Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
special sister คุณ(พี่สาว)ตัวแสบ vs. คุณชายวายร้ายจอมโหด
blue-life
ตอนที่ 5 ก็คนมันซวย
6
21/03/2555 18:15:24
344
เนื้อเรื่อง

                                                           ตอนที่ 5 ก็คนมันซวย
               นี่หรอเมืองไทย ทำไมร้อนอย่างนี้นะผิวฉันจะเสียไหมเนี่ย ” หญิงสาวกำลังเดินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิพลางบ่นโน่นนี่จนน่ารำคาญ ทางด้านหลังเธอมีบอดีการ์ดดำเดินตามสามสี่คนเดินลากกระเป๋าใบใหญ่เท่าบ้าน “ นี่พวกแกถือกระเป๋าฉันดีดีหน่อยถ้ามีรอยถลอกฉันจะบอกให้คุณป๊าตัดเงินเดือนพวกแกให้หมดเลย ” เธอหันกลับมาแว๊ดๆใส่พวกชุดดำที่กำลังแบกกระเป๋าของเธออยู่ พอเธอเดินออกมาก็มีรถสปอร์ตจอดรออยู่
                      “ ไง เรเซีย ”
                      “ ไง แอลเจ นายมารอฉันอยู่ล่ะสิ ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรได้แต่ยักคิ้วรับ “ พวกแกไปได้แล้ว เอากระเป๋าไปเก็บให้ดีดีล่ะถ้ากลับไปเห็นว่ามันมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ฉันจะฟ้องคุณป๊า ” เธอไล่บอดี้การ์ดไป แล้วเดินไปขึ้นรถสปอร์ตที่จอดรออยู่ พอรถออกตัวเขาก็ถามเธอ
                       “ เธอมาไทยทำไม ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็นโผล่หัวมา ”
                       “  ฉันมาตามของๆฉันคืน ”
    
                    04.00 น. เป็นเวลาตื่นของแม่บ้านอย่างฉัน ฉันบอกหรือยังว่าฉันนอนกับพื้นโคตรปวดหลังเลย ผู้ชายที่ไหนเขาให้ผู้หญิงนอนกับพื้นกันเนี่ย เมื่อยก็เมื้อย ปวดหลังก็ปวด ทำไมพระเจ้าถึงชอบกลั่นแกล้งกันนักนะ
                    “ เธอ วันนี้เตรียมกาแฟกับแพนเค้กให้ด้วยล่ะเดี๋ยวลงไปกิน” เสียงดังมาจากบนเตียง ฉันเดินไปใกล้ๆเตียงก็เห็นเขากำลังนอนมองหน้าฉันอยู่
                  “ มองหน้าฉันทำไม มีอะไรติดอยู่เหรอ ”
              “ มี ” เขาตอบ ฉันพยายามเอามือลูบไปทั่วหน้าแต่ก็ไม่เห็นมี แต่พอดูที่ฝ่ามือก็พบว่า
              “ นี่มันคืออะไรสีดำๆที่ติดบนฝ่ามือฉันเนี่ยมันคืออะไร”
              “ ถ่าน ” เขาพูดแล้วอมยิ้มเหมือนจะหัวเราะ
              “ ถ่านไฟฉายมันทาหน้าได้ซะที่ไหนกันเล่าอีตาบ้า ”
 “ โง่จริงๆหรือแกล้งโง่ ถ่านไม้น่ะรู้จักไหม ” ฉันส่ายหน้า
 “ บ้าน่า ใครบ้างที่ไม่รู้จักถ่านไม้ ”
 “ ฉันไง ” ตอบแบบนี้เรียกว่าโง่หรือเปล่า
“ โง่มาก แถมยังไม่สวยอีก ” ปู๊นๆ ควันออกหูแล้วนะ
            “ นายหลอกด่าฉันใช่ไหม มานี่เลย ” ฉันกระโดดขึ้นไปบนเตียงเพื่อเอาถ่านดำๆบนหน้าไปป้ายหน้าเขาบ้าง
               “ หยุดเลย อย่ามาทำให้หน้าหล่อๆของฉันเลอะนะ” เขาบอกปัดๆแต่ใครสนกันล่ะ ฉันกระโจนไปทับเขาโดยไม่ตั้งใจ
               “ โอ๊ย!ฉันโดนช้างทับ ”
               “ นายว่าใครย๊ะ ”
               “ ใช้สมองอันน้อยนิดชองเธอคิดสิ ” มันจะมากไปแล้วนายตายแน่ ฉันพยายามเอามือเลอะๆป้ายหน้าเขาแต่ดัน โดนเขาจับข้อมือเอาไว้ทั้งสองข้าง สายตาของเราสบกัน ฉันกระพริบตาปริบๆ เพราะตอนนี้ตัวฉันมันรู้สึกวูบวาบ ใจหวิว กระสับกระส่ายไปทั้งตัว หน้าร้อนๆหนาวๆ
               “ เธอ ”
               “ อะ....อะไร ” ฉันพูดกระอึกกระอัก
               “ เธอยังไม่ได้แปลงฟันใช่ไหม ” เขาบีบจมูกตัวเอง
               “ใช่ ทำไมล่ะ” ฉันตอบแบบอายๆ
               “ว่าแล้ว ตอนแรกนึกว่าส้วมมันแตกที่ไหน ตอนนี้พอจะรู้แล้วว่าส้วมมันแตกในปากเธอนี่เอง ” น่าเกลียด พูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหมว่าทำให้ฉันอายจนไม่มีความมั่นใจในตัวเองแล้ว  ฉันผละออกจากเขาโดยด่วนเพราะอายกลิ่นปากตัวเอง
                “ บ้า ” ฉันรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพราะความอาย
                “ 555 เข้าไปแล้วอย่าลืมแปรงฟันนะ มันเหม็นโคตรๆ” เขายังหัวเราะตามหลังฉันมา
                แย่ๆๆๆ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฉันกำลังส่องกระจกบานเดิมกับที่ส่องเมื่อวาน นี่มันหน้าฉันหรอเนี่ยยังกับสัตว์ประหลาดแหนะมีแต่ถ่านดำเต็มไปหมด ไอ้บ้าแมงกุ๊ดจี่สักวันนายโดนเอาคืนแน่ แต่เอ๊ะ!เมื่อกี๊จากที่ได้สัมผัสลมหายใจของเขามาทำไมปากเขาหอมจังนะ หรือว่าเขาตื่นมานานแล้วถึงว่ามีเวลามาแกล้งฉันตอนหลับ มันน่านัก
                พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียง นี่ยังไม่ลุกไปอีกหรอ ให้ท่ากันขนาดนี่ต้องแก้แค้นกันหน่อยซะแล้ว ฉันเดินไปควานกระเป๋าเพื่อหาลิปสติกสีแดงที่เพื่อนให้มาในวันเกิดปีที่แล้ว (ยังไม่เคยใช้เพราะสีมันแรงเกินไป) อ๊ะ!เจอแล้ว ฉันชูลิปสติกขึ้นแล้วรีบปรี่เข้าไปหาร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง นายเสร็จฉันแน่555 ฉันเปิดฝาลิปออกแล้วหมุนมันออกมา แล้วค่อยบรรจงทามันลงบนเรียวปากของเขา ปากเขาชั่งเอิบอิ่มฉ่ำน้ำ แดงแปล๊ดน่าจุ๊บ พอทาเสร็จผลงานชิ้นโบว์แดงที่ประจักษ์แก่สายตายของฉัน ชั่งสวยงามเหลือเกิน เอากล้องมาถ่ายเก็บไว้ดีกว่า
               ฟุ๊บ~
              ฉันโดนดึงให้ลงไปนอนบนเตียง เขาพลิกตัวขึ้นมาค่อมบนตัวฉันอย่างงงๆ สายตายเราสบกันอีกครั้ง
            “ สนุกพอหรือยัง ” เขาเอ่ยขึ้น
             “ เหอะๆ”  ฉันแค่นหัวเราะ
             “ ฉันถามว่าสนุกพอหรือยัง ”
             “ เอ่อ พอแล้วแหละ สนุกพอแล้วแต่นายช่วยลุกจากตัวฉันสักทีเถอะ มันหนัก ”  ฉันแค่นตอบ
              “ ถ้างั้น ฉันเลอะเธอก็ต้องเลอะ” ยิ้มเจ้าเล่ห์ แบบนี้ไม่ชอบเลย
              “ นายจะทำอะไร ”
              “ เบื่อประโยคนี้แล้ว เธอชอบถามอะไรที่มันซ้ำๆไม่เบื่อบ้างหรือไง ” แล้วจะให้ถามยังไงล่ะอีตาบ้า
               “ ปล่อยฉันสักทีเถอะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี ”
               “ ตี 5 เนี่ยนะ ใครเขาจะเข้ามาตอนนี้ ”     
               “ ยังไงก็ชั่ง ผู้ชายนอนคร่อมผู้หญิงอยู่บนเตียงแบบนี้มันก็ดูไม่งามอยู่ดีนั่นแหละ”
                “ ใครสน ” เขาเลื่อนริมฝีปากที่โดนแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงมากดทับบนริมฝีปากของฉันเล่นเอาฉันสั่นไปทั้งตัว สัมผัสอบอุ่นอ่อนละมุนกลิ่นมายด์มิ้นต์อ่อนๆ ฉันจูบตอบอย่างง้อยๆเพราะฉันจูบไม่เป็น เฮ้ย!อะไรมันเข้ามาอยู่ในปากฉัน หวานๆเย็นๆ เขาถอนจูบออกแล้วถามฉัน
                 “ รสชาติเป็นไง ” ยังมีหน้ามาถาม ฉันไม่ตอบอะไรได้แต่พยักหน้า ในปากฉันคือลูกอมมายด์มิ้นต์ ฉันจ้องมองริมฝีปากที่ เลอะเทอะของเขา มันเป็นรอยลิปสติกจนเหมือนโจ๊กเกอร์
                  “ 555 หน้านาย ตลกมากเลยรู้ไหม 555” ฉันกลั้นหัวเราะไม่อยู่ก็มันตลกจริงๆนะ555
         ปึ้ง !!
                  ประตูเปิดออกเสียงดังเว่อร์
                  “ พี่แมทมีคนมาหา ” ฉันและแมทหันไปมองที่ประตู
               เจ้าของเสียงทุกคนคงจะรู้ว่าใคร นัทสึนั่นเอง แต่ผู้หญิงอีกคนนี่สิคือปัญหาเธอมองเราสองคนอย่างเคืองๆ เหมือนอยากจะกินตับฉัน
               “ นายลุกไปจากตัวฉันสักทีเถอะ ” ฉันรีบดันแมทให้ลุกขึ้นยืนแล้วฉันก็ค่อยๆลุกตาม        
               “ แมทนายกำลังทำอะไรกับอีนังนี่” เขาของเสียงแปล๋นเดินปรี่เข้ามาหาเราสองคน
               “ ฉันจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร แล้วมันมาเกี่ยวกับเธอตรงไหน เธอไม่ได้เป็นอะไรกับฉันสักหน่อย เรเซีย ” โอ้ มาย ก๊อด ปากจัดใช่ได้เลยนะนาย แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันเนี่ย สวยนะแต่คุณเธอจะแรงไปไหน เดรสสีแดงสั่นจนเห็นขาอ่อน ท่อนบนนี่ผ่าจนเกือบสะดือ เรเซียมองฉันด้วยหางตา
                “ แกยั่วเขายังไง เขาถึงได้หลงเธอหัวปรักหัวปรำ สงสัยเธอคงจะใช้มารยาสารพัดล่ะสิเขาถึงได้หลงผิดไปชั่วขณะ”  
                “นี่ มันจะมากไปแล้วนะ” ฉันยั๊วะ
               “ มันก็ไม่เห็นจะมากตรงไหน นี่มันยังน้อยไปซะด้วยซ้ำสำหรับคนที่มาแย่งเขาไป ”
                “ เรเซียฉันว่าเธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์จะคุยกับเธอ” แมทพูดอย่างเซ็งๆ
                “ ทำไม นายจะคุยกับนังนี้บนเตียงต่อหรือไง ” เรเซียว่า
                 “ ก็มันเรื่องอะไรของฉัน เธอเลิกยุ่งเรื่องของฉันสักทีเถอะ”เขาเริ่มโกรธแล้วใช่ไหม
                 “ นังหน้าจืดแกมันสารเลว ผู้ชายมีตั้งเป็นล้านทำไมต้องมายั่วแมทของฉันด้วย”
                “ นี่เรเซีย ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วเธอจะมาตื้อเขาเพื่ออะไรฉันคิว่าเธอกลับบ้านไปนอนดีกว่านะ ถ้าแมทเขาจะอยู่กับฉันอาจจะเป็นเพราะเขารักฉัน ที่เขาทิ้งเธอมาอาจจะเป็นเพราะนิสัยแย่ๆของเธอก็ได้นะ อย่ามามัวด่าคนอื่นว่ามาแย่งแมทไปแต่เธอควรจะหัดสำนึกไว้บ้างว่าเธอมันแย่ขนาดไหน ” ฉันตอบดีที่สุดได้แค่นี้เพราะถ้าคุยนานอีกนิดเดี๋ยวระเบิดลง แมทดูอึ้งๆเพราะความที่ฉันปากพร่อยๆพูดอะไรเพ้อเจอ ‘อาจจะเป็นเพราะเขารักฉัน’แม่เจ้าพูดอะไรไม่อายปาก
                “ แกกล้าดียังไงถึงได้มาด่าฉัน!” เรเชียตะโกนใส่ฉัน จ้องตาไม่กระพิบ แววตาเธอแข็งกร้าว สายตาดุเหมือนหมาบ้า
               เพี้ยะ!
              เสียงฝ่ามือปะทะใบหน้าฉันอย่างแรง จนลงไปนั่งกับพื้น ฉันยังไม่ทันบรรยายเสร็จเลยนะ โอ้ย!เจ็บจังเลย
              “ นัทสึ แกรีบพาไอ้บ้านี่ออกไปเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะฆ่ามัน เธอเป็นไรไหม ” แมทเรียกเธอว่าไอ้หรอ ทำไมกัน นัทสึลากเรเชียออกไป หน้าของเรเซียดูอึ้งๆและแววตาที่ฉายถึงความเศร้าในใจ
               “ แมท......ได้โปรดอย่าไล่ฉันเลย...อย่าทิ้งฉัน  กลับไปกับฉันเถอะ ได้โปรด~~~”เรเชียอ้อนวอนในขณะเดียวกับที่นัทสึกำลังพยายามลากตัวเธอออกไป
               “ อืม ฉันไม่เป็นไร ว่าแต่นายทำไม่ถึงหยาบคายกับเรเซียนักล่ะ”
               “  เรื่องนั้นนะหรอ เอาไว้บอกทีหลังก็แล้วกัน ดูสิหน้าเธอช้ำมากเลยรอฉันเดี๋ยวไปหาน้ำแข็งมาประคบให้ ” เขาช้อนตัวฉันขึ้น
                “ นายฉันแค่โดนตบเองนะ ไม่ต้องอุ้มก็ได้ ”
               “ ไม่เป็นไรยังไงเธอก็เจ็บตัวเพราะฉันเป็นต้นเหตุ ” เขาวางค่อยๆฉันลงบนเตียง
               “ เดี๋ยวมานะ”
               “ ก็บอกว่าไม่ต้องไง ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ” เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่ฟังฉันเลยสักคำ ฉันลูบที่หนาเบาๆเพราะมันเจ็บจนเกือบชาผู้หญิงอะไรมือนักยังกับค้อน
                “ พี่สาวเป็นยังไงบ้าง ” นัทสึรีบวิ่งเข้ามาเขย่าตัวอย่างร้อนรน
                “ ไม่เป็นไรแค่เจ็บๆชาๆเอง ”
                “ ผมเป็นห่วงพี่ใจจะขาด ” แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ช่วยฉันเล่า
                “ แน่ใจนะว่าห่วง ” เล่นพายัยนั้นมาตบฉันถึงที่
                “ ทำไมพี่สาวถามแบบนั้นล่ะ”
                “ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ” กลัวพูดไปแล้วเด็กจะเสียใจ 
                “ ผมเป็นห่วงพี่จริงๆนะ” นัทสึกระชากตัวฉันเข้าไปกอด “ ผมว่า.....ผม.....คง....รักพี่สาวเข้าแล้วล่ะ” ฉันกำลังอ้าปากจะพูด “พี่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่ฟังผมเฉยก็พอ ผมรู้ว่าพี่สาวรักพี่ชายผม ผมพยายามแล้วที่จะไม่คิดเรื่องของพี่สาวกับพี่แมทแต่ก็ทำไม่ได้”
                “.....”
               “ เวลาที่ผมอยู่ใกล้พี่สาว พี่สาวจะให้ความอบอุ่นกับผมแบบที่สาวๆที่เคยคบมาให้ไม่ได้
                “.....” 
               “ ผมเจอพี่ครั้งแรกก็เกิดอาการใจสั่นแปลกๆแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอวันนี้ผมเห็นพี่สองคนกำลัง......”
              “.....”            
              “ ทำแบบนั้นอยู่ทำให้ผมรู้สึกหวงพี่สาวขึ้นมา พี่สาวคิดว่าผมบ้าหรือเปล่า ”
             “.....” ฉันกำลังอึ้ง
             “ พี่สาวๆ ทำไมไม่ตอบผมล่ะ”
             “ พี่ว่าเราไม่ได้ชอบพี่หรอกแต่พี่คิดว่านัทสึคิดถึงแม่ซะมากกว่านะ”
             “ ไม่ผมไม่คิดแบบนั้น”
             “ เชื่อพี่เถอะว่าเราไม่ได้คิดกับพี่นั้น”
            “ ไม่! ผมรักพี่นะ ผมรักพี่จริงๆนะ” นัทสึเริ่มตะคอกใส่ฉัน แล้วดึงฉันเขาไปจูบอย่างรุนแรง ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความรู้สึกสงสารเท่านั้น
                  “ ทำอะไรกันอยู่ คิดว่าฉันไม่เห็นหรือไง ” เราสองคนหันไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู แมททิวยื่นมองเราด้วยสายตาที่เกลียดชัง “ แมทฉันอธิบายได้นะ นายกำลังเข้.....” ยังไม่ทันพูดจบเขาก็ขัดขึ้น
               “ ฉันคิดไว้อยู่แล้ว เธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า!!!”
            เพล้ง !!!
                  เขาทุ้มภาชนะใส่น้ำแข็งลงกับพื้นด้วยความโมโห  ฉันรีบวิ่งไปจับแขนของเขาเพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่เขากลับสะบัดฉันจนล้มลงไปทับเศษแก้วที่พื้น ฉันรู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือข้างซ้ายจี๊ดๆมีน้ำสีแดงฉานกำลังไหลออกมาก
               “ แมท นายได้โปรดฟังฉันอธิบายเถอะนะ ได้โปรด ”
              “ พี่สาวเลือดออกเยอะขนาดนี้ไปทำหาหมอก่อนเถอะ” นัทสึถลาเข้ามาประคองฉันให้ลุกขึ้น
              “ แมท นายอย่าไปนะ ฟังฉันก่อน”
              “.....” เขาไม่ตอบและทำท่าเหมือนจะเดินจากไป แต่ไม่เป็นอย่างที่คิดเข้ากลับหันมาแล้วช้อนตัวฉันขึ้นไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา ร่างกายเขาช่างอบอุ่นเหลือเกิน เขายังไม่ยอมพูดอะไรแต่อุ้มฉันเดินไปที่รถ
              “ พี่ผมไปด้วย ”
               “ แกอยู่ที่นี่แหละ ถ้ายังไม่อยากตาย ” พอจบประโยคเหมือนนัทสึคงจะรู้ว่าพี่ชายโกรธมากถึงได้ไม่เซ้าซี้
                       ฉันอยู่ในรถที่มีแมทเป็นคนขับ เขาเหยียบมิดเร็วมากๆถ้ามีใครตัดหน้ารถตอนนี้ก็คงดูไม่จืด
                 “ แมทฉันหนาวจังเลย ” เลือดที่มือยังไหลไม่หยุด
                 “ ใกล้จะถึงแล้ว เธออดทนอีกนิดนะ”
                 “ นายอย่าเข้าใจฉันผิดนะ เรื่องนัทสึฉันอธิบายได้ ”
                  “ ตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้วแท้ๆยังมีหน้ามาห่วงความรู้สึกคนอื่นอยู่อีกเหรอ ”
              [MATTHEW ]
                     ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าห้อง ICUผมเดินไปเดินมาเพราะนั่งไม่ลงจริงๆ ยัยนี่ก็จริงๆเลย เลือดออกเยอะขนาดนั้นยังไม่วายมาเป็นห่วงความรู้สึกของผมอีก ในตอนนั้นที่เห็นภาพไอ้นัททิว(หรือที่รู้จักกันในนามนัทสึนั่นแหละ)มันกำลังจูบกับอิมอยู่ เลือดก็ขึ้นหน้าทันที ถึงจะไม่รู้ว่ามันจูบอิมทำไมแต่ที่น่าโมโหก็คืออิมไม่ขัดขืนมัน ถ้าเป็นคุณจะรู้สึกยังไงถ้าคนที่คุณรักแล้วไปเห็นเธอกำลังเธอจูบกับน้องชายตัวเองต่อหน้าต่อตาโดยไม่ขัดขืน ผมไม่ใช่พ่อพระสักหน่อยถึงจะได้มานั่งใจเย็น ให้ใครมาสวมเขา โอ๊ย!เมื่อไรหมอจะออกมาสักทีว๊ะ เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว  ผมยังคงเดินวนอยู่อย่างนั้น  ทันใดนั้นประตูห้อง ICUก็เปิดออก ผมรีบถลาเข้าไปถามอาการของเธอจากหมอ
                   “ หมอครับเธอเป็นยังไงบ้าง”
                   “ คุณเป็นญาติของคุณอิมชิตาใช่ไหมครับ ”
                   “ ครับ ผมเป็นสามีเธอ ” ผมตอบ
                    “ คือคุณอิมชิตาเสียเลือดมากต้องการเลือดอย่างด่วน”
                   “ แล้วที่โรงพยาบาลไม่มีหรอครับ ”
                  “ คือเลือดที่ได้รับบริจาคมามันไม่เพียงพอ”
                  “ คุณหมอต้องการเลือดกรุ๊ปอะไรครับ ”
                  “ กรุ๊ป AB ครับ ”
                  “ ผมAB ครับ เอาเลือดผมก็ได้ ”
                  “ งั้นตามผมมาครับ ”  คุณหมอพาผมไปตรวจเลือดก่อนที่จะถ่ายเลือด เตียงข้างๆผมคืออิมที่ยังนอนหลับตาอยู่บนเตียง ถ้าผมสามารถเจ็บแทนเธอได้ผมจะทำ ผมขอพรจากพระเจ้าท่านกรุณาช่วยเธอด้วย ผมขอวิงวอนท่าน
                    “ โอ๊ย!ทำไมเจ็บอย่างนี้นะ” พอฉันลืมตาก็รู้สึกเจ็บที่มือขึ้นมาทันที
                    “ ตื่นแล้วหรอ ” เสียงมาจากประตูที่พึ่งเปิดเข้ามา
                    “ แมท!!” เขามาอยู่ที่ได้ไง แล้วที่นี่มันโรงพยาบาลหนิ ถึงฉันจะโง่แต่ก็พอจะรู้ว่ามันคือโรงพยาบาล
                    “ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย ฉันไม่ใช่ผีนะ” นายน่ากลัวยิ่งกว่าผีซะอีก
                    “ แล้วนัทสึล่ะ”
                    “ ทำไม เธอคิดถึงมันมากหรือไง”
                    “ ก็แค่ถาม ใช่สิฉันจะทำอะไรมันก็ผิดไปหมดแหละ”
                    “ ใช่ ” ทำไมตอบแมวๆอย่างงั้นล่ะ
                     “ นายหายโกรธฉันแล้วหรอ ” ฉันโพล่งขึ้น
                    “ ทำไมฉันต้องโกรธเธอด้วย ”
                    “ ก็ฉันกับนัทสึเรา......จูบกัน แต่ฉันอธิบายได้นะ”
                    “ ไม่ต้องหรอก ”
                    “ ทำไมล่ะ ”
                    “ นัทสึมันบอกฉันหมดแล้ว ”
                    “ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ฉันอยากขอบคุณเข๊า ”
                    “ มันไปอังกฤษแล้ว ”
                    “ ไปอังกฤษ!เขาไปทำไม” ฉันเกิดอาการตกใจนิดหน่อยที่อยู่ดีๆนัทสึก็จากไปโดยไม่ลาเลยสักคำ
                      “ ก็นะ มันบอกว่า ถ้ายิ่งอยู่ใกล้เธอมันยิ่งรักเธอสู้จากไปแบบเงียบๆจะเป็นการดีที่สุดสำหรับเราทุกคน”
                      “ ฮือ....ฮือ ” น้ำตาหยดแหมะๆทำไมนายเป็นเด็กดีแบบนี้นะ ซึ้งมากเลยรู้ไหมแล้วทำไมน้ำตาถึงไม่ยอมหยุดไหลสักที
                      “ เธอเจ็บแผลหรอ ” แมทรีบก้าวขายาวๆมาหาฉัน
                      “ เปล่าก็แค่ซึ้ง”
                      “ ฮ๊า อะไรนะ ซึ้งงั้นเหรอเธอมันบ้าจริงๆเลย ไอ้เราก็นึกว่าเธอเจ็บแผล 555 ”
         “ หัวเราะทำไมย๊ะ”    
               พวกเราดูเหมือนจะเป็นคู่รักที่อาจจะดิบๆสุกๆไปหน่อยแต่อันที่จริงแล้วเราไปได้เป็นอะไรกันคู่รักก็ไม่ใช่ภรรยาใหม่ก็ไม่เชิง เฮ้ย!ไม่ใช่        
                        
            
                         
 
 
 
 
 
                     
            
                  
 
            
           

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 263 ท่าน