Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
พี่ป่วน...น้องซ่า ไขคดีปริศนาลับ! ตอน : แม่น้ำเจ้าพระยา
-Donut-
ตอนที่ 2
3
13/03/2555 19:03:40
274
เนื้อเรื่อง

2

 
เมื่ออัฐกับนิคไปรายงานผลการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวกลับบ้านกัน
เมื่ออัฐกับนิคเดินมายังรถของตัวเองก็เห็นน้องสาวของตนที่รอพวกเขาอยู่ทำหน้าบึ้งบูดใส่พวกเขา
“พวกพี่นี่ไปรายงานกันนานจริงๆ” พิ๊งค์พูดพลางกอดอกมองพี่ชายสองคนของเขา
“มันไม่ใช่ว่าเดินเข้าไปก็ส่งรายงานแบบนั้นแล้วก็เสร็จสักหน่อย” อัฐพูดพลางเคาะหัวน้องสาวของเขาหนึ่งที
“โอ้ย...แล้วหนูจะไปรู้ไหมละ” พิ๊งค์ว่าพลางเอามือมากุมหัว
“ถ้าไม่รู้อะไรแล้วทำไมชอบมายุ่งนักละหา?” อัฐพูดแล้วเคาะหัวน้องสาวตัวเองอีกที
“พี่อัฐ เจ็บนะ!” พิ๊งค์พูดพลางเบ้ปาก...พี่อัฐนี่ชอบรุนแรงจริงๆ!
“แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” อัฐว่าพลางเดินอ้อมไปนั่งตรงที่นั่งคนขับรถ ส่วนนิคก็เดินไปนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ
“ชิ” พิ๊งค์สบถออกมาก่อนจะเบนหน้าหนีแล้วพิงหลังไปบนเบาะรถ
แวบหนึ่งเมื่อรถแล่นผ่านตรงทางเข้าเด็กสาวพลันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงข้างๆฟุตบาท เธอมองมาที่พิ๊งค์ก่อนที่จะเหยียดยิ้มเย็นๆออกมา
พลันเด็กสาวสะดุ้งเฮือกและสะบัดหน้าสองสามที เมื่อลองมองไปอีกทีหญิงสาวคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว
...นี่มันอะไรกันเนี่ย...??
“เกิดอะไรขึ้นเหรอพิ๊งค์?” อัฐที่เห็นน้องสาวตัวเองมีท่าทางแปลกไปก็ถามขึ้น
“ป...เปล่า ไม่มีอะไร...” พิ๊งค์หันไปสบตากับอัฐทางกระจกรถหน้าก่อนจะส่ายหัวเบาๆ และมองออกไปนอกกระจกรถ
...ความรู้สึกนั่นชวนให้ขนลุกเป็นบ้า...
 
…………………………………………………
เมื่อรถแล่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านของตัวเอง เด็กสาวพลันลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน
เด็กสาวไขกุญแจบ้านแล้วเดินไปเปิดไฟ พิ๊งค์เดินขึ้นไปบนห้องตัวเองเพื่อจะไปอาบน้ำแล้วลงมาเตรียมทำอาหารค่ำให้พี่ชาย
พลันเด็กสาวเดินขึ้นบันไดไป ก็รู้สึกเหมือนมีใครตามหลังตนมา...
ด้วยสัญชาติญาณเด็กสาวพลันหันหลังกลับไปมอง แต่ก็ไม่พบอะไร...
เด็กสาวขมวดคิ้วและใช้เวลาครุ่นคิดอยู่เวลาหนึ่ง
...นี่มันชักยังไงๆแล้วนะ
เมื่อเด็กสาวพยายามคิดยังไงก็คิดไม่ออกจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แล้วเดินขึ้นต่อไป
เมื่อเด็กสาวเข้าไปในห้องตัวเองและปิดประตูลง...พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากบันได..
แอ๊ด..........แอ๊ด..................
.
.
.
เมื่อเด็กสาวทำการอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เดินลงมาชั้นล่างเพื่อเตรียมทำกับข้าวให้พี่ชายรับประทาน
เด็กสาวมองเห็นพี่ชายสองคนของตนเองกำลังนั่งดูทีวีเกี่ยวกับข่าวอยู่จึงเดินเข้าไปทัก
“พี่อัฐ พี่นิค พี่ไปอาบน้ำกันได้แล้วนะ จะได้สดชื่นๆแล้วมากินข้าวกัน” พิ๊งค์พูดกับพี่ชายของเธอ
“อืม งั้นเดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อน ส่วนไอ้นิคมันหลับแล้ว เดี๋ยวเธอค่อยปลุกมันไปกินข้าวละกัน” อัฐพูดพลางปิดทีวีก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไป
เมื่อเด็กสาวเห็นพี่ชายคนโตของตัวเองเดินขึ้นไปแล้ว จึงเดินไปห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหาร
พิ๊งค์เริ่มทำอาหารไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไปเป็นเวลา 21.30 น.
พลันเด็กสาวรู้สึกอยากล้างหน้าตาเพราะรู้สึกง่วงขึ้นมาบ้างแล้วจึงเดินไปทางห้องน้ำ
ซ่า...ซ่า.....ซ่า.............
เด็กสาวใช้มือตักน้ำขึ้นมาล้างหน้า็นเวลานา
และเมื่อเด็กสาวเงยหน้าขึ้นไปส่องกระจก...เธอก็ชะงักไป
เมื่อสิ่งที่เธอมองเห็นจากกระจก...เป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่เธอเห็นตรงฟุตบาท...และเป็นคนเดียวกับที่พวกพี่ไปดูในวันนี้ด้วย
หญิงสาวที่มีหน้าซีดเผือดแลดูบวมอืดเล็กน้อย...ผมยาวสีดำขลับที่เปียกน้ำปกปิดใบหน้าของเธอไว้...เนื้อตัวที่เปียกปอนของเธอ มีแผลถูกแทงมากมาย...กลิ่นเน่าเล็กๆที่โชยออกมาแตะจมูกเด็กสาว ทำให้เธอรู้สึกอยากอาเจียนเสียตรงนั้น
เด็กสาวพยายามกลั้นสิ่งที่จะออกมาทางปากของเธอเอาไว้ แล้วตักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอีกครั้ง พลันสิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้ก็ไม่ปรากฏบนกระจกตรงหน้าเธออีกแล้ว...เหลือเพียงคราบน้ำที่ไหลลงมาแลดูเหมือนปาก...ที่กำลังแสยะยิ้มอยู่
“อุบ...!” เด็กสาวอ้วกออกมาตรงนั้น
ซ่าๆๆๆๆๆ
“อุบ...แหวะ...แค่กๆ” เด็กสาวพลันตักน้ำขึ้นมาบ้วนปาก
กลิ่นยังคงวงเวียนอยู่ไหนหัว
...เมื่อกี้มันอะไรกัน?!
ทำไม...ทำไมหล่อนต้องตามฉันมาด้วย? ฉันก็ไม่ได้ไปทำอะไรแล้วก็ไปเกี่ยวข้องกับหล่อนเลยนี่นา...?!
เด็กสาวพลางครุ่นคิดก่อนจะสะบัดหัวกำจัดเรื่องพรรคนั้นในหัวทิ้ง ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารต่อ
.
.
“ทำเสร็จแล้วเหรอ?” อัฐที่อาบน้ำเสร็จหมาดๆเดินมาหาน้องสาวตัวเอง
“อืม...พี่ช่วยไปเรียกพี่นิคให้หน่อยสิ” พิ๊งค์พูดพลางจัดโต๊ะอาหาร
“...อืม ได้...พิ๊งค์เธอดูหน้าซีดๆนะ” อัฐพูดขึ้นเมื่อเห็นความผิดปกติของน้องสาว
“เอ๊ะ?!” พิ๊งค์เบิกตาโพลง
“เป็นอะไรรึเปล่า?” อัฐถามด้วยความเป็นห่วง
“ป...เปล่า พี่ไปเรียกพี่นิคเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอก” พิ๊งค์บอกปัด
“...เหรอ งั้นพี่ไปเรียกนิคละกัน” อับเดินออกไปเพราะคิดว่าถึงจะถามต่อไปน้องสาวเขาก็คงไม่ตอบอยู่ดี
“เฮ้อ...” พิ๊งค์ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะอาหารและฟุบลงกับโต๊ะ
...เหนื่อยจัง
.
.
อัฐเดินไปยังโซฟาห้องรับแขกเพื่อไปเรียกน้องชายที่หลับอุตุอยู่ของเขา
“เฮ้ นิค ตื่นได้แล้ว” อัฐเขย่าตัวคนที่หลับอยู่เบาๆ
“อือ...งืมๆ” คนที่นอนอยู่บิดตัวไปมา เป็นเชิงว่าเขาถูกรบกวนเวลานอน
“ยังจะนอนอีกถึงเมื่อไหร่หา? ไปกินข้าวได้แล้ว” อัฐกอดอกมองคนบนโซฟาที่ยังทำท่าไม่ลุกเสียที
“อือ...อีกแปปนึงน่า...” นิคยังคงงัวเงียไม่เลิก
“ไม่ตื่นใช่มั้ย งั้นเจอนี่!” อัฐยื่นมือไปจี้เอวคนบนโซฟา ส่งผลให้คนที่นอนอุตุอยู่สะดุ้งตื่นทันที
“ทำบ้าอะไรของนายน่ะ?!!” นิคดิ้นไปมาพลางตวาดใส่คนที่แกล้งเขา
“ก็แกไม่ยอมตื่น ฉันก็ต้องใช้ไม้นี้ไง ตื่นรึยังล่ะหา?? นี่แหนะๆๆๆ” อัฐยังคงจี้ไม่เลิก
“อ๊า!! หยุด! ปล่อยฉันนนน!!!” นิคดิ้นพล่านๆ...เขายิ่งเป็นคนบ้าจี้ขนาดหนักอยู่ด้วย!
“ถ้าไม่อยากโดนก็ไปล้างหน้าแล้วไปกินข้าวซะ!” อัฐพูดพลางเลิกจี้คนตรงหน้า
“ฮึ่ยยยยย อย่าให้ฉันเอาคืนมั่งนะ ชิ” นิคชี้หน้าคนเป็นพี่ก่อนจะรีบลุกออกจากโซฟาแล้วตรงไปยังห้องน้ำ
“ฮ่าๆๆๆ แกนี่ตลกชะมัด” อัฐขำเสียงดังก่อนจะเดินไปยังห้องอาหาร
.
.
เมื่ออัฐเดินมายังห้องอาหารก็เห็นน้องสาวตัวเองฟุบอยู่บนโต๊ะจึงเดินเข้าไปปลุก
“นี่ มานอนอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ ถ้าง่วงก็ไปนอนดีๆบนห้องสิ” อัฐพูดพลางสะกิดคนที่ฟุบอยู่เบาๆ
“อือ...” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะสะบัดหน้าสองสามทีแล้วหันไปมองหน้าพี่ชาย “พี่รีบกินข้าวแล้วเข้านอนนะ...” พิ๊งค์พูดด้วยเสียงงัวเงียเล็กน้อย
“...เธอไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ สีหน้าไม่ดีเลยนะ รีบขึ้นไปนอนเถอะ” อัฐพูดด้วยความเป็นห่วง
“...ค่ะ...” พิ๊งค์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกจากโต๊ะแล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอน
อัฐมองตามเด็กสาวที่เดินขึ้นไปยังชั้นบน ชั่วหนึ่งนั้นเขาก็มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆน้องสาวของตัวเอง อัฐพลันส่ายหน้าแล้วมองดูดีๆอีกทีก็ไม่พบอะไรแล้ว...
...ตาฝาด?
อัฐขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรนักจึงลงมือทานข้าวต่อไป
“พิ๊งค์ไปนอนแล้วเหรอ?” นิคที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำเดินมาหาพี่ชายตัวเองแล้วถามขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นอัฐนั่งอยู่คนเดียว
“อืม...คงจะไม่สบายตรงไหนละมั้ง...หน้าดูซีดๆชอบกล” อัฐพูดพลางครุ่นคิด
“ไม่สบายเหรอ...” นิคพูดพลางมองขึ้นไปยังชั้นบนก่อนจะนั่งลงรับประทานอาหารตามปกติ
.
.
.
....................................................................................
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง.....
พลันเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงก็ลุกขึ้นมาพลางขยี้ตาไปมาสองสามที...
...นอนไม่ค่อยหลับเลยแฮะ...
เด็กสาวลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการล้างหน้าล้างตาแล้วแต่งตัวเพื่อที่จะเตรียมตัวไปสอบปลายภาควันสุดท้ายก่อนปิดเทอมหน้าร้อนของเธอ
.
.
เมื่อเด็กสาวแต่งตัวเสร็จ เธอก็เดินลงมาชั้นล่างเพื่อที่จะมาทำอาหารให้พี่ชาย...พลันสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร
เด็กสาวจึงหยิบขึ้นมาดู
‘วันนี้พวกพี่มีประชุมตั้งแต่เช้า เธอไปโรงเรียนเองละกันนะ....พี่อัฐ’
...วันนี้พวกพี่ไปกันแล้วเหรอ...
เด็กสาวมองแผ่นกระดาษนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางลง
“...งั้นวันนี้ไปกินข้าวเช้าที่โรงเรียนดีกว่า...”
....................................................................................
ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภายในห้องประชุมห้องหนึ่ง...
“จากผลการตรวจสอบ ผู้ตายชื่อ น.ส. ศุภัสตรา ประดับบารมี อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาปี4 สาเหตุการตายคือ ถูกของมีคมฟันและแทงเป็นจำนวน 8 แห่ง และถูกจับถ่วงน้ำมาแล้วประมาณ 4 วันครับ ส่วนอาวุธที่ใช้สังหารยังหาไม่พบ คาดว่าฆาตกรน่าจะนำติดตัวไปด้วย”
ตำรวจนายหนึ่งรายงาน
“จากเท่าที่สืบมา พบว่าผู้ตายคบกับแฟนหนุ่มอยู่ ซึ่งทางบ้านเองก็ไม่ทราบว่าผู้ตายคบกับใคร ท่าทางจะแอบคบกันโดยที่ไม่บอกครอบครัว” ตำรวจอีกนายหนึ่งพูด
“อืม...ใครเป็นผู้พบศพคนแรก?” ผู้กำกับถาม
“เป็นชาวประมงคนหนึ่งครับ เขาบอกว่าตอนกลางคืน เขาได้ออกไปตกปลาที่แม่น้ำ แล้วเมื่อดึงแหกลับมา ศพก็ติดมาด้วย”
“ติดแหมาด้วยงั้นเหรอ?”
“ครับ เพราะชาวประมงคนนั้นทอดแหลงไปจับปลาครับ” ตำรวจนายนั้นพูด
“ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต เธอได้ไปมีเรื่องกับใครรึเปล่า?”ผู้กำกับถามต่อ
“จากที่ลองสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย พบว่าเธอไม่เคยไปมีความบาดหมางกับใครเลยครับ” ตำรวจนายนั้นรายงาน
“ท่าทางคดีนี้คงจะไม่หวานหมูซะแล้วสิ...” อัฐพูดขึ้นมา
“ใช่ คดีนี้ไม่ง่ายเหมือนปกติแล้ว” เชนพูดเสริม
“สืบเรื่องนี้แล้วหาตัวคนร้ายให้ได้ อย่าให้พลาดล่ะ!” ผู้กำกับพูดเสียงหนักแน่น
“ครับ!!”
....................................................................................
พลันเด็กสาวนั่งรถประจำทางมาถึงโรงเรียนเด็กสาวก็เดินตรงไปยังโรงอาหาร
...คนน้อยจัง สงสัยเราจะมาเช้าไปหน่อยมั้ง
เด็กสาวเดินไปยังร้านอาหารและเลือกซื้ออาหารมาอย่างสองอย่างก่อนจะเดินไปซื้อน้ำมาหนึ่งขวดแล้วเดินกลับมายังโต๊ะอาหาร
เด็กสาววางจานข้าวก่อนจะเท้าคางเหม่อมองไปยังนอกโรงอาหาร
...กินไม่ลงเลยแฮะ
เด็กสาวพยายามตักข้าวมากินทีละเล็กละน้อยอย่างเชื่องช้า...
พลางเขี่ยอาหารในจานไปมา...พลันเด็กสาวเงยหน้าขึ้นก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
เฮือก!
เด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ
หล่อนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!
เด็กสาวชะงักไป2วินาที ก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามายังโรงอาหาร ทันใดนั้นร่างนั้นก็หายไปแล้ว...
เคร้ง...
พลันเด็กสาวได้สติคืนมาเพราะช้อนในมือหลุดตกใส่จานจนกระทบเกิดเสียง หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกว่าบนใบหน้าของเธอมีเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นมา
...หล่อนมาที่นี่ทำไม...หล่อนตามฉันมาทำไม...??
เด็กสาวเกิดอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากใบหน้า
...เธอต้องการอะไรจากฉันนะ...?
 เด็กสาวคิดไปได้ครู่หนึ่งก่อนจะมีคนเดินเขามาทัก
“อ้าวพิ๊งค์...วันนี้มาเร็วจัง” เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพิ๊งค์
“อ่อ...ไม่มีอะไรหรอก” พิ๊งค์หันไปตอบเพื่อนของตน
“...ดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ เป็นอะไรรึเปล่า?” เพื่อนคนนั้นพูดพลางขมวดคิ้ว
“...เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แกไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก ส้ม” พิ๊งค์พูดพลางยิ้มบางๆให้เพื่อนของตน
“อืม...งั้นแกรีบกินข้าวนะ เดี๋ยวมาติวหนังสือกัน” ‘ส้ม’ พูดพลางคลี่ยิ้มก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อนของตน
“อื้ม...”
....................................................................................
อัฐกับนิคที่ได้รับมอบหมายงานให้หาตัวฆาตกรให้ได้ จึงขับรถกลับมายังที่เกิดเหตุเพื่อจะมาตรวจสอบดูอีกครั้ง
“จะได้ความอะไรเพิ่มรึเปล่านะ...” อัฐพูดขึ้นขณะขับรถอยู่
“อย่างน้อยๆก็ต้องเจออะไรบ้างนั่นแหละ” นิคที่นั่งอยู่ข้างๆคนขับพูดขึ้น
“หวังว่าจะเป็นแบบที่แกพูดนะ” อัฐพูดก่อนจะหักพวงมาลัยเพื่อจะเลี้ยวเข้าไปยังที่จอดรถแถวๆนั้น
.
.
พลันสองพี่น้องเดินมายังท่าเรือที่ชาวประมงนำศพมาวางไว้ ทั้งสองก็เริ่มสำรวจบริเวณนั้นว่ามีอะไรตกหล่นอยู่รึเปล่า
“แถบไม่มีอะไรเลยแฮะ” อัฐพูดขึ้น
“...” นิคไม่พูดอะไรแต่ยังคงมองหาสิ่งที่น่าจะตกหล่นอยู่
...อย่างน้อยมันก็น่าจะมีบ้างแหละ
“นิคคคค รุ่นพี่คร้าบบบ!!” บุคคลใหม่ที่วิ่งเข้ามาหาทั้งสองตะโกนขึ้น
“ว่าไงเชน” อัฐที่หันไปหาต้นเสียงพูดขึ้น
“ผมมาช่วยพวกพี่หาหลักฐานน่ะครับ” เชนพูดพลางยิ้มๆ
“อืม ก็ดีพวกฉันยังหาอะไรไม่เจอเลย” อัฐพูดพลางยักไหล่
“ครับ...พวกพี่ไม่ว่ามันแปลกๆเหรอครับ?” เชนพูดขึ้น
“แปลกยังไง?” อัฐขมวดคิ้ว
“ก็ศพน่ะ...โดนฆ่าก่อนที่จะโดนถ่วงน้ำไม่ใช่เหรอครับ?” เชนพูด
“...” อัฐยืนกอดอกฟังคนตรงหน้าพูดอย่างใจจดใจจ่อ
“เพราะฉะนั้น...ถึงพวกเราจะมาตรวจสอบที่นี่ก็ไม่พบอะไรหรอกครับ” เชนพูดพลางยักไหล่
“นายหมายถึง พวกเราจะต้องไปที่ๆศพถูกฆาตกรรมสินะ?” นิคลุกขึ้นมาพลางพูดกับเพื่อนร่วมงานของเขา
“ถูกเผง!” เชนดีดนิ้ว “แต่ปัญหาคือ...เราไม่รู้ว่าศพถูกฆาตกรรมที่ไหนละสิ เพราะชาวประมงบอกว่า ศพติดมากับแห” เชนพูดต่อ
“อืม...นั่นสินะ” อัฐทำสีหน้าครุ่นคิด
“เราคงต้องตระเวนหาทุกที่แล้วล่ะ แต่เท่าที่ดูมา ศพน่าจะถูกฆาตกรรมที่ท่าเรือนี่แหละ แล้วค่อยถูกฆาตกรรมถ่วงน้ำเพื่อทิ้งศพ” นิคพูด
 “งั้นเรามาลงมือกันเถอะ” พลันเสียงพูดคุยจบ ชายหนุ่มทั้งสามก็เดินขึ้นรถของอัฐแล้วขับไปยังท่าเรือที่ใกล้ๆกับจุดที่พบศพ
(ส่วนเชนตอนมานั่งรถประจำทางมา)
.
.
.
พลันรถแล่นมาจอดที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง ชายทั้งสามก็ลงจากรถแล้วเดินไปยังท่าเรือนั้น
“ลองตรวจสอบแถวนี้ดูละกัน” อัฐพูดพลางลงมือเก็บหลักฐาน
 
หลังจากตรวจสอบดูไป 10 นาที ก็ไม่พบอะไร
“สงสัยจะไม่ใช่ที่นี่ซะละมั้ง...” เชนพูดขึ้น
“คงจะใช่” อัฐพูดพลางยักไหล่
นิคยังคงหาต่อไป ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อจะกวาดตามองพื้นที่รอบๆให้หมด เผื่อว่าจะมองอะไรข้ามไป...
ทันใดนั้น สายตาของนิคก็ไปปะทะกับอะไรบางอย่างเข้า
“นั่น...” นิคชี้ไปยังอะไรบางอย่างที่อยู่แถวนั้น
“หืม อะไรเหรอ?” อัฐมองตามมือนิคไป
“...ท่าเรือประมง?” เชนขมวดคิ้ว เมื่อมองตามสิ่งที่นิคชี้
“ลองไปดูกัน...” นิคลุกขึ้นพลันเดินไปยังท่าเรือประมงที่อยู่ไม่ไกลนักจากที่นี่
.
.
เมื่อทั้งสามเดินมายังจุดที่นิคชี้มา อัฐก็พูดขึ้น
“ที่นี่น่ะเหรอ?” อัฐขมวดคิ้ว
“ลองหาดูไม่เสียหายหรอกน่า” นิคพูดพลางลงมือหาหลักฐาน
“นั่นสินะ” เชนพูดพลางยักไหล่ก่อนจะลงมือหาอีกคน
“...” อัฐไม่ได้พูดอะไรต่อ ก็เดินดูแถวๆนั่นก่อนจะไปดูแถวเรือประมงที่อยู่แถวนั้น
...เรือนี่ดูพังแหล่มิพังแหล่ ใช้งานได้อยู่มั้ยละเนี่ย...?
อัฐมองเรือนั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไปตรวจสอบเรือคร่าวๆ...แล้วสายตาก็ไปมองเห็นของสิ่งหนึ่งในเรือนั้น
...อะไหล่เรือ?
อัฐเอื้อมมือไปหยิบของสิ่งนั้นมาดู
“ก็แค่ท่อนเหล็กนี่หว่า...” อัฐพูดพลางขมวดคิ้วก่อนจะวางแท่งเหล็กนั่นลงที่เดิม แต่แล้วก็ถูกบุคคลหนึ่งเรียกขึ้นจากด้านหลัง
“รุ่นพี่! มาดูนี่เร็ว” เชนโบกมือเรียกอัฐ
“เกิดอะไรขึ้น?” อัฐเดินมาหาคนที่เรียกเขาก่อนจะมองว่านิคกำลังดูอะไรอยู่ “ทำอะไรอยู่น่ะ?”
นิคเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนเป็นพี่ก่อนจะพูดขึ้นมา...
 
“เราพบร่องรอยเลือดจำนวนหนึ่งบนท่าเรือนี้”
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 263 ท่าน