Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
รักเธอ...ที่สุดในโลก
kawaii_-snow
Love The Trick : Start Love
2
11/03/2555 19:34:14
322
เนื้อเรื่อง
 

                “รีน เธอดูสวยขึ้นเยอะมากอ่ะ ไปทำอะไรมาเนี่ย” เสียงของ ลิตาหรือ ลลิตา เพื่อนสนิทของฉันเองแหล่ะ เราสนิทกันมาตั้งแต่ช่วงม.1ตอนนี้ฉันก็อยู่ม.5 แล้ว
                “แหม คนเรามันก็ต้องมีพัฒนาการกันบ้าง แล้วแกยังไงเนี่ย ฝากจองที่ไว้ทำไมไม่จองไว้ให้ฉัน”
                “ก็ฉันมาคนรองสุดท้าย มันก็เหลืออยู่ที่เดียวเอง ที่ที่แกนั่งมันก็โอเคไม่ใช่หรอ”
                “ก็ดี”
                “ได้นั่งข้างหนุ่มสุดฮอตเนี่ยนะก็ดีของแก ถ้าไม่แน่จริงไม่มีใครกล้านั่งนะเว้ย”
                “แล้วฉันแน่จริงหรือเปล่าล่ะ”
                “ย่ะ แม่คนฮอตยิ่งกว่า”
                “J”
                “ไปหาอะไรกินกันดีกว่า นี่ก็ใกล้จะหมดเวลาพักแล้วนะ”
                “อื้อ ไปสิ”
 
@Food Center
                “ทำไมวันนี้คนแน่นจังเนี่ย”
                “ฉันเห็นมันก็แน่นทุกวันนั่นแหล่ะ” ก็แหงล่ะ โรงเรียนนะไม่ใช่ราชวัง มันก็ต้องมีคนเยอะเป็นธรรมดา “แล้วจะนั่งไหนล่ะเนี่ย” ฉันพยายามเขย่งสุดเท้าเพื่อมองหาที่นั่ง  แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีที่ให้ฉันนั่งเลย
                “เจอไหม”
                “ที่มองเห็นนะ ไม่เจอเลยสักที่”
                “แต่ฉันเจอแล้ว ขึ้นอยู่ว่าแกจะกล้าหรือเปล่า”
                “ก็ลองดูสิ ทำไมฉันจะไม่กล้า”
                “Let’s go cherine”
               
                “นั่งด้วยยยยค้า” ลิตาเดินไปหากลุ่มของนธี และตะโกนโดยไม่อายคนรอบข้าง ฉันเลยเอาศอกกระทุ้งๆที่ต้นแขนเธอเบาๆ
                “เอาสิ ธีเขยิบดิ” ตั้ม เพื่อนในกลุ่มของธีเรียกธีที่กำลังกดบีบีอย่างคล่องแคล่ว จีบสาวอีกล่ะสิ ผู้ชายยังไงก็เป็นผู้ชายวันยังค่ำ
                “ไม่เป็นไรหรอก เรานั่งข้างลิตาก็ได้”
                “ไม่ได้หรอก รีนนั่งข้างธีไปเหอะ เดี๋ยวเรานั่งข้างลิตาเอง” ฉันหันไปมองหน้าลิตา เธอก็พยักหน้ารับและยิ้มบางๆส่งมาให้ฉัน เอาว่ะๆ นั่งก็นั่ง กะอีแค่กระแทกก้นลงไปมันจะไปยากอะไร คนอะไรคนเขาจะนั่งข้างๆยังไม่มีหันมามอง รู้ฤทธิ์ของเชอรีนน้อยเกินไปแล้ว
                “นั่งลงเบาๆหน่อยไม่ได้ไง เป็นผู้หญิงแบบคนอื่นเข้าหน่อยเหอะ”
                “เรื่องของฉัน ชิ !”
                “…”
                “คิดถึงธีจังเลยไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ฉันจะแกล้งไอ้ผู้ชายขี้เก๊กคนนี้สักหน่อย ฉันจึงแกล้งบีบนวดแขนและส่งสายตาปิ้งๆแบบสตอเบอรี่สุดๆให้ไป เจอไม้นี้เข้าหน่อยสยบทุกคนแหล่ะ
                “เห้ยย อย่ามายุ่ง” แต่กลับไม่ไปเป็นอย่างที่ใจหวัง อีตาบ้านั่นสะบัดแขนออก และพูดจาทำร้ายจิตใจฉัน ถ้าไม่เห็นว่าหล่อบาดจิตล่ะก็ แม่จะตบให้หัวคะมำเลย หึ่ยย
                “TT^TT” ในใจ>>>-_-^^^
                “โอ๋ๆๆๆๆ อย่าร้องๆน้า ไอ้ธีแกก็พูดเกินไป รีนเขานวดให้แกแทนที่จะขอบใจเขา กลับไปผลักเขาอีก อย่างนี้มันน่าจับเอาหัวโขกกำแพง ให้หัวสมองเน่าๆมันได้กระจ่างใส” เห็นด้วยในใจ แต่พูดออกไปไม่ได้ ธีกับฉันเราไม่ถูกกันมาตั้งแต่ม.1เพราะฉะนั้นเมื่อฉันสวยขึ้นก็เกิดการรับไม่ได้ขึ้นมา อิจฉาฉันล่ะสิ หึหึ
                “จะยั่วอ่ะสิไม่ว่า ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขาทำกัน”
                “แหม นายมันดีตายล่ะ แต่ละคนที่ควงมานี่ หาเจอตามท้องถนนล่ะสิไม่ว่า หรือดีของนายคือนังพวกนั้น ถ้าคิดจะเอาฉันไปเปรียบเทียบ บอกได้เลยว่าอีกหลายขุม” โมโหแล้วโว้ยย พูดอะไรไม่ว่า แต่เอาฉันไปเปรียบเทียบกับนังพวกนั้น แต่ละคนที่อีตาบ้านี่ควงมานะ ลิซซี่ ลิลลี่ เชอรี่ แบบนี้มันต้องเจอดี
                ปึ๊ก
                “โอ๊ยย ยัยบ้า ทำอะไรของเธอเนี่ย” ไวกว่าความคิด ฉันใช้ส้อมเฉาะกลางกบาลหมอนี่ไปเต็มๆ เห็นแล้วหมั่นไส้ ฮ่าๆๆๆ
                “มือมันกระตุก”
                “มือกระตุก ไอ้ตั้มดูเถอะ ใครมันหาเรื่องก่อนกันเนี่ย อยู่ดีๆก็เอาส้อมมาเฉาะกบาลฉันเนี่ย ถ้าแกเข้าข้างยัยบ้าเนี่ย เราเลิกคบกันเลย”
                “เอ่อ ตั้มไม่ต้องเข้าข้างเราหรอก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตั้ม ก็ใครมันปากเสียก่อนล่ะ อยู่ดีๆเอาเราไปเปรียบเทียบกับ กรี๊ดดดดด!” ไอ้บ้านั่นเอาเค้กที่วางอยู่มาป้ายหน้าฉัน แกตายแน่ ฉันเอื้อมมือไปป้ายเค้กที่วางอยู่ของยัยลิตาเต็มๆมือ แล้วนำไปป้ายหน้าใสๆของไอ้บ้านั่น “ลิตายืมก่อน เดี๋ยวซื้อใช้” จากนั้นฉันก็วิ่งหนีออกไปที่สวนหน้าโรงเรียนเพื่อไปล้างหน้าแล้วก็หนีหมาบ้าด้วย หึ่ยย สมน้ำหน้า
                แหมะ!
                “กรี๊ดดด แค่กๆๆ อีกแล้วหรอ งั้นเอามานี่” หลังจากที่ไอ้บ้านั่นเอาเค้กมาป้ายหน้าฉันแล้ว ฉันก็เอาเค้กจากกหน้าฉันเนี่ยแหล่ะ ป้ายหน้าหมอนั่นกลับ สะใจเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆ
                “เธอเสร็จแน่ ยัยบ้า อ้ากกกกกกกกกกก” จากนั้นเราก็วิ่งไล่กันเป็นเด็กๆ เมื่อตอนฉันอยู่ม.1 ฉันกับไอ้บ้านี่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยมากๆ แต่พอโตเราก็ห่างๆกันไปบ้าง แล้วพอม.4ฉันก็ไปอยู่กับคุณพ่อที่อิตาลี เราเลยไม่ได้เจอกันเป็นปีเลย ฉันวิ่งมาถึงด้านหลังโรงบริเวณหน้าโรงยิม ฉันเจอกับคนคนหนึ่ง คนที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันตัดสินใจไปเรียนที่อิตาลี คนที่ทำให้ฉันหวั่นไหวเสมอเวลาเขาเข้าใกล้ ทำให้ใจเต้นแรงโดยไร้สาเหตุ คนที่ทำให้ขอบตาร้อนผะผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เสียการควบคุมชะมัด ทำไมต้องมาเจอเวลานี้ด้วยนะ
                “เชอรีน ทำไมหน้าเป็นแบบนี้ล่ะ มาเดี๋ยวพี่เช็ดให้”
                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวรีนไปก่อนนะคะ ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว”
                “จะขึ้นเรียนในสภาพแบบนี้เนี่ยนะ มานี่เลย ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป ก้อยๆเอาโฟมล้างหน้าให้รีนหน่อยสิ”
                “ไม่มีเลยอ่ะ เดี๋ยวก้อยไปเอาที่แบมมาให้ แปปนึงนะรีน เดี๋ยวพี่โทรหาพี่แบมก่อน” พี่ก้อยก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ขอบตาร้อนผะผ่าวขึ้นมา รู้สึกแย่เป็นบ้าเลย ไอ้บ้าธี นายอยู่ไหนนะ...
                “รุ่นพี่ครับ เดี๋ยวได้เวลาเข้าห้องเรียนแล้วอ่ะครับ เดี๋ยวผมพาเชอรีนไปล้างหน้าบนห้องเรียนก็ได้ครับ” เหอะ มาเร็วจริงๆเลยนะ นธี…
                “มาร์กคะ นี่ค่ะโฟมล้างหน้า” พี่แบมวิ่งเอาโฟมล้างหน้าส่งให้ฉัน และเผลอมองไปที่คนตัวสูงด้านหลังของฉันอย่างลืมตัว สิ่งที่ธีพบเจอมันก็เลวร้ายไม่ได้ต่างกับฉันสักเท่าไร แต่แปลกที่ฉันกลับไม่คิดที่จะแย่งหรือช่วงชิงมันมา อาจจะเป็นเพราะพวกเขาดีกับฉันเกินไปก็ได้…
                “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พี่แบมผมขอยืมก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเอามาคืน” ธียื่นมือไปหยิบโฟมล้างหน้าจากมือพี่แบม นั่นทำให้พี่แบมรู้สึกตัวและหลบสายตาธีพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ “มาเร็ว ยัยตัวยุ่ง” ธีพูดเหมือนจะรำคาญ แต่มืออุ่นๆกลับเอื้อมมากระตุกมือฉันเบาๆและจับไว้แน่น
                “งั้นรีนไปก่อนนะคะ พี่มาร์ก พี่ก้อย พี่แบม”
                “ค้า/ครับ”
 
@Toilet
                “ยัยบ๊อง เดินยังไงถึงได้ไปเจอได้ล่ะ”
                “ไม่รู้สิ ฉัน…” ฉันพูดได้เท่านั้นก้อนสะอึกมันก็มันก็มาจุกอยู่ที่คอ ฉันไม่อยากมาเจอ ไม่อยากมาเห็นให้ปวดใจ ฉันมองหน้าธีพร่ามัวไปหมดเป็นเพราะม่านน้ำตาที่เอ่อล้นทั่วขอบตา ฉันไปอยู่ที่อิตาลีเพื่อเยียวยาความเจ็บปวด แต่เมื่อกลับมาเจออีก หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย มันกลับทำให้แผลในใจที่มันปิดเกือบสนิทแล้ว เหมือนโดนมีดกรีดลงไปให้ลึกลงไปกว่าเดิม คนตัวสูงไม่พูดอะไร แต่กลับคว้าฉันเข้าไปกอดแน่นๆและลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน นั่นก็เหมือนการทำให้น้ำตาที่ฉันกลั้นมันไว้ไหลทะลักออกมาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
                “เป็นแฟนกับฉันไหมรีน เธอจะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องที่เลวร้ายที่ทำให้ต้องปวดใจแบบนี้อีก”
                “ธี…” ฉันผละออกจากธีอย่างงงๆ “อีตาบ้าเอ๊ยย เวลานี้ยังมาพูดเล่นอีก”
                “ไม่ ฉันพูดจริง แต่เป็นหลอกๆ ฮ่าๆๆๆ”
                “อืมม แต่ลองสักตั้งมันก็ไม่เสียหายอะไรนี่น่า ว่าแต่พี่แบม”
                “เราเลิกกันไปนานแล้ว ไม่ต้องห่วง”
                “Let’s go my boyfriend”
                “Love the trick START! Ok.”
                “Yeahh” พูดจบฉันก็ควงแขนธีเพื่อเข้าห้องเรียน ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราสองคนก็จะไม่ต้องเกรงใจใคร ถ้าเราจะเป็นแฟนกัน หึหึ…
 
5.10 PM
                “รีนเมื่อกลางวันแกไปไหนมาล่ะ เห็นวิ่งไปทางข้างหลังกันตั้งนาน ฉันไม่ได้รอเพราะอาจารย์เรียกขึ้นห้องเรียนก่อน”
                “อ๋อ ฉันวิ่งหนีหมาบ้า แล้วเหนื่อยก็เลยไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำข้างหลังน่ะ” ฉันเหลือบตาไปมองคนขี้เก๊กที่ยืนเอามือใส่เข้าไปในกระเป๋า และมองมาที่ฉันด้วยสายตานิ่งๆ ขนาดจะกลับบ้านยังเก๊กได้ขนาดนี้นะ เหอะๆ
                “หมาบ้าที่เธอว่าน่ะ เป็นใคร”
                “คิก…เป็นใครน้า อ่อ เป็นคนนั่งข้างๆ”
                “เชอรีน” หมอนั่นเริ่มเสียงแข็งแล้ว บอกก็ได้ เชอะ!
                “เป็นแฟน!” สิ้นสุดคำพูดของฉันทำเอาเพื่อนๆถึงกับอึ้งกึมกี่ ก็บอกแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ใครจะเชื่อ “หลอกๆ ฮ่าๆๆๆๆ” ลิตาแทบจะเป็นลมล้มพับ คงไม่มีใครจะคิดล่ะสิว่าคู่กัดอันดับหนึ่งของโรงเรียนจะย้ายสถานะมาเป็นแฟนกันได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
                “ยัยบ๊องนี่ชอบฉัน เลยขอฉันเป็นแฟน”
                “ไอ้บ้านี่ชอบฉันก่อน เลยไปคุกเข่าขอฉันเป็นแฟน ฮ่าๆๆ”
                “ฉันก่อน!”
                “ฉันก่อนย่ะ”
                “ฉันก่อนโว้ยยย!”
                “ฉันมั่นใจว่านายขอฉันก่อน ฮ่าๆๆ”
                “หยุดดดดดดดด! สรุปว่าพวกนายชอบกัน ใช่มั้ย” ยัยลิตาทนไม่ไหวก็เลยยุติการถกเถียงของฉันกับธี แล้วก็ถามคำถามที่น่าขำไม่ออกออกมา
                “ไม่/ไม่”
                “แล้ว เอ่อ…”
                “งั้นเอางี้ ช่วงนี้พวกนายเป็นแฟนกัน เพราะฉะนั้นต้องทำหน้าที่ของการเป็นแฟนให้ถูกต้อง” อยู่ดีๆตั้มก็พูดขึ้น ทำเอาฉันกับธีงงเป็นไก่ตาแตก “ลิตา ไปร่างสัญญามา” ตั้มมองหน้าลิตา จากนั้นลิตาก็พยักหน้าแรงๆอย่างเข้าใจกันสองคน และนั่นทำเอาฉันงงเข้าไปใหญ่ แล้วยัยลิตาก็หยิบเอากระดาษจากในกระเป๋าออกมาแล้วเขียนอะไรยิกๆลงไป จากนั้นก็หยิบมาให้ฉันกับธีอ่าน และนั่นทำเอาฉันตกใจแทบสิ้นสติ
                กฎของการเป็นแฟน
            1.ต้องเดินจับมือกันทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 20 นาทีอย่างน้อย มากกว่านั้นก็ได้ไม่ว่าJ)
            2.ต้องกินข้าวด้วยกันทุกวัน
            3.ต้องมาโรงเรียนพร้อมกัน จะด้วยวิธีการไหนก็แล้วแต่ แต่ต้องมาพร้อมกัน
            4.ห้ามนอกใจ
            5.ต้องพูดคำหวานแก่กันอย่างน้อยวันละ 1 ประโยค
                “แค่นี้หวังว่าคงทำได้นะหนุ่มสาวสุดฮอต” ตั้มพูดอย่างชิลๆมาก แต่ฉันกับธีนี่แทบล้มทั้งยืน ไม่น่ารับปากไอ้บ้านี่เลย T^T
                “ได้กับผีอะไรล่ะ แกลองทำกับลิตาเหมือนฉันไหมล่ะ”
                “ไม่เกี่ยว เพราะฉันไม่ได้เป็นแฟนกับลิตา จะทำไมทำ”
                “ไม่/ไม่ย่ะ”
                “งั้นฉันจะตะโกนว่าเธอสองคนเป็นแฟนกันให้ลั่นโรงเรียนเลย”
                “แกไม่กล้าหรอกลิตา” ฉันพูดอย่างกล้าๆกลัวๆก็ยัยนี่เหมือนคนอื่นซะที่ไหนล่ะ ฉันก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา
                “แกทำเหมือนแกไม่รู้จักฉันไปได้เชอรีน” สายตาของลิตาบอกว่ายังไงเธอก็จะทำ นั่นทำให้ฉันถึงกับหน้าถอดสี “ธีกับเชอ…” ก่อนที่ลิตาจะทำเรื่องน่าขายหน้าออกไป ฉันรีบยกมือตะครุบปากยัยนี่ก่อนจะทำให้ฉันขายหน้า
                “ก็ได้ ฉันทำๆ”
                “แล้วธี”
                “เออ !”
                “แค่นี้ก็จบ เซ็นชื่อลงไปเดี๋ยวนี้” ยัยลิตาส่งปากกามาให้ฉันเซ็นชื่อลงไปในสัญญาบ้าบอกอะไรพวกนี้ ฉันรับมาและเซ็นลงไปส่งๆ และยื่นปากกาให้ธีโดนที่ไม่มองหน้า “เซ็นสิ จะได้จบๆ” ก่อนทื่จะยื่นมือมาหยิบธีก็ยื่นจมูกโด่งๆฝังลงไปบนแก้มของฉันก่อนจะหยิบกระดาษไปเซ็นอย่างหน้าตาเฉย “ไอ้บ้า ไอ้ผีทะเล ไอ้ๆๆๆกรี๊ดดด!” ยัยลิตาได้ทีจึงหัวเหราะชอบใจ
                “เอางี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบได้เปรียบวันนี้ยังไม่เริ่มต้นสัญญา แต่พรุ่งนี้ถ้าฉันเห็นว่ารีนไม่ได้มากับนายนะธี นายคงรู้ชะตากรรมของตัวเองนะจ๊ะ”
                “ย่ะ นี่แกอย่าย้ำนักได้ไหม ถ้าให้ถึงทีแกบ้างแล้วกัน ฮึ!”
                แล้วตั้มกันลิตาก็หันไปหัวเหราะอย่างเข้าขา ทิ้งให้ฉันหน้าหงิกหน้างออยู่คนเดียว ฉันไม่น่าไปตกปากรับคำหมอนั่นเลย เฮ้อ...คิดแล้วเครียด!
                ตู๊ดๆๆๆๆๆ ตู้ดดดด
                เสียง Iphone 4s ในกระเป๋าดังขึ้นฉันจึงรีบหยิบมา แล้วก็พบว่าคนที่โทรมาคือลุงบุญมีคนขับรถที่บ้านของฉันเองแหล่ะ ฉันจึงรีบสไลด์หน้าจอเพื่อรับสายทันที
                “ลุงค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
                (เอ่อ...คุณหนูครับพอดีวันนี้ลุงมารับไม่ได้อ่ะครับ)
                “อ้าว แล้วรีนจะกลับบ้านยังไงล่ะคะ”
                (งั้น...คุณหนูไปรอลุงอยู่ที่ร้านกาแฟหน้าโรงเรียนก็ได้ครับ แล้วถ้าลุงซ่อมรถเสร็จเดี๋ยวลุงเข้าไปรับ)
                “ไม่เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวรีนให้ลิตาเข้าไปส่งที่บ้านก็ได้ค่ะ”
                (ลุงต้องขอโทษจริงๆนะครับ)
                “ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของลุงหรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วลุงเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”
                (ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ขอบคุณครับ)
                “งั้นแค่นี้ก่อนนะคะลุง รีนจะรีบกลับบ้าน”
                (ครับๆ)
                ตู้ดๆๆๆ
                “ลิ..” ฉันหันไปเรียกลิตา แต่กลับพบว่าไม่มีใครเหลืออยู่เลยนอกจากธี “นี่นาย ยังไม่กลับบ้านหรอ”
                “ยัง”
                “แล้วลิตาล่ะ ไปไหน?”
                “กลับบ้านไปแล้ว”
                “กลับบ้านไปแล้ว!!”
                “ใช่ แล้วเธอจะทำไม แล้วไม่กลับบ้านหรือไง”
                “เอ่อ...จะกลับแล้ว งั้น...ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน บะบาย” ยัยลิตาจะกลับบ้านก็ไม่มีบอกกล่าว ต้องนั่งแท็กซี่อีกแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากอิตาลีไม่ได้นั่งแท็กซี่เลยสักครั้ง แงๆๆ วันนี้มันวันอะไรของฉันเนี่ย
                “เดี๋ยวก่อน” อยู่ดีๆธีก็เดินมาหาฉัน เอ...ฉันลืมอะไรหรือเปล่านะ เท่าที่เห็นไม่ได้ลืมอะไรนี่น่า และอีตาบ้านี่มีอะไรอีกล่ะ
                “มีอะไรอีกล่ะ”
                “เดี๋ยวฉันไปส่ง”
                “ดีมาก คุณแฟนสุดหล่อ” ฉันไม่จำเป็นอะไรที่จะต้องเล่นตัวให้เสียเวลา ไหนๆคนเขาก็อยากจะไปส่งเราก็ต้องไม่ทำลายน้ำใจเขา จริงไหม แต่แปลกเนอะ ตั้งแต่เกิดจนโตมาฉันยังไม่เคยได้ขึ้นรถธีเลย แต่ก็ดีวันนี้ได้ขึ้นเป็นวันแรกตื่นเต้นจังเลย
                “...”
                “แต่ฉันยังไม่อยากกลับบ้านเลย ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันเลี้ยงเอง ถือว่าฉลองวันที่เราคบกันวันแรกดีม้ะ”
                “อยากกินอะไรล่ะ”
                “อืมม...ฉันอยากกินเค้กอ่ะ แต่ฉันไม่ได้มาไทยตั้งปีนึงแหน่ะ นายหาร้านอร่อยๆให้หน่อยสิ”
                “งั้นก็ขึ้นรถเลยครับ เจ้าหญิง” เมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ แลมเบอร์กินีสีดำขลับได้จอดเด่นอยู่ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหารถนาน ธีเปิดประตูรถให้ฉันและผายมือพร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคล้ายเจ้าหญิงขึ้นมาทุกทีๆแล้วล่ะ เมื่อฉันขึ้นรถมาแล้ว ธีจึงอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งหนึ่ง อืมม...ฉันว่าสภาพรถดูสะอาดดีนี่ ฉันชอบนะรถสะอาดๆเนี่ย ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยอึดอัดดี แต่ฉันเคยได้ยินว่าธีเป็นนักแข่งรถนี่น่า ท่าทางจะขับรถเร็วแน่เลย งั้นรีบคาดเข็มขัดดีกว่าฉันไม่ชอบนั่งรถที่ใช้ความเร็วสูงสักเท่าไร มันทำให้เวียนหัวเหมือนจะอ้วก
                “เป็นอะไร หน้าซีดเชียว”
                “ปะ...เปล่า”
                “ฉันไม่ขับรถเร็วหรอกน่า”
                “เอ๊ะ!”
                “ลิตาเคยพูดว่าเธอขึ้นรถเร็วไม่ได้ เพราะเธอเมารถ ฮ่าๆๆๆ”
                “หยุดหัวเหราะเลย นายไม่เป็นฉันไม่รู้หรอกย่ะ ลองแม่นายเมารถบ้างสิ นายจะรู้สึก”
                “...” ฉันอยากจะเอามือตบปากตัวเองแรงๆสักสองสามที ฉันไม่น่าพูดอะไรอย่างนั้นเลย รู้ก็รู้อยู่ว่าแม่หมอนั่นเสียไปตั้งนานแล้ว พอดีแม่ของธีเสียไปเพราะอุบัติเหตุ และนั่นทำให้ธีเริ่มห่างๆจากการซิ่งรถแข่งไปไง แล้วฉันยังไปตอกย้ำธีอีก ฉันนี่มันไม่ได้เรื่องเลย
                “นาย ฉันขอโทษ น้าๆๆ”
                “ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันทำใจได้ตั้งนานแล้วล่ะ” สีหน้าของธีเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้ฉันรู้สึกผิดมาขึ้นอีก แงๆๆฉันไม่ได้ตั้งใจหนิ ฉันขอโทษ T^T
                “TT^TT”
                “ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างนั้น ฉันไม่ได้โกรธอะไรเธอสักหน่อย เลิกพูดเถอะ จะถึงร้านแล้ว” ธีพูดเสียงกลั้วหัวเหราะและยื่นมือขึ้นมายีผมฉันจนยุ่ง ฉันรู้ว่าธีพยายามพูดให้ฉันสบายใจเท่านั้นแหล่ะ ในใจของเขาคงจะเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องมาเห็นแม่เสียไปตั้งแต่ยังไม่ได้รับปริญญา แต่ฉันจะทำอะไรได้นอกจากจะพยายามไม่ให้ตัวเองพลั้งปากพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปอีก
                “หัวยุ่งหมดแล้ว แล้วฉันจะเข้าร้านยังไงล่ะเนี่ย”
                “ฉันว่าเธอหัวยุ่งก็ดูเซ็กซี่ดีนะ ดูเป็นธรรมชาติดี ฮ่าๆๆ”
                “ธรรมชาติกับผีนะสิ คนอื่นเขาจะมองว่านายควงคนบ้ามากินข้าวอ่ะสิ” ฉันดึงยางที่มัดผมอยู่ออกและใช้มือสางผมที่พันกัน แต่อยู่ดีๆคนตัวสูงที่ขับรถอยู่ก็เอื้อมมือมาหยิบยางมัดผมที่ฉันวางไว้ข้างตัวไปถือไว้แล้วก็ยีผมฉันจนยุ่ง “กรี๊ดด!!หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ นายจะทำอะไรกับผมฉัน”
                “ฉันบอกแล้วว่ามันดูเซ็กซี่ดีออก”                                                                                                                   
                “ไม่! เอายางฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
                “ไม่มีทาง” ไวกว่าความคิด หมอนั่นเปิดกระจกรถและโยนยางเส้นนั้นออกไป มันจะมากเกินไปแล้วนะ แกล้งฉันไม่พอยังเอายางมัดผมฉันทิ้งลงไปนอกหน้าต่างอีก ถ้าไม่ติดว่าเป็นรถของหมอนั่นนะ ฉันจะทึ้งผมหมอนั่นให้หลุดเป็นกระจุกเลย หึ่ยๆ กรีดร้องอยู่ในใจ
                “ไอ้บ้าเอ๊ยย”
                “ขอบคุณครับ เจ้าหญิงสุดสวย” ยังมีหน้ามายิ้มอีกหรอ ทีใครทีมันแล้วกัน ฮึ่ยยย...
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 348 ท่าน

Line PM