Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Lovely Fascination 180 วันเปลี่ยนฉันให้รักเธอ
che'Aem
Chapter 1 : คุณชายสุดเท่ กะ ยัยขี้เหร่ ???
2
11/03/2555 00:23:37
522
เนื้อเรื่อง

                “แกจะเอาจริงเหรอยู” มินนี่พยายามเตือนสติให้ฉันคิดดีๆอีกครั้งกับแผนการที่ฉันวางไว้ แต่นาทีนี้ฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้วล่ะ

                “ฉันรอพี่ไวน์มา 6 ปีแล้วนะมิน ตั้ง 6 ปีเชียวนะแก ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้บอกรักพี่ไวน์ ฉันต้องอกแตกตายแน่ๆ” ฉันตอบโดยที่ยังซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ คอยชะเง้อมองหาว่าพี่ไวน์มาถึงโรงเรียนหรือยังไปด้วย

                “แต่แกจะบอกรักพี่ไวน์กลางทางเดินโรงเรียนเนี่ยนะ แถมยังด้วยตุ๊กตาหมีและจดหมายรักแบบโบราณอีก แกบ้ารึเปล่าเนี่ย!”

                “แกนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว จดหมายกับตุ๊กตาหมีเนี่ยมันดูจริงใจจะตายไป” ฉันบอกกับมินนี่ที่ทำหน้างงๆที่จริงแล้วฉันเคยดูในซีรีส์น่ะ นางเอกใช้จดหมายสารภาพรักกับพระเอกแล้วสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้กัน เอ๊ย!รักกัน ^O^

                “เชยจะตาย แล้วนี่คิดจะป่าวประกาศให้โลกรับรู้รึไงยะ ถึงต้องเลือกกลางทางเดิน แถมยังหน้าโรงเรียนเนี่ย มันน่าอายนะ” ยัยมินนี่ทำหน้าแบบที่บ่งบอกความอายถึงที่สุด ซึ่งมันทำให้ฉันงงว่ามันจะอายทำไม ฉันสิต้องอาย (นี่แกรู้จักอายด้วยเรอะ=_=” )

                “ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา แกก็รู้ว่าพี่ไวน์ป๊อปจะตาย ทั้งเพื่อนทั้งผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตลอด จะอยู่ลำพังก็ตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหละ แกจะให้ฉันไปสารภาพรักพี่ไวน์โดยมีโถฉี่เป็นสักขีพยานรึไง”

                “เออ ช่างแกเหอะ ฉันห้ามแกแล้วนะ” ยัยมินนี่ทำหน้าเซ็งๆในขณะที่ฉันหันไปซุ่มดูพี่ไวน์ต่อ ท่าทางของฉันตอนนี้นี่ดูโรคจิตเป็นบ้า -*- แต่อ๊ะ นั่นพี่ไวน์นี่นา เดินมากับกลุ่มเพื่อน แถมยังมีสาวๆเดินตามมาอีกเป็นฝูงเชียว ฉันเลยไม่รอช้ารีบวิ่งด้วยความเร็วไวกว่าแสง พร้อมทั้งกลิ้งสามตลบ(เว่อร์) ไปหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มของพี่ไวน์ที่กำลังจะเดินผ่านไปอย่างพอดิบพอดี

                “อ้าวยู มาหาพี่เหรอ มีอะไรรึเปล่า” กลุ่มพี่ไวน์ที่ตอนแรกทำหน้าตกใจที่ฉันกระโดดมาขวางหรือเพราะตกใจกับหน้าตาของฉันก็ไม่ทราบได้ ออกอาการงงๆที่ดูท่าว่าพี่ไวน์จะรู้จักฉัน

                “คือ.. คือ ยูมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกกับพี่ไวน์น่ะค่ะ แต่ยูขอคุยตามลำพังได้มั้ยคะ!” ประโยคหลังฉันรีบพูดออกมาเมื่อเจอกับสายตากดดันรอบข้าง โดยเฉพาะจากพวกผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับของพี่ไวน์ที่เริ่มส่งรังสีอำมหิตมาให้ฉัน

                “ขอโทษนะยู คือตอนนี้พี่รีบมากเลย เอาไว้วันหลังหรือไม่ก็คุยตรงนี้เลยได้มั้ย” พี่ไวน์แสดงสีหน้าบ่งบอกว่ารีบจริงๆ เอาไงดี ฉันอุตส่าห์เตรียมการมาเป็นอย่างดีเพื่อเวลานี้โดยเฉพาะแล้วจะให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆได้ไง เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน สวมหัวใจสิงห์อมกระทิงแดงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สู้โว้ย!

                “คือว่า คือ..” ฉันเริ่มติดอ่าง ประหม่าอีกครั้งทั้งที่สวมหัวใจสิงห์อมกระทิงแดงไปแล้ว เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาของพวกเพื่อนในกลุ่มของพี่ไวน์มองมาอย่างรู้อยากเห็นสุดขีด บวกกับสายตาชิ้งๆ -_-++ของบรรดาแฟนคลับพี่ไวน์ยิ่งทำให้ฉันพูดไม่ออก พี่ไวน์เริ่มก้มมองนาฬิกาเมื่อเห็นว่าฉันยังไม่พูดสักที ฉันอยากจะตบปากตัวเองจริงๆเลย ไอ้ความกล้าเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดกันเนี่ย

                “ขอโทษนะยู พี่ต้องไปแล้วล่ะ” พี่ไวน์ที่คงรำคาญกับอาการใบ้กินของฉันทำท่าว่ากำลังจะเดินไป ฉันจึงรวบรวมความกล้าอย่างที่สุดคว้าแขนพี่ไวน์ไว้ แล้วตะโกนออกไปสุดเสียง

                “ยูชอบพี่ไวน์ค่ะ พี่ไวน์คบกับยูได้มั้ย”

                นิ่งสนิท เหมือนโลกกำลังหยุดหมุน ทุกอย่างรอบตัวฉันเงียบไปชั่วขณะจนแทบจะได้ยินเสียงหมากระซิบหลังจากที่ฉันตะโกนประโยคมรณะนั้นออกไป หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา พี่ไวน์มองหน้าฉันที่กำลังรอคอยคำตอบด้วยใจจดจ่อซึ่งฉันคิดว่าทุกคนก็คงอยากรู้เหมือนกันว่าพี่ไวน์จะตอบว่ายังไง

                พี่ไวน์ค่อยๆแกะมือฉันจากแขนช้าๆ ฉันตัวชาวาบเหมือนพอจะรู้คำตอบกลายๆ และแล้วคำพูดที่ฉันไม่อยากฟังที่สุดก็ออกมาจากปากพี่ไวน์

                “พี่คงคบกับยูไม่ได้หรอก พี่ไม่ได้คิดกับยูแบบนั้น พี่ไม่ได้ชอบยู และก็ไม่เคยคิดจะชอบด้วย” สุดท้ายมือที่ฉันจับพี่ไวน์ไว้ถูกแกะออกไปจนหลุด ความรู้สึกหูอื้อ ตาลายเข้ามาแทนที่ความตื่นเต้นเมื่อครู่ เพียงคำพูดคำเดียวของพี่ไวน์ทำเอาฉันแทบจะยืนไม่อยู่ ใช่สิ ก็ฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เผื่อรับกับความผิดหวังเลยนี่นะ

                “ไวน์ แกใจร้ายไปรึเปล่า พูดกับน้องเค้าแบบนี้น่าสงสารน้องเค้าแย่เลย” หนึ่งในเพื่อนของพี่ไวน์พูดขึ้นมา แต่ก็มีเสียงแหลมๆสวนขึ้นมาแทบจะทันที

                “ใจร้ายอะไรกัน ไวน์ทำถูกแล้วล่ะค่ะ ยัยเด็กนี่ต่างหากที่หน้าไม่อาย กล้าดียังไงมาสารภาพรักไวน์แบบนี้ ไม่เจียมตัวเลย” เสียงที่ฉันคิดว่าน่าจะมาจากแฟนคลับของพี่ไวน์พูดขึ้น ก่อนที่อีกหลายๆเสียงจะดังตามมาติดๆ

                “ใช่ เธอนี่ขี้เหร่แล้วยังไม่เจียมอีกนะ หัดดูสารรูปตัวเองซะบ้างสิ หน้าด้านจริงๆ” ฉันถึงกับสะอึกกับคำว่าขี้เหร่ เหมือนถูกแทงซ้ำที่รอยแผลเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันตรงที่ฉันมันแส่หาเรื่องเอง ฉันประจานตัวเองแท้ๆ ไม่เจียมตัวอย่างที่พวกเธอว่าจริงๆ

                “ยู ที่พี่ต้องพูดกับยูตรงๆ เพราะพี่ไม่อยากให้ยูเข้าใจผิดอีก พี่ไม่อยากให้ยูคิดว่าพี่ให้ความหวังยู ยูเข้าใจพี่นะ” พี่ไวน์พูดก่อนจะจับหัวฉันโยกเบาๆอย่างอ่อนโยนเหมือนที่ชอบทำ แต่ฉันยังคงก้มหน้านิ่งไม่ตอบ ในสมองฉันตอนนี้ไม่รับรู้อะไรนอกจากคำพูดของพี่ไวน์ที่บอกว่าไม่เคยชอบฉันและไม่คิดจะชอบด้วยที่ดังก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น พี่ไวน์ที่เห็นฉันยังคงนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นเลยตัดสินใจเดินออกไป

                “นังเด็กหน้าด้าน กล้าดียังไงถึงมาบอกรักไวน์สุดที่รักของพวกเรา” พอคล้อยหลังพี่ไวน์ไปไม่เท่าไหร่ พวกผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับเขาก็เริ่มเข้ามารุมฉันราวกับแค้นกันมาเป็นสิบชาติ

                “หน้าตาอย่างแก สารรูปอย่างแก บังอาจหวังสูงจะคว้าเทพบุตรอย่างไวน์ ทุเรศจริงๆ”

                “แกนี่มันน่ารังเกียจสุดๆเลยนะ สมแล้วล่ะที่ไวน์เขาปฏิเสธแก ถ้าฉันเป็นแกคงอายจนไม่กล้ามาโรงเรียนอีกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ” ยัยพวกนั้นยังคงถากถางอย่างสะใจ โดยที่ฉันได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น ตอนนี้สมองฉันมันตื้อไปหมดจนไม่สามารถคิดได้แม้แต่ว่าควรจะเดินหนีไปด้วยซ้ำ

                “นิ่งอยู่ทำไมล่ะ แกจะทำเป็นเฉยกวนประสาทฉันเหรอ” อยู่ๆยัยถึกคนหนึ่งก็เข้ามาผลักฉันอย่างแรงด้วยความโมโหเพราะคิดว่าฉันกวนประสาทเธอจนฉันถึงกับเซ จากนั้นคนในกลุ่มก็เริ่มผลักฉันไปมาราวกับเล่นลิงชิงบอลโดยมีฉันเป็นลูกบอลมนุษย์อยู่ตรงกลาง ฉันที่เซไปเซมาเริ่มจะมึนเล็กน้อย แต่แล้วจู่ๆก็มีฝ่ามือซึ่งมาจากทิศไหนก็ไม่ทราบได้ปะทะเข้ากับหน้าฉันอย่างจังจนฉันถึงกับหน้าหันเสียจังหวะล้มลงไปที่พื้น

                “เฮ้ย!คนตีกัน” เด็กนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งร้องตะโกนขึ้นมา ทำให้กลุ่มของพี่ไวน์ที่เดินไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นักหันมามองด้วยความตกใจ

                พี่ไวน์หันที่หันมามองก็ต้องตกใจกับสภาพของฉัน ซึ่งกำลังมองพี่ไวน์ด้วยความหวังว่าเขาจะกลับมาช่วยฉันอย่างที่เขาเคยทำมาตลอด ปกป้องฉันเหมือนที่ผ่านมา แต่เขาก็กลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับลังเลว่าจะเข้ามาช่วยฉันดีรึเปล่า ทั้งที่สภาพของฉันในเวลานี้มันแย่จนเกินทน ทั้งเจ็บตรงหัวเข่าที่ถลอกจากการล้ม เจ็บแปลบบริเวณข้อเท้าที่ดูเหมือนว่าจะพลิก เจ็บแก้มที่ถูกตบทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่เจ็บที่สุดในเวลานี้คือที่ใจของฉัน ทั้งที่ฉันถูกทำถึงขนาดนี้เขายังไม่คิดที่จะเข้ามาช่วย ได้แต่ยืนดูฉันถูกยัยบ้าพวกนี้รุมต่อไป ความรู้สึกจุกในอกมันแล่นไปทั่วร่างกับท่าทีเฉยเมยนั่น น้ำใสๆเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาช้าๆ ฉันมองไปรอบตัวก็ได้เห็นผู้คนมากมายที่ต่างก็ยืนมุงดูฉันด้วยแววตาสงสารปนสมเพชแต่ไม่มีสักคนที่คิดจะเข้ามาช่วย ในใจของฉันเวลานี้จึงได้แต่ร่ำร้อง ขอแค่ใครก็ได้ ไม่ต้องเป็นเค้าอีกแล้วแต่แค่ใครก็ได้ ใครสักคนที่จะช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ ไปจากสภาพที่น่าสมเพชนี่ที

                ขณะที่ยัยพวกนั้นทำท่าจะรุมทึ้งฉันอีกรอบอย่างย่ามใจที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยฉัน โดยที่ฉันทำได้เพียงยกมือขึ้นมาป้องกันตัวเองเพราะเจ็บข้อเท้าจนลุกไม่ได้ เสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะไว้ซะก่อน

                “จะทำอะไรกันก็หัดเคารพสถานที่บ้างนะครับ นี่มันสถานศึกษานะ!” น้ำเสียงทุ้มแต่เย็นยะเยือก ทำเอาพวกแฟนคลับไร้สติของพี่ไวน์ถึงกับชะงักค้าง และเมื่อทุกสายตาหันไปมองยังเจ้าของเสียง เสียงกรีดร้องปานชะนีโดนน้ำร้อนลวกก็ดังขึ้นมาจนฉันแสบแก้วหูไปหมด

                “กรี๊ดดดดดด หล่อ” หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับสติแตก(เริ่มตั้งชื่อให้)ของพี่ไวน์ส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

                “กรี๊ด ใครน่ะ หล่อเป็นบ้า เลือดกำเดาจะไหล อ๊าง~”

                “อ๊ะ!นึกออกแล้ว คนนี้บอสตันนี่นา!!!” หนึ่งในแก๊งสติแตกพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ราวกับเธอกำลังนึกข้อสอบวิชาเคมีได้-_-;

                “บอสตัน เขาคือใครกันเหรอแก” แก๊งสติแตกนางที่สองเอ่ยถามกลับ

                “ก็บอสตันไงแก คุณชายคนเล็กของตระกูลเบนีคอฟ หุ้นส่วนใหญ่ของโรงเรียนนี้ไง” ฉันที่ตกอยู่ในวงล้อมพอเห็นยัยพวกนั้นละความสนใจจากตัวเอง จึงพยายามกระดึ๊บตัวออกมา แต่ยังไม่ทันพ้นดงฝ่าเท้า เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาอีกระลอกจากการที่ใครคนหนึ่งเดินฝ่าวงล้อมเข้ามา โดยที่คนๆนั้นเดินมาหยุดยังฉันที่อยู่กลางวงพอดี

                พอเห็นหน้าเขาชัดถนัดเต็มสองตาถึงได้เข้าใจว่าทำไมพวกผู้หญิงถึงกรี๊ดไม่หยุด ใบหน้าหล่อใสกับผิวขาวสะดุดตา ดวงตาเรียวที่ดูทะเล้นแต่แสนจะมีเสน่ห์ นัยน์ตาสีเฮเซลที่สามารถสะกดให้คนที่มองหลงใหล จมูกที่โด่งเป็นสันรับกันกับใบหน้าเรียวได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากหยักได้รูปที่ดูอ่อนนุ่มน่าสัมผัส ผมสีช็อคโกแลตที่ถูกตัดสไลด์สไตล์เกาหลี ทุกองค์ประกอบนั่นพอมาจัดรวมกันอยู่ในตัวคนๆนี้แล้วมันทำให้เขาดูดีอย่างร้ายกาจทีเดียว ถึงแม้จะไม่ได้คมเข้ม แต่ก็ดูหล่อแบบน่ารักสุดๆไปเลย ขนาดฉันไม่ใช่พวกบ้าผู้ชายหล่อนะ ยังอดคิดไม่ได้เลยว่าหมอนี่เป็นคนหรือรูปสลักกันนะ ทำไมถึงได้ดูดีสมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้

                “เธอ…เจ็บตรงไหนมั้ย?” บอสตัน(ได้ยินยัยสองคนนั้นพูดเลยรู้ชื่อ)ถามฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะมองสำรวจสภาพอันยับเยินของฉันในขณะที่ฉันได้แต่นั่งอึ้ง

                “เธอมีแผลนะ ต้องไปทำแผลก่อนเดี๋ยวจะอักเสบ ลุกไหวมั้ย?” บอสตันยื่นมือมาให้ฉันพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างใจดี ฉันอึ้งไปเล็กน้อย มองมือใหญ่นั่นอย่างลังเล

                “ไม่เป็นไร ฉันลุกเองไหว” ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้นเอง แต่พอจะทรงตัวปุ๊บความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบริเวณข้อเท้า ก็ส่งให้ฉันต้องลงไปนั่งกองกับพื้นอีกครั้ง

                “ขาเจ็บแบบนี้เธอคงเดินไม่ไหว ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันอุ้มเธอไปเอง ^^” บอสตันบอกยิ้มๆแถมยังทำท่าจะเข้ามาอุ้มฉันจริงๆอีก ฉันเลยถอยหนีด้วยความตกใจ แต่แล้วจู่ๆเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้น

                “อ๊ายยย!อย่านะคะบอสตัน ดูก็รู้ว่ามันแกล้งสำออยเพื่อจะให้คุณอุ้ม” ยัยถึกเจ้าเดิมจีบปากจีบคอพูด แถมยังจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาอาฆาตราวกับว่าฉันเพิ่งไปฆ่าบรรพบุรุษเธอมาอย่างนั้นแหละ -_-;       

                “พวกเธอน่ะเงียบไปเลย!ที่พวกเธอก่อเรื่องขึ้นยังไงเรื่องนี้ก็ต้องเข้าสภานักเรียนเพื่อให้สภาพิจารณาโทษ ส่วนผู้หญิงคนนี้เค้าไม่ได้แกล้งสักนิดฉันรู้ดี เพราะฉันเห็นอยู่ตลอดว่าพวกเธอทำอะไรเค้าบ้าง” บอสตันบอกเสียงเข้ม แววตาดุๆมองไปทางยัยพวกนั้นอย่างคาดโทษ เล่นเอาพวกนั้นตัวหดเล็กเหลือสองนิ้วกันไปเลยทีเดียว หึหึ สมน้ำหน้า

                “มา ฉันจะพาเธอไปห้องพยาบาลนะ” บอสตันหันกลับมาและพยายามจะช้อนตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอดของเขา แต่ฉันรีบแตะแขนเขาไว้

                “อย่าเลยนะ ตัวฉันเปื้อนฝุ่นแบบนี้ เดี๋ยวชุดนักเรียนนายจะเปื้อนไปด้วย”

                “ฮะๆ เธอนี่น่าเอ็นดูจริงๆเลย ไม่เข้าใจเลยว่าหมอนั่นใจร้ายกับเธอลงได้ยังไงกันนะ” บอสตันยิ้มน้อยๆให้กับฉันแล้วเขาก็เข้ามาอุ้มฉันเข้าไปไว้ในอ้อมกอดจนได้

                “ถ้าเสื้อฉันเปื้อน ก็แค่ซักออก แต่ถ้าฉันมัวแต่ห่วงแค่เสื้อผ้าของตัวเอง จนทิ้งเธอที่กำลังบาดเจ็บเอาไว้แบบนั้น ฉันก็คงเป็นคนที่แย่มากจริงๆ” คำพูดของบอสตันเล่นเอาหลายๆคนในที่นี้สะอึกไปตามๆกัน แต่ฉันกลับน้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อนึกถึงเขาคนนั้น และพอหันไปมองก็พบว่าพี่ไวน์ยังคงมองมาทางฉันที่อยู่ในวงแขนของบอสตันด้วยสีหน้านิ่งๆ บอสตันที่มองตามสายตาฉันไปก็หันมากระซิบบางอย่างให้พอได้ยินกันแค่สองคน

                “ฉันจะกู้หน้าให้เธอเอง ^^”

                “นายจะทำอะไรเหรอ?” ฉันถามอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าบอสตันจะทำอะไร เขาเองก็ไม่ตอบได้แต่ยิ้มที่แลดูเจ้าเล่ห์น้อยๆ

                “เดี๋ยวก็รู้ ^^” บอสตันตอบพร้อมกับเดินไปหยิบตุ๊กตาหมีที่ลงไปนอนคลุกฝุ่นสภาพไม่ต่างจากฉันนัก พร้อมกับหยิบจดหมายของฉันที่เต็มไปด้วยรอยรองเท้าขึ้นมาด้วย

                “จดหมายนี่เป็นของเธอสินะ”

                (--) (_ _)ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ

                “ตุ๊กตานี่ด้วยใช่มั้ย?”

                (--) (_ _)

                “ถ้าอย่างนั้น เธอคงไม่รังเกียจใช่มั้ยถ้าฉันจะขอรับมันไว้แทน”

                (--) (_ _)

            เฮ้ย! O_o เมื่อกี้บอสตันว่าอะไรนะ เขาบอกว่าจะรับของพวกนั้นไปแทนพี่ไวน์งั้นเหรอ แบบนี้มันก็เท่ากับว่า...

                 เขารับรักฉันงั้นสิ O_O!
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 179 ท่าน