Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
พี่ป่วน...น้องซ่า ไขคดีปริศนาลับ! ตอน : แม่น้ำเจ้าพระยา
-Donut-
ตอนที่ 3
4
13/03/2555 19:04:53
311
เนื้อเรื่อง

3

 
“จากการตรวจสอบ เราพบรอยเลือดจำนวนหนึ่งบนท่าเรือแห่งนี้” นิคพูด
“นายมั่นใจมั้ย ว่ามันคือเลือดคนจริงๆ” อัฐพูดพลางมองไปยังสิ่งที่นิคตรวจสอบอยู่...มันดูเป็นคราบสีแดงขุ่นๆ ออกจะดำหน่อย คงเพราะอยู่มาหลายวันแล้วแต่บางส่วนก็ถูกน้ำในแม่น้ำเซาะเลยเหลืออยู่เพียงหน่อยเดียว
“เดี๋ยวเราค่อยให้คนทางแล็บมาตรวจสอบดูก็ได้...” นิคพูดพลางตรวจสอบต่อ
“อาจจะเป็นเลือดของ ‘ศพ’ นั่นก็ได้นะ...ใครจะไปรู้” เชนพูดพลางยักไหล่
“ก็มีความเป็นไปได้...” อัฐทำสีหน้าครุ่นคิด
“ฉันว่า...ผู้ตายอาจจะโดนฆาตกรรมตรงนี้ก็ได้...แล้วค่อยถูกนำหินถ่วงน้ำ” นิคพูด
“อะไรทำให้นายมั่นใจว่าผู้ตายถูกฆาตกรรมตรงนี้ละ?” เชนถามเพื่อนร่วมงานของเขา
“...ก็ตรงนี้ ปกติมันต้องมีก้อนอิฐเรียงกันอยู่ไม่ใช่เหรอ...แต่นี่มันถูกดึงออกมา...” นิคชี้ไปยังพื้นที่ปูด้วยอิฐที่อยู่ข้างๆ...พื้นนั่นแลดูไม่ค่อยแข็งแรง เหมือนกับยังแห้งไม่สนิท มันมีร่องรอยเหมือนกับว่า ‘มีคนมาดึงเอาอิฐออก’ อย่างนั้นแหละ... “ปกติเวลาคนเขาจะถ่วงน้ำ เขาก็ต้องใช้อะไรที่หนักๆใช่มั้ยล่ะ ส่วนมากเขาก็ใช้หินกันทั้งนั้นแหละ” นิคพูดต่อ
“มันก็จริงของนาย...” อัฐพูด
“นี่ แต่คนร้ายอาจจะใช้อะไรพิสดารกว่านั้นก็ได้ อย่างเช่น...เอาโอ่งมาถ่วงน้ำไง ใหญ่ด้วย หนักด้วย!” เชนพูดเสริม
ผลั้วะ!!!
“โอ้ย! แกตบหัวฉันทำไม ไอ้นิค!” เชนร้องโอดโอยพลางเอามือขึ้นมากุมศีรษะที่โดนเพื่อนรักโบกเข้าให้หนึ่งที
“ตบให้กับความคิดของแกไง ใครที่ไหนจะเอาโอ่งมาถ่วงน้ำกัน นั่นมันหนักเกินไปแล้ว ใครจะยกไหวด้วยตัวคนเดียวกัน!” นิคพูดอย่างหัวเสีย...ช่วยก็ไม่ช่วย ยังมากวนประสาทอีก! “อีกอย่าง คนที่ถูกถ่วงด้วยโอ่งน่ะ คงไม่ติดแหมาง่ายๆหรอก” นิคพูดต่อ
“นิคพูดถูก” อัฐพูดเสริม
“...แล้วฉันจะไปรู้ไหมละ ศพอาจจะโดนยัดใส่ในโอ่งแล้วโยนทิ้งในแม่น้ำก็ได้” เชนยังคงพูดต่อ
“แกอยากจะโดนแบบที่ศพโดนไหมละ?” นิคพูดขึ้น
“ซักครั้งในชีวิต ฉันก็อยากลองบ้างวะ” เชนพยักหน้า
“งั้นแกก็ต้องตายแบบศพก่อนถึงจะถูกยัดใส่โอ่งไง!” นิคพูดขึ้นพลางถีบก้นเพื่อนรักไปหนึ่งทีทำเอาคนที่โดนทำร้ายถึงกับลงไปนอนกับพื้น
“โอ้ย!!จะโหดร้ายเกินไปหน่อยแล้วนะ ฮึ่ม!” เชนพูดพลางชี้หน้าคนที่ถีบเขา
“ใครใช้ให้แกไร้สาระก่อนละ?! รีบโทรไปหาที่สถานีเลย บอกให้พวกเขาส่งคนมาตรวจสอบเลือดพวกนี้หน่อย” นิคสั่งเพื่อนร่วมงานของเขา
“ชิ ได้ทีสั่งใหญ่เลยนะ!” เชนบ่นอุบอิบก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรไปตามที่นิคบอก
“แล้วนายเจออะไรบ้างไหม?” นิคหันไปพูดกับพี่ชายของเขา
“...ก็ไม่เจออะไรเลย” อัฐพูดพลางยักไหล่
“....งั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้นนายก็ไปสอบถามคนแถวนี้ดูสิ ว่าเมื่อประมาณ 4-5 วันก่อน เห็นอะไรผิดปกติแถวนี้รึเปล่า” นิคพูด
“อืม แล้วนายล่ะ จะไปด้วยกันไหม?” อัฐถามน้องชายของเขา
“ไม่ละ เดี๋ยวฉันจะดูการตรวจสอบไปพร้อมๆกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบน่ะ” นิคพูด
“เอาอย่างนั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้นฉันไปละ” อัฐพูดพลางตบบ่าน้องชายเบาๆ
“อืม ได้ข่าวคราวอะไรเพิ่มเติมก็โทรมาบอกด้วยละ” นิคพูดพลางยิ้มบางๆให้พี่ชายตัวเอง
“โอเค”
.
.
.
....................................................................................
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลา 14.10 น.
เด็กสาวพลันเดินออกจากโรงเรียนแล้วเดินไปยังป้ายรถเมล์เพื่อรอรถประจำทาง ทันใดนั้นก็มีคนมาเรียกขึ้นจากด้านหลัง
“ว่าไงพิ๊งค์ ไปเที่ยวกันรึเปล่า พวกฉันกำลังจะไปกันพอดีเลย” เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยปากชวนพิ๊งค์
“...ไม่ละ ฉันมีเรื่องต้องทำน่ะ เที่ยวสนุกกันไปเถอะ” พิ๊งค์พูดพลางยิ้มๆ
“อืม เอาอย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ” เด็กสาวคนนั้นยิ้มแย้มพลางโบกมือให้กับพิ๊งค์
พิ๊งค์พลางโบกมือกลับก่อนจะนั่งลงรอรถตรงป้ายรถเมล์
...ฉันต้องกลับไป...ในที่ๆพวกพี่พบศพของหล่อน...
ฉันจะต้องกลับไปดูให้แน่ชัด...ฉันจะต้องรู้ให้ได้...ว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน...!
.
.
.
เมื่อรถตู้ที่เด็กสาวนั่งมาได้แล่นมาจอดยังแถวๆท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยา เด็กสาวก็เดินลงจากรถมาแล้วจ่ายเงินให้กับคนขับรถคันนั้น
พลันเด็กสาวก็เดินมายังท่าเรือที่พวกพี่ชายพบศพหญิงสาวคนนั้น
...จะได้อะไรกลับไปบ้างรึเปล่านะ...
เด็กสาวกวาดตามองบริเวณรอบๆไปครู่หนึ่งก่อนจะไปชะงักกับสิ่งที่ตนมองไปเห็น
 
...ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขาวซีดกำลังนั่งอยู่บนท่าเรือแห่งนั้น...ผมสีดำสยายลงมาปกปิดใบหน้าของเธอเกือบหมด ดวงตาสีขาวขุ่นของหล่อนกำลังจ้องมองเด็กสาวอยู่
 
เด็กสาวยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่ยืนมองหล่อนอยู่อย่างนั้น...
เหงื่อเย็นๆไหลลงมาอาบหน้าของเธอ...
...ไม่เป็นไรน่า เราก็เคยเห็นมาหลายครั้งแล้วนี่นา...
ถึงครั้งนี้จะดูแปลกๆหน่อยก็เถอะ...
“เธอต้องการอะไรจากฉัน...?” เด็กสาวรวบรวมความกล้าแล้วกลั้นใจถามออกไป
หญิงสาวยังคงนั่งมองเธออยู่...ก่อนจะเผยยิ้มเย็นๆออกมา แล้วหันไปมองอะไรบางอย่าง
“?” เด็กสาวมองตามที่หล่อนมอง แต่เธอก็ต้องชะงักไปสองวินาที...ถึงมันจะไกลอยู่มาก แต่เธอก็ดูออกว่าคือใคร
...พี่อัฐ?
“เธอคิดจะทำอะ...?!” เมื่อเด็กสาวหันกลับมาแล้วกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับหล่อน แต่หล่อนก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...
เด็กสาวขมวดคิ้ว
...เธอต้องการจะสื่อถึงอะไรนะ...?
เด็กสาวคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จึงมองไปที่ๆเธอมองไปเมื่อกี้...
พี่อัฐมาทำอะไรที่นี่...มาค้นหาหลักฐานต่อเหรอ?...แต่ถ้าจะมาตรวจสอบก็ต้องมาที่นี่สิ...
พี่เขากำลังจะไปไหนนะ?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเธอ เด็กสาวจึงเดินไปตามทางที่พี่ชายของตนเดินไป
.
.
เด็กสาวคอยดูการกระทำของพี่ชาย แล้วเดินตามไปด้วย
...เข้าไปในบ้านแล้วก็ออกมา...สงสัยจะเข้าไปถามคนแถวนั้นละมั้ง...
เมื่อเด็กสาวเดินตามพี่ชายของตนมาทัน เธอจึงทักทายพี่ชายของตน
“ว่าไงพี่ มาสอบถามชาวบ้านแถวนี้เหรอ?” เด็กสาวสะกิดคนตรงหน้าเบาๆส่งผลให้คนถูกเรียกหันหน้ากลับมา
“พิ๊งค์?! เธอมาที่นี่ยังไงนะ?เธอสอบเสร็จแล้วเหรอ?” อัฐถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นน้องสาวของตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงไม่รู้
“อื้ม พิ๊งค์สอบเสร็จแล้ว” เด็กสาวพูดพลางยิ้มให้พี่ชาย
“แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้ละ?” อัฐพูดพลางเลิกคิ้ว
“...พิ๊งค์มีเรื่องต้องมาทำน่ะ...” เด็กสาวตอบเสียงเบา ก่อนจะมองไปที่อื่น
“เรื่องอะไรเหรอ?” อัฐยังคงถามต่อ เมื่อเห็นถึงอาการผิดปกติของน้องสาว
“...เรื่องนี้...” ไม่ทันที่เด็กสาวจะได้พูดจบ ก็มีคนเข้ามาตัดบทสนทนาของสองพี่น้องนี้เสียก่อน
“อ้าว พวกคุณนี่...มาทำอะไรกันหน้าบ้านผมเหรอ?” บุคคลมาใหม่พูดขึ้น
“...รอล?” เด็กสาวเอ่ยขึ้นทันทีที่มองเห็นใบหน้าของบุคคลที่มาใหม่...คนๆนี้คือคนที่วันนั้นเราเดินชนนี่นา...
“อ้าว สาวน้อยคนนั้นนี่นา สวัสดีๆ” รอลทักทายอย่างเป็นมิตร
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ” เด็กสาวโค้งทักทายตอบ
รอลยิ้มบางๆก่อนจะหันไปมองอัฐ “พวกคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอ?” รอลถามอัฐที่มายืนอยู่หน้าบ้านเขาด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้
“...คุณคงจะทราบเรื่องที่มีศพหญิงสาวติดมากับแหของชาวประมงในแถวๆนี้ใช่ไหม?” อัฐถามขึ้น
รอลชะงักไปสองวินาทีก่อนจะตอบ“ครับ พวกเราทราบนี้แล้ว คนแถวนี้พูดอยู่บ่อยๆ”รอลพูดพลางยิ้มนิดๆ
“ถ้าอย่างนั้น...เมื่อประมาณ 4-5 คืนก่อน คุณได้เห็นอะไรผิดปกติแถวนี้บ้างไหม?” อัฐยังคงถามต่อ
“...ไม่รู้สิครับ...ผมไปเที่ยวนอกบ้านกับเพื่อนน่ะ” รอลพูดพลางยักไหล่ก่อนจะถามกลับ “พวกคุณเป็นใครงั้นเหรอ ทำไมถึงมาถามเรื่องนี้ละ?”
“พวกผมเป็นตำรวจนะ” อัฐพูดพลางหยิบเอาหลักฐานออกมาแสดง ทำเอาคนถามถึงกับอึ้งไปเลย
“คุณนี่ดูยังเหมือนนักศึกษาอยู่เลย...แต่เป็นถึงตำรวจเลยแฮะ” รอลพูดพลางยิ้มนิดๆ
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก...ว่าแต่เพื่อนคุณละ ไม่ได้อยู่กับคุณเหรอ?” อัฐถามขึ้นเมื่อไม่เห็นเพื่อนของชายตรงหน้า
“อ๋อ...ไอ้แม็คมันไปทำงานพิเศษน่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วละ” รอลพูดพลางยิ้มๆ
“อ๋อ...อืมๆ” อัฐพยักหน้าสองสามทีพลางทำสีหน้าครุ่นคิด
...ถ้าในคืนนั้นคนๆนี้ไปเที่ยวกับคนที่ชื่อแม็คละก็...ถึงจะตามถามคนที่ชื่อแม็คไปก็คงไม่ได้อะไรหรอกมั้ง...
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะครับ” อัฐพูดพลางโค้งให้คนตรงหน้า
“ไม่เป็นไรหรอกครับ อะไรที่ช่วยได้ก็ต้องช่วย เนอะสาวน้อย!” รอลหันไปพูดกับเด็กสาว
“ใช่ค่ะ” เด็กสาวพูดพลางยิ้มๆก่อนจะมองไปเห็นอะไรบางอย่างข้างหลังของชายตรงหน้า...
เด็กสาวเบิกตาโพลงเมื่อเธอมองเห็นหญิงสาวผิวขาวซีดกำลังจ้องมองเธออยู่
...ตามมาอีกแล้ว!!
เด็กสาวกัดฟันแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์ของตน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวที่ตามเธอมานั้นกำลังมองชายที่เพิ่งคุยกับเธอไปด้วยแววตาแปลกประหลาด
เด็กสาวขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
...อะไรน่ะ?
แววตาของหล่อนค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดก่อนจะมองมาที่เด็กสาวและแสยะยิ้มเย็นๆออกมา...ซึ่งมันแลดูต่างจากทุกที
เด็กสาวรวบรวมความคิดทั้งหมดไว้ ก่อนจะถามอะไรบางอย่างออกไป...
“คุณ...รู้จักกับผู้ตายเหรอคะ?” เด็กสาวพูดพลางมองหน้าชายตรงหน้า
เมื่อชายตรงหน้าได้ยินคำถามของเธอก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไป...
“...พูดอะไรของเธอน่ะสาวน้อย?” รอลพูดพลางยิ้มบางๆ
“ก็...แค่ถามเฉยๆค่ะ” เด็กสาวพูดพลางเหลือบไปมองสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่ม...หล่อนยังคงไม่ไปไหน
“คุณรู้จักกับผู้ตายเหรอครับ?” อัฐถามด้วยความแปลกใจ
“...ไม่ครับ ผมไม่รู้จักกับเธอ” รอลตอบพลางทำสีหน้าครุ่นคิด
“อ่า...ครับ นี่พิ๊งค์! เธออย่าไปถามอะไรเขาแปลกๆสิ เขางงใหญ่แล้ว” อัฐพูดพลางดีดหน้าผากเด็กสาวไปหนึ่งที
“โอ้ย! ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ ไม่ได้เสียหายอะไรนี่...” เด็กสาวพูดพลางเอามือมากุมหน้าผาก
“ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก” รอลพูดพลันโบกมือยิ้มๆ
“เห็นมะ!” เด็กสาวหันไปค้อนพี่ชายของตน
“เก่งจริงๆนะ ไอ้เรื่องแบบนี้” อัฐพูดพลางส่ายหัวเบาๆ “ขอบคุณนะครับ ผมกับน้องสาวขอตัวล่ะ” อัฐพูดพลางยิ้มๆให้กับชายตรงหน้าก่อนจะดึงมือน้องสาวแล้วเดินออกไป
“เบาๆหน่อยสิพี่!” เด็กสาวว่าพี่ชายทีหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับไปดูชายคนนั้นอีกที...พลันหันหลังไปมอง ก็ไม่เห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังชายหนุ่มนั้นแล้ว
...ไม่รู้จักเหรอ...
แล้วทำไมหล่อนถึงได้มองรอลด้วยท่าทางแปลกๆล่ะ...?
 
.
.
.
หลังจากที่อัฐได้รับโทรศัพท์จากนิคว่าจะไปรอฟังผลการตรวจสอบเลือดที่ห้องแล็บของสำนักงานจึงได้กลับไปรอที่สำนักงานก่อนแล้ว อัฐจึงขับรถกลับไปที่สำนักงานโดยไม่วายจะต้องพาน้องสาวของเขาไปด้วย
เด็กสาวที่นั่งนิ่งในรถอยู่นานพูดขึ้น
“พี่ เดี๋ยวหนูขอเข้าไปดูด้วยสิ” พิ๊งค์พูดกับพี่ชาย
“จะเข้าไปทำไม?” อัฐหันมามองหน้าน้องสาวของตน
“ก็...แต่ก็ ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา...หนูแค่เข้าไปดูด้วยเฉยๆ ไม่ได้ไปทำอย่างอื่นซะหน่อย” พิ๊งค์พูดพลางกระพริบตาปริบๆใส่พี่ชาย
“เฮ้อ...แค่เข้าไปดูเฉยๆนะ” อัฐพูดพลางถอนหายใจออกมา...เขาละเอือมระอากับน้องสาวของตนจริงๆ
“ขอบคุณนะพี่ จุ๊บที” เด็กสาวยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มพี่ชายของตนซะดังฟอดใหญ่
“เฮ้ย?! ทำอะไรของเธอน่ะ มันสยองนะรู้มั้ย??” อัฐรีบเอามือมาถูหน้าพลางทำสีหน้าเหยเก
“อะไรอ่ะพี่! ด้วยความรักเลยนะนั่น” เด็กสาวพูดพลางเบ้ปาก
“เหอๆ” อัฐหัวเราะแห้งๆก่อนจะสนใจการขับรถต่อ ถ้าไม่ติดว่าไฟแดงอยู่เขาคงได้ไปนอนในห้องแล็บเป็นเพื่อนกับศพที่เขาจัดการอยู่แน่ๆ
.
.
.
.
ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อัฐก้าวเท้าเข้ามายังที่ทำงานของเขาโดยมีน้องสาวเดินตามเข้ามาด้วยจึงเป็นที่สนใจไม่น้อย
“ว่าไงอัฐ นั่นใครน่ะ?” เพื่อนร่วมงานของอัฐถามขึ้นเมื่อมองเห็นเด็กสาวคนหนึ่งเดินตามอัฐเข้ามายังที่ทำงานด้วย
“น้องสาวน่ะ มันอยากตามเข้ามาด้วย” อัฐพูดพลางยักไหล่
“หืม...นึกว่าแฟนนายซะอีก ฮะๆ” เพื่อนของอัฐพูดพลางหัวเราะเบาๆ
“ใครจะอยากเป็นแฟนพี่อัฐกันละ...” เด็กสาวพึมพำเบาๆ
“เฮ้! ที่พูดนี่หมายความว่าไงหา??” อัฐหันไปค้อนใส่น้องสาวของตน
“ก็หมายความตามนั้น” เด็กสาวพูดพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เดี๋ยวจะโดนดี!” อัฐคาดโทษน้องสาวตัวเอง
“พวกแกนี่น่ารักกันจริงๆ ฮ่าๆๆ ฉันไปละ” เพื่อนของอัฐว่าพลางตบไหล่เพื่อนชายของตนเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กสาว “ไปแล้วนะน้องสาว”
“ค่ะ” เด็กสาวยิ้มให้ก่อนจะหยิกแขนพี่ชายของตนหนึ่งที “ไปทำงานของพี่ได้แล้ว”
“โอ้ย!กล้าดียังไงหยิกฉัน เดี๋ยวได้ทิ้งไว้ที่นี่เลย” อัฐหันไปว่าน้องสาวของตน
“ขืนพี่ยังไม่ไป ฉันจะป่วนที่นี่ให้เละเลย!” เด็กสาวพูดพลางยืดอกใส่พี่ชาย...เอาจริงแน่!
“ตลกละๆ ไปกันได้ละ นิครอนานแล้ว” อัฐพูดพลางเดินนำน้องสาวไปก่อน
“รอมั่งสิ!” เด็กสาวโวยวายก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามพี่ชายไป
.
.
เมื่อนิคเห็นอัฐเดินเข้ามาในห้องแล็บจึงเดินเข้าไปหา
“ไง มาแล้วเหรอ ได้อะไรมาบ้าง?” นิคถามพี่ชายของตน
“ไม่ได้อะไรเลย ชาวบ้านบอกว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย คงเพราะเข้านอนกันแล้วมั้ง” อัฐพูดพลางยักไหล่
“เหรอ...เฮ้ยพิ๊งค์? เธอมาได้ยังไง?!” นิคอุทานออกมาเมื่อมองเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่ชายตนเอง
“ก็นั่งรถมาสิ ถามได้” พิ๊งค์ตอบกลับพลางยิ้มยียวน
“ถามดีๆทำไมต้องกวนด้วย เดี๋ยวปั๊ด!” นิคพูดพลางง้างมือไว้เหนือหัว
“เหวอ พี่สาวสุดสวยใจเย็นๆสิคะ โธ่!” เด็กสาวรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ชายคนโตก่อนที่จะโดนพี่ชายคนรองโบกเข้าซะก่อน
“วอนแล้วไง” นิคชี้หน้าน้องสาวของตน “ฉันถามว่ามาทำอะไรที่นี่?!”
“ก็มาเฉยๆ ไม่มีอะไรทำ” พิ๊งค์ตอบกลับ
“แต่เธอไม่ควรจะมาเพ่นพ่านแถวนี้นะ นี่มันที่ทำงานไม่ใช่บ้าน” นิคว่าพลางกอดอกมองน้องสาวของตน
“นิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรมั้งพี่นิค น่านะ” พิ๊งค์พูดพลางทำหน้าอ้อนวอนพี่ชาย
“ยุ่งไม่เข้าเรื่องเลยจริงๆ” นิคส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“ผลการตรวจสอบเป็นไงบ้าง?” อัฐพูดขึ้น
“อืม กำลังตรวจสอบอยู่...เขากำลังนำเลือดของศพกับเลือดที่ท่าเรือมาเปรียบเทียบกันอยู่น่ะ” นิคพูดพลางมองไปบริเวณที่ผู้คนกำลังวุ่นวายกันอยู่
“ตรวจสอบดูหรือยังว่าฆาตกรใช้อะไรสังหารศพ?” อัฐถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เห็นบอกว่า น่าจะเป็นมีดละมั้ง...มันเป็นรอยถูกของมีคมฟันน่ะ” นิคพูดพลางยักไหล่
“มีดเหรอ...” อัฐทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้น “ขอฉันไปดูศพหน่อยได้ไหม?”
“ก็เอาสิ ฉันไปด้วย” นิคพยักหน้าพลางเดินนำอัฐไปยังห้องเก็บศพ
“เธอรออยู่นี่นะ” อัฐหันไปพูดกับน้องสาวของตน
“...อืม” เด็กสาวพยักหน้า
...อยากเข้าไปดูเหมือนกันแฮะ
เด็กสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป
.
.
ห้องเก็บศพ...
“นี่ ศพของคนที่เราตรวจสอบอยู่” นิคชี้ไปยังร่างที่ถูกคลุมผ้าเอาไว้
“อืม” อัฐพยักหน้าพลางดึงผ้าออกมา
...ตอนนี้สภาพศพถูกแช่แข็งเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเปื่อยไปมากกว่าเดิม ร่างที่ขาวซีดจนมองเห็นเส้นเลือดข้างใน ตามตัวมีแผลถูกฟันและแทง 8 แห่ง...
“ปากแผลดูไม่ค่อยดีเลย มันดูเหมือนถูกฟันแบบหยาบๆเลยนะ” อัฐมองศพไปมาพลางพูดขึ้น
“อืม ยิ่งอยู่ในน้ำนานๆยิ่งดูเละๆเข้าไปอีก” นิคพูดพลางยักไหล่
“แผลแบบนี้ ถูกมีดแทงเหรอ...” เด็กสาวที่เดินตามเข้ามาพูดขึ้น
“เฮ้! เข้ามาทำไมน่ะ” อัฐหันไปว่าน้องสาวของตนที่เดินเข้ามาเมื่อไหร่ไม่รู้
“ก็ฉันอยากรู้นี่นา...พี่ว่าศพนี่ถูกมีดฟันเหรอ?” เด็กสาวพูดพลางชี้ไปที่ศพ
“อืม ก็แผลมันดูเหมือนถูกของมีคมฟันนี่ มันก็คงเป็นมีดนั่นแหละ” อัฐพูดพลางมองที่ศพอีกที
“แต่พิ๊งค์ว่า...มันดูหยาบๆไปนะ ถ้าเป็นมีด มันก็ต้องดูเป็นระเบียบกว่านี้สิ นี่มันดูถากๆไปนะ” เด็กสาวพูดพลางเพ่งมองแผลบนตัวศพดูดีๆ
...เราทำอาหารบ่อยๆ ถ้าเนื้อหมูโดนมีดหั่น...มันต้องดูเรียบกว่านี้ นี่มันถากไป...
“ศพนี่ถูกถ่วงน้ำนะ ตามปากแผลมันก็ต้องเปื่อยๆมั่งแหละ” อัฐว่า
“มันก็ใช่...?!!” เด็กสาวพูดพลางหันมามองศพอีกทีแต่เธอก็ถึงกับชะงักไป
...มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป...
 
เมื่อเด็กสาวลองมองดูศพดีๆอีกที เธอก็พบว่า...
ดวงตาของศพเบิกโพลงขึ้นมา...มันแสดงให้เห็นดวงตาสีขาวขุ่นที่อยู่ข้างใน...
 
หล่อนกำลังจ้องมองเด็กสาวอยู่...

..................................................................................................................................

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 257 ท่าน