Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Dear Hunter...เหยื่อรายนี้ขอจอง!!
okiya
บทที่ 9 ไม่เหมาะ...
9
09/03/2555 18:05:56
528
เนื้อเรื่อง
“ตำรวจตรวจค้นศูนย์วิจัยเดเชียเนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการทารุณกรรมเกิดขึ้น เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุได้มีการปะทะต่อสู้กันแต่ตำรวจก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุได้พบผู้เสียหายเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่โดนจับมาตามความเชื่อในทฤษฏีของนายวิเชียร์ โดยความเชื่อดังกล่าวได้ทำให้เยาวชนผู้เสียหายได้รับการทรมานต่างๆจนได้รับบาดเจ็บ

ผู้เสียหายกล่าวว่านายวิเชียร์มีเสืออยู่ในครอบครองหลายตัวและพวกตนถูกสัตว์เหล่านั้นเข้าทำร้าย ในที่เกิดเหตุเราได้พบศพของผู้ร่วมอุดมการณ์ของนายวิเชียร์และนายวิเชียร์ก็ถูกพบเป็นศพ จากการชันสูตรของแพทย์พบกรงเล็บและรอยเขี้ยวของเสือบนร่างของนายวิเชียร์สรุปได้ว่านายวิเชียร์ถูกเสือที่ตัวเองเลี้ยงฆ่าตาย กลุ่มเยาวชนผู้เสียหายถูกส่งถึงมือแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีตอนนี้ทั้งหมดปลอดภัย ทางศาลกำลังเร่งพิจารนาคดีอย่างหนักเพื่อให้ความยุติธรรมกับเยาวชนผู้เสียหาย ส่วนคดีสะเทือนขวัญนี้จะมีความคืบหน้าอย่างไร ทางเราจะติดตามต่อไปคะ”


“พี่ว่าเขาจะรู้มั้ย?” เสียงจากเตียงข้างๆทำให้ฉันละสายตาจากทีวี

“ไม่หรอก ผลงานวิจัยแองโกล่าก็เผาไปแล้ว คงไม่มีเรื่องแบบนั้นอีก ยังเจ็บอยู่หรือเปล่าโมเดิล” โมเดิลที่ตอนนี้อยู่ในสภาพผอมลงกว่าแต่ก่อนและผมสั้นทำให้ดูเด็กลงไปเยอะ ยิ่งบาดเจ็บอยู่แบบนี้เธอยิ่งดูน่าปกป้องถนุถนอมราวแก้วเจียรนัยที่แสนบอบบาง เธอขยับแขนขึ้นลงก่อนจะนิ้วหน้าหน่อยๆ

“ไม่เท่าไรหรอก ว่าแต่หนูแล้วพี่ละ โดนยิงไปตั้งสามนัด =___=;;”

“ฉันมันพวกรักษาตัวเร็วกว่าปกติน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก” แล้วเราทั้งคู่ก็เงียบ บรรยากาศอันน่าอึดอัดค่อยๆปกคลุมเราทั้งสองอย่างช้าๆ ฉันควรจะถามดีมั้ยนะ…

“……”

“……”

“โมเดิล”

“หะ..อะไรหรอ =O=”

“เธอไม่กลัวฉันหรอ ฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะ” โมเดิลอึ้งไปสักพักเธอทำท่าคิดหนักก่อนจะตอบ

“หนูไม่แน่ใจ..คือ ตกใจมั้ยหนูตกใจมากที่พี่เป็นแบบนั้น หนูกลัวจนตัวสั่นเลยละ”

“……” นั่นสินะเป็นใครบ้างที่จะไม่กลัว…

“แต่ในตอนนั้นพี่ก็ปกป้องหนูนี่นา พี่ยอมกลายร่างต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องหนูจากหมาพวกนั้น ถ้าไม่ได้พี่หนูคงตายไปแล้ว พี่ทำให้หนูรู้ว่าถึงร่างกายพี่จะเปลี่ยนไปแต่พี่ก็ยังคงเป็นพี่สาวของหนู บางทีมีพี่สาวแปลงร่างได้มันก็เท่ไม่หยอกนะ *w*” แล้วเธอก็หัวเราะ นั่นทำให้ฉันตื้นตันมาก ความกังวลว่าจะโดนรังเกียจหรือสายตาหวาดกลัวจากครอบครัวจางหายไป

“อย่าทำเป็นเล่นไปยัยบ๊อง จำไว้นะว่าอย่าแพล่มให้ใครฟังเชียวว่าฉันเป็นแบบนี้ =____=^^”

“เสียดายจัง -3- แต่ไม่เป็นไรยังไงหนูก็ภูมิใจในตัวพี่นะ *O*” ฉันอยากเข้าไปยีหัวยัยน้องสาวที่ชอบทำตัวน่ารักน่าแกล้งแบบนี้จริงๆถ้าไม่ติดว่าระยะไม่ให้นะ =^= วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราทั้งคู่จะได้อยู่โรงพยาบาล เดี๋ยวตอนบ่ายๆคุณพ่อจะมารับกลับบ้าน อ๋อลืมบอกไป พ่อของฉันรู้เรื่องแล้วที่ฉันเป็นแอนนิ ตอนแรกท่านตกใจแทบช๊อคแต่หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดท่านก็มากอดฉันแล้วบอกว่าถึงยังไงฉันก็เป็นลูกสาวของท่านและต้องขอโทษจริงๆที่ท่านไม่เคยรู้เรื่องที่ฉันเดือดร้อนหรือทุกข์ใจเลย

“น้องโมเดิลค่ะ ได้เวลาทำกายภาพแล้วคะ ^^” นางพยาบาลเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามาเรียกโมเดิลไปทำกายภาพบำบัต

“อะ..งั้นไว้เจอกันตอนบ่ายนะพี่เรเวน”

“อือ พยายามเข้า : )” และแล้วฉันก็ได้อยู่ตามลำพัง ฉันลุกจากเตียงก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาสำหรับคนมาเยี่ยมก่อนจะหลับตาลงพยายามไม่คิดอะไรที่ว้าวุ่นอยู่ในใจ เขาจะเป็นไงบ้างนะ ตั้งแต่ที่ฉันฟื้นขึ้นมาแองโกล่ากับค๊อฟฟี่ก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆแต่ไร้วี่แววของเขา จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ บาดเจ็บ? ป่วย? ไม่ว่าฉันจะเกริ่นถามอะไรออกไปพวกนั้นก็จะยิ้มและไม่ยอมตอบอะไรนอกจากเปลี่ยนเรื่องคุยไปอย่างเนียนๆ

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูทำให้ฉันลืมตาตอนแรกคิดว่าเป็นโมเดิลแต่เธอเพิ่งออกไป กลิ่นคุ้นเคยทำให้ฉันใจเต้นแรง ฉันมองสบตากับนัยน์ตาสีนิลอันมีเสน่ห์คู่นั้น ใบหน้าเรียบเฉยหล่อเหลาดูหยิ่งนิดๆทำให้ฉันยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นไรเพราะก่อนหมดสติไปฉันเห็นร่างของเขาเต็มไปด้วยเลือด นั่นทำให้ฉันร้อนรนกังวลใจมากว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า

“ทำไมเพิ่งมาเยี่ยมเอาวันนี้ละ ตอนบ่ายฉันจะกลับบ้านอยู่แล้วนะ -^-” ฉันลุกขึ้นเดินไปหาเขา

“ไม่สะดวกจะมา เธอเป็นไงบ้าง”

“ก็ดี นายละเป็นไงบ้างไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย?”

“ไม่มีหรอก”

“อืม ก็ดีแล้ว..” ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะว่าฉันชอบเขา ถ้าจะบอกฉันก็กลัวอยู่อย่างเดียวคือกลัวผิดหวัง แต่ความเป็นห่วงเป็นใยในแววตาของเขาทำให้ฉันใจชื่นขึ้น เอาละ..

“………”

“………”

“………”

“เอ่อ..”

“??”

“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกนาย” กล้าๆหน่อยเรเวน

“ว่า?”

“คือ..” พูดออกไปเลย

“…..”

“ฉันชอบนาย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร แต่ฉันชอบนาย…ถ้านายคิดเหมือนกันเราลองมาคบกันมั้ย >///////<” พูดออกไปแล้ว!! ฉันพูดมันออกไปแล้ว!!! โรคุชินชะงักไปนิดนึง

“……”

“……”

“……”

“ไม่ได้หรอก” คำตอบที่ได้มาทำเอาหัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น ทำไมละ? ฉันคิดว่าเขาจะรู้สึกแบบเดียวกับฉันซะอีก ดวงตาที่มองสบมาเปลี่ยนไปกลายเป็นความเฉยชา

“ทำไมละ?”

“เธอไม่เหมาะกับฉันหรอก” เหมือนฉันโดนสาดด้วยน้ำที่เย็นเฉียบ ในหัวมันว่างเปล่าเมื่อได้ยินคำที่เอ่ยออกมาจากปากเขา ไม่เหมาะหรอ? ทำไมละ? ฉันทำผิดอะไร??

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย? -___-”

“เอ่อ..อืม..(. .)”

“หายไวๆนะ..” แล้วเขาก็เดินจากไป ฉันทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา ในหัวมันเบลอไปหมด มีแต่ความไม่เข้าใจและผิดหวัง หรือว่าฉันดูเขาผิดไป? เขาไม่เคยมีใจให้ฉันเลยงั้นหรอ แล้วการดูแลเอาใจใส่ของเขาที่มีให้ฉันละ? ฉันไม่เห็นเขาจะทำอย่างนั้นกับคนอื่นเลย หรือตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคิดไปเองคนเดียว?...

‘เธอไม่เหมาะกับฉันหรอก’ ถ้อยคำตอกย้ำที่ทำให้หัวใจฉันเจ็บปวด นี่ฉันอกหักจริงๆหรอเนี่ย ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะดูคนผิดไปจริงๆ แล้วที่ผ่านมาทั้งหมดเขาทำเพื่ออะไร…

 
 


 
ไม่รู้ว่าเกิดอะไร ไม่เข้าใจความเจ็บนี้ 
เมื่อร่างกายทุกส่วนก็ไม่มีบาดแผลที่ตรงไหน 
แต่ทำไมมันเจ็บเกินทน จนแทบยืนจะไม่ไหว 
ไม่มีเรี่ยวแรง เกือบลืมหายใจ แค่เธอจะไปจากฉัน


ช่วยบอกได้ไหมเธอ ก่อนเธอนั้นจะไป 
เจ็บที่เธอทำไว้ ต้องรักษามันยังไงกัน 
ช่วยบอกให้รู้ที จะได้รักษาทัน 
เจ็บที่ไร้ร่องรอย ไม่มีแผลเจ็บแบบนี้ 
นี่คืออกหักใช่ไหม เพิ่งได้เข้าใจ 


ฝนที่กระหน่ำตกลงมากระทบหน้าต่างไม่ได้ทำให้ฉันที่นั่งมองอยู่รู้สึกตัวเลยสักนิด เสียงเพลงเดิมๆที่ฉันเปิดฟังมาตลอดสามวันยังคลออยู่ในหัวกับเหตุการณ์ถ้อยคำที่ยังติดตรึงอยู่ในใจราวคมหอกที่ทิ่มแทงใจซ้ำๆ

เธอรู้หรือเปล่าว่าฉัน ใจข้างในเป็นอย่างไร 
ไม่เคยมีความเจ็บตรงที่ใด ที่จะเท่าความเจ็บนี้ 
ไม่คิดไม่เคยเตรียมตัว ว่าต้องเสียใจอย่างนี้ 
กับความรู้สึก ความเจ็บที่มี ต้องทำยังไงจะหาย 


..เจ็บ..เจ็บมากจริงๆ ไม่ว่าจะถูกกรงเล็บหรือคมเขี้ยวหรือแม้แต่กระสุนปืนมันก็ยังรู้สึกเจ็บไม่ได้เท่าตอนที่เขาบอกปฏิเสธ มันเหมือนจะขาดใจ ฝืดเฝื่อนเวลาที่พยายามทำตัวให้ร่าเริง มันเหมือนโลกทั้งใบมันมืดมัวไร้ชีวิตชีวา อะไรก็น่าเบื่อไปหมด ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากพูดกับใคร ขนาดหายใจยังรู้สึกเหนื่อย ดูเหมือนฉันจะเป็นเอามากจริงๆ กับคนๆเดียวทำไมถึงเป็นมากขนาดนี้ ไม่ใช่ฉันไม่เคยอกหักสักหน่อยเวลาอกหักเพียงไม่กี่วันฉันก็ร่าเริงได้แต่นี่ผ่านไปสี่วันแล้วฉันกลับยังเฮิร์ตไม่หายจนทุกคนเป็นห่วง

เพิ่งได้เรียนรู้ เข้าใจ ว่ามันทรมานแค่ไหน 
อยากจะร้องระบาย แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่มีให้ไหล 
สิ่งเดียวที่ฉันรู้ดี คือตอนนี้แทบทนไม่ไหว 
ได้แต่ฝืนมันไป ให้ฉันไม่ขาดใจอยู่ตรงนี้ 

ช่วยบอกได้ไหมเธอ ก่อนเธอนั้นจะไป 
เจ็บที่เธอทำไว้ ต้องรักษามันยังไงกัน 
ช่วยบอกให้รู้ที จะได้รักษาทัน 
เจ็บที่ไร้ร่องรอย ไม่มีแผลเจ็บแบบนี้ 
นี่คืออกหักใช่ไหม เพิ่งได้เข้าใจ

*(เพลง: เจ็บที่ไร้ร่องรอย)

“เฮอะ…”

“เป็นอะไรไปถอนหายใจเสียงดังเชียว ^^” เสียงทักทำให้ฉันหันไปมอง

“แองโกล่า เธอมาตั้งแต่เมื่อไร?” สาวผมบ๊อบหัวเราะคิก

“มาทันเห็นคนอาการหนักเนี่ยแหละ” เธอนั่งลงข้างฉันก่อนจะเปลี่ยนรอยยิ้มให้เป็นความจริงจัง

“เรเวน ฉันมีเรื่องสำคัญจะต้องบอกเธอ”

“อะไรละ มันร้ายแรงมากเลยหรอเธอถึงต้องทำหน้าแบบนั้น” ฉันชักกังวลขึ้นมาแล้วสิ

“อีกสามวันเป็นวันเกิดชิน”

“….” ชื่อนั้นทำให้ฉันชะงักไป วันเกิดของเขา..

“เรเวน..”

“อ๋อ ก็ดีแล้วนิ แสดงว่าจะจัดเลี้ยงวันเกิดสินะ เอาสิเดี๋ยวฉันช่วย ^^;”

“เรเวน..”

“หือ? อะไรหรอหรือว่ามันเป็นความลับ? ไม่ต้องห่วงนะฉันไม่มีทางบอกเจ้าตัวแน่ มันจะต้องเป็นงานที่เซอร์ไพร์ที่สุดเลยละ^O^;;”

“..เขาจะตาย..” คำพูดนั้นทำให้ใจฉันร่วงไปอยู่แทบเท้า อะไรนะ?.. ฉันฟังไม่ผิดใช่มั้ย..

“เอ่อ..เมื่อกี้ฉันคงฟังผิดไป พูดใหม่ได้มั้ย ^^;;”

“ชินกำลังจะตาย” ไม่จริง..ฉันพยายามเชื่อแบบนั้นแต่ความเศร้าในดวงตาของแองโกล่าทำให้ฉันเชื่อไม่ลงจริงๆ เธอมีน้ำตาคลอหน่วย

“ได้ยังไง ไหนเธอบอกว่ามันมีทางยืดชีวิต ขนาดฉันยังได้เลย” ฉันจำเลือดในหลอดแก้วที่พวกเขานำมาฉีดเข้าเส้นเลือดฉันได้ ทันทีที่มันเข้าสู่กระแสเลือดฉันก็รู้สึกถึงพละกำลังที่มากขึ้นประสาทสัมผัสที่ไวขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกเท่านึง มันเป็นไปไม่ได้ที่นายโรคุชินจะตาย เขาจะตายได้ยังไง?..

“เพราะมันไม่มีเลือดให้เขาไงเรเวน ชินยังไม่ได้รับเลือดเสือดำ..” คำตอบนั้นทำเอาฉันชาไปทั้งร่าง เลือดในกายเย็นเยียบ ไม่มี..เขายังไม่ได้รับเลือดงั้นหรอ เท่าที่รู้เขากำลังจะอายุ19ยังเหลือเวลาอีกปีนึงนิ?

“มันไม่แน่เสมอไปหรอกนะว่าอายุครบยี่สิบเท่านั้นถึงจะตาย ที่พูดไว้แบบนั้นเพราะมันคือสถิติส่วยใหญ่ พวกที่ตายก่อนยี่สิบมีเยอะแยะไป” แองโกล่าคงเห็นสายตาของฉันจึงพูดแบบนั้น

“เขาจะไม่เป็นไรใช่มั้ยแอง มันมีทางช่วยเขาใช่มั้ย..” น้ำตาจวนเจียนจะหยดมือของฉันที่คว้าแขนแองโกล่าสั่นระริกอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ความเจ็บที่โดนปฏิเสธมันเทียบไม่ได้เลยกับความปวดร้าวเมื่อคิดว่าเขาจะต้องจากโลกนี้ไป

“ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอเพราะว่าเรามีแผนจะไปอยู่กันที่ต่างประเทศเพื่อรักษาชีวิตชินไว้” อะไรนะ พวกเขาจะไปไหนกัน?

“ทำไมละ? พวกเธอจะไปอยู่ไหนกัน”

“แถบเอเชีย เราต้องยื้อชีวิตชินไว้ให้นานที่สุดระหว่างนั้นก็ออกตามหาเสือดำ ตระกูลของเฟยหลางแตกรากสาขาตระกูลออกมาได้ยิ่งใหญ่มาก พวกเขามีทีมแพทย์ที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือการไปอยู่ใกล้มือหมอน่าจะช่วยชินได้มากกว่า”

“หมายความว่าเธอ..”

“ใช่แล้วเรเวน พวกเราจะย้ายออกจากที่นี่”

“แล้วฉันละ?” ฉันจะอยู่กับใคร จะมีใครคอยช่วยฉันเรื่องการกลายร่าง?

“มันไม่นานเลยเรเวน พวกเราจะไปไม่นาน ร่างกายเธอได้รับเลือดเสือดาวแล้ว เธอจะมีชีวิตอยู่รอพวกเราอีกนานเลยละ แต่มันจะไม่นานเป็นปีหรอกนะเพราะร่างกายชินเองก็คงจะทนไม่ได้นานขนาดนั้น พวกเราจะหาทางเอาเลือดของเสือดำมาให้ได้เร็วที่สุด”

“พวกเธอจะกลับมาใช่มั้ย?” ฉันจะได้เจอเขาอีกมั้ย..

“แน่นอนจ๊ะ พวกเราจะกลับมา กลุ่มดาวสัตว์ไม่มีวันทิ้งกันอยู่แล้ว ^^”

“ต้องช่วยเขาให้ได้นะ ฉันจะรอ..” ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของฉันทำให้แองโกล่าถอนหายใจ มือบางสัมผัสใบหน้าฉันแผ่วเบา

“บางทีนะเรเวน..ถ้าเจ้าตัวไม่กลัวอะไรไม่เข้าท่าแบบนั้นบางทีเขาอาจจะมีแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่มากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นทั้งเธอและชินอาจจะไม่ต้องทรมานแบบนี้”

“เธอหมายความว่ายังไง?..”

“คิดว่าสักวันเธอจะเข้าใจว่าบางทีการทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอาจเป็นเพราะว่าต้องการปกป้องไม่ให้โดนทำร้ายไปมากกว่านี้ก็ได้นะ ^^” หัวใจของฉันสั่นไหวด้วยความสับสน แองโดกล่าพยายามจะบอกอะไรฉันกันแน่

“ฉันไม่เข้าใจ”

“ฉันก็บอกอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ…ได้เวลาไปแล้วต้องไปจัดกระเป๋าอีก พรุ่งนี้เครื่องออกสิบโมงนะจ๊ะ ถ้าจะมาส่งก็มาก่อนหน้านั้นนะ..” ทำไมมันกะทันหันแบบนี้นะ แล้วฉันควรจะทำยังไงดี..

“นี่เรเวน”

“หือ?” ฉันหันไปมองแองโกล่าที่กำลังจะออกไปจากห้อง เธอหันมาส่งรอยยิ้มลึกลับแฝงความนัยน์ให้ฉัน

“ผู้ชายเนี่ย นอกจากปากไม่ตรงกับใจแล้วยังฟอร์มจัดมากๆเลยด้วยเธอว่างั้นมั้ย ^__^”

“..???..”

“คิกๆ ไม่มีอะไรหรอก บ๊ายบายนะ ^^” เธอหัวเราะคิกคักแล้วก็ปิดประตูห้องจากไป ทิ้งให้ฉันได้แต่พิศวงงงงวยกับถ้อยคำประหลาดของเธอ ที่ไม่ว่าจะขบคิดสักกี่ทีก็ยังไม่เข้าใจ





ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 128 ท่าน