Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เงารักหัวใจปรารถนา
ณัฐฏ์ณวรา
ตอนที่ 1 : เงารักหัวใจปรารถนา (ต่อ)
3
12/03/2555 13:16:13
168
เนื้อเรื่อง
“ค่ะ...หน้าจะประมาณอาทิตย์หน้า พอดีกับที่ยายจีเดินทางไปเมกาคะ” สองสาวมองหน้ากันไปมาเพราะรู้ว่ามันจะไม่ได้เป็นอย่างที่มารดาเธอเป่าประกาศเอาไว้
“น่าภูมิใจแทนป้ากุจริงๆ นะครับ มีลูกสาวทั้งสวยทั้งเก่ง แถมบินตรงไปเรียนบริหารการโรงแรมถึงสวิสเซอร์แลนด์ก็เพื่อจะกลับมาบริการกิจการของครอบครัว น่าภูมิใจกว่าผมซะอีก...จริงไหมจ๊ะจี” นนท์เอ่ยชมออกไปตามสิ่งที่เขาได้รับรู้จากปากของมารดาที่รับฟังมาจากคุณกุสุมาอีกทีเป็นทอดๆไป
“เอ่อะๆๆ...” นนท์มองสองสาวที่จู่ก็สำลักข้าวออกมพร้อมกัน นี่เขาคงพูดไรผิดไปเพราะเขาก็พอรู้มาเหมือนกันว่ากมลฉัตรกับกุสุมามีปากเสียงกันเรื่องการแต่งงานใหม่ของกุสุมากับคุณชาญ ที่กมลฉัตรไม่ยอมรับจนหนี้ไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งแต่จบมัธยมปลาย นี่อาจเป็นเหตุที่ทำให้สองสาวสำลักข้าวออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยิน
“กระดาษทิชชูครับ...นี่ของจี” สองสาวรับไว้ก่อนจะหันมายิ้มแหยให้กัน 
จะไม่ให้เธอสองคนสำลักได้ไงกันในเมื่อรู้ดีว่าแกใจทั้งคู่ว่ากมลฉัตรไม่ได้เรียนบริหารการโรงแรมนั่น  มิหนำช้ำยังไม่เคยคิดที่จะกลับมาบริหารกิจการของครอบครัวอย่างที่เขาว่านั้นอีก มันเป็นเพียงคำประชดประชันมารดาเธอมากกว่า  และนี่ก็เป็นประเด็นสำคัญในตอนนี้ที่ทำให้กมลฉัตรและจีรณาสำลักออกมาพร้อมกันกับคำพูดของนนท์
“ค่ะ...คงงั้นค่ะ...เอ้อพี่นนท์คะ จีกับฉัตรมีธุระต้องไปต่อนี้ก็บ่ายแล้วด้วย ถ้าจะขอตัวก่อนพี่นนท์คงไม่ว่านะคะ”
 จีรณารีบตัดบทโดยการขอตัวอย่างนึกอะไรไม่ออกในตอนนั้นประจวบกับโทรศัพท์มือถือของกมลฉัตรดังขึ้นมาพอดี ก็สไตล์ลิสต์ชื่อดังที่เธอนัดไว้โทรมาตามพ่อดิบพอดี ตอนนี้จีรณาไม่อยากอยู่ให้นนท์สักเพราะกลัวความจะแตก
“งั้นขอตัวก่อนนะคะคุณนนท์ คนที่จะคุยธุระด้วยโทรมาตามพอดี” กมลฉัตรยิ้มให้นนท์ก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงตัวจีรณาให้ลุกตามไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าจีรณาคงจะงงไม่น้อย
นนท์สายหน้าให้กับสองสาวอ่อนใจ  ไม่รู้ว่าจีรณากับกมลฉัตรเป็นเพื่อนซี้กันได้ไงทั้งที่แตกต่างกันราวกับอยู่คนละขั่วโลก  อีกคนก็ไฮโซดูดีมีสไตล์  อีกคนก็เรียบจนเชย  แถมออกจะโก๊ะๆอีกต่างหาก  แต่เขาชอบอย่างหลังมากว่าเพราะจีรณาถึงจะเรียบจนเชยในสายตาคนอื่น  แต่สำหรับเขาจีรณาคือผู้หญิงที่หมายปองต้องตามากกว่าผู้หญิงที่มีรสนิยมดีอย่างกมลฉัตร  เขาเรียกบริกรที่แต่งชุดไทยเป็นแบบฟอร์มของพนักงานประจำร้าน  หลังจากสลัดภาพของจีรณาออกจากความคิด  เพื่อเช็คบิลแล้วเดินออกจากร้านไปเช่นกัน
ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่สองสาวพากันขึ้นลิฟต์มายืนอยู่หน้าร้านเป็นนานสองนาน กว่ากมลฉัตรจะลากจีรณาเข้ามาได้จนบัดนี้ก็นั่งอยู่ในร้านจี๊ดซี่ดีไซด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จีรณายังทำใจไม่ได้อยู่ดีที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อการไปในครั้งนี้และเธอก็ไม่เห็นว่าจำเป็นตรงไหนเลยด้วย จีรณายังมองเพื่อนสาวด้วยความขัดเคืองใจมิใช่น้อยเมื่อถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่เธอไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
“เอาน่า...ฉันไม่ได้พาแกมาเชือดซะหน่อยไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลย อีกอย่างไหนๆแกก็ตกลงปลงใจกับแผนการของฉันไปแล้ว...เพราะฉะนั้นแกก็ต้องทำตามที่ฉันบอก” กมลฉัตรหันไปเท้าคางใส่ก่อนจะเอ่ยออกมาเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยเต็มใจนักของเพื่อนสาว
“นั้นพี่จี๊ดซี่มาพอดีเลย...พี่จี๊ดซี่...สวัสดีค่ะ” กมลฉัตรเอยทักพร้อมกับเข้าไปกอดเป็นการทักทาย ชายใจหญิงที่เดินนวยนาดเข้ามาในร้าน ทั้งสองดูท่าทางสนิทสนมกันมาก นี่คงเตี๋ยมกันไว้แล้วแหงๆเลย จีรณานึกหมั่นไส้ตัวต้นเรื่องขึ้นมา
“สวัสดีคะคุณน้อง...อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด นี่กลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไรกันคะ คุณพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย อ่ะ…แล้วนี่ใช้ม๊าเพื่อนสาวที่จะมาให้พี่โมดิฟายให้ยกชุด...ไหนดูสิ” พูดจบก็เดินบิดก้นฉับๆมาจับใบหน้าของจีรณาให้หันซ้ายทีขวาที ก่อนจับเธอยกขึ้นยืนแล้วก็หมุนซ้ายหมุนขวาจนจีรณาเวียนหัวไปหมด อยากรู้นักว่ากมลฉัตรคิดจะทำอะไรกับเธออีก จึงหันไปทำท่าจะถามเพื่อนสาวแต่ถูกจี๊ดซี่ชิงตัดหน้าพูดขึ้นมาซะก่อน
“เอาตามแบบที่คุณน้องเลือกไว้เลยใช้ไหมคะ”
“ค่ะ...แบบนั้นเลย เอาให้เหมือนเลยนะคะ เดี๋ยวทุ่มตรงฉัตรแวะมารับ และแกก็ทำตัวดีๆ ล่ะ ห้ามดื้อเดี๋ยวฉันมา...บาย” กมลฉัตรหันมองจีรณาที่ทำว่าจะถามอะไรเธอสักอย่าง แต่เธอไม่เปิดโอกาสให้จีรณาได้ถาม แล้วยังรีบเร่งให้ชายใจหญิงตรงหน้าพาเพื่อนสาวของเธอเขาไปแปลงโฉมเร็วๆ ก่อนที่จีรณาจะรู้ตัว แล้วตัวเองก็เดินไปคว้ากระเป๋าสะพายที่วางบนโซฟาสีส้มแปร๋นเดินออกจากร้านไปหน้าตาเฉย
“เฮ้ยฉัตร…นั้นแกจะไปไหนอ่ะ” จีรณาร้องตามเหมือนเด็กๆ แต่ก็ถูกสองสาวแท้ลูกน้องในร้านของจี๊ดซี่จับตัวแล้วลากเข้าห้องไป
“ไม่ต้องกลัวนะคะคุณน้องจีดี้ เดี๋ยวพี่จี๊ดซี่สุดสวยคนนี้ จะทำให้คุณน้องสวยขึ้นจนใครต้องตะลึง ตึง ตึง ตะลึง ตึง ตึง ไปเลยทีเดียวเชียวคะ...อิๆๆๆๆๆ” จี๊ดซี่ปิดปากขำอย่างดัดจริต ก่อนจะกรีดกรายตามเข้าห้องแปลงโฉมไปอีกคน
ปฏิบัติการการแปลงโฉมเริ่มขึ้นเมื่อจีรณาถูกนำตัวไปเปลี่ยนใส่เสื้อคลุมแทนชุดที่เธอใส่มาเมื่อครู่ ทุกอย่างรวดเร็วมากจนจีรณาตั้งตัวไม่ทัน
“นั่นอะไรคะ” จีรณาที่นั่งเป็นตุ๊กตายางอยู่บนเตียงเอยถามเมื่อพนักงานถืออุปกรณ์เขามาว่างมากมาย แต่จีรณาไม่รู้จักซักอย่าง
“ขั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกคะคุณน้องขา...พี่จี๊ดซี่ก็จะทำให้คุณน้องสวยใสไร้ขนไงคะ...รับรองคะผิวคุณน้องจะเนียนนุ่มขาวใสยังกับเด็กแรกเกิดเลยทีเดียวเชียวคะ..มา..มะ”  ไม่รอช้าคนตัวโตตรงหน้าพุ่งเขามาผลักให้เธอนอนลงราบกับเบาะนุ่มๆอย่างอย่างง่ายดาย  แล้วสองสาวแท้ผู้เป็นลูกจ้างประจำร้านก็นำครีมเหนียวๆที่จีรณาคิดว่าน่าจะเป็นครีมสำหรับแว็กซ์ขนมาประโคมลงบนแขนขาของเธออย่างไม่รอช้า  และวินาทีนั้นก็ไม่ต้องคิดอีกเลยว่าใช่หรือไม่
“อ๊ากกกกกกก.....ซี๊ดดดดดดด” เสียงร้องนั้นดังสนั่นหวั่นไหวด้วยความเจ็บ เมื่อครีมนั้นแห้งพร้อมที่จะให้สองสาวลูกจ้างประจำร้านดึงขนแขน ขนขา ที่มีอยู่ออกไปจากตัวเธอเพื่อผิวที่เนียนนุ่มขาวใสราวกับเด็กแรกเกิดอย่างที่พี่จี๊ดซี่เจ้าของร้านว่าไว้ตั้งแต่แรกนั่น ทำให้คนเจ็บนึกถึงหน้ากมลฉัตรขึ้นมาเจ็บใจที่ทำให้เธอเจ็บตัว ต้องมาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ยิ่งคิดยิ่งแค้นเลยทีเดียว
“เสร็จเรียบร้อยแล้วคะ” เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด นี่หรือความสวย ทำไมมันช่างทรมานเหลือเกินสำหรับจีรณา
และขั้นตอนต่อๆไปก็ตามมาอีกนับสิบรายการ ทั้งขัดผิว พอกตัว อบซาวด์น่า อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม  ทำเลเซอร์เพื่อกระชับรูขุมขนฯ  และขั้นตอนสุดท้ายก็มาถึงเมื่อเธอถูกจับให้นั่งบนเก้าอี้หมุนสีส้มแปร๋นมีกระจกใสบานใหญ่ตรงหน้าส่องชัดเต็มตัว  ทำให้เธอมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเธอได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าจะสวยเนียนใสอย่างเจ้าของร้านว่าเธอเองเกือบแย่เหมือนกัน
“ขั้นตอนสุดท้าย...พี่จะยกให้เป็นหน้าที่ของพี่น้องต่อแฮร์สไตร์ลิสต์ชื่อดัง ชีจะมาทำให้ผมที่ยาวเรียบตรงของคุณน้องมีวอลุ่มสวยงามยิ่งขึ้นนะฮ้า”
“อย่าบอกนะคะว่า...ไม่นะ”
“อือฮึ...” สองชายหัวใจหญิงพยักหน้าให้อย่างรู้กัน ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกมาคุณพี่น้องต่อที่ว่าเข้ามาจัดการกับทรงผมของเธออย่างรวดเร็วและฉับไว เล่นเอาน้ำตาจีรณาแทบจะนองพื้นเลยที่เดียวเชียวก็ผมที่เธอเลี้ยงดูทนุถนอมมาเป็นสิบๆปี จะต้องมาถูกตัดออกแถมยังเอาสารเคมีสีน้ำตาลอ่อนมาทิ้งลงให้ตกค้างบนเรือนผมดำขลับอย่างเป็นธรรมชาติเธอแทน ในเมื่อต่อต้านไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลยมันมาถึงขึ้นนี้แล้วนี่นา
“เรียบร้อยหรืยังคะคุณพี่...” หนึ่งทุ่มพอดีเป๊ะที่กมลฉัตรย่างกายเข้ามาในร้านแบบไม่ผิดเวลาที่เธอบอกไว้เลยจริงๆ
“เรียบร้อยแล้วและ...เรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยสมใจแกไหมละ”  คนตอบไม่ใช้เจ้าของร้าน  แต่เป็นจีรณาที่หันกลับมาตอบแทน  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของจีรณาทำเอาคนที่พึ่งมาถึงตลึงงั้นไปชั่วครู่  ก่อนจะเรียกสติกลับคืนมาได้
ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวที่ทั้งเฉิ่มและเชยอย่างจีรณาจะสวยมามายขนาดนี้เมื่อถูกนำแปลงโฉม  ทรงผมเรียบๆถูกตัดแต่งจนได้รูปทรงเข้ากับใบหน้าเรียวรูปไข่ของเพื่อนสาว สีผมที่ดำขลับตอนนี้ดูซอร์ฟลงมาหน่อยด้วยสีน้ำตาลอ่อนๆเหมาะกับบุคลิกที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินงาม 
ส่วนผิวหน้าที่ดูคล้ำจากการตรากตรำทำงานหนักมาหลายปี  นั้นบัดนี้ใสปิ๊งขึ้นมาทันตาเห็นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแถมแว่นตาหน้าๆที่ดูเทอะทะบนใบหน้านั้นก็หายไปด้วยแต่เปลี่ยนมาเป็นบิ๊กอายสีนิลที่อยู่ในดวงตานั้นแทน 
ส่วนผิวกายก็ดูใสขึ้น เนียนขึ้น ด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นนำที่ถูกนำเข้าจากฝรั่งเศสซึ่งทุกอย่างเธอเป็นคนเลือกเองกับมือ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจของเธออย่างยิ่ง  ยิ่งเพื่อนสาวของเธอใส่ชุดเดรสสั้นเหนือเข่าลายขาวดำเข้ารูปที่เธอเตรียมไว้ให้  ยิ่งเผยให้รู้ว่าเพื่อนสาวของเธอหุ้นดีมากแค่ไหน  มิหนำซ้ำยังซ้อนรูปอีกต่างหากนะเนี่ย
“อ้ายยยย...หมอจี  นี้ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย  ไหนๆหมุนให้ฉันดูหน่อยซิ” น้ำเสียงที่ดูจะตื้นเต้นปราบปลื้มใจไม่น้อยนั้นทำให้ขึ้นฟังเกิดอาการหมั่นไส้ยังไงพิกล
“สวย..เริ่ดม๊ากคะ”
“ยะ...แม่จอมบงการ” จีรณาเหวี่ยงค้อนวงใหญ่ให้กับตัวบงการ
“แหมไหนๆก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว...แกก็ต้องทำตามที่ฉันแนะนำสิหรือแกจะคืนคำ..หะๆ”จบประโยคก็เอาไหล่กระแทกเพื่อนสาวเป็นการเตือน  แต่ประโยคนั้นได้ยินกันเพียงสองคนทำให้คนที่ยืนข้างๆอีกสองคนอยากรู้อย่างเห็นขึ้นมาทันที
“เออ...ฉันจะยอมทำตามคำแนะของแกแค่สามเดือนที่สัญญาเอาไว้พอใจมะ” จีรณากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“งั้นก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์...แต่ยังไม่เพียบพร้อม”
“ฉันยังต้องทำไรอีกเนี่ย...โอ๊ย…แค่นี้ก็แย่แล้วอะ” คำนั้นของเพื่อนสาวทำเอาจีรณาดิ้นขึ้นมาด้วยความขัดใจ
“ก็เพราะแกยังใส่ไอ้นี้ไม่เป็น” กมลฉัตรเอ่ยพร้อมกับยกรองเท้าส้นสูงขึ้นมาให้เพื่อนสาวดู  ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไป “วันนี้ฉันอนุโลมให้แกใส่ไม่มีส้นได้  แต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปแกต้องมาหัดเดินกับพี่จี๊ดซี่...เพื่อฝึกบุคลิกภาพให้ดูดีสมกับที่ได้รับเลือกให้ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่เกาะเซจูกับซุป'ตาชื่อดังของเกาหลีอย่างเรน...”
“อะไรนะ...” จีรณาตาโตเท่าไข่ห่าน นี้เพื่อนของเธอเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่าเธอจะไปเกาะไข่มุกอันเป็นที่ตั้งของ
นันทารีรีสอร์ทต่างหากไม่ใช้เกาะเซจูอะไรนั้นสักหน่อย
“เอาน่า...กลับถึงบ้านเมื่อไรจะอธิบายให้ฟัง ตอนนี้แกอือออห่อมกไปกับฉันก่อนแล้วกัน”กมลฉัตรกระซิบกระซาบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวของเธอยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับคำพูดเมื่อกี้ของเธอ
“จริงด้วยๆ...จะทำให้ขายหน้าไม๋ได๋เด็ดขาดและพี่จี๊ดซี่ในฐานะสไตร์ลิสต์ชื่อดังติดอับดับหนึ่งของเมืองไทยจะไม่ยอมให้น้องไปทำขายหน้าได๋เด็ดขาดค่ะ...เพราะพี่ก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับของน้องเรนเหมือนกัน”
“พี่น้องต่อก็เหมือนกันนะคะ...จะไม๋ยอมให้คุณน้องทำขายหน้าได้เด็ดขาดเพราะพี่ก็เป็นหนึ่งในพลพรรคคนรักเรนเหมือนกัน” สองชายหัวใจหญิงผสานพลังกันหนักแน่นขนาดนี้จะไม่เธออือออไปด้วยได้ไง ไม่งั้นมีหวังโดนกระทืบจมพื้นตรงนี้แน่ๆ
“คะ..คะ..ไม่ทำให้ขายหน้าเด็ดขาด” จีรณายิ้มแหยๆให้จี๊ดซี่และพี่น้องต่อก่อนจะหันมาปั้นหน้ายักษ์ใส่เพื่อนสาว  กมลฉัตรยิ้ม หยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้ให้แทน
“ยายฉัตรแกบอกฉันมาซะดีๆ...ว่าทำไมต้องไปโกหกพี่จี๊ดซี่กับพี่น้องต่อเขาแบบนั้นด้วย” จีรณาไม่รอช้าเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในรถแท็กซี่เพื่อกลับไปยังคอนโดเมื่อเสร็จธุระจากการแปลงโฉมที่เธอมาทำตั้งแต่บ่ายโมง จนนี้ปาเข้าไปเกือบจะสามทุ่มเมื่อรวมกับเรื่องไร้สาระที่เธอเค้นถามเพื่อนสาวอยู่ในขณะนี้
“แล้วแกจะให้ฉันบอกว่าที่พาแกมาทำสวยในวันนี้เพื่อจะไปเป็นฉันในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าที่นันทารีรีสอร์ทงั้น...ฉันก็ไม่ได้อยากโกหกเท่าไรหรอกน่าแต่ก็คุ้ม”
“คุ้มอะไรของแก”
“ก็คุ้มค่าที่สองสาวเทียมนั้นปั้นให้แกสวยจนฉันรู้สึกพอใจมากไงเล่า แถมยังลดราคาให้อีกครึ่งหนึ่งเพราะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของซุป'ตาเรนเหมือนกัน อีกอย่างฉันก็นึกอะไรไม่ออกด้วยตอนนั้น”
“แกก็เลยโมเมว่าฉันได้รับเลือกให้ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนสองต่อสองกับเรนนักร้องเกาหลีที่เกาะเซจูเนี่ยนะ”
“ก็ใช่น่ะซิ”
“มีหวังถ้าสองคนนั้นรู้ว่าแกโกหกละก็แกต้องโดนยำเละแน่ๆ...ตายแน่ยายฉัตรเอ๋ย...ฮ่าๆๆๆ”
“แหมไม่ขนาดนั้นหลอกมั้ง...แกก็พูดเกินไป” พูดจบก็กลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆลงคอเอื๊อก จริงอย่างที่เพื่อนสาวว่าถ้าสองคนนั้นรู้ขึ้นมาเธอต้องโดนยำเละแน่เลย
“ตื๊ด…” เสียงสั่นของเครื่องสื่อสารไร้สายในกระเป๋าสะพายจีรณาสั่นสองสามครั้งก่อนที่เธอจะยกขึ้นดู
“อ้าย!....ยายฉัตรแม่แกโทรมา” มื้อน้อยๆนั้นสั่นไปหมดด้วยความรู้สึกไม่ดีในใจ ก่อนจะหันไปหาคำปรึกษาจากเพื่อนสาว
“แม่ฉันหรอ...งั้นแกก็รับซิ”
“รับเลยนะ” ถามทั้งที่ยังรู้สึกตื้นเต้นอยู่ กมลฉัตรพยักหน้ารับด้วยสีหน้ากล้าๆกลัวเหมือนกัน
“ฮัลโหล...ค่ะ..คะคุณกุ” เสียงนั้นสั่นๆนิดแต่คนรับก็พอที่จะควบคุมมันไว้ได้บ้าง
“ค่ะ…ได้ค่ะ...ไว้พรุ่งนี้จีจะเข้าไปคะ”
“ค่ะได้ค่ะ..ค่ะ”
“แม่ฉันว่าไง” กมลฉัตรถามด้วยความใคร่รู้
“แม่แกให้ฉันเข้าไปหาพรุ่งนี้ก่อนเก้าโมง...เรื่องไปเรียนต่อ”
“หรอ...โล่งอกนึกว่าจับได้ที่ฉันแอบกลับเมืองไทยมาหาแก”
“เฮ้ย...แล้วแกจะให้ฉันไปหาคุณกุในสภาพนี้หรือ” สภาพที่ว่านั้นมันดีจนเธอเชื่อว่าถ้าคุณกุสุมาเห็นต้องแปลกใจและอดสงสัยไม่ได้แน่ๆว่าอยู่ดีทำไมเธอถึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้
“นั้นสิ...ใครจะไปรู้ว่าแม่จะให้แกเข้าไปหา...ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะทำให้แกกลับร่างเดิมเอง” กมลฉัตรหันไปยิ้มเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนสาวว่าทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี
“ตี๊ด…” เสียงเครื่องสื่อสารไร้สายที่คราวนี้มือดังอยู่ในมือเจ้าของทำเอาจีรณาถึงกับทำมันหล่นลงพื้นด้วยความตกใจสุดขีด ไม่รู้ทำไมตั้งแต่รับปากเพื่อนสาวทำเรื่องเสี่ยงๆนั้นทำให้เธอเป็นคนขวัญอ่อนไปเสียแล้ว แต่เมื่อดูเบอร์ก็ถอนหายใจโล่งอกออกมา ไม่ใช่คุณกุสุมาแต่เป็นโรงพยาบาล
“ใคร...อย่าบอกนะว่าพี่นนท์”
“ไม่ใช่ยะ...โรงพยาบาลต่างหาก”เธอหันไปค้อนเพื่อนสาวก่อนจะกดรับ
“ฮัลโหล...หมอจีคะ”
“คะ...ได้ค่ะเดี๋ยวอีกยี่สิบนาทีจีจะแวะเข้าไป...ไม่รบกวนค่ะ..ค่าคะ”
“ใครหรอ”
“คุณจุ๊บพยาบาลคู่ใจฉันโทรมาบอกว่ามีคนไข้กิตติมศักดิ์ต้องการเจอฉันด่วนที่สุด...และถ้าฉันไม่ไปเป็นเรื่องแน่” เป็นเรื่องที่ว่านั้นเธอเคยเจอมากับตัวแล้วและรู้ดีที่เดียวว่าผลจะเป็นยังไงถ้าเธอไม่ไปตามคำร้องขอนั้น
“ใครกิตติมศักดิ์ขนาดนั้นเลยหรอ...แกถึงต้องรีบไปเทคแคร์เขาทั้งที่ไม่ใช่วันทำงานของแกเนี่ย...ฉันรู้จักปะ” กมลฉัตรถามอย่างใคร่รู้ที่สุด แต่จีรณากลับมาทำหน้าทะเล้นใส่ซะงั้น ทำให้เธอยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่
“เดี๋ยวแกลลงไปก่อนนะ...ฉันจะเลยไปโรงพยาบาลเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับ”
“แต่แกจะไปทั้งชุดนี้หรอ” จีรณาเองก็พึ่งนึกขึ้นมาได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง“ฉันว่าแกเปลี่ยนหน่อยดีไหม”
“กระเป๋าฉันละ”
“นั้น” กมลฉัตรชี้ไปที่ตักของเพื่อนสาวเพราะกระเป๋าที่ว่ามันอยู่บนนั้นตั้งแต่ก้าวขึ้นมาบนรถแล้ว
“แล้วเสื้อผ้าชุดเดิมของฉันละ”
“นี่” กมลฉัตรเอื้อมไปหยิบถุงกระดาษที่อยู่ในมือของเพื่อนสาวข้างในบรรจุเสื้อผ้าชุดเดิมที่กำลังถามหา ซึ่งเธอจำได้ว่าเพื่อนสาวถือติดมือลงมาตั้งแต่อยู่ที่ร้านจี๊ดซี่ดีไซด์นั้นแล้ว
“เดี่ยวฉันไปเปลี่ยนที่ปั้มน้ำมันตรงข้ามโรงพยาบาลแล้วกัน แกลงไปก่อนเถอะ ถึงพอดีเลย” กมลฉัตรพยักหน้ารับก่อนก้าวลงจากรถพร้อมกับโบกมือให้เพื่อนสาว
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 144 ท่าน