Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
My roommate หรือห้องนี้มีไว้รัก
I.D.Know
ตอนที่ 1
2
06/03/2555 22:23:03
235
เนื้อเรื่อง



 1





ติ้ง ต่อง ๆๆ
เช้าขนาดนี้ใครจะมาอะไรกันนักกันนานนะ แล้วอีตานั่นแทนที่จะลุกขึ้นมาเดิน นอนเป็นศพอยู่ได้ โอ๊ย...มาเปิดแล้ว จะกดอะไรหนักหนาวะ เอาที่กดให้เสียเลยดีมั้ย ได้ซื้อใหม่ทีเดียว
“ฮ้าว...มาหาใคร” ฉันเปิดประตูก็เห็นผู้ชายดูดีเว่อร์ๆยืนเสล่ออยู่หน้าประตู ถ้ามาในเวลาอื่นฉันคงจะกรี๊ดกร๊าด อะไรแบบนี้ไปแล้ว แต่นี่มันเวลานอนของฉัน นายเป็นได้แค่ผู้ชายเสล่อสำหรับฉันเท่านั้นแระ
“O0O...เอ่อผมมาหา...”ทำไมต้องทำตาแบบนั้นด้วย คุยดีๆไม่ได้รึไง ฉันก้มลงไปดูสภาพฉัน เสื้อเชิ้ตยาวเลยเข่าจนจะเห็นอะไรต่อมิอะไรอยู่แล้ว กระดุมก็หลุดลุ่ย อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ผมเผ้ากระเซิง อั้ม พัชราภา ชัดๆ กรี๊ดดดด นี่ฉันเอ็กซ์แตกเกินไปรึป่าวเนี่ย
“ถ้าจะมาหาฟราน นอนตายอยู่ที่ห้อง ไปล่ะ” แล้วฉันก็แง้มประตูไว้นิดหน่อยแล้วผละออกมา โอ๊ย...ปวดหัวชิบ เมื่อวานบ้าแต่ทะเลาะกับซอมบี้นั่น กว่าจะได้นอน ก็เกือบเช้าแล้ว
“เอ่อ...” ฉันหันไปตามเสียง จะอะไรกันอีกฟระ ผู้ชายที่นี่เป็นแบบนี้ทุกคนเลยมั้ยเนี่ย
“ใครมาอะยัยผีดิบ ฮ้าว...” เดินออกมาตายังไม่เปิด สาธุ -/\-  ขอให้ชนกำแพงสักที่สองที่เถอะ สมองจะได้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง
“เบิ่งตาเอาเองสิ”
“วู้ว..ถามดีๆตอบดีๆไม่ได้รึไง”
“ตัดคำว่าผีดิบออกได้เมื่อไหร่ ค่อยมาพูดดีกัน” แล้วฉันก็สะบัดหน้าเชิดเดินเข้าห้องนอน เอ๊ะ แต่ฉันลืมอะไรไปรึป่าวนะ ฉันแย้มหัวออกไปตรงประตูแล้วหันไปบอกอีตานั่น
“นี่ อย่าลืมล่ะว่าวันนี้มีนัด ห้ามเบี้ยว”
“เออๆ ผู้หญิงทั้งโลกเป็นแบบนี้หมดทุกคนเลยมั้ยเนี่ย พูดมากปากจัด บ่นไม่หยุด”
“ได้ยินนะ พูดอีกทีนายตายแน่” ฉันตะโกนออกมาจากในห้อง อีตานี่มันน่ากระโดนตบเตะสักยี่สิบที น่าจะนิสัยดีกว่านี้ขึ้นมาหน่อย บ่นเป็นตาแก่ไปได้
“คร้าบๆๆ”
“คุยกันเสร็จรึยัง รอนานแล้วน่ะโว๊ย” ผมหันไปตามเสียงเรียก เฮ้ย ไอซีอิ๋ว มาตอนไหนเนี่ยไม่ทันเห็น
“มาตั้งแต่ ต้นเรื่องจนจะจบเรื่องละ รอเล่มหน้าดีมั้ย ฉันไว้ค่อยมาบอกแก”
“โห... ประชดเก่งนะเนี่ย ว่าแต่มีไรวะ มาตั้งแต่เช้าเชียว”
“ก็เรื่องงานที่คณะอะ ว่าแต่ว่านั่นใครวะแฟนแกเหรอ”
“เตี่ยมึงดิ รูมเมทกูโว๊ย ป้าบ! มองเชี่ยไรนักหนาวะเพื่อนมึงอยู่ทางนี้โว๊ย” ผมพยายามชี้มือไปที่ตัวเอง ให้มันรูซะบ้างว่าเพื่อนมันอยู่ทางนี้ไม่ใช่ทางนั้น
“แน่ใจนะว่าแค่รูมเมท ชื่ออะไรวะ”
“ชื่อ โกโก้ เออๆ รูมเมทกูจริงๆโว๊ย ไม่ได้โกหก”
“ชื่อน่ากินชะมัด” แล้วมันก็ทำหน้าเพ้อฟันต่อไป
“ว่าแต่ว่า มึงมีนัดอะไรกับโกโก้วะ กูเริ่มหึงแล้วนะเนี่ย” ป้าบ ไปอีกสักดอก หัวมันจะบวมมั้ยวะ แต่ช่าง ใครให้เกินหน้าเกินตา
“โอ๊ย เชี่ยแม่ง ตบทำไมวะ เจ็บโว๊ย”
“หมั่นไส้ กูมีนัดกับโกโก้ ต้องไปซื้อของเข้าห้องอะ ผู้หญิงอะไรเรื่องมากชิบ”
“เออๆ งั้นกูไปด้วย อยากดูแลเทคแคร์แฟน” แล้วมันก็ทำหน้าตาล้อเลียน เพ้อฟัน อยากตบอีกสักป้าบ แต่มันเสียดายแรงวะ เก็บแรงไว้ ตบตีกับยัยผีดิบนั่นดีกว่า ฮ่ะๆๆๆ
“หัวเราะอะไรแกวะ ปัญญาอ่อนวะ “
“ป้าว!! โฮะๆ”
ณ ห้างสรรพสินค้า XXX
ฮื้อ ฮือ ฮื้ม ฮืม
ฉันอำเพลง เดินทอดน่องไปเรื่อย กับสายหูฟังสุดเก๋ สีชมพู พิ้งค์ๆ น่าร๊าก... และมีบอร์ดดี้การ์ด หน้าแหงะสองคนเดินขนาบข้าง ใครใช้ให้ อีตาซีอิ๋ว มาเดินด้วยเนี่ย เกลียดผู้ชายสายตาแบบนี้จริงๆ เห็นแล้วขนลุก บึ๋ยยยย
“ไม่สบายเหรอครับ ทานยามั้ย เดี๋ยวผมไปซื้อให้”
“ไม่ต้องค่ะ สบายดี” ฉันตอบซีอิ๋วกลับ จะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาเนี่ย
“ยัยผีดิบเนี่ยนะไม่สบาย ฉันว่าต่อให้มีไข้หวัด 2020 หรือ 2030 ยัยเนี่ยล่ะจะคือคนสุดท้าย ที่เหลือรอด”
“นี่อีตาบ้า เมื่อไหร่นายจะเลิกแขวะฉันที สนุกนักรึไง” ฉันหันไปจ้องหน้าอีตาฟราน อย่างไม่ยอมแพ้ อีตานี่ก็ใช่เล่นจ้องตอบไม่ละสายตาเลย
“สนุกสิ เวลาทำหน้าบวมๆแบบนี้ เห็นแล้วตลกชะมัด ใช่มั้ยวะไอซี” ดูๆมันยังหันไปขอความคิดเห็นร่วม
“บ้านแกสิ โกโก้ออกจะน่ารัก ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งโคตรน่ารักเลย” บึ๋ย... เอาอีกแล้วอาการแบบนี้ ทางที่ดี อย่าต่อความดีกว่า ขนลุก
“มึงเห็นมั้ย โกโก้เขินกูโว๊ย คนอะไรวะโคตรน่ารักเลย” นายนะสิคนอะไร ขนลุกชะมัด รีบซื้อรีบกลับดีกว่า
“ชิ น่ารักตายล่ะ แหวะ” อย่าใส่ใจ ท่องนะโมไว้  เราต้องอยู่ร่วมกันอีกนาน
ฉันหยิบ น้ำปลา กับซอสปรุงรส มาชั่งน้ำหนักดูว่า อันไหนสมควรที่จะใช้มากกว่ากัน เอ้...เอาเป็นน้ำปลาอย่างเดียวดีกว่า เงินยิ่งมีน้อยอยู่
ฟุบ ตึง
อีตาฟรานหยิบซอสปรุงรสมาวางไว้ที่รถเข็น ทำหน้าตายเดินต่อไปเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น
“นี่ นาย จะซื้อทำไมเยอะเยะ เปลือง!! น้ำปลากับซอสปรุงรสก็เหมือนกันจะเอาอะไรมากมาย”
“เหมือนกันที่ไหน อย่าเรื่องมากน่า”
“ใครเรื่องมาก นายนะสิที่เรี่องมาก”
“เธอลองคิดดูเล่นๆนะว่า ใครเป็นคนทำอาหาร เธอหรือฉัน” อยากกระโดนเตะปากชะมัด นี่ถ้าฉันทำอาหารเป็น นอกจากทอดไข่ดาวนะ จะไม่ง้อนายเลนอีตาฟราน
“เออๆ แล้วแต่นายแล้วกันเชิญเลยค่ะ คุณกุ๊ก อยากได้อะไรซื้อเลย แต่บอกไว้ก่อน ฉันมีเงินเท่าไหร่ฉันให้นายเท่านั้น โอเค้”แล้วฉันก็เดิยสะบัด เชิดมา
“ยัยนี่นิ ระวังตัวไว้เหอะ”
“เฮ้อ...ขนาดสะบัดหน้าเชิดก็ยังสวย”
“ไอนี่ก็อีกคน ถ้าจะเป็นเอามากนะ”
เออใช่
ฉันลืมไปว่า ฉันต้องซื้อของใช้ของตัวเองเหมือนกันนี่ ไหนจะโน่น ไหนจะนี่ ทำไมเกิดเป็นผู้หญิงของถึงเยอะขนาดนี้เนี่ย
“นี่เธอจะเดินไปไหนอะ”
“นายก็ซื้อของที่จำเป็นไปสิ เดี๋ยวฉันขอไปซื้อของใช้ส่วนตัวหน่อย”
“มาด้วยกันก็ไปด้วยกันดิ”
“ไม่อะ นายไปกับเพื่อนนายเหอะ ว่าแต่เพื่อนนายไปไหนแล้วเนี่ย” ฉันชะเง้อมอง ก็ไม่เจอ ไปของเค้ากันล่ะนี่
“เออนั่นดิ เมื่อกี้ยังเดินด้วยกันอยู่เลย”
“งั้นนายก็เดินซื้อของคนเดียวแล้วกัน ฉันขอไปล็อกตรงโน้นก่อน”
“เดี๋ยวก็หลง ไปอีกคนหรอก”
“จะหลงได้ไงฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
“แล้วถ้าเกิดเธอหลงขึ้นมาจะทำไง”
“ก็เห่าเรียกเซ่ อีตานี่ โทรศัพท์ก็มี โทรเข้าสิ วู้ว...พูดกับนายแล้วเหนื่อย ฉันไปล่ะ” แล้วฉันก็เดินเลี่ยงออกมา คนอะไรไม่รู้ยุ่งๆจริงๆ แต่เอ้...หรือว่าหมอนี่เป็นห่วงเรากัน ไม่หรอกหมอนั่นคงห่วงว่าจะไม่มีใครร่วมจ่ายค่าของแน่เลย ช่างเหอะ แต่ทำไมมันรู้สึกดีใจยังไงก็บอกไม่ถูก ฮ่าๆ กรี๊ด...><
ตึง ตึง ตะตึงตะตึง
กรุณาอ่านให้เป็น จังหวะเพลง เพลงนี้มันส์ชะมัด ว่าแต่ว่า ฉันจะต้องซื้ออะไรบ้างเนี่ย เดินๆไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้เอง Don’t worry
อะนั่น...ยี่แชมพูที่ฉันใช้ประจำนี่ ใช้แล้วผมนุ่นสลวย แถมหอมเหมือนมีน้ำหอมเดินตามตัวอีกต่างหาก เอ้ย แล้วฉันจะมาบอกสรรพคุณมันทำไมกันละนี่ แต่ว่า ทำไมมันอยู่สูงจังง่ะ จะหยิบถึงมั้ยเนี่ย
อิ๊บ อีกครั้งนึง อิ๊บ
ฉันพยายาม เอื้อมมือไปหยิบแชพูที่อยู่ห่างจากฉันแค่สองนิ้วเท่านั้นเอง ทำไมไปไว้ที่สูงๆอย่านี้กันนะ ไม่เห็นใจคนสูงน้อยกันบ้างเลย (ไม่ยอมรับว่าเตี้ย = = )
ฟุบ
“เอ่อ ชอบคุณค่ะ” มีคนหยิบแชมพูให้ฉันด้วยแระหันไปดูหน้ากันสักหน่อย
“ไม่เป็นไรยัยเตี้ยผีดิบ”
“เฮอะถ้าฉันรู้ว่านายเป็นคนหยิบ ฉันจะไม่ขอบคุณให้เปลืองน้ำลายหรอก เชอะ”ฉันสะบัดหน้าไปอีกทางนึง แต่เอ๊ะ เรากำลังอยู่ในท่าที่ เอ่อ จะบอกยังไงดี มือของอีตาฟราน ค้ำตัวฉันไว้ และอีกข้างล็อกไม่ให้ออกไปไหน หน้าของเราห่างกันแค่นิดเดียวเอง อ๊ายยย ///><///
“อะ...เอ่อ หยิบเสร็จแล้วก็ถอยออกไปดิ ค้างไว้อยู่ทำไม”
“เขินรึไง” ฉันหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว จนทำให้ ปลายจมูกของเราทั้งสองคนแตะกันอย่างพอดี ทำไมน่ะสายตานี้ จะมองยังไงก็เจ้าชู้ แต่ก็ไม่รู้สึกรังเกียจ ขนตาดกๆ กับคิ้วหนาๆ มีเสน่ห์พิลึก
“อะ...เอ่อ ขอโทษ เอาเป็นว่าเราซื้อของพอแค่นี้ แล้วกันฉันได้ของครบหมดแล้วรีบไปเหอะ” ฟรานพูดรัวเป็นพันวัล แล้วรีบเดินหนีไปที่รถเข็น ไม่ยอมมองตาฉันสักนิด เป็นอะไรของเขากันน่ะ
ระหว่างที่ฉันกับอีตาฟรานเดินไปเช็ดเงินที่เคาร์เตอร์ ฉันได้เลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่หน้าคุ้นและน่าแหวะ รีบวิ่งมาทางฉันสองคนที่ยืนอยู่
“แฮกๆ...ตามหาซะตั้งนาน” นายซีอิ๋วรีบวิ่งมาทางฉันแล้วยื่น น้ำให้แก้วนึง ฉันว่านายน่าจะดื่มมากกว่านะ หน้าตานายต้องการน้ำมากกว่าฉันซะอีก
“ขอบใจ” อีตาฟราน ก็หน้าด้านยังไงก็ด้านอย่างนั้น แก้วที่นายซี (ขอเรียกอย่างนี้แล้วกัน)ยื่นมาให้ฉันถูกอีตาฟราน ฉกไปต่อหน้าต่อตา
“เฮ้ย...นั่นซีเขาให้ฉันนะ” ฉันหันไปแย้ง
“แล้วไง ก็ฉันอยากดื่มน้ำ” ว่าแล้วก็ดูดรวดเดียว ขอให้สำลักน้ำตาย
“ขอร้องว่าอย่าแช่งฉันในใจ อยากดื่มน้ำเหรอ เอาดิ” อีตานี่มันรู้ได้ไงกันน่ะว่าฉันแอบแช่งมันในใจ แต่ใครอยากจะดื่มน้ำต่อจากนายกันเล่า มันก็เหมือนปากเราได้สัมผัสกันอ่าดิ
“เอาน่า อย่าแย่งกันครับ ผมซื้อมาให้ครบทุกคน แกก็เหลือเกินฟราน รอหน่อยไม่ได้รึไงวะ ดูสิหลอดสีชมพูที่ฉันตั้งใจจะให้ โกโก้ดื่ม หมดกันพอดี” ฉันหันไปดูที่หลอดดูดของอีตาฟราน ก็เป็นสีชมพูจริงๆด้วย อึ๋ย...ถึงฉันจะชอบสีชมพูยังไงก็ไม่อยากไปดื่มกินกับมันหรอกนะ
“ว่าแต่ ที่นายหายไปซะตั้งนาน ไปซื้อน้ำเนี่ยนะ ทำไมไม่บอกกันก่อน” ฉันหันไปแว้ดใส่นายซี
“อันแน่ โกโก้เป็นห่วงผมใช่มั้ย ผมดีใจน่ะเนี่ย” ไร้สาระ ผู้ชายอะไรหลงตัวเองที่สุด ไม่คุยด้วยแล้วดีกว่า เสียเวลา


** ตอนที่สองแล้วนะคะ
อยากติชมยังไงบอกได้ค่ะ

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 341 ท่าน