Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The King Of Mine หลบไป! นั่นคือตำแหน่งหัวใจของฉัน
แพนด้าดอง
ผู้หญิงควบสอง
5
14/03/2555 17:21:14
282
เนื้อเรื่อง

Chapter 5
ผู้หญิงควบสอง

 
แต่ฉันลืมนึกถึงศักดิ์ศรีของแวนนายด์…
ลืมความคิดที่ว่าฉันต้องปกป้องโรงเรียนของพ่อให้พ้นจากเงื้อมมือมารทั้งห้า และฉันต้องลืม…ลืมว่าตัวเองเกลียดขี้หน้าพวกบ้านั่นขนาดไหน จากนั้นก็เอาปูนฉาบหน้า ยอมก้มกราบเท้าอย่างทุเรศทุรัง ขอร้องให้พวกมันช่วยเรื่องน่าอายพรรค์นั้นแต่โดยดี TOT
เมื่อคิดได้ ตอนนี้ฉันเลยกำลังเดินทะลุลานกว้าง ข้างหน้าคือโรงอาหาร ได้ยินเสียงจ้อกแจ้กไม่เป็นภาษาดังระงมอยู่ตลอดเวลาแม้จะยังเช้าอยู่ก็เถอะ -_-a ฉันสะบัดหัวแล้วเบนสายตาไปยังด้านซ้าย หอคอยสูงเสียดฟ้าสไตล์ตะวันตก (คล้ายกับหอเอนปิซ่าแต่มันไม่เอียงเท่านั้นแหละ) ซึ่งทำจากอิฐสีขาวขุ่น …ขุ่นตามกาลเวลาน่ะนะ เพราะไม่ค่อยมีคนสละเวลาปีนไปขัดมันเท่าไหร่
ฉันเงยหน้าขึ้นมองยอดหอคอย หวังว่าพวกเขาคงอยู่ในนั้นและฉันคงไม่มาเก้อ แหงเดะ! คนเขาอุตส่าห์เอาปูนโบกหน้าหนาตั้งนิ้วครึ่ง จะให้มาเสียเที่ยวได้ไง
บ่นตั้งนาน ไหงฉันถึงมายืนอยู่หน้าประตูโค้งทางเข้าของที่นี่แล้วเนี่ย ลองชะโงกหน้าแอบดูก็ไม่เห็นสารวัตรกล้ามโตที่คอยคุมเหมือนเคยซะด้วยสิ …โล่งโจ้ง บอแบ๋ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ
ฮิๆ เสร็จอิฉันสิวะคะงานนี้ -.,-
ฉันสาวเท้าเหยียบกระเบื้องเคลือบสีฟ้าอ่อนเป็นแผ่นแรก ไม่ได้เข้ามาตั้งหลายปีละ ดูซิ มีคราบดำปิ๊ดปี๋ติดอยู่เต็มไปหมดเลยอ่ะ พวกมันทนอยู่ได้ยังไงวะ ขี้กลากขึ้นกันยังก็ไม่รู้ คิดแล้วขนลุก…
ปั้ก!
“โอ๊กกก”ฉันหลับตาร้องอัตโนมัติพลางคลำจมูกป้อยๆ เจ็บดั้งแล้วยังเจ็บตูด นี่ฉันล้มหรือไงนะ กระแทกมาแรงขนาดนี้ไม่ควายก็กระทิงชนแล้วล่ะ
ใคร? ใครมันบังอาจชน!!
พอลืมตาขึ้น ฉันก็เห็นนายหมาปั๊กกำลังคลานสี่ขาอยู่ตรงหน้าสมกับฉายาที่ฉันตั้งให้ไม่มีผิด ทำให้สร้อยคอรมควันสีดำ พ่วงด้วยจี้รูปไม้กางเขนประกายเงินของเขาห้อยต่องแต่งลงมา
“บ้าชิบ คนยิ่งรีบๆ อยู่”
บ้าช้งบ้าชิบอะไร ใครกันแน่ที่ควรพูดประโยคนั้น ฉันสิ…ก็ฉันเป็นคนเจ็บนะ!
“ทางไม่ได้แคบซักหน่อย วิ่งมาชนได้ไง” ฉันโวยทันที นั่งโวยนั่นแหละ ลุกไม่ขึ้น แสดงบทบาทเป็นผู้หญิงที่บอบบาง น่าสงสารและน่าสมเพช T^T “หรือว่านายมัวแต่ก้มหาเศษกระดูกไปแทะเป็นข้าวเช้ากันฮะ?”
หมอนั่นไม่สนใจคำเสียดสี มันก้มหน้าพลางหันซ้ายหันขวาแรงๆ จนผมสีน้ำตาลส้มพลิ้วตาม คล้ายกับกำลังหาอะไรอยู่
“อยู่ไหนวะ?”
อะไรอยู่ไหน ฉันไงนั่งหัวโด่อยู่นี่ =_=
ฉันเปลี่ยนท่ามานั่งขัดสมาธิ เอียงคอ เท้าคางมองหมอนั่นที่กำลังคลานวนรอบตัวเองสี่ทิศ ขณะที่เขากำลังหันก้นให้ฉันอยู่นั่นเอง ฉันก็ได้ยินเสียงพึมพำประมาณว่า “เจอแล้ว”
ก่อนที่คนพูดจะลุกขึ้นพร้อมกับซองใส่เอกสารสีน้ำตาลในมือ จากนั้นก็วิ่งเฉียดไหล่ผ่านฉันอย่างรวดเร็วจนลมพัดผ่านแก้ม ฉันเหลียวหลังมองร่างบึกบึนที่เริ่มตัวเล็กลงทุกทีๆ
รีบไปตายหรือไงไอ้บ้า!ไม่ต้องช่วยให้ลุกขึ้นก็ได้ อย่างน้อยแค่ถามซักคำว่าเจ็บมั้ยก็ยังดี
สุภาพบุรุษมากกก
“ลุกไหวไหมครับ?”
แต๊ง แต๊ง~
เสียงทุ้มนุ่มเหมือนระฆังแก้วในโบสถ์แบบนี้…นี่สิเจนเทิลแมน *O*
ฉันค่อยๆ หันหน้ากลับมา เห็นฝ่ามือสีขาวเนียนละเอียดคล้ายผิวเด็กกำลังยื่นมาจ่อจมูก ไม่ต้องจับก็รู้ว่าคงนุ่มไม่ต่างกับเสียงแน่ๆ ฉันมองไล่ตั้งแต่สเวตเตอร์ถักด้วยไหมพรมสีน้ำเงิน ทับกับเสื้อเชิ้ตสีขาวอีกชั้นหนึ่งจนถึงปากบางเฉียบ จมูกโด่งแต่แอบรั้นนิดๆ เข้ากันดีกับตาตี่ๆ สีดำเหมือนคนจีน แม้หัวจะเถิก ทรงผมเปิดเหม่งไปหน่อยแต่ออร่าความเป็นคนดี…
อ่ะเด๊ะ?
เหม่งเหรอ?
สายตาฉันมองต่ำลงมาทันที ที่ปกเสื้อซึ่งแลบออกมาจากเสื้อไหมพรม นั่นมัน…เข็มกลัดรูปตาชั่งสีเงิน!
โอเอ็มจี!
“นายติ๋ม!!” ฉันอุทานเสียงดังลั่น โอ๊ย อยากจะร้องไห้ แค่เห็นศัตรูหมายเลขห้าทำตัวถูกใจซะหน่อยก็เพ้อขนาดนี้แล้วเหรอวะเนี่ย T_Tคิดแล้วก็อยากทึ้งหัวตัวเองชะมัด
“มีปัญหาอะไรเหรอแอรอน?” เสียงผู้ชายพูด แต่เป็นผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังนายติ๋มนะ แอรอนมองฉันก่อนจะหลบตาจ้องพื้น ส่วนเจ้าของประโยคเมื่อกี้…พอฉันเห็นทรงผมรังนกสีบลอนด์กระดกขึ้นมาสองสามเส้นก็พอรู้ละว่าใคร และมันก็ใช่ เมื่อบลายธ์โผล่หน้าเอเชียขัดกับสีผมเดินออกมายืนข้างนายติ๋ม “ผู้หญิงคนนี้แค่เมื่อยแหละมั้ง ไปเถอะ”
เดี๋ยวนะ… ผู้หญิงคนนี้ =_=
ทำไมศัพท์เรียกจันทร์เจ้าผู้ยิ่งใหญ่ถึงกลายเป็น‘ผู้หญิงคนนี้’กันล่ะ? จะสะดวกปากไปหน่อยมั้ง ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนายนะนายฝรั่งเทียม
“ไม่ใช่ครับ เมื่อกี้เธอโดนโอห์มชนเลยล้ม”
โฮกกก นายช่างเป็นคนดีซะจนฉันลืมความหมั่นไส้ส่วนตัวทุกทีเลย T^T
พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองชักจะเผลอตัว ฮัดช้า!ฉันก็เลยปั้นหน้าที่คิดว่าดูเรียบเฉยที่สุด เบะปากมองมือของแอรอนอย่างชั่งใจว่าจะรับไมตรีของหมอนั่นดีมั้ย คิดอยู่นานในที่สุดฉันก็ยื่นมือตัวเองทาบบนฝ่ามือเนียนนุ่มของอีกฝ่ายทันที แอรอนบีบมือฉันตอบเบาๆ ก่อนจะดึงร่างฉันให้ลุกขึ้นยืน เป็นจังหวะเดียวกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ โชยเข้าจมูก
ฮ้า เคลิ้ม…เกือบลืมอีกแล้วว่าฉันมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อันใด -.,-
แถมดีซะอีกที่มีเหยื่อสองตัวโผล่มาโดยที่ฉันไม่ต้องถ่อสังขารโบยบินขึ้นไปถึงชั้นบน เอ๊ะๆ ความจริงสาม…แต่ช่างตัวที่สามดีกว่าเหอะ รีบวิ่งแจ้นหากระดูกกินซะขนาดนั้น
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คนตรงหน้าดึงมือตัวเองกลับ ทิ้งดิ่งแนบข้างลำตัว ผงกหัวเสร็จก็รีบร้อนเดินสวนฉันจากไปพร้อมกับนายนกหัวขวาน ฉันสะดุ้งนิดหน่อยที่เผลอจับมือนายนั่นนานเกิน…เดี๋ยวๆ ไม่สิ ความจริงมันคือ ‘เรา’ ต่างคนต่างดึงมือกลับ ใช่ เมื่อกี้ฉันก็ดึงมือกลับด้วย
แล้วนี่ฉันแก้ตัวอะไรให้ตัวเองอยู่วะ?
ฉันรีบกลับหลังหัน อ้าปากตะเบ็งสุดเสียง “เดี๋ยวก่อน!”
ผู้ชายสองคนหยุดชะงักก่อนจะหมุนตัวกลับมาเหมือนนักบัลเล่ต์ บลายธ์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นส่วนคนข้างๆ เขาพูดว่า
“เมี้ยว”
เอ๊ะ…เดี๋ยว อันนี้ไม่ใช่!
ฉันก้มหน้า เขม่นมองเจ้าเหมียวขนยาวฟูฟ่องสีขาวที่โผล่หน้ามาแยกเขี้ยวโชว์ฟันทักทาย พร้อมกับเอาคอของมันถูๆ ไถๆ กับกางเกงขายาวสีดำของนายนกหัวขวานไม่หยุด เฮ้อ เมื่อไหร่ตานี่จะเลิกเอาแมวมาโรงเรียนซักทีเนี่ย
“คุณจันทร์เจ้ามีธุระอะไรกับพวกผมเหรอครับ?”
เสียงนุ่มๆ ของนายติ๋มทำให้ฉันเลิกเล่นเกมจ้องตากับยัยซาช่า (แมวบ้าอะไรชื่อเดิ้นกว่าฉันอีก เคืองว่ะ) เงยหน้ามองคนเรียก หมอนั่นระบายยิ้มจนตาหยีเป็นเส้นตรงทำเอาฉันนึกบทพูดตัวเองไม่ออก ไม่ได้เคลิ้มจนลืมอะไรหรอกนะ คราวนี้มันกดดันมากกว่า พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจะต้องขอร้องพวกเขาก็เหมือนเสียงทั้งหมดถูกดูดลงลำคอ
มันยากนะ กับการก้มหัวขอร้องกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าน่ะ
“คือว่าฉัน…”
“ครับ?” แอรอนยังไม่หยุดยิ้ม หรือว่ารอยยิ้มซื่อๆ นั้นมันแฝงอะไรไว้เพียงแต่ฉันมองไม่ออก “ขอโทษนะครับคุณจันทร์เจ้า ผมเกรงว่าผมคงมีเวลาไม่มาก…”
“ช่วยเดตเพื่อนกับฉันที!”
“…!!”
ฉันพูดออกไปแล้ว! ทั้งนายติ๋มและบลายธ์ต่างพร้อมใจกันเบิกตากว้าง ตะ…ตกใจอะไร ฉันไม่ได้พูดว่า ‘ช่วยตายๆ ไปซักที’ซักหน่อย ถ้าต้องพูดแบบนั้นจริงฉันคงไม่ทำใจนานขนาดนี้หรอก กระดากปากจะตาย
“ดะ…เดตกับเพื่อนคุณอย่างงั้นเหรอครับ!?” นายติ๋มลนลานทวนประโยค ขณะที่บลายธ์ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจไม่หยุดเป็นแบล็คกราวด์ประกอบ
ไอ้นี่ก็เส้นตื้นชะมัด จะขำอะไรนักหนา -O-^
“ก็เออสิ!” ฉันกระแทกเสียงตอบทำเอาคนตรงหน้าสะดุ้งโหยง “ความจริงมันไม่ใช่เดตแค่กับเพื่อนฉันคนเดียวหรอกนะ อาจเป็นสิบ…ยี่สิบ ห้าสิบ หนึ่งร้อย” ปากของแอรอนกว้างขึ้นเรื่อยๆ “ว่าง่ายๆ คือผู้หญิงทั้งโรงเรียน”
“หา!!?”
พล่ามถึงตรงนี้ฉันก็จัดการเล่ารายละเอียดปลีกย่อยให้พวกเขาฟัง ก่อนที่นายติ๋มจะงงแตกมากกว่านี้ จะเรื่องอะไร? ก็เกี่ยวกับโปรโมชั่นขึ้นสวรรค์หนึ่งวันกับสภาสูงทั้งสี่นั่นแหละ!
“ให้ผมเดตกับเพื่อนคุณเพื่อเป็นตัวอย่างให้นักเรียนหญิงดูแบบนี้…จะดีเหรอครับ?” ดวงตาสีดำขลับของหมอนั่นกลอกไปมา ชิ ดีสิ มากๆๆ เลยด้วย!แถมเพื่อนฉันยังสวยอีกต่างหาก แล้วนายยังจะลังเลอะไรอีก “ผมว่า…”
ทันใดนั้นนายนกหัวขวานก็ผลักหัวคนที่มัวแต่อ้ำอึ้งจนเซไปด้านข้าง
“น่าสนุกดีนี่ ฉันตกลง”
โอ้เยส!
ฉันยิ้มแป้นพร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้า กระเสือกกระสนเบียดร่างตัวเองจนแทรกกลางระหว่างสองหนุ่มได้ในที่สุด แล้วเงื้อมือซ้ายขึ้น ตบบ่าบลายธ์ป้าบๆ
“ไม่อ้ำๆ อึ้งๆ เป็นอึ่งอ่างแบบนี่ล่ะฉันชอบ ไอ้น้อง! ^O^”
หลังของหมอนั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แค่ใช้ตาสีน้ำตาลปรายมองฉันเฉยๆ เอง
“ไม่ได้นะครับคุณบลายธ์!”เสียงขัดจังหวะของคนเรื่องมากดังจากด้านขวา ฉันรีบหันขวับ เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าผากเฉียดโดนปากของคนพูดพอดี ฉันเลื่อนมือที่แตะไหล่บลายธ์อยู่มาถูหน้าผากตัวเองแรงๆ รู้สึกมันเปียกนิดๆ ด้วยล่ะ พอแบมือดูก็พบว่า…
โอ้ว น้ำลาย… =_=
“ขะ…ขอโทษครับ!” แอรอนพูดตะกุกตะกัก แก้มเนียนใสเริ่มขึ้นสีเรื่อ ฉันส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร เพราะนายยังมีประโยชน์กับฉันอยู่ อะฮิๆ เขาเม้มปากตัวเองแน่นก่อนจะพูดต่อ “คือผมว่าเรื่องเดตอะไรนี่ ระ…เราลองปรึกษาทุกคนแล้วลงมติเป็นเอกฉันท์ก่อนดีมั้ยครับ?”
ไม่อ๊าววว!ฉันเหวี่ยงหัวตัวเองพัลวัน เกิดคิงมันรู้แล้วดันขัดขวางฉันโดยกักตัวพวกนายไว้ขึ้นมาจะให้ทำยังไงล่ะ
“หึ ไม่ต้องหรอก โอห์มกับเพนมันไม่สนเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงเหลือแค่พวกเราที่จะช่วยยัยผู้หญิงคนนี้ได้”
คนข้างซ้ายขยิบตาให้ และถ้าไม่นับว่าหมอนั่นเรียกฉันด้วยคำคำนั้นล่ะก็…วันนี้นายจะเป็นคนที่หล่อที่สุดในพื้นพิภพเลยนะรู้ตัวเปล่าบลายธ์ *O*
“ตะ…แต่ว่า” เสียงเจี๋ยมเจี้ยมของแอรอนขัดขึ้นอีกครั้ง ฉันหันไปแยกเขี้ยวใส่ทันที หมอนั่นเลยรีบหุบปากฉับแล้วส่งยิ้มแห้งๆ แทน
น่ารักมากติ๋มน้อย-.,-
“แต่ฉันก็ไม่ได้ชอบทำบุญทำทานให้สัตว์โลกเท่าไหร่หรอกนะ”จู่ๆ บลายธ์ก็เดินตรงไปข้างหน้าก่อนจะหมุนตัวกลับมามองฉัน ดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วเป็นประกายวาววับทำเอาฉันปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เมื่อกี้เพิ่งชมไปหยกๆ แท้ๆ แล้วพูดงี้…หมายความว่าไงฟะ? คะ…ใครเป็นสัตว์โลกกก!!“เราต้องมีการแลกเปลี่ยนกันหน่อย”
ย้ากกก!! นายนกหัวขวานอินเตอร์ นายมันคนกลับกลอก! แต่ถึงในใจจะลุกเป็นไฟ ฉันก็กัดฟันทน แล้วพยายามยิ้มยิงฟันสู้
“ว่ามาสิ ถ้าฉันทำได้ฉันจะทำให้นายบัดเดี๋ยวนี้เลย”
บอก (ในใจ) ไว้ก่อนเลยว่า ถ้าเสร็จงานนี้เมื่อไหร่ฉันไม่เลี้ยงพวกแกไว้แน่!!
“ง่ายนิดเดียว ก็แค่…” มุมปากหมอนั่นกระตุกขึ้น เขาเงียบซักพักทำเอาฉันอดใจแกว่งไม่ได้ “คุกเข่าขอร้องฉันสิ”
“ว่าไงนะ!?”
ฝันไปเถอะ!!
*              *              *
แล้วฝันก็เป็นจริง เหมือนจะเป็นฝันที่ร้ายที่สุดในรอบสิบเจ็ดปีด้วยล่ะ! ไม่อยากเชื่อว่าสุดท้าย…ฉันก็ทำมัน
“โอยยย ถ้าฉันพิการขึ้นมานะ…” บลายธ์โอดครวญพลางเดินนำหน้าฉันกับนายติ๋มผู้น่ารักโขยกเขยก เดินเอียงซ้ายที ขวาทีอย่างน่าอนาถใจที่สุด หมอนั่นไม่มีทางเดินตรงเหมือนชาวบ้านเขาได้หรอก ก็แน่ล่ะ ในเมื่อฉันเป็นคนคุกลงไปแทงเข่าเขากับมือ J
ช่วยไม่ได้ เล่นกับใครไม่เล่นดันมาเล่นกับจันทร์เจ้าผู้เกรียงไกร ต่อไปถ้าใครกล้าเรื่องมากก็ต้องคุยกับหมัดของฉันนี่แหละ!
ตอนนี้เราสามคนกำลังเดินไปหายัยนาโนที่ลานกว้าง ระหว่างทางก็มีการวางแผนโดยปรับเปลี่ยนข้อมูลในโปรโมชั่นกันนิดๆ หน่อยๆ เพราะหนุ่มๆ ในหมากกระดานจากสี่ ดันเหลือแค่สอง…ดังนั้นเวลาแค่สองอาทิตย์คงซื้อใจสาวๆ ได้ไม่กี่คนแน่ๆ
ดังนั้นเราจึงต้อง…
“บ้าหรือเปล่า!จากหนึ่งวันกลายเป็นชั่วโมงละคนนี่นะ?” คนที่เดินนำอยู่จู่ๆ ก็หยุดกึกแล้วหมุนตัวกลับ ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างทำให้มันดูโปนๆ เหมือนกับปลาทองไม่มีผิด
ฉันฟังแล้วพยักหน้ารับ
“แหงเดะ”
“ไม่มีทาง! ฉันว่าฉันทำให้เธอขนาดนี้ก็ถือว่าเสียสละเวลามากพอแล้ว” บลายธ์ตะโกนกลับเสียงแข็งแถมยังดังมากอีกด้วย ลุคเขาตอนนี้ดูน่ากลัวเชียว แต่ก็นะ มันไม่มีประโยชน์หรอกในเมื่อฉันไม่ใช่คนจิตอ่อนซักหน่อย “พอกันที!”
ว่าจบหมอนั่นก็หันขวา ทำท่าจะออกตัวเดิน อ๊ะๆ คิดเหรอว่าจันทร์เจ้าคนนี้จะยอมให้เชลยศึกหนีไปง่ายๆ
ฉันพึมพำขึ้นมาลอยๆ “ซาช่า”
นั่นแหละบลายธ์ถึงยอมหยุดชะงักพร้อมกับคำสบถยาวเหยียด โธ่ๆ เป็นห่วงกันซะเหลือเกิน ซึ่งมันก็เข้าทางฉันล่ะนะ เท้าความให้หน่อยละกันว่าสาเหตุที่บลายธ์จำใจร่วมมือด้วยนั้น ก็เพราะฉันเพิ่งใช้ให้ลูกน้องที่หลบอยู่ใกล้ๆ ยัดแมวน้อยของเขาใส่กระสอบเพื่อเป็นตัวประกันไงล่ะ
ช่างเป็นแผนซ้อนแผนที่ฉลาดปราดเปรื่อง! *O*
คราวนี้ฉันแอบเหลือบมองคนข้างตัวบ้าง กลัวว่านายติ๋มจะคิดพยศอีกคน ไม่อย่างงั้นฉันก็ไม่รู้จะงัดไม้ไหนขึ้นมาขู่แล้วล่ะ แต่ก็ต้องโล่งอกเมื่อเห็นเขายืนห่อไหล่ แก้มด้านข้างเริ่มมีหยดน้ำเกาะพราวเป็นหย่อมๆ อะโยะโหยว…นายคงกำลังทรมานมากสินะ แหะๆ ลืมไปเลยว่าเรากำลังยืนตากแดดอยู่
“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว…เลสโก้ววว >O<!” ฉันกำหมัดแล้วชูขึ้นเหนือหัว ก่อนจะก้าวขาฉับๆ ไปดันหลังบลายธ์ให้ออกเดิน หมอนั่นเซเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินต่อแต่โดยดีโดยมีเสียงฝีเท้าของแอรอนดังตามมาติดๆ
“จะไปไหน?”เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง ฉันอ้าปากตอบทันที
“ก็ไป…” แล้วก็รีบหยุดปากตัวเองไว้ทั้งที่ยังพูดไม่จบ เพราะความสงสัยกำลังวิ่งวุ่นชนกันตึงในหัว เฮะ? เดี๋ยวนะ ทำไมจู่ๆ เสียงนายติ๋มถึงเข้มขึ้นล่ะ
จู่ๆ นายฝรั่งเทียมตรงหน้าก็หมุนตัวกลับ จากนั้นหมอนั่นก็ทำตาโต ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงอย่างกับว่าหน้าฉันมีอะไรน่าเกลียดติดอยู่อย่างงั้นแหละ เอ๊ะ…ไม่สิ ดูดีๆ แล้วเขากำลังมองข้ามไหล่ฉันไปต่างหาก และอีกอย่าง พอฉันลองเหลือบมองทั้งซ้ายขวาก็พบว่านายติ๋มกำลังยืนอยู่ข้างตัวฉันด้วย
อ้าว…แล้วเมื่อกี้มัน?
ฉันค่อยๆ หมุนตัวกลับบ้าง แล้วก็ต้องแทบผงะอย่างไม่คิดว่าจะเจอเขา นายคิงหัวโค้กกำลังใช้มือข้างหนึ่งดันแว่นกรอบเหลี่ยมขึ้น ดวงตาคมกริบสีดำจ้องฉันผ่านเลนส์ทั้งสองแป๊ปเดียวก่อนจะเมินฉันไป ดูท่าทางเขาก็ไม่ได้โกรธหรือหงุดหงิดอะไรเท่าไหร่หรอกนะ ติดจะหน้านิ่งด้วยซ้ำ แต่ทำไมคนข้างๆ ฉันถึงสั่นล่ะ
ปวดชิ้งฉ่องเหรอ? (-_-  );;
“ฉันถามว่าพวกแกจะไปไหน?”
“เอ่อ…ปะ…ไป” นายติ๋มเริ่มกระโดด เหงื่อจากหน้าผากไหลลงมาที่คางพลั่กๆ ชิ สมน้ำหน้า! อยากใส่สเวตเตอร์หนาๆ มาทำไมล่ะ
“เรากำลังไปเดต”
พอหันมองอีกทีบลายธ์ก็ยืนอยู่ข้างฉันแล้ว ดีมากที่นายช่วยตอบแทนแอรอน ไม่งั้นฉันว่าชาตินี้ขุนพลคงไม่ได้คำตอบแหงๆ และพอคนถามได้คำตอบก็ดันไม่รีบไปที่ชอบๆ ซะด้วยนะ หมอนั่นกลับทำเป็นยืนเก๊กล้วงกระเป๋า
“กำลังแต่ว่ายังสินะ ถ้างั้นก็กลับไปช่วยฉันทำงานเดี๋ยวนี้”
เฮ้ยยย! ไหงนายมาพูดแมวๆ แบบนี้ล่ะ รู้มั้ยว่ากว่าฉันจะลากสองตัวนี้มาได้นี่หอบแฮกแทบตายเลยนะ
ทันใดนั้นแอรอนก็ก้าวเท้า ทำเอาฉันใจหายวาบรีบกางแขนตั้งการ์ดห้ามไว้แทบไม่ทัน
“ไม่ได้! อย่าคิดแย่งเด็ดขาดเพราะพวกเขา-ต้อง-ไป-กับ-ฉัน!ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าใครมาก่อน” ว่าแล้วก็แอบจิกตาใส่คนด้านซ้าย ชิ ไม่ได้ดั่งใจเลยไอ้ติ๋มป๊อดเอ๊ย! “ถ้าเข้าใจแล้ว คนมาทีหลังเดินมาทางไหน…ก็ช่วยไสเฮดกลับไปทางนั้น!”
ฉันชี้นิ้วไปยังโรงอาหารพร้อมกับส่งเสียงชิ่วๆ คิงเลิกคิ้ว แค่คิ้วเท่านั้นที่ขยับ…นอกนั้นไม่
ไอ้ขี้เก๊กเอ๊ย!
“ถ้างั้น…ไหนล่ะคู่เดตของพวกแกสองคน?” มุมปากคนตรงหน้ากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจ แต่แค่แวบเดียวเท่านั้นแหละ เพราะตอนนี้ปากหมอนั่นมันตรงเหมือนไม้บรรทัดเรียบร้อยแล้ว “ถ้าเอามายืนยันเดี๋ยวนี้ได้ล่ะก็…เชิญ”
ฉันหลบตาขุนพลแล้วชำเลืองมองบลายธ์กับแอรอนที่ยืนประกบฉันทั้งซ้ายขวาแทน พวกเขาเงียบกริบ เงียบมากจนฉันได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง โหย ทำไงดี!ให้ตายยังไงก็ไม่มีใครตอบได้เพราะคู่เดตพวกเขายังไม่เกิด T^T ตอนนี้มีแต่คู่หนูทดลองของนายติ๋มกับยัยนาโนเท่านั้นแหละ
แต่ยัยนาโนก็ไม่อยู่ให้เอาตัวมายืนยัน…
ถ้างั้น…ก็เหลือแค่วิธีเดียว
ขอแค่เป็นผู้หญิง ไม่ได้เป็นตุ๊ด กะเทย ทอม เกย์ที่ไหน ก็ถือว่าเดตกับผู้ชายได้ตามประเพณีสินะ
“สรุปว่าไม่มี”
“ฉันไง!!”
เอาวะ ซุงแหลแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน
คิงชะงักค้าง ดวงตาเบิกขึ้นนิดหน่อย เล็กน้อยจริงๆ ขอยอมรับว่านายเป็นคนที่ตกใจได้อารมณ์มาก!
ฉันเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการเอามือทั้งสองของตัวเองคล้องแขนคนทั้งด้านซ้ายและขวาไว้ บลายธ์กับแอรอนไม่ได้ดึงแขนตัวเองกลับแต่อย่างใด พวกเขาต่างฉีกยิ้มหน้าบานรับหน้ากันอย่างเต็มที่
“เดตมันพร้อมกันทั้งสองคนนี่แหละ!”

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 281 ท่าน