อนจะหันมายิ้มมุมปากให้ฉัน ส่วนฉันที่ตอนแรกจะสะบัดมือเขาออกกลับหยุดนิ่งเพียงเพราะคำพูดของเขา คำพูดของเขาเหมือนมีเวทมนต์เลยล่ะที่สามารถสะกดฉันเอาไว้ได้ “เห็นไหม...ฉันไม่ได้กระชากหรือว่าดึงสักหน่อย” เขาพูดพลางยกมือของเขาที่กำลังจับอยู่ที่มือของฉันขึ้นให้ฉันดู ฉันมองมือนั้นก่อนที่จะรู้สึกแปลกๆขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกแปลกใจ...ดีใจ หรืออะไรมากมายไปหมด แต่ที่แน่ๆตอนนี้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองชัดเหลือเกิน... ผู้ชายคนนี้ทำให้อารมณ์ของฉันแปรปรวนไดมากถึงขนาดนั้เลยเหรอ
 
“ห้องนี้แหละ” ฉันไม่รู้ว่าเดินตามเขามานานแค่ไหนแล้ว แต่รู้ตัวอีกทีเราก็มาหยุดที่ห้อง 4011ยูไดหยิบคีย์การ์ดขึ้นมารูดก่อนจะกดรหัส แล้วเขาก็เปิดประตูเข้าไปแต่ก็ไม่ลืมที่จะจับมือฉันให้เดินเข้าไปด้วย
 
“อยู่ที่นี่กันก่อนแล้วกัน” ยูไดบอกเสียงเรียบก่อนจะหันมามองฉัน ฉันพยักหน้าเบาๆเพื่อเป็นคำตอบให้กับเขา
“นี้เด็กดื้อเป็นอะไรไปหรือไง ทำไมว่าง่ายจัง” ยูไดพูดพลางเอามือมาจับที่แก้มของฉันเบาๆเล่นเอาฉันสะดุ้ง
 
“เดี๋ยวฉันจะโทรศัทพ์ไปถามพวก มาโค ก่อนว่าเรียบร้อยหรือยัง” ยูไดพูดก่อนจะเดินไปแถวๆระเบียงห้อง มาโคที่ว่าคงจะเป็นายลูกน้องชุดสูทดของเขาล่ะมั้ง ฉันเดินไปนั้งที่โซฟาสีดำที่อยู่กลางห้องโถงก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ห้องนี้กว้างมากเลยล่ะค่ะ การตกแต่งก็ดูหรูหราสมกับเป็นเขาเลย ส่วยใหญ่ห้องนี้จะถูกตกแต่งด้วยฟอร์นิเจอร์สีดำกัยสีขาวนะ ตรงด้านขวาของห้องโถงมีมินิบาร์ แล้วก็มีห้องครัวเล็กๆด้วย ตรงระเบียงที่ยูไดยืนอยู่ก็สามารถมองเห็นทะเลกับภูเขาได้ด้วย
 
“เรียบร้อยแล้วล่ะ” ยูไดพูดก่อนจะเดินมาที่โซฟาแล้วถอดสีดำออก เผยให้เห็นเสื้อเชิตสีขาวที่ตรงแขนขวามีรอยขาดและก็มี...เลือดด้วย!!
 
“ยูไดซังเป็นแผลเหรอคะ” ฉันถามก่อนจะรีบเดินตรงไปที่เขา มีแผลขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่เพื่อช่วยฉันงั้นเหรอ
 
“นิดหน่อยน่ะ ตอนที่ไปช่วยเธอดันมีพวกนั้นเห็นก็เลยสู้กันนิดหน่อย” ยูไดบอกเสียงเรียบ
 
“นิดหน่อยที่ไหนกันล่ะคะ!ถ้านิดแล้วทำไมถึงได้แผลกลับมาแบบนี้ล่ะ” ฉันพูดอย่างไม่รู้ตัว และไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้
 
“เป็นห่วงฉันด้วยหรือไง...” เสียงนิ่งๆของยูไดทำให้ฉันชะงัก ยูไดมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
 
“ก็..ก็” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกักเหมือนจะหาข้ออ้างอะไรสักอย่าง แล้วทำไมฉันต้องหาข้ออ้างด้วยล่ะ โอ๊ย!ยิ่งฉันอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ฉันก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นทุกที “ก็คุณต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันนี่นา...”
 
“งั้นเหรอ...เหอะ!” ยูไดแค้นหัวเราะ สายตาของเขาที่มองมาที่ฉันเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้ ดวงตาสีน้ำเงินมีเสน่ห์นั้นกำลังแสดงถึงความไม่พอใจ...ผิดหวัง..งั้นเหรอ
 
“งั้นเดี๋ยวฉันทำแผลให้คุณดีกว่า” ฉันพูดกับยูไดที่ตอนนี้สีหน้าไม่สบอารมณ์เอาซะเลย “กล่องยาอยู่ไหนเหรอคะ”
 
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” ยูไดตอบแต่ไม่มองหน้าฉันสักนิดอะไรของเขานะผู้ชายคนนี้อารมณ์แปรปรวนหรือไง
 
“ไม่ยุ่งได้ยังไง!ยูไดซังยังบาดเจ็บอยู่นะคะ” ฉันบอกก่อนจะเดินอ้อมไปอีกทาง(ทางที่เขาหันหน้าหนีฉันน่ะแหละ -_-^^)
 
“แผลแค่นี้ฉันไม่เป็นไรหรอก...และถึงฉันจะเป็นจะตายเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอยู่แล้วนี่” ยูไดพูดอย่างดื้อรั้นและประชดประชันสุดๆ ไอ้นิสัยแบบนี้ทำให้ฉันคิดถึงใครอีกคนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
  ‘ไม่ทำแผลไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบนะค่ะ’
 ‘ไม่จำเป็นหรอกแค่นี้ผมไม่ถึงตายหรอกน่า’
 ‘ ฉันทำเพราะฉันเป็นห่วงคุณนะคะ คุณเองก็กำลังป่วยแถมมีแผลแบบนี้อีกต้องแย่แน่ๆ’
 ‘…’
‘เพราะฉะนั้นแล้วช่วยรับความเป็นห่วงของฉันด้วยนะคะ ^^’
ฉันเลิกสนใจเหตุการณ์ในอดีต แล้วกลับมาสนใจผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม ยูไดยังคงทำหน้าตายเหมือนเดิม -_-^^
 
“ฉันเป็นห่วงยูไดซังค่ะ...ทีนี้ทำแผลกันไดหรือยังคะ” ฉันบอกอย่างยอมแพ้ คงอยากจะเอาชนะฉันมากใช่ไหมเนี่ย ฉันมองหน้ายูไดอย่างลุ้นๆ ขอให้เขายอมทำแผลด้วยเถอะ ฉันมีความสามารถแค่นี้แล้วล่ะนะ
รอยยิ้มมุมปากปรากฏบางๆที่ใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่เขาจะพูดว่า...
 
“อยู่ตรงลิ้นชักในห้องครัวน่ะ” ยูไดบอกก่อนจะใช่สายตามองไปที่ห้องครัว ฉันพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวทันที
 
“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” ฉันเดินออกมาได้เพียงสองก้าวก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงพึมพำของยูได
 
“อะไรนะคะ??” ฉันหันไปถามยูไดที่ยังนั้งอยู่ที่เดิมแต่สายตาของเขายังคงมองมาที่ฉันตลอดเวลา
 
“ไม่มีอะไรหรอก...คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” ยูไดตอบหน้าตาย ฉันถอนหายใจอย่างปลงๆ เขาไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ฉันไม่ถามก็ได้ ฉันคิดและบอกกับตัวเองก็จะเดินตรงไปที่ห้องครัว...
 
 
“ยูไดซัง...บะหมี่มาแล้วค่ะ” ฉันพูดก่อนจะวางถ้วยบะหมี่หอมฉุยลงบนโต๊ะตรงหน้ามินิบาร์
 
“ทานไปก่อนนะคะ...ตอนนี้อยู่ในครัวมีแค่บะหมี่สำเร็จรูปกับน้ำเปล่าเท่านั้นแหละค่ะ” ฉันบอกขณะรินน้ำเปล่าใส่แก้วให้กับยูได สงสัยใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงได้มาเป็นแม่บ้านเสิร์ฟบะหมี่ได้ ก็หลังจากที่เข้าไปเอากล่องยามาทำแผลให้ยูไดน่ะแหละค่ะ ความจริงแผลมันไม่ค่อยนิดหน่อยอย่างที่เขาบอกเลยนะมันบาดลึกลงไปมากเหมือนกัน(แล้วยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีกนะ-_-^^) ส่วนตอนที่ฉันทำแผลให้น่ะยูไดสงบเสงี่ยมมากเลยล่ะเขาไม่พูดอะไรออกมาเลย เอาแต่มองฉันที่กำลังทำแผลให้เขา ฉันก็เลยมีอาการทำแผลไปด้วยใจเต้นไปด้วยอย่างแปลกๆ ยูไดทำให้ฉันฟุ้งซ่านจริงๆเลยนะ เล่าต่อแล้วกัน...หลังจากที่ทำแผลเสร็จแล้วเวลามันก็ผ่านไปถึงหกโมงเย็นแล้วด้วย ยูไดก็เลยบอก(ปนบังคับ)ให้ฉันทำกับข้าวให้เขากิน(ได้ทีนี่เอาใหญ่เลยนะ) แต่พอฉันมาดูในครัวกับพบแค่บะหมีกึ่งสำเร็จรูป ผักกับเนื้อก็ไม่มี ผลออกมาก็เลยได้บะหมี่แบบออลริจินัลอย่างนี้แหละค่ะ-_-^^
 
“แล้วเธอไม่มากินด้วยกันเหรอ -*-“ ยูไดบอกก่อนจะขมวดคิ้วแสดงความไม่พอใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง
 
“ไม่ล่ะค่ะ ฉันนั้งกินในครัวดีกว่า” ฉันตอบก่อนจะหมุนตัวเพื่อจะไปลี้ภัยในครัวอยู่อีกไม่นานยูไดต้องกลายเป็นปีศาจเจ้าเล่ห์อีกแน่ๆ แล้วแบบนั้นมันก็ไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับฉันเท่าไร แต่จังหวะที่ฉันกำลังจะหมุนตัวนั้นก็ถูกมือหนาของยูไดกระชากให้หันกลับมาอีก
 
“ทำไม!” ยูไดถามอย่างคาดคั้นหาคำตอบ เขาบีบแขนฉันแรงขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บTOT ที่ฉันจะไปก็เพราะฉันกลัวเขานี่แหละ เป็นปีศาจอารมณ์แปรปรวนแบบนี้ใครจะอยากอยู่ด้วยล่ะ
 
“ก็..ก็นั้งตรงนี้มันไม่สบายนี่คะ ถึงมันจะเป็นโต๊ะไว้นั้งสำหรับสองคนก็จริงแต่ว่า...เอ่อ...ไปนั้งอยู่ในห้องครัวฉันจะรู้สึกสบายกว่า” ฉันหาข้ออ้างไปมั่วๆ ก่อนจะค่อยๆมองขึ้นไปยังร่างสูงที่ก็กำลังจ้องหน้าฉันเหมือนกัน
 
“มากินที่นี่!ไม่ต้องเอาเข้าไปกินในครัว!” ยูไดบอกอย่างเผด็จการ ก่อนจะจ้องฉันเขม็ง ทำไมฉันจะต้องมาทำตามใจเขาด้วยเนี่ย
 
“แต่ว่า..ฉันไม่..”
 
“อย่าดื้อกับฉัน!ไม่อย่างงั้นเธอคงจะรู้ว่าจะเจออะไร” ฉันยังพูดไม่จบด้วยซ้ำยูไดก็พูดสวนขึ้นมาด้วยคำขู่ที่น่ากลัว เขาก็อย่างนี้ทุกที เอาแต่ใจ!ต้องการอะไรก็ต้องหาวิธีมาบังคับฉันตลอดเลย
 
“ว่าไง...เธอจะลองก็ได้นะ” ยูไดพูดพลางดึงตัวฉันเข้ามาใกล้ๆ และยิ้มเจ้าเล่ห์
 
“ยูไดซัง!ปล่อยฉันนะ” ฉันพยายามดิ้น และดันตัวเองอออกให้พ้นจากพันธนาการของเขาแต่ก็ไม่เป็นผลเลย ยูไดสามารถรับแรงของฉันทั้งหมดได้ในมือเดียว
 
“ตกลงว่ายังไงจะเอาบะหมี่มากินกับฉัน หรือจะให้ฉันกินอย่างอื่นแทน” ยูไดบอกก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
 
“ตกลง!” ฉันบอกอย่างจำนน
 
“ให้ฉันกินเธอแทนบะหมี่น่ะเหรอ” ยูไดพูดก่อนจะดึงตัวฉันเข้ามาใกล้อีก ใบหน้าของฉันร้อนวูบขึ้นมาทันทีเพราะคำพูดของเขา และหัวใจของฉันก็เต้นแรงแทบจะระเบิดอยู่แล้วเพราะตอนนี้หน้าของเราอยู่ใกล้กันมาก ใกล้จนสำผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา ใกล้จน...ฉันแทบจะไม่สามารถควบคุมสติได้ด้วยซ้ำ
 
“บ้าสิ! ฉันหมายถึงจะเอาบะหมี่มากินด้วยต่างหากล่ะคะ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะดันตัวเองออกเบาๆ ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยออกแต่โดยดี เขาคงรู้ล่ะมั้งว่าถ้าฉันกับเขาอยู่ใกล้กันนานกว่านี้...ฉันคงต้องบ้าแน่ๆ!
 
“ก็ไปเอามาสิฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว ดูสิเส้นเริ่มอืดแล้ว” ยูไดพูดก่อนจะมองไปที่ถ้วยบะหมี่ หิวนักก็กินๆไปสิ มาวุ่นวายอะไรกับฉันล่ะ ชิ!(ด่าได้เฉพาะในใจ -_-^)
ฉันด่ายูไดในใจขณะที่เดินไปยกถ้วยบะหมี่ของตัวเองออกมาวางไว้บนโต๊ะฝั่งตรงกันข้ามกับเขา ก่อนจะมองดูยูไดที่กำลังม้วนเส้นบะหมี่อยู่อย่างอารมณ์ดี หึ! มีความสุขมากใช่ไหมได้แกล้งฉันน่ะ
ฉันนั้งลงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร แล้วก็ตั้งใจกินบะหมี่ของตัวเองโดยไม่พูดอะไรกับร่างสูงที่อยู่ตรงกันข้ามอีก เฮ้อ!เมื่อไรเขาจะพาฉันกลับนะ ฉันอยากกลับไปหาไดสุเกะมากกว่าที่จะอยู่กับเขาแบบนี้อีกนะ
 
“ กินบะหมี่กับเธอแล้วอร่อยดีชะมัด ตอนฉันกินคนเดียวไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย” ยูไดพูดขึ้นมา แต่ฉันก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองเขาหรอก ฉันก็ยังก้มหน้าก้มตากินบะหมี่อยู่เหมือนเดิมนี่แหละ ว่าแต่...อย่างยูไดเนี่ยกินบะหมี่ด้วยเหรอ ถึงจะอยู่คอนโดคนเดียวเขาก็คงสั่งอาหารหรูๆขึ้นมากินได้อย่างสบายๆเลยล่ะ ก็ใช่สิเขามีทั้งเงิน ทั้งอำนาจนี่นา ทำอย่างกับตัวเองกินบ่อยๆอย่างงั้นแหละ
 
“อาจจะเป็นเพราะได้แกล้งเด็กดื้อด้วยล่ะมั้ง ถึงได้รู้สึกว่ามันอร่อยกว่าบะหมี่ทั่วๆไปที่เคยกิน”  ยูไดพูดอย่างอารมณ์ดี นี่เขาจะยั่วโมโหฉันหรือไงกันเนี่ย -_-^^
เคล้ง!
ฉันเงยหน้าจากถ้วยบะหมี่เพื่อหาต้นตอของเสียงเมื่อกี้ และพอเงยหน้าขึ้นฉันก็รู้เลยว่า มันเป็นเสียงของยูไดที่วางตะเกียบข้างจานแรงๆ ส่วนยูไดก็มองหน้าฉันอย่างไม่สบอารมณ์เลย... อะไรของเขาอีกล่ะ จะหาเรื่องฉันหรือยังไง!!
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนขึ้นเต็มความสูง ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำเงินมีเสน่ห์ ฉันรู้สึกได้ทันทีว่า...ตอนนี้เขากำลังเดือดแล้วล่ะ
 
 
 
 
 
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
 ว้าวคุณเขียนเก๋งมากๆเลยค่ะ เราก็เขียนนิยายนะค่ะเเต่ว่าเขียนไม่เก๋งเท่าคุณ เพราะว่าเราชอบเผลอเขียนผิดม๊ากมากเลย เเต่ว่าของคุณเยี้ยมยอดไปเลยค่ะ พยายามเข้านะค่ะ
จากคุณ Hannami/(Hannami) อัพเดตเมื่อ 27/06/2555 00:36:55
ความคิดเห็นที่ 2

อ่านแล้วช่วยโหวตให้หน่อยนะคะ TOT ตอนนี้ลี่ยังอยากจะแต่งให้จบอยู่ค่ะ แต่ว่าแต่งเองคอมเมนต์เอง แบบนี้มันเหนื่อยใจนะคะ ถ้าอ่านแล้วช่วยติชม คอมเมนต์ + โหวตให้ด้วยนะคะ

จากคุณ J-O-Y-L-Y/(J-O-Y-L-Y) อัพเดตเมื่อ 23/03/2555 15:44:51
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 269 ท่าน