Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
love is dangerous รักอันตรายฉบับนายมาเฟีย
Akira Hikaru
The assistance from you…
4
17/03/2555 16:18:13
565
เนื้อเรื่อง
                                                      3
                               
                         The assistance from you…
 
“ฮานะจัง แต่งตัวเสร็จหรือยังคะ ฉันขอเข้าไปได้ไหมคะ” เสียงหวานๆดังอยู่ที่หน้าประตูห้อง ใช่ค่ะ นั้นคือเสียงของไดสุเกะ ฉันกับไดสุเกะเราสนิทกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว คำที่ใช้เรียกฉันจึงเปลี่ยนจาก‘คุณฮานะ’เป็น ‘ฮานะจัง’ซึ่งฉันเป็นคนบอกให้เธอเรียก ฮานะ เฉยๆเองแหละค่ะ เพราะฉันองก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น
 
“เข้ามาได้เลยคะ ไดสุเกะจัง”  ฉันบอกเพื่อเป็นสัญญาณให้เธอเข้ามาได้ หลังจากที่ฉันกับไดสุเกะคุยกันเรื่องของพี่ชายฉันจบฉันกับไดสุเกะก็คุยโน่นคุยนี่สร้างความสนิทสนมกันอีกนิดหน่อย ก่อนที่ฉันจะอาบน้ำ ไดสุเกะก็เล่าให้ฉันฟังอีกนะว่าตระกูล ‘วานาตาเบะ’เป็นมาเฟียมาหลายรุ่นแล้วทำให้แก๊ง Dragonเป็นแก๊งมาเฟียที่มีอิทธิพลมาก และเธอก็บอกฉันด้วยว่ายูไดเป็นคนที่อบอุ่นและก็ใจดี(อันนี้ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอก -_-^^) ก็ใช่นี่นะ!ก็ไดสุเกะกับยูไดเป็นคนรักกันนี่นะ เป็นคนรักก็ต้องอบอุ่นแล้วก็แสนดีด้วยอยู่แล้วล่ะ เขาคงจะไม่มีทางมาทำอะไรน่าหมั่นไส้ และป่าเถื่อนเหมือนกับที่ทำกับฉันหรอก
 
“ฮานะจังเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีเรียสเชียว” ไดสุเกะถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะเดินมาหาฉันที่โต๊ะเครื่องแป้ง
 
“เปล่าค่ะ ฉัน..เอ่อ..ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” ฉันบอกก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอส่วนเธอก็ยิ้มหวานตอบฉันเหมือนกัน
 
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่...ฮานะจัง..น่ารักจังเลยค่ะ” ไดสุเกะพูดพลางกวาดสายตามองฉันที่กำลังนั้งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ฉันใส่ชุดแซกแขนตุ๊กตาสีชมพูหวาน ตรงช่วงเอวมีเข็มขัดสีดำเส้นใหญ่ๆรัดอยู่ส่วนกระโปรงก็มีระบายเป็นชั้นๆ ชุดนี้เป็นชุดของไดสุเกะ(ฉันไม่มีชุดแบบนี้หรอกค่ะ) ที่เอามาให้ฉันหลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จ
 
“เหรอคะ..ฉันไม่ค่อยชินกับชุดแบบนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาสั้นมากกว่า” ฉันบอกกับไดสุเกะ คำพูดของฉันทำให้เธอยิ้มขึ้นมา
 
“ทำไมล่ะคะ..ฮานะใส่แบบนี้น่ารักออก ยูไดซังบอกให้ฉันหาชุดให้ฮานะจังใส่ ส่วนชุดของฮานะจังก็กำลังซักอยู่ค่ะ ใส่ชุดของฉันแบบนี้แล้วดูดีกว่าฉันเยอะเลยนะคะ” ร่างบางบอกอย่างอารมณ์ดี
 
“ไดสุเกะจังกับหมอนั้น เอ่อ...ยูไดซัง คงจะคบกันมานานแล้วใช่ไหมคะ” ฉันถามไดสุเกะที่กำลังหยิบหวีมาหวีผมให้ฉันอยู่ ไดสุเกะมองหน้าฉันผ่านทางกระจกโต๊ะเครื่องแป้งอย่างงงๆ
 
“คบ?” ไดสุเกะทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
 
“ก็ไดสุเกะจังเป็นคนรักของยูไดซังไม่ใช่เหรอคะ”  คำพูดของฉันทำให้ไดสุเกะมองหน้าฉันผ่านทางโต๊ะเครื่องอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา
 
“ฮานะจัง...ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกนะคะ” ไดสุเกะบอกเสียงแผ่ว ไม่ใช่อย่างงั้นเหรอ...
 
“ฉันไม่ใช่คนรักของยูไดซังหรอกค่ะ...ฉันรักและเคารพยูไดซังเป็นพี่ชายค่ะ” ไดสุเกะบอกน้ำเสียงจริงจัง
 
“ไดสุเกะจังเป็นน้องสาวของยูไดซังเหรอคะ” ฉันหันไปทางร่างบางที่อยู่ข้างหลัง ไดสุเกะส่ายหัวเบาๆ
 
“ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ครอบครัววาตานาเบะรับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กค่ะ” ไดสุเกะบอก ถึงฉันจะไม่ได้สังเกตอะไรมากมายแต่ฉันก็รู้ว่าดวงตากลมโตสีดำสนิทของเธอกำลังเศร้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกผิดเกาะกุมหัวใจฉันจนหมด ฉันไม่น่าเลย...ไม่น่าถามออกไปเลย
  ไดสุเกะ ถึงฉันกับเธอจะไม่ได้รู้จักกันมานานแต่เพียงเท่านี้ฉันก็รู้ว่าเธอเป็นคนนิสัยดี เข้ากับคนอื่นง่าย ไม่ถือตัว ถึงหน้าหวานๆของเธอจะดูเศร้าไปนิดแต่เธอก็มีรอยยิ้มที่สดใส คอยเป็นกำลังใจให้คนอื่นแต่ตอนนี้ไดสุเกะที่แสนสดใสของฉันกลับกลายเป็นคนละคน
 
“ขอโทษ...” ฉันบอกเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิด
 
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรแล้ว เพียงแค่คุณท่านเลี้ยงดูฉันมาเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่งฉันก็โชคดีมากแล้วล่ะค่ะ” เธอบอกก่อนจะยิ้มบางๆให้ฉัน ไดสุเกะเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากจริงๆ
 
 
  ตอนนี้ฉันยืนอยู่ที่หน้าบ้านของฉันแล้ว...งงล่ะสิ! ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ก็หลังจากที่ฉันกับไดสุเกะคุยกันเสร็จเราก็ลงมากินข้าวกับยูไดน่ะแหละ ยูไดเองก็ยังพูดจาข่มขู่แถมยังกวนประสาทเหมือนเคยจนฉันแทบจะกินไม่ลงเลยแต่พอกินข้าวเสร็จ ยูไดก็ออกจากบ้านไปเลยและเห็นบอกกับไดสุเกะว่าไม่ต้องรอกินข้าวด้วยเพราะวันนี้เขาอาจจะกลับดึกหรือไม่ก็ไม่กลับเลย แถมก่อนจะออกจากบ้านยังหันมาเผด็จการกับฉันด้วยนะว่า ‘อยู่ที่นี่ดีๆ และก็อย่าดื้อ!เพราะไม่อย่างงั้นเธออย่าหาว่าฉันไม่เตือน!’ เผด็จการจริงๆเลย แต่...ฉันก็ไม่ฟังอยู่ดี หลังจากที่เขาอออกจากบ้านไป ฉันก็หาโอกาสที่จะกลับมาที่บ้านอยู่ดี อย่างน้อย...ก็กลับมาเอาของสำคัญและก็กลับมาบอกไมเอะก่อน เพราะไปทั้งอย่างนั้นไมเอะคงจะเป็นห่วงมากแล้วล่ะ เพราะฉันกับไมเอะน่ะปกติเวลาที่มีอะไรเราจะคุยกันเสมอ เวลาที่ฉันจะไหนฉันก็จะบอกให้เธอรู้ แต่พอฉันหายไปแบบติดต่อไม่ได้แบบนี้ ไมเอะก็คงจะเป็นห่วงน่าดู จริงสิ!ไดสุเกะไม่รู้หรอกนะว่าฉันออกมาข้างนอกน่ะ ถ้าเธอรู้เธอคงจะห้ามฉันแน่ๆฉันก็เลยแกล้งทำเป็นปวดหัวแล้วก็ขอตัวขึ้นไปนอนพัก จากนั้นก็หาจังหวะแอบออกมา กว่าจะออกมาได้เนี่ยฉันเองก็เกือบแย่ไปเลยเหมือนกัน พวกบอดี้การ์ดป้วนเปี่ยนเต็มไปหมด
ฉันเดินไปที่ประตูบ้าน ก่อนจะยกกระถางต้นไม้ข้างประตูขึ้นเพื่อหยิบกุญแจสำรอง ก่อนจะไขมันเข้าไป ฉันเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟ ฉันมองไปรอบๆบ้าน ไม่ได้กลับมาแค่วันเดียวทำไมถึงคิดถึงที่นี่จังนะ ฉันเดินตรงขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านก่อนจะเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ฉันเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งและหยิบสร้อยขึ้นมา สร้อยเส้นนี้มีจี้เป็นล็อกเก็ตรูปหัวใจเล็กๆ ซึ่งเมื่อเปิดออกจะเป็นรูปของฉันกับพี่ชาย รูปนี้พี่ชายให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีก่อน ซึ่งสำหรับฉันแล้วสร้อยเส้นนี้เป็นเหมือนตัวแทนของพี่ชาย ฉันรีบเก็บสร้อยใส่กระเป๋าสะพาย(ที่อยู่ในห้องฉันเอง) และสะพายมันก่อนจะรีบเดินออกจากบ้าน ต่อไปก็ต้องไปหาไมเอะสินะ ฉันปิดประตูบ้านก่อนจะเดินออกมาตรงถนนเพื่อรอรถแท็กซี่ แต่เมื่อฉันออกมายืนได้ไม่ถึงสองนาทีฉันก็ต้องรีบก้าวถอยหลังกลับไปทันที เมื่อพวกหัวแดงที่เคยมาจับตัวฉันตอนนั้น กับพรรคพวกไม่ต่ำกว่าห้าคนกำลังเดินป้วนเปี้ยนก็แถวนี้ พวกนั้นคงจะมาเพื่อจับตัวฉันอีกแน่ๆ!
ฉันรีบหันหลังและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต!
 
“ลูกพี่นั้นไง”เสียงเข้มๆตะโดกนไล่หลังฉันมา แม้จะไม่ได้หันไปดูแต่ฉันก็รู้ว่าพวกนั้นต้องหมายถึงฉันแน่ๆ
 
“ไปจับตัวเร็ว!” สิ้นเสียงนั้นฉันก็ต้องรีบวิ่งยิ่งกว่าเดิม ฉันจะต้องไปหาที่ๆพอจะมีที่ๆฉันได้หลบ ฉันวิ่งมาถึงทางแยก แล้วก็ตัดสินใจเลี้ยวขวา ฉันจะไปที่ตึกร้าง แถวนั้นคงจะพอมีที่ให้ฉันหลบได้บ้าง
 
“ oxo! อื้อๆๆ” ทันที่ที่ฉันวิ่งมาถึงซอกตึกแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากตึกร้างที่ฉันกำลังจะวิ่งไปนัก ร่างของฉันก็ถูกกระชากเข้าไปในซอกตึกอย่างแรงและยังโดนเอามือปิดปากอีกด้วย ใจฉันสั่นไปหมดด้วยความกลัวและตกใจ นี่ฉันถูกจับได้แล้วใช่ไหม ไม่ยอมหรอกฉันต้องหนี!
“อื้อ!อ่อย อั่น อะๆ “ (ปล่อยฉันนะๆ) ฉันร้องอู้อี้อยู่ในคอพลางดิ้นสะบัดตัวไปมาเพื่อให้เป็นอิสระ ร่างสูงที่ดูจะตัวใหญ่กว่าฉันอยู่มากไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด!ร่างสูงค่อยๆโน้มใบหน้ามาใกล้ใบหน้าของฉันจากข้างหลัง
 
“เงียบซะ!ฉันเอง” สิ้นเสียงนั้นฉันก็หยุดการดิ้นรนทันที ใช่!เสียงแบบนี้ฉันยังจำได้ดี มันคือเสียงของคนที่เคยช่วยฉันเมื่อครั้งที่แล้ว
 ร่างสูงปล่อยมือออกจากปากของฉัน ฉันค่อยๆหันไปหาร่างสูงเพื่อความแน่ใจว่าใช่เขาจริงๆ
 
“ยูไดซัง...” ฉันพึมพำเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงและฉันก็พูดได้แค่นั้นก่อนจะโผล่เข้ากอดเขาอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ วินาทีนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าจะพูดออกมายังไง แต่ฉันดีใจที่ได้เจอเขา แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะเรียกเขาว่าปีศาจ แต่ตอนนี้ฉันกลับกอดปีศาจเพราะความอ่อนแอ
ยูไดยังคงยืนนิ่งก่อนจะค่อยๆใช้มือหนาประคองใบหน้าของฉันที่ตอนนี้มีน้ำตารินไหลเต็มไปหมด
 
“ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ร่างสูงพูดก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้ๆ เหมือนกับตอนนั้นครั้งแรกที่ฉันเจอกับเขา ฉันส่ายหัวแทนจะบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งที่น้ำตายังไหลไม่หยุด
 
“จริงเหรอ...เธอนี่มันเด็กดื้อจริงๆสิน่า ไม่เป็นไรแล้วทำไมต้องร้องไห้ด้วย” เขาพูดก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ฉันกว่าเดิมอีกจนจมูกของเขาชนกับจมูกของฉัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวหรือเพราะฉันอยู่ใกล้เขาก็ไม่รู้หัวใจของฉันถึงได้เต้นแรงไม่เป็นส่ำแบบนี้
 
“ไม่อยากเชื่อเลย...ว่าฉันจะได้เห็นตอนเด็กดื้ออย่างเธอร้องไห้อีกแล้วเนี่ย ฉันไม่ชอบน้ำตาเลยรู้ไหม”เขาพูดพลางใช้มือเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มของฉันอย่างเบามือ... นี่ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี่ย ยูไดเนี่ยน่ะเหรอ ตอนนี้เขาทำให้ฉันสับสนไปหมด ระหว่าง ปีศาจ กับ เจ้าชายผู้แสนดีน่ะ ในตัวของผู้ชายคนนี้ฉันแยกไม่ออกจริงๆ
 
“พวกมันไปกันแล้วครับท่านยูได” ผู้ชายร่างสูงใส่สูตรสีดำหัวทอง(คนเดิม) เดินมาจากอีกฝั่งของซอกตึกก่อนจะพูดขึ้น จริงสิ!ฉันลืมพวกบ้านั้นไปซะสนิทเลย
 
“อืม...ฝากไปจัดการพวกนั้นด้วยล่ะ” ยูไดบอกเสียงนิ่งๆ
 
“แล้วท่านยูได..”
 
“ฉันกลับเองได้คุณส่งคนไปจัดการพวกนั้นให้เราที่สุดแล้วกัน” ยูไดพูดสวนก่อนที่นายหัวทองจะพูดจบ จากนั้นเขาก็ดึงแขนของฉันให้เดินตามเขาไปอย่างรวดเร็วจนฉันแทบจะวิ่งตามเขาไปอยู่แล้วนะ
 
“ที่นี่ฉันก็จะเป็นคนจัดการเธอเอง!” เขาบอกทั้งๆที่ไม่ได้หันมามองฉันด้วยซ้ำ
 
“จัดการอะไรกัน..ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ” ฉันบอกขณะที่ต้องรีบเดินตามเขาไป โอ๊ย!นี่เขาจะลากฉันอยู่แล้วนะ
 
“ไม่ผิดงั้นเหรอ!แล้วไอ้ที่โดนไล่ตามนี่มันอะไรล่ะ ถ้าฉันไม่สังหรณ์ใจว่าเธอจะต้องกลับมาป่านนี้เธอจะเป็นยังไง!” ร่างสูงตะคอกเสียงดังก่อนจะหันหน้ามาและบีบไหล่ของฉันแรงๆ อ๋อ!ฉันเข้าใจแล้ว ที่แท้นี่ก็เป็นแผนของเขาสินะ ทำเป็นว่าออกไปข้างนอกเพื่อจะลองใจฉันงั้นเหรอ
 
“ฉันก็แค่อยากกลับมาทำธุระสำคัญของฉัน!ก็แค่คนจะกลับมาบ้านแค่นี้ก็ทำไม่ได้เหรอไง” ฉันพูดสั่นๆรู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้  ก็ใช่...ฉันดื้อเองที่ออกมาทำให้เกือบโดนจับตัวไป แต่เขาก็คงจะไม่เข้าใจหรอกว่าฉันก็แค่อยากกลับบ้าน แค่อยากกลับมาทำอะไรที่มันค้างคาใจ ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ซักหน่อย จะให้ฉันอยู่แต่ในคฤหาสน์อะไรนั้นถึงแม้จะเพื่อความปลอดภัยของฉัน แต่นั้นมันก็ไม่ต่างจากฉันเป็นนักโทษของเขาหรอก!คนที่มีชีวิตเป็นมาเฟียแบบเขาไม่มีทางเขาใจคนธรรมดาๆอย่างฉันหรอก
 
“ คุณน่ะ..อึกๆ..ไม่เข้าใจ..อึกๆ..ฉันหรอก...” ฉันพูดไปสะอึกสะอื้นไปด้วยอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
เมื่อเห็นฉันร้องไห้จะเป็นจะตายมือที่เคยบีบอยู่ที่ไหล่ของฉันก็ค่อยๆคลายออก ฉันมองหหน้าร่างสูงผ่านดวงตาที่ตอนนี้มีม่านน้ำตามาบดบังจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น แต่ฉันก็เห็นดวงตาของเขาอย่างชัดเจน ดวงตาสีน้ำเงินมีเสน่ห์ที่กำลังมองฉันด้วยความรู้สึกหลาหลาย
 
“ไปขึ้นรถกัน เรื่องอื่นค่อนเอาไว้ว่ากัน” ร่างบางบอกและไม่รอฟังคำตอบของฉันอีกต่อไป เขาดึงแขนฉันให้เดินตามไปที่รถสีดำสุดหรูคันเดิมทันที
     แม้ว่าฉันจะต้องร้องไห้เพราะเขาแต่บอกตามตรงนะว่าตอนนี้...ฉันก็ยังมีความรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆที่เขามาช่วย ซึ่งความสับสนแบบนี้ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ
 
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 303 ท่าน