Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เงารักหัวใจปรารถนา
ณัฐฏ์ณวรา
ตอนที่ 1 : เงารักหัวใจปรารถนา
2
12/03/2555 12:46:07
344
เนื้อเรื่อง
บทที่1
ความลับที่บอกไม่ได้  ขอโทษนะ
 
ณ  คอนโดหรูใจกลางเมืองกรุงเต็มไปด้วยรถราวิ่งขวักไขว่  ผู้คนที่เดินส่วนกันไปมาดูวุ่นวาย  อีกทั้งตึกรางบ้านช่องนั้นแน่นขนัดจนหาความเป็นธรรมชาติไม่ได้  เมื่อมองผ่านกระจกใสกั้นออกสู่ภายนอก  หลายต่อหลายครั้งที่จีรณาคิดจะไปเป็นแพทย์อาสาของโครงการหลวงให้รู้แล้วรู้รอดก็เพราะความวุ่นวายในเมืองกรุงแห่งนี้  แต่สุดท้ายแล้วจำต้องเลือกที่นี่มันสะดวกในเรื่องการเดินทางไปกลับในการทำงานของเธอที่โรงพยาบาล
ตั้งแต่เรียนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์ได้สองปีกว่าๆ  เธอก็เขาประจำ ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เป็นต้นมา  ประการหนึ่งก็เพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณกุสุมาที่รับเธอไว้ในอุปการะ  เมื่อบิดาของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมกับสามีคุณกุสุมาหรือบิดาของเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ  กมลฉัตรนั่นเอง  บิดาของเธอเป็นคนขับรถของบ้านธนาสุทธิรังสรรค์ขับรถให้บิดาของกมลฉัตรมาตั้งแต่หนุ่มๆเห็นจะได้  ต่อมาไม่นานบิดาก็รับเธอมาอยู่ด้วยเมื่อมารดาทิ้งเธอไปด้วยเหตุผลอันใดจนปัจจุบันนี้เธอก็ไม่ทราบได้และไม่ได้ยินเรื่องราวของมารดาจากปากบิดาอีกเลย  เธอเข้ามาอยู่ในบ้านสุทธิรังสรรค์ได้ไม่ถึงปีตอนนั้นเธออายุได้หกขวบกำลังจะเข้าโรงเรียนพอดีผู้เป็นบิดาเป็นอันต้องจากเธอไปอีกคนอย่างไม่มีวันหวนกลับ 
เพื่อนคนแรกที่เธอรู้จักคือกมลฉัตรเธอเป็นทั้งเพื่อนที่บ้านและเพื่อนที่โรงเรียนด้วยเหตุผลที่เข้าเรียนพร้อมกันในโรงเรียนแห่งเดียวกันและอยู่บ้านหลังเดียวกัน  เพื่อนคนนี้ของเธอช่างแสนดีค่อยช่วยเหลือเกื้อกูลเธอตลอดมาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นแค่ลูกคนขับรถของบิดาตัวเองแต่คิดว่าเธอคือพี่น้องแท้ๆคนหนึ่งเลยทีเดียว  ไม่ว่าเธอว่าโดนรังแกสักกี่ครั้งสักกี่หนก็ได้กมลฉัตรคนนี้ที่คอยปกป้องดูแลเหมือนเป็นบอร์ดี้การ์ดประจำตัวของเธอเลยก็ว่าได้  เพราะสองเพื่อนซี้นี้ตัวติดกันตลอดเวลาชนิดที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเลยที่เดียวด้วยความคิดถึงและสายใยแห่งความผูกพันธ์อันยาวนาน
แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น  ไม่รู้มีสิ่งใดมาดลบันดาลใจให้กมลฉัตรต้องหนี้ไปอยู่ใกล้คนละขั้วโลกนั้นเพียงเพราะคุณกุสุมาตัดสิ้นใจจะแต่งงานใหม่กับคุณชาญเพื่อนร่วมธุรกิจของคุณธนาบิดาเธอ  โดยที่เพื่อนสาวของเธอเองยอมรับไม่ได้กับการแต่งงงานในครั้งนี้  จึงไม่แม้แต่จะไปร่วมพิธีและใช้วันงานพิธีนั้นเพื่อเป็นการจากไป จากทุกคนร่วมทั้งตัวเธอ ตั้งแต่นั้นมาทำให้เธอทั้งสองต้องห่างกันโดยปริยาย
เมื่อจากไปแล้วไม่เคยมีวันไหนที่กมลฉัตรจะไม่ติดต่อกลับมาหาเธอกมลฉัตรเลือกเขียนจดหมายส่งไปที่มหาวิทยาลัยของเธอแทนที่จะส่งมาที่บ้านเพราะกลัวคุณกุสุมาจะรู้เข้า ครั้นจะโทรศัพท์ทางไกลมาคุยก็กลัวว่าจะเสียมากกว่าค่าเทอมเพราะเพื่อนรักต้องโทรมาวันละหลายๆรอบเพราะคิดถึงเธอและเหงาเมื่อไปอยู่แรกๆ จึงใช้บ้างแต่นานๆที
  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่วายที่คุณกุสุมาจะตามตัวเพื่อนสาวของเธอจนเจอด้วยฝีมือของนักสืบเอกชน กมลฉัตรก็ไม่ยอมกลับมาแล้วยังท้าทายผู้เป็นแม่ด้วยการตัดขาดจากกันและขออยู่ด้วยตัวเองโดยไม่มีคุณกุสุมาอีกต่อไป ถ้าเรียนจบเมื่อไรจะกลับไปดูแลกิจการในส่วนที่คุณธนาสร้างไว้ให้เท่านั้นไม่ยุ่งเกี่ยวหรือขอรับในส่วนที่เป็นของคุณกุสุมาเด็ดขาด 
 เธอรู้ว่ากมลฉัตรพูดออกไปอย่างนั้นเพียงเพราะความน้อยใจในตัวผู้เป็นมารดา คุณกุสุมาเองก็เช่นกัน เธอจึงไม่นำตัวกมลฉัตรกลับมาเมืองไทย แต่ก็ยังทำหน้าที่ของแม่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยการแอบโอนเงินไปให้ใช้บ้างล่ะ  พอถึงฤดูหนาวก็ถักเสื้อไหมพรมถักผ้าพันคอไปให้บางล่ะ ด้วยหวังว่าสักวันกมลฉัตรจะใจอ่อนกับท่านบ้าง แม้หนทางจะอีกยาวไกลเพราะรู้ว่าบุตรสาวรับเอานิสัยดื้อด้านและใจแข็งไปจากผู้เป็นสามีอยู่มาก แต่เธอก็จะรอวันนั้น วันที่กมลฉัตรกลับมาและให้อภัยเธอ นี่เองเป็นเหตุผลประการสำคัญที่ทำให้เธอต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเพื่อนสาวเพื่อตอบแทนผู้มีอุปการคุณของเธอและเพื่อนสาวที่แสนดีของเธอให้กลับมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวอีกครั้ง
“โอ้ย!…ให้ตายเถอะ...ใครโทรมาอีกละเนี่ย..เฮ้อ” เสียงนั้นลากยาวอย่างเหนื่อยหน่าย  ถอนหายใจนิดหนึ่งก่อนจะกดรับ
“หมอจีแกมาหาฉันหน่อยสิ”
“แล้วตอนนี้แกอยู่ไหนยะ...หายไปเลยทิ้งฉันให้นอนอยู่คนเดียวทั้งวัน” จะไม่ให้หมอจีบ่นได้ไงเล่าพอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเพื่อนสาวของเธอมีแต่ที่นอนว่างเปล่าเมื่อตื่นตอนใกล้เที่ยง
วันนี้จีรณาตื่นสายได้เนื่องจากเป็นวันหยุดพักผ่อนของเธอและคงเป็นวันหยุดยาวจากการทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ไปจนสองปีข้างหน้า  เมื่อเธอได้รับการอนุญาตจากคุณกุสุมาให้บินไปเรียนต่อเฉพาะทางที่อเมริกาได้  แลกกับการกลับมาของลูกสาวสุดที่รักอย่างกมลฉัตร  แต่กว่าจะได้ไปก็อีกสามเดือนข้างหน้าและเวลาสามเดือนก่อนจะบินไปนั้น  เธอก็ต้องรีบทำภารกิจสำคัญของเธอให้เสร็จสมบูรณ์และทันท่วงที  และเธอก็ต้องทำมันให้ได้แม้จะหวั่นๆอยู่ไม่น้อย
“เอาน่าฉันก็มาธุระให้แกทั้งนั้นแหละ”
“ธุระให้ฉันหรืออยากเที่ยวเองกันแน่ยะ”
“เบื่อจริงคนรู้ทัน...เอาเป็นว่าอีกหนึ่งชั่วโมงแกมาเจอฉันที่นี่...โอเค” พูดจบก็กดวางสายทันทีไม่รีรอให้คนฟังได้ปฏิเสธใดๆ
“โอ๊ะ”
ถุงกระดาษยี่ห้อหรูสองสามใบที่อยู่ในมือของกมลฉัตรหล่นกระจายเกลื่อนพื้น  เมื่อบังเอิญชนใครคนหนึ่งเข้า  เมื่อมัวแต่มองเข้าไปในร้านเสริมสวยอย่างคิดอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้จึงไม่ทันเห็นคนที่สวนเข้ามา ดูเหมือนตอนนี้เขาจะรับแต่ตัวเธอไว้ในอ้อมกอดแข็งแรงนั้นและรับไว้ได้ทันท่วงทีเสียด้วยไม่งั้นเธอคงได้อายคนที่เดินผ่านไปมาเพราะหน้าคะมำลงไปจับกบนั้นเอง
“ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรหือเปล่าครับ” สายตารู้สึกผิดสำรวจไปทั่วร่างบาง เมื่อหญิงสาวในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับเขา สองสายตาประสานกันทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดใจแทบละลาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระจากอ้อมกอดแข็งแรงที่โอบเธอไว้แน่น
วันนี้กมลฉัตรเลือกแต่งตัวสบายชิลล์ๆ  ด้วยเสื้อยืดลายขวางสีดำแขนสามส่วนคอคว้านโชว์ไหล่นวลเนียน กางเกงขาสั้นเลยเข่าสีกลมทาอวดขาเรียวยาว กับกระเป๋าหนังราคาแพงรูปตัวซีไขว้กันนั้นเสริมให้เธอดูดีขึ้นมาทันตา
“คุณ...นี่คุณนั่นเอง” กมลฉัตรหมายถึงชายหนุ่มที่เพื่อนสาวของเธอทึกทักว่าเป็นเธอแล้วโผกอดเขาไว้แน่นที่ห้องอาหารของโรงพยาบาลเมื่อว่านี้นั้นเอง
เมื่อได้พิจารณาใกล้ๆแบบนี้ผู้ชายคนนี้ก็หล่อเหลาเอาการไม่เบาทีเดียว ดูเผินๆก็เหมือนหนุ่มตี๋ธรรมดา ทว่าเมื่อมองลึกลงไปในดวงตาสีนิลแววระยับคู่นั้น  อีกทั้งเค้าโครงหน้าที่สวยเกินหญิงนั่น  มันดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียวสำหรับกมลฉัตร   เพียงวูบเดียวของความคิดแล้วรีบสลัดมันออกไปแล้วดึงสติให้กลับเข้าสู่ภาวะเดิม
“ครับ” สีหน้าที่แสดงออกอย่างครุ่นคิดงุนงง แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน
“ก็เมื่อวานที่โรงพยาบาลไงคะ...ที่เพื่อนของฉันบังเอิญ...”
มันรู้สึกอายปากยังไงชอบกลกับอีแค่พูดออกมาว่า 'ที่เพื่อนของฉันบังเอิญกอดคุณ' เธอจึงหยุดไว้แค่นั้นเพราะคิดว่าเขาน่าจะจำได้
“อ้อ...คุณเป็นเพื่อนของหมอจีหรอครับ”
คราวนี้คนที่อึ้งกับเป็นบอกซะเอง ก็อยู่ดีๆเขาก็รู้จักกับเพื่อนสาวของเธอซะงั้น แต่ไม่เห็นจีรณาพูดออกมาสักคำว่ารู้จักผู้ชายหล่อเหลาหน้าตาดีมากขนาดนี้มาก่อน หรือเพื่อนสาวของเธอมีแฟนแล้วแต่เก็บเงียบไม่ยอมบอก ความอยากรู้อยากเห็นพุดพุ่งขึ้นมาในสมองน้อยๆของเธอทันที
“คุณเออ...”
“ผมนนท์ครับ...แล้วคุณ...” เขารีบแนะนำตัวก่อนจะถามชื่อเธอเช่นกัน
“กมลฉัตรค่ะ...เรียกฉัตรเฉยๆก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มตอบอย่างเป็นมิตรเช่นกัน
“งั้นเราไปหาไรทานทานกันดีไหมคะ...เผอิญว่าฉัตรรอหมอจีอยู่นะคะนี้ก็จะเที่ยงแล้วด้วย” กมลฉัตรถือโอกาสชวนทันทีอย่างน้อยเธอต้องรู้ให้ได้ว่าชายหนุ่มรูปงามคนนี้รู้จักกับเพื่อนสาวของเธอในฐานะอะไรกันแน่
“ครับโอเค...ผมอยากเจอหมอจีอยู่เหมือนกัน งั้นเราไปร้านนั้นกันดีกว่านะครับ”
ร้านที่นนท์ว่าก็คือร้านอาหารไทยที่เขาชอบพาหมอจีรณาของเขามาทานด้วยกันบ่อยๆ  ตั้งแต่สมัยที่เขายังไม่ไปเมืองนอกนั้นเอง  ที่นี่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลและก็อยู่ใกล้กับคอนโดของหมอจีรณา  หญิงสาวที่เขาหมายปองมานานหลายปี  ตั้งสมัยที่เขายังไม่ไปเรียนต่อที่อเมริกาแม้เธอจะหยุดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไว้แค่เพื่อน 
จีรณาเป็นน้องร่วมสถาบันเดียวกันกับเขา เจอจีรณาครั้งแรกเขารู้สึกถูกใจอย่างบอกไม่ถูกและยิ่งถูกใจมากขึ้นเมื่อคุณกุสุมาส่งเธอมาตัวเมื่อสองปีก่อนหน้านี้แต่เขามารู้ทีหลังว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามต่างหากเป็นคนส่งเธอมาเพื่อดูตัวเขาแทน  เขาไม่โกรธแต่นึกขันมากกว่าและยังนึกขอบคุณที่กมลฉัตรส่งเธอมาแทน
 เธอเป็นผู้หญิงน่ารัก ใสๆ ไม่แสแสร้งเหมือนหญิงอื่นที่พบเห็นทั่วไป เธอเป็นคนที่มีจิตใจดี  ทั้งเก่งทั้งฉลาดเขาเองยังสู้ไม่ได้เลย เสียอย่างเดียวก็เห็นจะเป็นความโก๊ะของเธอ ที่ใครเห็นเป็นต้องส่ายหน้าทุกทีไป แต่สำหรับเขาเธอน่ารักดีไม่เหมือนใคร
“คุณนนท์มาที่นี้บ่อยหรือคะ” กมลฉัตรเอ่ยเมื่อเขาสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว เหมือนจะสั่งเผื่อคนที่กำลังมานั้นอีกอย่างรู้ใจกัน ทำให้เธอเองอดสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ไม่ได้ ระหว่างนั่งรอหมอจีรณาเพื่อนรักเธอก็เริ่มทำความรู้จักกับนนท์ให้มากขึ้น ด้วยการชวนคุยและซักถามประวัติของกันและกัน ประวัติความเป็นมาที่ทำให้กมลฉัตรถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาคือบุตรชายคนเดียวของคุณนาฏนรี นิพานันท์ เจ้าของโรงพยาบาลที่แม่เธอถือหุ้นร่วมด้วย
 “คุณฉัตรจะสั่งอะไรเพิ่มไหมครับ” เขาถามเมื่อบริกรยกอาหารจานสุดท้ายมาเสิร์ฟให้
“ไม่ล่ะคะ...แค่นี้ก็ทานไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง หรือจะด้วยความรู้สึกพิเศษที่ไม่สามารถบอกตัวเองได้เลยในตอนนี้ก็ไม่รู้ 
‘ผู้ชายคนนี้ไงเล่า ที่แม่ของเธอพยายามติดต่อให้มาดูตัวเพื่อหวังสานสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์อันมหาศาลในวันข้างหน้า ตอนนี้เธอนึกเสียดายเขาขึ้นมาซะดื้อๆไม่น่าให้จีรณามาดูตัวแทนเลยให้ตายสิ’
 แต่จะว่าไปตอนนั้นที่คุณกุสุมาส่งรูปมาให้ดูเขาไม่ได้หล่อขนาดนี้นี่  ใส่แว่นตาหนาเตอะ หวีผมซะเรียบแปล้ติดหนังหัวแบบนั้นมันเชยสิ้นดี ไม่ใช้สเป็กเธอเลยสักนิด  แต่มันเหมาะกับจีรณาเพื่อนของเธอมากกว่าเหมาะสมกันยังกับกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว  เธอจึงส่งจีรณานี่ละมาดูตัวแทน นึกแล้วยังขำไม่หาย
“คือผมสั่งเผื่อหมอจีเขาด้วยนะครับ...เห็นคุณฉัตรว่าหมอจีมาถึงแล้ว” เขารีบอ้างทันทีเหมือนเห็นสายตาสงสัยของคนตรงหน้า
ก็เมื่อครู่เธอรับโทรศัพท์และบอกเขาเองว่าหมอจีรณาของเขามาถึงแล้ว เขาเองก็ลุ้นๆ อยู่ว่าหมอจีของเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อได้เจอเขาอีกครั้ง  หลังจากเมื่อวานที่เข้าไปหาเธอที่โรงพยาบาลแต่เธอกลับจำเขาไม่ได้  ซ้ำหลบหน้าหลบตาแล้วรีบออกไปแบบนั้น  เขารู้มาว่าเธอจะไปเรียนต่อเฉพาะทางที่เอริกาอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียนจบ  แต่ก็มีเหตุขัดข้องบางอย่างจนเธอต้องเลื่อนเวลาออกไปเขารู้ดีว่าเพราะอะไร  เหตุการณ์นั้นจึงทำให้เขาต้องไปเรียนเฉพาะทางและบริหารคนเดียวก่อนหน้าเธอ  ทั้งที่หยุดรอไปพร้อมเธอตั้งสองปี
“ค่ะ...นั้นมาพอดีเลย” กมลฉัตรเอ่ยพร้อมกับมองตรงไปยังประตูทางเข้า 
เห็นเพื่อนสาวของเธอเด่นเป็นสง่าเดินเข้าร้านมานั่น  จะไม่ให้เพื่อนสาวเธอเด่นได้ไงก็แต่งตัวได้ป้าซะขนาดนั้น กระโปร่งยาวกลอมเท้าลายเลขาคณิตพื้นสีน้ำตาลแดง  กับเสื้อแขนยาวสีขาวลายเส้นสีน้ำเงินสลับแดงที่อก  ส่วนชายแขนเสื้อถูกดึงขึ้นมาอยู่ที่ข้อศอก  อีกทั้งย่ามใบโตสะพายข้างถักด้วยเชือกไนร่อนสีเขียวปี๋แสนจะเชยนั้นอีก 
นี้ยังไม่นับกับผมตรงยาวที่ปล่อยสยายถึงกลางหลังแต่วันนี้ถูกคาดขึ้นไปด้วยที่คาดผมเรียบๆสีเหลืองอ๋อยบวกแว่นตาหนาเตอะนั้นอีก บุคลิกแบบนี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากหมอจีจอมโก๊ะเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ
“ขอโทษที่ฉันมาช้า...รถติดชะมัดเลยกรุงเทพเนี่ย” หมดคำแก้ตัวก็ยกแก้วน้ำกระดกเข้าปากพรวด โดยไม่ถามเลยว่าของใคร ก่อนจะหันไปเห็นเจ้าของแก้วน้ำที่นั่งเงียบข้างๆถึงกับผงะ คลับคล้ายคลับคลาว่าผู้ชายตรงหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จึงหันไปหาเพื่อนสาวโดยการใช้สายตาเป็นเชิงถามไถ่
“คุณนนท์ นิพานันท์ ไงล่ะ” ชื่อนี้คุ้นหูนัก ทำเอาหมอจีต้องหันมองอย่างพิจารณา ก่อนจะโผงออกมาด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
“พี่นนท์...กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะไม่เห็นบอกกันบ้างเลย ดีใจจัง” สายตาก็พิจารณาความเปลี่ยนแปลงในตัวชายหนุ่ม ที่มันเปลี่ยนไปจนบัดนี้เธอจำแทบไม่ได้เลยทีเดียวเชียว ก็พี่นนท์สุดเชยและเฉิ่มของเธอกลายมาเป็นหนุ่มหล่อมาดเท่ห์ที่เธอเห็นแล้วนึกว่าดาราเกาหลีที่ชื่นชอบซะอีก
“แล้วนี่อะไรกัน สองคนนี้แอบไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไรฮะ” สายตาคาดคั้นส่ายไปทางเพื่อนสาวที ทางเพื่อนชายคนสนิทที ด้วยความอยากรู้
“ก็บังเอิญน่ะ...พี่ไปเดินชนคุณฉัตรเข้า แล้วก็บังเอิญอีกที่เขาจำพี่ได้ ไม่เหมือนเราขนาดกกอดพี่ไว้แน่นซะขนาดนั้นยังจำพี่ไม่ได้เลย”
“และบังเอิญว่าฉันเป็นเพื่อนแก...แต่ไม่ยักรู้จักคุณนนท์ ฉันก็เลยชวนคุณนนท์มานั่งรอแกด้วยเพราะเขารู้จักอยากเจอตัวแกอยู่พอดี” สายตาพิฆาตที่เพื่อนสาวมองมาทำให้จีรณาร้อนหนาวยังไงชอบกล
“แหมก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ…ว่าเป็นพี่นนท์ หล่อขึ้นขนาดเนี่ยจะให้จีจำได้ไงกัน แล้วแกเองแต่ตอนนี้ก็รู้จักแล้วไม่ใช่หรอฮะ...หรือจะต้องให้ฉันแนะนำอีกรอบ”
“พี่ว่าเราทานไปคุยไปดีกว่าไหมเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด เชิญครับคุณฉัตร แล้วนี้ปูผัดผงกระหรี่ของชอบของจีจ๊ะ” จีรณายิ้มรับอย่างภูมิอกภูมิใจที่เขายังจำได้เสมอว่าเธอชอบทานอะไร แถมยังเลือกร้านโปรดที่เขาและเธอชอบมาทานด้วยกันอยู่บ่อยๆนั้นอีก
“แล้วคุณนนท์จะเข้าไปบริหารงานที่โรงพยาบาลเลยหรือเปล่าคะหรือจะขอพักก่อน”
“คงต้องเข้าไปเลยครับ ก็จีเขาจะไม่อยู่แล้ว...ศัลยแพทย์ก็ขาดไปหนึ่งผมคงต้องไปประจำตำแหน่งนั้นแทนจีก่อนก่อนจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว”
“แหม…น่าอิจฉาคุณนนท์จังเรียนจบปุ๊บก็มีกิจการของครอบครับมารองรับปั๊ป”
“แล้วคุณฉัตรละครับเมื่อไรจะกลับมาสักที เห็นคุณแม่เล่าให้ฟังว่า ป้ากุร่วมหุ้นกับญาติของคุณชาญทำรีสอร์ท เพื่อรอคุณมาบริหารอยู่ไม่ใช่หรอครับ”
คำพูดประโยคนี้ของนนท์ทำเอากมลฉัตรแทบสำลักข่าวเลยที่เดียว ใครบอกว่าแม่ของเธอไปร่วมหุ้นทำธุรกิจกันเล่า  ถ้าร่วมหุ้นชีวิตก็ว่าไปอย่างแต่คนที่ร่วมหุ้นด้วยนั้นคือบิดาของเธอต่างหาก  กมลฉัตรยกน้ำขึ้นดื่มนิดหนึ่งก่อนจะหันมาตอบนนท์
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 158 ท่าน