Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The King Of Mine หลบไป! นั่นคือตำแหน่งหัวใจของฉัน
แพนด้าดอง
ทฤษฎีโกยคะแนน
4
14/03/2555 17:19:31
240
เนื้อเรื่อง

Chapter 4
ทฤษฎีโกยคะแนน

 
ใครจะกล้าขัดข้องล่ะ?
อยากตอบแบบนี้กลับไปชะมัด แต่มันก็ได้แค่ ‘อยาก’ เท่านั้นแหละ ถามหน่อย ใครต้องการให้เรื่องมันจบแบบนี้กัน? แค่หมอนั่นลาออกจากตำแหน่งฉันก็โอเชแล้ว ส่วนการโหวตคิงคนใหม่ฉันไม่สน มั้งนะ ถ้าชนะ…มันอาจเป็นผลพลอยได้ แต่ถ้าเกิดแพ้หมอนั่นขึ้นมา…
“ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่หนายยย!”
“ไว้บนบ่าเหมือนเดิมนั่นแหละ” ฉันหันขวับตามเสียงหวานไปด้านซ้ายทันทีทั้งที่มือยังกุมขมับ ยัยนาโนกำลังเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า แล้วดูมุมปากเธอสิ ยังหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มอยู่เลย ฉันเงียบเพราะมันไม่ขำ จริงๆ นะ ไม่ตลกซักนิด U_Uเหมือนคนข้างๆ จะรู้ตัว ยัยนั่นเอียงคอน้อยๆ พร้อมกับส่งยิ้มแหยๆ “ซีเรียสเหรอ? แหะๆ ขอโทษจ้ะ”
ฉันหมุนคอกลับมาถอนหายใจให้กระดานดำที่เต็มไปด้วยสูตรเลข มือที่ว่างอยู่จัดการขยุ้มหน้าม้าตัวเองแก้เครียด
“ฉันไม่อยากแพ้! ทำยังไงให้ชนะดีอ่ะ?”
“เส้นพ่อเธอไง”
ขอบใจสำหรับคำตอบดีๆ อีกครั้งนะ =_=
“แหมเธอ…อย่าเครียดสิ” ว่าแล้วคนพูดก็มายืนเท้าสะเอวหน้าฉัน บดบังทัศนียภาพของกระดานดำเต็มๆ ฉันแหงนหน้าขึ้นสบตากับบิ๊กอายสีฟ้า แพขนตาเสริมมาสคาร่า ยัยนั่นคลี่ยิ้มบางๆ “ไม่ต้องห่วงเรื่องคะแนนโหวตหรอกน่า ยังไงก็ตามนักเรียนชายทั้งหมด เอิ่ม…ยกเว้นเก้งกวาง พวกเขาเต็มใจเลือกเธออยู่แล้ว”
ฉันฟังแล้วค่อยใจชื้น แต่บางส่วนก็ยังเหือดแห้งอยู่ดี ปกติอัตราส่วนของนักเรียนชาย-หญิงมันพอๆ กันนะ แล้วถ้าพวกเก้งกวางดันเลือกขุนพล…ฉันจะเหลือเหรอ T^T
“มันก็จริงนะ แต่ปัญหาคือพวกนักเรียนหญิงนี่สิ ถ้าเข้าข้างฉันบ้างซักสิบยี่สิบคนคงไม่ลำบากแบบนี้หรอก”
อย่างที่รู้ๆ กันว่าฝูงดัลเมเชี่ยนผู้ซื่อสัตย์นั้นคลั่งหมอนั่นอย่างกับอะไรดี
“อย่างน้อยก็มีฉันหนึ่งคนนี่ไง J”
ฉันหรี่ตาลงก่อนจะเลื้อยไปกับโต๊ะ เป่าฟู่ใส่ขี้ยางลบที่ขวางตาให้กระเด็น เมื่อกี้เหมือนจะซึ้งนะ แต่ความจริงแล้วไม่เลย
“นาโน เธอคิดดู…คิดดูให้ดีนะ เธอแค่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งคะแนนมันช่วยอะไรได้บ้าง? ไม่รู้หรือไงว่าจำนวนประชากรของตุ๊ดชี่ มังกี้กับน้องชะนี มันมีมากกว่าหนึ่งตัวน่ะ!”
“เอ๊ะโอ…ตัวเธออย่าตะคอกใส่เค้าสิ” ยัยหัวแดงทำเสียงหงอย ฉันเงยหน้ามองแล้วค่อยๆ ยืดตัวกลับ เอาหลังพิงเก้าอี้ให้หายเมื่อย เฮ้อออ นั่งๆ นอนๆ ทั้งวันแต่ทำไมรู้สึกเหนื่อยจัง “ลุกขึ้นเถอะเจ้า นั่งต่อไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ป่ะ! กลับบ้านกัน ก่อนที่ป้าภารโรงแกจะมาไล่”
พูดจบยัยนาโนก็คว้ากระเป๋าของมันเองมาสะพาย “เร็วสิ”
“เดี๋ยวๆ” จู่ๆ ฉันเกิดนึกได้กะทันหัน ฮัดช้า!เกือบลืมแล้วไหมล่ะ ว่าแล้วก็เอื้อมมือหยิบมือถือจากใต้เก๊ะขึ้นมา เลื่อนหารายชื่อโทรออกล่าสุด ทันทีที่ปลายสายรับฉันก็กรอกเสียงลงไปอย่างรวดเร็ว “ไอ้เงิน!”
[แว้กกก ท่านเจ้า!] เหมือนมันกำลังตกใจเลยแฮะ แถมยังได้ยินเสียงแทรกคล้ายกับมีคนตะโกนโหวกเหวกตลอดเวลาอีกด้วย [มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ?]
ฉันเหลือบมองนาโน ซึ่งยัยนั่นหยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นรอเรียบร้อย
“ไม่มีหรอก ฉันแค่จะบอกให้อยู่ห่างจากคิงเข้าไว้ เพราะหมอนั่นต้องหาทางตีซี้พวกนายแน่!” ฉันใช้หูกับไหล่หนีบมือถือพลางรูดซิปปิดเป้ของตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมออกจากห้องนี้ไปก่อนที่เพื่อนฉันจะหมดความอดทน
[แหะๆ คงไม่ทันแล้วครับท่านเจ้า]
ฉันเลื่อนเก้าอี้ชิดโต๊ะแล้วถามด้วยท่าทีสบายๆ “หมายความว่าไง?”
[ตอนนี้พวกเราทั้งหมดกำลังทานหมูกระทะเจ็ดดาวกับคิงครับ TOT]
“หาาา!!”
เมื่อกี้ว่าไงนะ? สรุปว่าฉันเตือนมันช้าไปใช่มั้ย? ไม่จริง…อ้ากกก หัวจะระเบิด นายแว่นขาตะเกียบจับจุดลูกน้องฉันถูกซะด้วย พวกมันเห็นแก่กินยิ่งกว่าอะไร แบบนี้ไม่ปลอดภัยแหงแก๋ เสี่ยงกับการโดนแย่งคะแนนอย่างรุนแรง!
[ขอโทษค้าบ พวกผมหิวจริงๆ] เจ้าหัวเงินเอ่ยเสียงอ่อย สงสัยกำลังทำหน้าหงอยเหมือนหมาเหงาอยู่ชัวร์ หึ…รู้สึกผิดล่ะสิ แต่มันช้าไปเฟ้ยยย!! ถ้าพวกแกอยู่ตรงหน้าฉันนี่รับรองโดนยันโครมตกหน้าต่างไปแล้ว [ง้า…อย่าเงียบสิครับท่านเจ้า ผมกลัวนะ]
“กินให้อร่อยนะ”
ระวังเท้าฉันติดคอด้วยล่ะ!
“มีไรเหรอเจ้า?”ฉันกดตัดสายก่อนจะเงยหน้ามองคนถาม ยัยนาโนเลิกเล่นไอโฟนมาดูดจูปาจุ๊บแทน (อีกแล้ว) ฉันยักไหล่แทนคำตอบแล้วคว้ากระเป๋ามาถือ กะจะเดินผ่านยัยบ้าหัวแดงไปเลยแต่เธอดันเขยิบตัวมาขวางซะก่อน “ตัวเธอดูอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่เลยนะ”
ส่วนเธอก็สุขีแฮปปี้กับชีวิตเหลือเกิน
“ไอ้บ้านั่นมันแย่งลูกน้องฉันไปแล้ว” ฉันพูดออกมาในที่สุด ส่วนยัยนาโนอมยิ้ม เธอจับมือฉันลากออกจากห้องโดยที่ฉันเดินไปบ่นไปไม่หยุด ทำไงได้…คนมันอัดอั้น ฉันไม่อยากแพ้จริงๆ นะ ประท้วงก็แล้ว ขึ้นเวทีให้ฝูงดัลเมเชี่ยนเขม่นก็แล้ว ไม่ได้กลัวหรอก แต่อายมากกว่า อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าฉันไม่อยากเอากะละมังครอบหัวนะ T^T
“เขาแย่งของของเธอ เธอก็แย่งของของเขาซะก็สิ้นเรื่อง”
“แย่ง?” ฉันหยุดขาที่กำลังก้าวลงบันไดทันที คนข้างตัวยกมุมปากขึ้นแล้วยื่นลูกอมรสสตรอเบอร์รี่อีกอันมาจ่อปาก ฉันเลยได้แต่เลิกคิ้วให้มันอย่างงงๆ “ยังไงวะ?”
*              *              *
เช้าวันต่อมา หลังจากยัยนาโนพล่ามทฤษฎีแย่งของของชาวบ้านให้ฟัง แถมยังดอกจันตัวโตๆ ให้ประมาณเด็กอนุบาลยังเข้าใจ ว่า ‘ผู้ชาย’เท่านั้นที่กำลังเป็นที่ต้องการของเหล่าสตรี (และชะนี) เพศ ดังนั้นเราจึงต้องเอาตัวท็อปอย่างพวกสภาสูงทั้งสี่เข้าล่อ โดยการกางโต๊ะรับสมัครจัดหาคู่เดทระหว่างพวกเขากับเหล่าสาวๆ
แต่เชื่อเถอะ ไม่ต้องเอาเด็กอนุบาลมายืนยันหรอก…ขนาดเด็กประถมก็ยังเข้าไม่ถึงกึ๋นของเธอด้วยซ้ำ เพราะไม่มีปลาหน้าโง่ตัวไหนโผล่มางับเบ็ตซักตัว เดินผ่านบ้างล่ะ มองข้ามบ้างล่ะ
โอ๊ยยย นี่มัน…อับอายขายขี้หน้าสุดๆ U_U
“เฮ้อออ รู้งี้เลี้ยงหมูกระทะสิบดาวเกทับเจ็ดดาวของหมอนั่นก็ดีหรอก” ฉันเอามือเท้าคางบ่นอุบ พลางจ้องกระโปรงลายขวางสีดำ-แดงสั้นๆ ที่กำลังสะบัดตัวพลิ้วไหวในลานกว้างแทบไม่กะพริบตา
แน่นอนว่าพวกเธอไม่สนใจโปรโมชั่นเอาใจสาวทางนี้ซักนิด โอ้ให้ตายสิซาร่า
“ข้อนั้นตัดทิ้งไปได้เลยเจ้า ขืนเธอเลี้ยงนะ รับรองคะแนนดรอปลงแน่ เพราะสาวๆ กลัวอ้วนเป็นปัจจัยต้นๆ”
ไม่ใช่อะไร ประเด็นคือฉันอยากกิน
“อ้อเหรอ” ฉันทำเสียงสูงพลางปรายตามองคนพูด ยัยนาโนกำลังถกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น ก่อนจะหยิบไอโฟนมาเปิดแองกรี้เบิร์ดเล่นอย่างหน้าตาเฉย (ไม่เห็นหน้าจอหรอกนะ แต่เสียงนี่ใช่เลย)
“ว่าแต่…ทำไมถึงเงียบกุ๊กกุ๊กกู๋ขนาดนี้นะ ทฤษฎีของฉันมันผิดพลาดตรงไหนหรือไง”คนข้างๆ มุ่นคิ้วแน่นจนขมวดเป็นปม แหม ทำเป็นจริงจัง ยัยนี่จริงจังไม่กี่อย่างหรอก อย่างคราวนี้น่าจะเครียดกับนกนรกในจอมากกว่า “หรือว่า…”
ปัง!
จู่ๆ ยัยนาโนก็เกิดอาการลมบ้าหมูกำเริบ เอาไอโฟนกระแทกโต๊ะเสียงดังลั่นทำเอาฉันสะดุ้งตัวโยน
“เกิดบ้าอะไรอีกล่ะ?”
“หรือว่า…ท่านขุนพลของฉันจะสั่งห้ามพวกหล่อนไม่ให้ยุ่งกับเธอ!ใช่…ใช่แน่ๆ ดูสิ ขนาดมดที่เดินหลงมาตัวนี้ยังเป็นตัวผู้เลย” คนพูดใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนโต๊ะ ฉันก้มมองตามก็เห็นมดดำตัวน้อยกำลังเดินส่ายตูดดิ๊กๆ
“รู้ได้ไง มันอาจจะเป็นตัวเมียก็ได้นะ”
“ฉันเดา -.,-”ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับคำตอบของเพื่อนรัก ก่อนจะตั้งจิตไว้อาลัยให้กับร่างมดตัวจิ๋วที่ปลิวหายไป “แหม…ไม่งั้นเธอหาเหตุผลได้ไหมล่ะว่าทำไมพวกหล่อนถึงเมินเรา”
ยัยนาโนบุ้ยปาก ฉันเลยหัวเราะในลำคอ ส่วนมือก็เลื่อนกองใบสมัครจากด้านซ้ายไปยังด้านขวา ว่าง่ายๆ คือเลื่อนไปหายัยหัวแดงนั่นแหละ
“อ่ะนี่…เบิ่งซะ!”
คนข้างๆ เหลือบมองฉันเหมือนกับลังเลอยู่พักนึง สุดท้ายแล้วยัยนั่นก็หยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมา
“ใบสมัครสำหรับสาวๆ ที่ต้องการความรักแบบเร่งด่วน ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงติ๊กถูกทำสัญญาว่าจะเลือกจันทร์เจ้า แค่นี้ก็ร่วมขึ้นสวรรค์ ดื่มด่ำไปกับพวกเขา เหล่าสภาสูงสุดหล่อทั้งสี่ถึงหนึ่งวันเต็มๆ” ยัยนาโนอ่านตามทุกตัวอักษรตาแป๋ว “ทำไมเหรอ? ออกจะเริด -O-?”
“เริดกับเป็ดพะโล้น่ะสิ!” ฉันตะโกนใส่หน้า ยัยนาโนหลับตาปี๋ทันที ชิ ยังจะมีหน้ามาถามอีก รู้มั้ยว่าฉันปรี๊ดแตกจนแทบจะขยำกระดาษปาใส่หน้ายัยเจ้าของไอเดียบ้าๆ นี่ได้ด้วยซ้ำ “เธอนึกเหรอว่าฝูงดัลเมเชี่ยนพวกนั้นมันจะเชื่อเรื่องงี่เง่าๆ พรรค์นี้น่ะ?”
คนถูกถามส่ายหน้าซ้ายขวารัวๆ ฉันเลยถือโอกาสพูดต่อ
“ก็เพราะพวกมันรู้ไงว่าเพื่อนหมอนั่นแต่ละคนถือตัวอย่างกับอะไรดี ถ้าไม่ใช่วันโกยเรตติ้งแบบเมื่อวันอังคารล่ะก็ รายการเดทพวกนี้น่ะ…ฝันกลางวันได้เลย!!” ฉันยืนขึ้นพร้อมกับตบฝ่ามือลงกับกองใบสมัครสูงเท่าหน้าอกดังปัง! ยัยนาโนแหงนหน้าอ้าปากหวอ  ซักพักก็หุบลงแล้วเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มแห้งๆ แทน ก่อนที่มือเรียวขาวของยัยนั่นจะกระตุกแขนเสื้อฉันเบาๆ
“ใจเย็นสิเจ้า” ฉันพ่นลมหายใจพรืดแล้วกระแทกตัวลงอย่างแรง ยกมือขึ้นกอดอกไว้ ส่วนสองตามองตรงไปข้างหน้า “แต่เพราะคำพูดของเธอเมื่อกี้เลยทำให้ฉันคิดอะไรดีๆ ออก ฉันว่ามันเวิร์คแน่ถ้าเรามีตัวอย่างให้ลูกค้าดูก่อนการตัดสินใจ ว่าง่ายๆ ก็คือหาหนูทดลองน่ารักๆ ซักตัว…”
ฉันหันขวับทันที เมื่อกี้ว่าไงนะ?
“ฮันแน่! สนใจใหญ่เลยนะตัวเอง กิ้วๆ” คนบ้าข้างตัวพูดล้อเลียน ตาของคุณเธอนี่หยีเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวเชียว …ยังไม่พอ เธอยังเลื่อนมือเข้ามาบิดแก้มฉันอีกด้วย โอ๊ย! เล็บจิก ฉันรีบปัดมือยัยนั่นออกทันที เจ็บสิถามได้ เมื่อกี้พูดอะไรก็ไม่เคลียร์ แถมยังเจ็บตัวอีกต่างหาก ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันล่ะก็เธอหงายหลังไปแล้วยัยนาโน! “เอ๊ะโอ…อย่าทำตาขวางแบบนี้สิจ๊ะตัวเธอ จุ๊ๆ ไม่งามเลยน้า”
“ตาขวางบ้าอะไร ฉันว่าตอนนี้เธอคอยระวังรองเท้าฉันไปขวางคอจะดีกว่า เอาล่ะ…เลิกเล่น แล้วช่วยอธิบายไขความกระจ่างนี้ให้ว่อง”
“คืองี้!” ยัยนาโนทำตาโตเหมือนกับตกใจ ฉันแยกเขี้ยวใส่เพราะรู้ว่ายัยนี่มันกวนประสาทไปอย่างงั้นเอง “สาเหตุที่ไม่มีใครสนใจโปรโมชั่นหม่ำหนุ่มสุดเร้าใจของเรานั้น อาจเป็นเพราะพวกหล่อนไม่เชื่อว่ามันมีจริงก็ได้”
“นั่นแหละ ที่ฉันพยายามบอกเธอตั้งแต่แรก”
และกรุณาอย่าเปลี่ยนชื่อโปรโมชั่นสิฟะ!
“เพราะงั้นเราถึงต้องมีหนูทดลองไง ผู้เสียสละก็คือฉัน!” ยัยนาโนพูดเสียงขึงขัง ทำเป็นกอดอกวางมาดจริงจัง “และฉันจะนั่งเฝ้าโต๊ะ ส่วนเธอต้องไปขอร้องให้แอรอน บลายธ์ โอห์มหรือเพน…ใครซักคน ใครก็ได้ที่ยอมร่วมมือหักหลังเพื่อนของตัวเองมาสร้างภาพกับฉัน พอพวกหล่อนเชื่อแล้ว ขี้คร้านใบสมัครทั้งปึกคงไม่พอด้วยซ้ำ ทีนี้คะแนนโหวตเอย คะแนนนิยมเอย…”
เอ๊ะ!
“เดี๋ยว เมื่อกี้ว่าไงนะ?”ฉันถามเสียงสูง เลิกคิ้วมองยัยนาโนที่กำลังอ้าปากค้างเพราะยังพูดไม่จบ
“ฉันบอกว่าเราต้องไปขอร้อง…”
“ไม่เอา!”
“เจ้า T^T”
ฉันสะบัดหน้าหนี ขอโทษทีที่ขัดแต่เพื่อนคนไหนมันจะอยากหันไปช่วยฝ่ายศัตรูกันฮะ งี่เง่าเกินไป…โดยเฉพาะไอ้ที่บอกให้ฉันก้มหัวขอร้องพวกเขานั่นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าฉันชอบขี้หน้ามันม้ากมาก มากซะจนอยากถีบหน้า …แต่เธอก็พูดมันออกมาได้ ฟังแล้วขัดใจตงิดๆ แถมยังรู้สึกคันเท้าอยากกระโดดสกายคิกส์ฝากรอยไว้ที่ปากแดงอมชมพูของคนข้างๆ อีกด้วย!
ถามจริง…เธอไม่อยากมีปากไว้จุ๊บุๆ กับจูป๊าจุ๊บแล้วใช่มั้ย?
“นาโน” ฉันเรียกเสียงนิ่ง ยัยนั่นโปรยยิ้มแหยๆ บิ๊กอายกลมโตสีฟ้าใสนั่นละห้อย ดูแล้วเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูกเชียว ชิ! อย่ามาใช้ลูกไม้ด๋อยๆ ซะให้ยาก มันไม่ได้ผลหรอก “ขอบอกตรงนี้เลยนะ ถ้าฉันต้องทำมันล่ะก็…ฉันขอยอมแพ้ขุนพลดีกว่า”
วิธีดีๆ มีให้เลือกตั้งร้อยแปดพันเก้า วิธีนี้ฉันไม่เอา เหลือแค่ร้อยแปดพันแปดจะเป็นไรไป?
“แต่ว่า…”
“ฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร รู้ไว้…ทั้งหมดก็เพื่อศักดิ์ศรีของฉัน!”

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 264 ท่าน