Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Dear Hunter...เหยื่อรายนี้ขอจอง!!
okiya
บทที่ 10 จากไป...
10
11/03/2555 16:24:22
465
เนื้อเรื่อง


**+++เวลา 9:30น. ณ สนามบินชางฮี+++**

ฉันรีบวิ่งเข้ามาในอาคารอย่างรีบร้อนก่อนจะใช้ดวงตาสีน้ำตาลทองสอดส่ายมองหาบุคคลที่ต้องการ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่พลุ่งพล่านแบบนี้ฉันจะหาพวกเขาเจอในเวลาอันสั้นได้ยังไง ใกล้จะสิบโมงแล้วด้วย ความคิดสับสนปนกันยุ่งเหยิงจนฉันต้องหลับตานวดขมับก่อนที่ประสาทสัมผัสของฉันจะได้กลิ่นสาปสัตว์อันคุ้นเคยหลายกลิ่น ฉันยิ้มออกมาอย่างยินดีก่อนจะเดินเข้าไปหาต้นตอของกลิ่นเหล่านั้นอย่างไม่ลังเล พวกเขาอยู่นั่นเองฉันหาได้ไม่ยากเลยในเมื่อพวกเขาต่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นขนาดนั้น

แองโกล่านั่งอยู่บนเก้าอี้รับรองหันมาส่งยิ้มให้ฉันเธออยู่ในชุดอินดี้สีชมพูดำออกแนวเซ็กซี่เล็กๆที่ไม่ว่าใครก็ต้องมองจนเหลียวหลัง เฮมิทนั่งอ่านโบว์ชัวร์ท่องเที่ยวอย่างสนอกสนใจ เขาทำตัวอย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารเสื้อผ้าหน้าผมทุกส่วนที่ประกอบขึ้นมาเป็นเขาแทบจะทำให้สาวๆทั้งสนามบินคลั่งกันตายในความหล่ออันร้ายกาจ ถ้าหากให้ฉันดูโดยรวมแล้วบอกคำจำกัดความมาสามคำนายสิ่งโตเป็นคนที่มีสามคำที่บอกยี่ห้ออย่างชัดเจนว่า “หล่อ-เลว-ร้าย” แค่มองก็รู้จากการที่เขาหันมาส่งยิ้มกวนๆอวดคมเขี้ยวที่เรียงสวยอยู่ในปากของเขา =___=;;

ชิเอ็นยังคงมองนั่นมองนี้ตามการชี้ชวนของค๊อฟฟี่ซึ่งภาพที่เห็นมันเหมือนหนุ่มเสเพลย์พยายามล้างสมองลูกคุณหนูให้ทำตัวเหลวไหลซะมากกว่า =____=^^ เฟยหลางอยู่ในชุดกางเกงยีนสีดำและเสื้อเชิตแขนยาวสีดำที่ไม่ได้เอาชายเสื้อเข้ากางเกง เอ่อ..ฉันว่าเขาเป็นคนที่พิลึกเป็นปกติอยู่แล้วนะแม้จะหน้าตาดีก็เถอะแต่การแต่งตัวของเขามันไม่น่าที่จะ…เอ่อ…ใส่รองเท้า..แตะ..สีเหลืองเหมือนลูกเป็ด…อย่างที่เห็นแบบนี้ .. =____=;;; เหมือนจะรู้ว่าฉันนิทาในใจชายหนุ่มสายเลือดอสรพิษปรือตาขึ้นมามองฉันนิดนึงดวงตาสีดำจากคอนแทคเลนส์ฉายแววง่วงงุน  ผงกหัวให้นิดๆซึ่งไม่รู้ว่าทักทายฉันหรือกำลังสัปหงกไปอีกรอบกันแน่ แล้วเขาก็เบี่ยงหน้าหันหัวไปอีกทางแล้วก็แน่นิ่งไป =_____=;;;;^^

ฉันหันมามองสบตากับคนสุดท้ายที่ตั้งแต่ฉันเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ละสายตาไปจากฉัน ใบหน้าหล่อเหลาดูหยิ่งยังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาคล้ายเหมือนจะมีประกายสั่นไหวอย่างน่าประหลาด ฉันยิ้มแห้งๆก่อนจะเอ่ยเบาๆ

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ฉันเดินไปอีกทางเพื่อหาที่คุยกับเขาแต่ก็ห่างไปไม่ไกลนักเพื่อให้เขาขึ้นเครื่องทันเวลา โรคุชินเดินตามมาเงียบๆ ฉันหันไปเผชิญหน้ากับเขา เราต่างคนต่างเงียบไปถ้อยคำต่างๆที่คิดจะพูดกับเขาตอนแรกมันหายไปอยู่ไหนหมดนะ ฉันมองหน้าเขา รู้สึกว่าเขาหน้าซีดกว่าแต่ก่อน กลิ่นอายแห่งความตายที่รับรู้ได้ตามสัญชาตญาณทำให้ฉันสะท้านอยู่ในใจว่าคนตรงหน้าใกล้จะถึงขีดสุดเข้าไปทุกทีแล้ว

“มีอะไร?” โรคุชินถามด้วยเสียงเรียบเฉยดังปกติ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามเรียบเรียงคำพูดทุกอย่างที่จะบอกเขา

“ฉัน…ค่อนข้างแน่ใจว่านายรู้สึกพิเศษกับฉัน  ถึงจะไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไรนายถึงปฏิเสธแต่..ฉันจะรอให้นายมาตอบคำถามนั้นอีกครั้ง ถ้านายไม่รังเกียจช่วยรับมันไปพิจารณาหน่อยได้มั้ย…เอ่อ...ฉันหมายถึงฉันจะรอนายจนกว่านายจะมา” ดวงตาสีดำสนิทสั่นไหวราวระลอกคลื่น เราสบตากันนิ่งเนินนานก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาช้าๆ

 “ไม่ต้องรอหรอก”ความเจ็บแปลบแล่นเข้าจับที่หัวใจของฉันราวมีใครมากดสวิทซ์เปิดมัน

“..ทำไม?..” ฉันพยายามควบคุมน้ำเสียงแต่มันช่างยากเหลือเกินที่จะบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไหวไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้นะ ฉันจะร้องไห้ไม่ได้ น้ำตาที่เอ่อคลอทำให้ฉันเลือกที่จะก้มหน้ามองรองเท้าตัวเอง ภาพที่เห็นมันเริ่มพร่าเลือนจากม่านน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด ฉันคงไม่มีหวังแล้วสินะ ไม่สิ..มันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้วก็ในเมื่อขนาดให้เขาเอาไปคิดเขายังไม่คิดที่จะทำเลย จากนี้ไประหว่างเราคง..

“เธอไม่จำเป็นต้องรอฉันแต่ถ้าฉันมีชีวิตรอดกลับมาฉันจะมาตอบคำถามนั้นของเธอ”เสียงเรียบเรื่อยแต่ฉายชัดถึงความอ่อนโยนทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม้ว่าน้ำตาจะไหล หัวใจของฉันเหมือนสะดุดไปเมื่อสมองประมวลผลออกมาว่าเขากำลังให้โอกาสฉัน

“นาย..ว่าไงนะ?..”

“ยัยเสือมือใหม่ฉันไม่คิดว่าหูเธอจะฟังเพี้ยนหรอกนะ -___-”

“จริงนะ!! นายพูดจริงนะ!!”

“อือ..ตื่นเต้นเป็นเด็กๆไปได้ -___-^^”

“สัญญานะ?” เขายิ้มมุมปาก

“..สัญญา..”

“เฮ..ไอ้ชิน เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้วเว้ย =O=” ค๊อฟฟี่ตะโกนเรียกทำให้ฉันรู้ว่าเวลาจากลาได้มาถึงแล้ว ฉันเช็ดน้ำตาก่อนจะยิ้มให้เขาแล้วเดินไปส่งที่ฝั่งผู้โดยสารขาเข้า

“อะไรกันสาวน้อย ไม่อยากให้พวกฉันไปถึงขนาดร้องไห้เลยหรือไง -.-” เฮมิทเอ่ยแซวพลางยีหัวฉันเล่นทำให้ฉันตีหน้ายักษ์ใส่แล้วตีมือเขาเบาๆ

“ใครเขาจะคิดถึงพวกนายเล่า ไปซะได้ก็ดีจะได้ไม่มีพวกประหลาดที่เหมือนทำให้ฉันหลุดไปอยู่นอกโลก =^=”

“โอะๆ แล้วใครกันน้าาาา ที่ว่าจะรอหนึ่งในพวกเราให้รอดกลับไปหา~” ค๊อฟฟี่ว่าพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียน

“ใช่ฮะ แถมยังสัญญากันเป็นอย่างดีว่าถ้ารอดไปได้จะให้คำตอบ คำตอบว่าอะไรนะฮะพี่เฟย? ^^” ชิเอ็นต่อประโยคด้วยรอยยิ้มซ้ำยังหันไปถามเฟยหลางที่ยืนนิ่ง(เพราะหลับไปแล้ว)

“..จะคบกันมั้ย..(_ _ ) zzZZZ..” แต่ก็ยังจะอุตสาห์!!

“พอแล้วทุกคน คิกๆ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเอามาล้อนะ” แต่ดูสีหน้าเธอสนุกสนานมากเลยนะแองโกล่า ฉันอายจะแทบจะกระโดดให้เครื่องบินชนตายอยู่แล้ว ทำไมฉันถึงลืมนึกไปได้นะว่าแอนนิอย่างพวกเราหูดีขั้นเทพ  T//////T

“พอๆ ขึ้นเครื่องได้แล้วเดี๋ยวไอ้ชินมันจะเปลี่ยนใจยอมตายคาอกเรเวนไปซะก่อน : P” ตะ..ตายคาอก O//////O กรี๊ดดดดดดด!! นายสิงโต นายหาเรื่องให้ฉันขาดใจตายใช่มั้ย หรืออยากให้ฉันกลายร่างไปเอามือ(เท้าหน้า)ตะกุยหน้านาย! =////////=!!!

“ไว้พบกันนะจ๊ะเรเวน ดูแลตัวเองด้วยนะ ^^” แองโกล่าโบกมือบ๊ายบายพร้อมๆกับที่พวกเขาเดินห่างออกไป

“แน่นอน พวกเธอก็เหมือนกัน T^T” ฉันพยายามกลั้นน้ำตาเมื่อเห็นโรคุชินเดินห่างออกไป มันจะต้องมีทาง เขาจะต้องกลับมา เขาสัญญาเอาไว้แล้วว่าเขาจะกลับมา..

‘เธอไม่จำเป็นต้องรอฉันแต่ถ้าฉันมีชีวิตรอดกลับมาฉันจะมาตอบคำถามนั้นของเธอ’

ถึงนายจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ถึงยังไงฉันก็จะรอนายที่นี่ รอให้นายกลับมาอีกครั้ง
 

..ฉันจะรอ..



 
 

 
(11เดือนผ่านไป)

ซุบซิบๆ

แปลก..

ฉันหันไปมองซ้ายขวาด้วยความแปลกใจที่เด็กนักเรียนในโรงเรียนฉันจับกลุ่มคุยซุบซิบกันพร้อมกับส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาที่ฉันอย่างออกนอกหน้า คำพูดที่ได้ยินแว่วมาว่า ‘เรื่องจริงหรอ?’บางคนกำลังดูคลิปอะไรบางอย่างในโทรศัพท์แล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้นน้ำเสียงเหมือนประหลาดใจเป็นอย่างมากพร้อมกับมองมาที่ฉัน

(-.( -.( -.( -.( -.-) (-__-)?? (-.- ).- ).- ).- ).- )

“เอ่อ..” นี่มันเรื่องอะไรกัน

“นี่..”

“หือ?”

“จริงหรือเปล่า”

“หา? =O=” อยู่ๆนักเรียนชายคนนึงก็มายืนขวางทางฉันแล้วโพลงออกมาเสียงดัง

“ที่เธอแปลงร่างได้น่ะ” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีก ฉันมึนงงไปชั่วขณะสมองอืออึงไปตั้งแต่ได้ยินคำว่าแปลงร่างออกมาจากปากเขา มีคนรู้ได้ยังไง? ฉันแน่ใจว่าเวลาออกล่าไม่มีใครเห็นแน่ๆแต่ทำไมถึง..หรือว่าคลิปตอนกลายร่างที่พวกเดเชียลถ่ายไว้มันยังอยู่!!

“นายพูดเรื่องอะไรหรอ? ^^;;” ฉันพยายามสงวนท่าทีไว้ไม่ให้ดูตื่นตกใจแล้วถามอย่างคนไม่รู้เรื่อง

“มีคนถ่ายได้ตอนที่เธอแปลงร่างเป็นเสือแล้ววิ่งเข้าป่าไป ต่อให้แก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้นหรอก ^^”

“ตลก คนที่ไหนจะแปลงร่างเป็นเสือได้ =____=;;”

“มีคนลือกันว่าตอนอุบัติเหตุเมื่อปีก่อนเธอกินเลือดตัวเองด้วยท่าทีอร่อยสุดๆเลยไม่ใช่หรอ ถ้าเธอไม่ใช่เสือแล้วเธอคืออะไรละ? คนป่าหรอ? O.O”

“ใช่ๆ สิบเอ็ดเดือนก่อนมีข่าวว่าเธอหนีตามผู้ชายในห้องไปแล้วก็เจอตัวที่โรงพยาบาล พ่อฉันที่เป็นตำรวจบอกว่าเจอเธอกับผู้ชายห้องเดียวกับเธอในที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ด้วย”

ฮือฮา

“เธอโดนจับไปทดลองจนกลายร่างได้แล้วใช่มั้ยละ ลองทำให้ดูหน่อยสิ *O*” แล้วเสียงเอะอะก็ดังขึ้นพร้อมกับบรรดานักเรียนชายทั้งหลายขยับวงล้อมใกล้เข้ามายิ่งทำให้ฉันตรึงเครียด หัวใจที่เต้นด้วยความกลัวทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนระอุ ตัวของฉันเกร็งขึ้นด้วยความเครียดที่พวกนั้นเริ่มบีบบังคับให้ฉันเผยร่าง ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกกับตัวให้ผ่อนคลาย หลายเดือนมานี้ฉันฝึกควบคุมตัวเองและมันก็ได้ผลมากจะให้เสียเปล่าเพราะเรื่องนี้ไม่ได้

“ว่าไงละเรเวน”

“แปลงร่างให้ดูหน่อยสิ”

“นิ่งขนาดนี้เถียงไม่ออกใช่มั้ยละ”

“จากเสือกลายเป็นลูกแมวขี้กลัวไปแล้วหรอจ๊ะ”

“ฮะๆ”

“ฮ่าๆ”

“เงียบ!!”

“….”

“ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าเพื่อนนักเรียนโรงเรียนของฉันจะโง่งมงายให้คลิปกระจอกปัญญาอ่อนนี่หลอกเอาได้ง่ายๆ สมองมีมั้งมั้ยคิดมั้งสิว่าคนที่ไหนแปลงร่างเป็นสัตว์ได้พวกนายดูการ์ตูนมากเกินไปหรือเปล่า หรือกำลังฝันอยู่ว่าไอ้สิ่งที่จินตนาการอยู่ในหัวยามเด็กของนายจะกลายเป็นจริงเพราะฉัน เหอะ!..” ฉันใช้มือสะบัดผมยาวๆของตัวเองเฉียดฟาดหน้าผู้ชายข้างหลังก่อนจะเชิดหน้าเยี่ยงนางพญา

“ฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะแกล้งตัดต่อให้ฉันเป็นตัวอะไรหรือกุข่าวขึ้นมามั่วๆเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ลอบกัดได้ก็ลอบกัดไป เอาให้รู้กันไปเลยว่าที่ทำอยู่น่ะไม่ใช่ฉันในร่างเสือหรอกแต่เป็นหมาทำคลิปกระพือข่าวในร่างคน ในเมื่อมีเรื่องมาแบบนี้ก็ดี จะได้สั่งฟ้องคนเผยแพร่คนแชร์ต่อซะเลย ข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลข้อหานี้ฝ่ายผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไรก็ได้จริงมั้ยนายลูกตำรวจ^___^++”

“T^T”

“ฉันถามว่าจริงมั้ย? นี่ยังไม่รวมถึงการใช้คำพูดสบประมาททำให้ผู้อื่นเสียหายหรือข่มขู่ผู้อื่นให้ทำตามหรอกนะ จะต้องให้ฉันสาธยายมั้ยว่าแต่ละข้อหาพอฟ้องศาลไปพวกนายจะได้รับโทษอะไรบ้าง^___^+++”

TT[]TT<<<<< ทุกคนทำหน้าแบบนี้

ฉันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ใช้ดวงตาคมเฉี่ยวมองกราดจำหน้าทุกคนไว้อย่างแม่นยำ

“งั้นเราก็สมควรเลิกพูดถึงเรื่องนี้กันได้แล้ว ส่วนการฟ้องของฉันไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เกิด มันจะเกิดขึ้นแน่นอนล้านเปอร์เซ็นทุกท่านไม่ต้องเกรงใจ ^___,^”

“T^T” แต่พวกตรูเกรงใจ TT[ ]TT

ฉันไม่สนใจสีหน้าอยากจะร้องไห้ของพวกลูกคุณหนูช่างสอดเดินออกจากวงล้อมเข้าห้องเรียนและเตรียมตัวเรียนในคาบแรก นักเรียนมุงทั้งหลายต่างพากันสลายตัวไปด้วยสีหน้าซีดเซียวกันเป็นแถบ เสียงฝีเท้าดังมาให้ได้ยินพร้อมเสียงหอบหายใจและกลิ่นอันคุ้นเคยทำให้ฉันหันไปมอง โมเดิลวิ่งกระหืดกระหอบมายืนตรงหน้าฉัน ใบหน้าอ่อนใสแดงระเรื่อริมฝีปากสีชมพู่อ่อนเผยอออกเล็กน้อยเพื่อรับอากาศ

“หายใจช้าๆโมเดิล มีอะไรถึงวิ่งมา =___=”

“พี่..แฮก..แฮก..ได้ดูคลิปหรือยัง =O=”

“ยังและไม่คิดที่จะดูด้วย -__-^^”

“..แฮก..แฮก..หรอ มีอีกเรื่องนึง โอ๊ย..”

“หายใจช้าๆสิยัยบ๊อง ยังไม่ต้องพูดตอนนี้ก็ได้ -__-” ฉันผลักหัวเธอเบาๆ โมเดิลทำหน้ายุ่งก่อนจะปรับลมหายใจให้เป็นปกติ

“โอเค..อาจารย์บอกว่าผู้อำนวยการเรียกหนูกับพี่ไปพบ” ท่านผู้อำนวยการงั้นหรอ? เขาจะอยากพบฉันทำไมกันนะเรื่องที่ฉันไปพัวพันกับคดีมันก็ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วนี่นา ฉันเดินนำหน้าโมเดิลไปที่ห้องผู้อำนวยการเคาะประตูห้องสามครั้ง เสียงที่ตอบรับอนุญาตให้เข้าไปทำให้ฉันเปิดประตู

“เรเวน..โมเดิล..”

“พ่อ?O__o??” สองพี่น้องประสานเสียงในขณะที่ท่านผู้อำนวยการยังคงนั่งยิ้มด้วยความอารีที่เห็นครอบครัวมาเจอหน้ากัน

“เข้ามานั่งก่อนเลยคุณเรเวน คุณโมเดิล ^___^”

“นี่มันเรื่องอะไรกันค่ะ?” ฉันพูดออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะนั่งลงข้างๆพ่อ แม้จะรับรู้ได้ว่าไม่มีอันตรายแต่อยู่ๆก็เรียกผู้ปกครองมาแบบนี้มันก็ค่อนข้างจะร้ายแรงอยู่ดี

“พ่อได้งานใหม่น่ะลูก พ่อรีบมาหาลูกเลยนะ ตอนนี้พ่อได้เลื่อนตำแหน่งไปอยู่ที่ไทย^^”

“อะไรนะ!!”  ฉันกับโมเดิลประสานเสียงกันอีกครั้ง

“ไทย..ใช่ประเทศที่อยู่เหนือมาเลเซียไปหรือเปล่า? ประเทศที่พี่เรียนภาษาเขาอยู่น่ะ =O=”

“ใช่เลยยัยน้องสาว” นี่เป็นความลับที่มีแต่คนในบ้านเท่านั้นที่รู้ ฉันชื่นชอบภาษาไทยมาก น้ำเสียงเรียบๆเรื่อยๆฟังสบายหู ศิลปวัฒนธรรมของไทยเท่าที่ฉันศึกษามาก็ล้วนแต่งดงาม ทรัพยากรข้าวปลาอาหารก็อุดมสมบูรณ์ผิดกับที่นี่มากที่ไม่มีทรัพยากรจนต้องรีบพัฒนาตัวเองทางด้านการค้าและสร้างให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แม้จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากหน้าหลากตาแต่ฉันก็ชอบที่แปลกใหม่อย่างประเทศไทยมากกว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงกระดี้กระด้าที่จะได้ไปที่ใหม่ๆแต่..

“หนูไม่ไป”

“พี่สาวว่าอะไรนะ? =O=”

“พ่อจะย้ายไปอยู่ที่ไทยใช่มั้ยละ หนูไม่อยากไปหรอก -___-”

“อ่าว? ทำไมละลูก ประเทศไทยเป็นที่แรกที่ลูกอยากไปไม่ใช่หรอ”

“หนูมีสัญญาที่ต้องทำให้ได้ เพื่อนของหนูสัญญาว่าจะกลับมาถ้าหนูไม่อยู่ที่นี่แล้วเขาจะเจอหนูได้ยังไง” สัญญาที่ฉันไม่เคยลืมแต่ผ่านมาสิบเอ็ดเดือนแล้ว ร่างกายของตานั่นเท่าที่ฉันรู้คืออยู่ไม่ได้นานขนาดนี้ แต่ฉันก็ยังหวังอย่างลมๆแล้งๆว่าเขาจะกลับมา

“เรเวน..ไม่ใช่พ่อไม่รู้ความรู้สึกลูกหรอกนะ เรื่องคลิปที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้พ่อก็รู้ แต่ถ้าพ่อย้ายไปแล้วใครจะดูแลลูก ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาอีกลูกจะมีใครคอยปกป้อง ลูกอยากเจอเพื่อนพ่อรู้ แต่พ่อก็เป็นห่วงหนูมากนะยิ่งเกิดเรื่องจนเป็นแบบนี้แล้วพ่อยิ่งห่วง” มือของพ่อลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยนทำให้ฉันคิดได้ว่าในขณะที่ฉันเป็นห่วงนายโรคุชินพ่อก็ยังเป็นห่วงฉันอยู่ห่างๆเช่นกัน แต่ท่านก็คิดว่าฉันโตพอที่จะจัดการเรื่องทุกอย่างได้แล้วโดยมีท่านคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ

“รอเพื่อนกลับมาพ่อไม่ห้ามแต่แทนที่ลูกจะรอโดยตัดโอกาสความก้าวหน้าของตัวเองเปลี่ยนมาเป็นรับทุนที่ลูกได้ไปกับพ่อแล้วทิ้งจดหมายไว้ที่บ้านเพื่อนลูกไว้ดีมั้ยว่าจะติดต่อกันได้ยังไง”

“เอ๋?..หนูได้ทุนหรอคะ?” ผู้อำนวยการยิ้มกว้าง

“เธอกับน้องสาวได้ทุนจากบริษัทของพ่อเธอ ท่านเลยมาคุยกับผมว่าจะให้พวกเธอลาออกไปเรียนที่ไทย”

“จริงอะ! แบบนี้ก็แย่สิ เท่าที่หนูรู้ประเทศไทยมีภาษาเป็นของตัวเองแล้วหนูไม่เคยเรียนภาษาไทยแบบนี้จะรู้มั้ยเนี่ยว่าเขาพูดอะไร T^T” โมเดิลโอดครวญจนฉันขำ

“เอาน่ะ มันยากแค่ช่วงแรกเท่านั้นแหละ ถ้ารู้พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์แล้วก็คำศัพท์มันไม่ยากหรอกที่จะพูดเป็นประโยค”

“โหยยย ยากยิ่งกว่าภาษาอังกฤษที่ใช้ซะอีก อังกฤษมีแค่อักษรพยัญชนะ อักษรสระ คำศัพท์แล้วก็รูปแบบประโยคเอง ยากๆ หนูตายแน่ๆเลยพี่เรเวน T^T”

“โอ๋ๆ ยัยน้องสาวจอมขี้แงกลับมาอีกแล้ว =O=” ฉันหยอกโมเดิลก่อนจะลูบหัวอย่างเอ็นดู เจ้าตัวค้อนขวับแต่ก็ยอมซบไหล่ยอมให้ฉันเล่นผมดีๆ

“ตกลงแล้วลูกจะอยู่ที่นี่หรอเรเวน?” พ่อถามฉัน แววตาที่ท่านมองมามีแต่ความเอื้ออาทร

“หนูจะไปกับพ่อคะ เดี๋ยวขอที่อยู่ที่จะไปให้หนูส่งจดหมายบอกเพื่อนหน่อยนะค่ะ”

“พี่จะไปจริงๆหรอ หนูคิดว่าถ้าพี่อยู่หนูจะได้อยู่ด้วยซะอีก T^T”

“ไปหาเพื่อนใหม่มั้งสิโมเดิลมัวแต่เก็บสะสมรูปสัตว์ไม่เบื่อบ้างหรือไง”

“ไม่เอา หนูชอบแล้วมันผิดตรงไหนเล่า โตไปหนูอยากตามถ่ายภาพสัตว์ป่าทุกตัวเลย นำเสนอในมุมมองที่ทุกคนไม่เคยเห็น พี่เป็นแรงบันดาลใจของหนูเลยนะ *O*”

อย่างที่โมเดิลพูดหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอก็เริ่มสนใจชีวิตสัตว์มากขึ้นโดยเฉพาะสัตว์ป่าหรือสัตว์นักล่า เธอบอกว่ายิ่งเห็นใกล้ๆมันทำให้เธอตื่นเต้นมีชีวิตชีวาและเธออยากจะถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาให้คนอื่นได้เห็นตามเธอผ่านเลนส์กล้อง ตอนนี้เธอกำลังศึกษาการถ่ายภาพอย่างเอาจริงเอาจังซึ่งสำหรับฉันแล้วการที่เธอมีเป้าหมายในชีวิตถือว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว แต่การที่เธอมาขอให้ฉันกลายร่างเป็นแบบถ่ายภาพให้เธอมันก็ยังไงอยู่นะ =___=;;

“แต่อย่างที่โมเดิลบอกนั่นแหละคะพ่อ ถ้าเป็นหนูยังพอพูดอ่านหรือฟังเขาออกแต่กับโมเดิลมีปัญหาแน่ๆ คิดว่าน่าจะให้พวกหนูไปอยู่ในโรงเรียนนานาชาติที่พวกเขาจะสื่อสารกับเรารู้เรื่องนะค่ะ อย่างน้อยแค่ในโรงเรียนก็ยังดี”

“เรื่องนั้นพ่อคิดไว้แล้วละ ที่ๆเราจะไปคือเมืองหลวงของประเทศไทย มีโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงอยู่เยอะ ทางเจ้านายใหม่ของพ่อจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้ว ^^”

“เจ้านายใหม่?” ฉันกับโมเดิลหันมามองหน้ากัน

“อ่า..ช่วงหลังๆมานี้บริษัทของพ่อไม่ค่อยดีเท่าไร เห็นว่าทางผู้บริหารมีปัญหาเมื่อสองสามวันนี้เพิ่งจะโดนเทคโอเวอร์ไปนี่แหละ ^^;;”

“แล้วทำไมไม่บอกพวกหนู ถ้าเกิดเขาเปลี่ยนพนักงานใหม่โดยถอดพ่อออกจะทำยังไง แล้วนี่พ่อโดนลดเงินเดือนหรือเปล่า? โดนผู้บริหารคนใหม่รังแกมั้ย? นี่พ่อได้กินอาหารครบมื้อหรือเปล่าเนี่ย =[]=!!!”

ฉันกระวีกระวาดสำรวจหน้าตาพ่ออย่างถ้วนถี่ มิหน้าช่วงหลายเดือนมานี่พ่อกลับบ้านดึกกว่าเดิม กินอาหารน้อยลง หน้าตาเหนื่อยอ่อนเหมือนนอนไม่พอ ฉันเพิ่งสังเกตว่าพ่อมีผมหงอกเพิ่มขึ้นมาหลายเส้น พ่อหัวเราะเบาๆก่อนจะลูบหัวฉัน

“พ่อไม่เป็นไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย ตอนนี้บริษัทพ่อกำลังไปได้สวย ได้เงินเดือนเพิ่มด้วยนิดหน่อย เจ้านายคนใหม่ดีต่อพ่อมาก ^^”

พ่อของฉันทำงานเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งหลาย ท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบ ถึงหลายคนจะมองว่ามันเป็นงานช่างที่ได้เงินไม่เท่าไรแต่จริงๆแล้วเฟอร์นิเจอร์สวยๆที่ทำจากไม้เนื้อดีเป็นที่นิยมกันมากในหมู่เศรษฐีผู้มีอันจะกิน ไม่ใช่แค่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์เท่านั้นพ่อของฉันรับงานออกแบบห้องหรูๆและเฟอร์นิเจอร์ที่เข้าชุดซึ่งเมื่อถ้าเป็นที่ถูกใจไม่ว่าใครก็พร้อมที่จะควักเงินจ่าย แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็เป็นคนที่อยู่อย่างสมถะเงินที่ได้มาพ่อก็จะเอามาแบ่งให้ฉันกับน้องแล้วเอาเข้าธนาคารไม่ก็ซื้อทองไปฝากไว้ พ่อบอกว่าเงินที่ให้ไปจะเป็นเงินทุนในการใช้ชีวิตของฉันในอนาคต พ่อของฉันคิดการณ์ไกลจริงๆ : )

“เจ้านายใหม่ของพ่อเป็นคนยังไงเนี่ยถึงดีกับลูกน้องขนาดนี้ =O=” โมเดิลถามอย่างสงสัย นั่นสิเขาเป็นใครกันนะร่ำรวยถึงขนาดเลี้ยงดูปูเสื่อลูกน้องอย่างดี

“เป็นคนจากบริษัทใหญ่ที่เป็นหุ่นส่วนกันน่าจะเป็นคนจีนนะพ่อว่า เห็นตอนเขาคุยโทรศัพท์อยู่รู้สึกจะเป็นคนของตระกูล‘เสอ’” ชื่อตระกูลทำให้ฉันสะกิดใจแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน มันมีลางสังหรณ์แปลกๆ

“แอะแฮ่ม =___=^^” เสียงท่านผู้อำนวยการกระแอมกระไอขัดจังหวะการสนทนาของพ่อลูก พวกเราสามคนยิ้มแห้งๆ

“ผมจัดการเอกสารที่คุณต้องการให้แล้ว ขอให้โชคดีเดินทางโดยสวัสดีภาพนะครับ ^^”

“ครับ ขอบคุณมาก ^^” พ่อรับเอกสารมาก่อนจะบอกให้ฉันกับน้องไปเก็บกระเป๋าเพื่อกลับบ้านเตรียมย้ายของ

“พี่เรเวน”

“หือ?” ฉันละสายตาออกจากฝากถนนที่คุ้นเคยหันมามองคนถามที่มองตาแป๋วจนฉันต้องยิ้มให้กับความน่ารักของน้องสาว

“ประเทศไทยเป็นแบบไหนหรอ 0.0”

“มาถามฉันแล้วฉันจะรู้มั้ยเนี่ย เธอไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ -___-” โมเดิลทำปากยื่น

“ก็พี่รู้มากกว่าหนูนี่นา บอกหน่อยสิๆ นะ นะ *O*” ฉันฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์

“เธอรู้จักวัดมั้ย”

“รู้จักสิ ทำไมอะ ที่ไทยมีเยอะหรอ =O=”

“เยอะสิ แถมมีเจดีย์ที่ทำจากทองด้วยนะ ^____^”

“ทำจากทองเนี่ยนะ!! O[  ]o!!”

“ช่ายยยย เวลาโดนแสงแดดมันก็จะเปล่งประกายโดดเด่นมากเลยละ ^____^”

“โห แสดงว่าประเทศไทยนี่รวยมากเลยสินะขนาดเอาทองมาสร้างเป็นเจดีย์ *O*” ฉันกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย ใครที่ไหนจะสร้างเจดีย์ทั้งองค์จากทองประเทศไทยมีทองไม่ใช่ว่าจะเป็นแหล่งเหมืองทองคำ

แหล่งทองคำของเมืองไทยจริงๆคือทรัพยากรธรรมชาติพืชพรรณและข้าวปลาอาหารต่างหาก เจดีย์ทองคำทั้งองค์นั้นจริงๆแล้วสร้างเป็นเจดีย์ไว้แล้วเอาทองคำมาหุ้มไว้อีกทีจึงเป็นทองอย่างที่เห็นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อตามลำดับ

“พี่หัวเราะอะไรอะ แกล้งอะไรหนูหรือเปล่าเนี่ย -3-”

“ฮ่าๆ เอาน่ะเดี๋ยวระหว่างจัดของจะเล่าให้ฟัง ^__^”

“งอนพี่แล้ว เชอะ!” น้องสาวฉันน่าแกล้งน้อยเสียเมื่อไรกันละดูเชิดเข้า ระวังคอหักนะยัยน้องสาว =___=

“โอ๋ๆ อย่างอนนะ เดี๋ยวเลี้ยงไอติม =O=”

“เอาสตอเบอร์รี่นะ =^=”

“จ้าๆ ยัยเด็กเห็นแก่กิน” ว่าแล้วก็ผลักหัวสีน้ำตาลนุ่มที่ตอนนี้ยาวได้ระดับต้นแขนเบาๆ โมเดิลร้องโอดโอยอย่างโอเวอร์ทำให้ภายในรถมีแต่เสียงหัวเราะ







ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 93 ท่าน