Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The King Of Mine หลบไป! นั่นคือตำแหน่งหัวใจของฉัน
แพนด้าดอง
ฉันจะเป็นคิง
2
02/03/2555 19:09:13
247
เนื้อเรื่อง

Chapter 2
ฉันจะเป็นคิง
 

 
เคร้ง!!

ฉันเบิกตาโพลงอย่างตกใจ มองโคมไฟระย้านิ่งเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มือจะควานหานาฬิกาปลุกอันจิ๋วซึ่งมันควรจะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์อยู่ข้างๆ แต่ฉันกลับ…สัมผัสได้แต่ความแข็งของโต๊ะเท่านั้น

มือฉันหดกลับมาเพื่อออกแรงดันร่างตัวเองให้กลิ้งหลุนๆ ไปสุดขอบเตียง ฉันชะโงกหน้าพลางเลื่อนมือมาขยี้ตาอย่างงัวเงียแล้วก็พบวัตถุกลมๆ มีสีแดงๆ แต้มเป็นจุดเล็กๆ เข็มสั้นบนหน้าปัดของมันแสดงตัวเลขหก ส่วนเข็มยาวชี้เลข…

ช่างมัน

ตาทั้งสองค่อยๆ ปรือลงเหมือนมีอะไรหน่วงๆ กดทับบนเปลือกตา จากนั้นหัวฉันก็หนักอึ้งจนกระแทกเข้ากับฟูกนุ่มๆ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะมืดสนิท

 “จันทร์เจ้า”

“(_ _)zZZ”

เสียงใครฟะ? แง่มๆ

“ให้ตายสิลูกคนนี้”
โป้ก!

“ว้ากกก …ขณะนี้ถูก ว.20 เนื่องจาก เหตุ 141 ที่ ว. 63 ขอให้ ว. 69 เปลี่ยน TOT” ฉันสะดุ้งพรวดขึ้นนั่ง มือตะปบสะเปะสะปะรอบข้างก่อนจะคว้าอะไรไม่รู้หนักๆ มาพาดไหล่

ปังๆๆ! ยิงมานนน

“ดูหนังอีกแล้วใช่ไหม? เดี๋ยวก็เขกหัวให้สร่างอีกซักทีเลยนี่”เสียงนุ่มคุ้นเคยดังกังวานเรียกให้ฉันค่อยๆ ลืมตา อ้าว…แล้วนี่ฉันแบกหมอนข้างทำไมวะเนี่ย?

พอฉันวางมันลงข้างตัวเสร็จก็กะพริบตาถี่ๆ มองพ่อในชุดสูทคอตตอนสีเทาที่กำลังกลัดกระดุมเม็ดบนสุดอย่างบรรจง

“อ้าว…พ่อ?”

แปลกแฮะ ทำไมวันนี้แต่งตัวซะหล่อเชียว -.,-

“ใช่สิ แล้วนี่เพิ่งตื่น ตกลงยังอยากไปส่งพ่อที่สนามบินไหม?”

“พ่อพูดถึงอะไร เจ้าไม่เห็นจะเข้า…จายยย~” ฉันหลับตาปี๋พลางยกมือขึ้นหาวหวอดก่อนที่เสียงเพียะจะดังขึ้นพร้อมกับอาการชาวาบบริเวณต้นขา ฉันหยีตามองคนตรงหน้าที่กำลังยืนง้างฝ่ามืออรหันต์เชิงขู่ว่าจะฟาดอีกทีพอดี

โอ๊ย! มันจะอะไรนักหนาแต่เช้าเนี่ยฮะ

“ไฟลท์บินออกตอนเก้าโมง ใจคอจะไม่ไปส่งพ่อหน่อยเลยเหรอ? รีบลุกขึ้นไปล้างหน้าแต่งตัวเดี๋ยวนี้!” จู่ๆ พ่อก็จับมือทั้งสองของฉันแน่นก่อนจะออกแรงฉุดให้ฉันลงมาจากเตียง โอ้วโน้ว! นี่มันอะไรกันเนี่ย จอร์จได้โปรดช่วยซาร่าด้วย

“ไปไหน? ปล่อยเจ้า เจ้าไม่รู้เรื่อง T_T”

“อเมริกา”

“เมกา? ไปทำไม?”

“ดูงาน” พอคำตอบสั้นๆ ดังออกมาจากปากของบิดาผู้บังเกิดเกล้า ฉันที่ยังไม่ทันได้สงสัยก็ถูกแรงเหวี่ยงอย่างกับพายุขนาดย่อมโดนพัดเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่ผู้ชายใส่สูทหรูจะปิดประตูดังปัง!

“เฮ้ย! พ่อ O_O”

“ไม่ต้องออกมาจนกว่าจะอาบเสร็จ”

เดี๋ยวเซ่! นี่บอกตอนไหนว่าจะไปดูงานที่อเมริกาอ่า TOT!


*              *              *



‘คุณท่านบอกก่ะ แต่รู้สึกว่าช่วงสองสามอาทิตย์ให้หลังมานี้น้องเจ้าจะเหม่อลอยบ่อยๆ เลยลืมเรื่องนี้ไปล่ะมั้งก๊ะ’

แว้กกก ไม่เจงงง!

คำตอบของยัยแต้วที่ฉันเพิ่งได้มาตอนสวนทางกับหล่อนตรงบันไดทำให้ฉันอยากจะกระโดดเตียงตายจริงๆ …แต่พอมานึกดีๆ แล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฉันมัวแต่จับผิดไอ้พวกผู้นำทั้งห้าอยู่พอดี มันเลยเป็นไปได้ว่าฉันอาจจะโดนโรคยายแก่เลอะเลือนรุมเร้า T^T

ฉันเดินคอตกมาหยุด ณ จุดศูนย์กลางของบ้าน มือข้างหนึ่งลากเก้าอี้ครืดก่อนจะนั่งทึ้งหน้าม้าตัวเองเล่นบนโต๊ะอาหาร เอาล่ะคิด…คิด! คิด คิด คิด…คิดออกไหม เอาไงดี!ถ้าให้พ่อไปถึงสนามบินช้าหน่อยเพื่อจะได้เอาเวลาไปไล่พวกบ้านั่นออกและจัดการคัดทีมผู้นำที่เหมาะสมขึ้นมาสองทีมให้พวกเราโหวตใหม่…

ตาฉันเหลือบขึ้นมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย ตอนนี้เจ็ดโมงกว่าส่วนเครื่องออกตอนเก้าโมง

มันจะทันไหมนะ?

โอ๊ย! ปวดหัวโว้ยยย ไม่ค้งไม่คิดไม่แล้ว!

“กินเสร็จหรือยังลูกสาวของพ่อ รถจะออกแล้วนะ” เสียงเรียบขัดความคิดดังมาจากฝั่งประตู ฉันชายตามองตามเสียงก็พบว่าเจ้าตัวกำลังจัดกรอบรูปนับสิบที่เรียงกันบนเคาน์เตอร์

ดี!แบบนี้ก็เข้าเรื่องกันเลย

ฉันลุกขึ้นก่อนที่มือจะควานหาขนมปังปิ้งที่วางอยู่ข้างหลังมางับไว้ก่อนจะรีบก้าวเท้ายาวๆ ไปหาคนตรงหน้า

“พ่อ!ลูกกระจ๊อกของเจ้าสืบมาว่าคิงมันตีแขนเด็ก” ฉันกัดขนมปังกร้วมๆ แล้วมองมันอย่างแค้นใจ ฮึ้ย! ถึงจะไม่ได้เห็นกับตาตัวเองก็เถอะ แต่แค่นึกภาพก็…บรื๋อ! “แล้วสภาสูงทั้งสี่ยังทำงานไม่ได้เรื่องซักคน ไม่สิ มันได้เรื่อง แต่เป็นเรื่องที่เจ้ารับไม่ได้มากกว่า แอรอนวันๆ มัวแต่นั่งติ๋มเดินร่อนไปร่อนมา บลายธ์ก็พอกัน เข้าแถวแปดโมงกว่าจะมาก็ล่อไปสิบโมง นายหมา…โอห์มยิ่งแล้วใหญ่ เอะอะอะไรก็ใช้กำลังเจ้าไม่ชอบ!คนสุดท้ายนายแก้มตอบเนี่ยแค่หน้ามันเจ้าก็เหม็นขี้มันละ”

“…”

“เฮ้! พ่อฟังเจ้าอยู่ใช่มั้ย?”ฉันกลืนขนมปังทั้งหมดลงคอก่อนจะถูมือไปมาเป็นการทำความสะอาดอย่างลวกๆ จากนั้นก็หยุดมือหนาไว้ให้เลิกสาละวนกับกรอบรูปเหล่านั้นซักที พ่อยอมเงยหน้ามาสบตากับฉันในที่สุดก่อนจะเอียงคอน้อยๆ

“หืม?”

รู้สึกอยากหยิบกรอบรูปข้างๆ มาจิ้มพุงพ่อให้แตกตายก็วันนี้ล่ะวะ!

“คืองี้…” ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “คิงมันทำเด็กร้องไห้ แถมไอ้…”

“ไม่ๆ พ่อได้ยินหมดแล้ว แต่ที่อยากรู้คือ…ลูกสาวจะให้พ่อทำยังไง ในเมื่อตัวพ่อจะต้องไปเมืองนอกในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าเนี่ย” ไม่ว่าเปล่า คนพูดยังยื่นนาฬิกาข้อมือโลหะแบบสองหน้าปัดเข้ามาชิดรูจมูก ฉันขมวดคิ้วพลางดันแขนพ่อออกห่างก่อนที่ตาฉันจะเหล่

“ง่ายมาก แค่พ่อพูดว่าจะไล่พวกมันออก”

“ทุกอย่างมันต้องตรวจสอบจันทร์เจ้า พ่อจะไม่เชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างขัดใจ พ่อหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ความจริง…มันไม่ใช่สิทธิ์ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะรู้ แต่พ่อขอถามอะไรเราหน่อย วันนั้นเจ้าเลือกใคร?”

“มันเป็นวันที่เจ้าตัดสินใจผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง” ฉันกลอกตาไปมาเมื่อเห็นภาพตัวเองกากบาทลงไปที่ช่องนั้น “เจ้าเลือกขุนพล”

“นั่นสิ ถ้าลูกสาวของพ่อเลือกแร็งก์ บางทีคะแนนมันอาจจะพลิกก็ได้”

ฮะ? หมอนั่นน่ะนะ? เป็นตัวเลือกที่น่าเขี่ยทิ้งเป็นอันดับแรกเลยเหอะ!

“ไม่มีทาง! เจ้าไม่เลือกมันหรอก…เจ้าเกลียดฝรั่ง”สิ้นคำพูดของฉัน พ่อก็เป็นฝ่ายถอนหายใจบ้างก่อนจะทำทีเป็นยกมือขึ้นมาดูนาฬิกา

“เอาล่ะ พ่อจะรอเราที่รถนะ”

“เดี๋ยวสิพ่อ! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”

ทว่าพ่อบังเกิดเกล้ากลับกระชับสูทตัวหนาแล้วหันแผ่นหลังให้ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรกลับมาซักคำ สรุปว่า…พ่อจะไม่จัดการเรื่องนี้ให้เจ้าใช่ไหม? แล้ว…พ่อจะปล่อยให้พวกมันทำเรื่องแย่ๆ แบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน? ละ…แล้วเรื่องแค่นี้จะช่วยลูกสาวคนเดียวของตัวเองไม่ได้ใช่ไหม?

คิดถึงตรงนี้ฉันก็กำหมัดอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ

“เจ้าไม่ไปส่งพ่อแล้ว!”ฉันเห็นพ่อโบกมือให้จากนั้นก็เอามือนั่นแนบหูทำเป็นสัญญาณเหมือนกับว่าจะโทรหา ฉันแค่นหัวเราะออกมาแล้วปรายตามองข้าง กรอบรูปนับสิบที่พ่อเพิ่งจัดมาหมาดๆ กลับเป็นที่ขัดหูขัดตา โดยเฉพาะรูปริมขวาสุด… รูปของผู้หญิงผมสีทองรับกับใบหน้ารูปไข่ ดวงตาสีฟ้ากำลังจ้องฉันตอบเช่นกัน ฉันยิ้มให้เธอก่อนจะจัดการคว่ำมันซะ

ทั้งที่เธอเป็นคนทิ้งพวกเราไปแท้ๆ แต่ทำไมพ่อยังมายืนมองรูปนี้ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านด้วยนะ


*              *              *



Vannuys High-School [Vannuys Square]
เวลา 07 : 45 AM.

 
“เออจริงของมาสเตอร์ ถ้าเธอเลือกแร็งก์ ป่านนี้คนที่ได้เป็นคิงคงไม่ใช่นายขุนพลสุดหล่อแล้วล่ะ” ยัยนาโน เพื่อนสาวผมแดงดึงชามใส่น้ำแข็งใสราดน้ำสีเดียวกับหัวเข้าหาตัว เสร็จแล้วก็หยิบไอโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนข้างชามมากดแชะพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ “ไลค์เอยจงมา โอมเพี้ยงงง”

ฉันโบกมือไม่เห็นด้วยทันใด

“โหยๆ ซี้ซั้วน่า…ใครๆ ก็รู้ว่าหมอนั่นได้คะแนนอย่างล้นหลาม แค่หนึ่งคะแนนของฉันจะมาพล้งมาพลิกได้ยังไง โนๆๆ โนเวย์”คนฟังยักไหล่ ก่อนที่ฉันจะเลื่อนของหวานยามเช้ากลับมาฝั่งตัวเองบ้าง พอมือกำลังคว้าช้อนคันเล็กเพื่อตักน้ำแข็งเย็นซู่ซ่าเข้าปาก จู่ๆ ยัยบ้านาโนก็เอามือถือฟาดมือฉันเต็มแรง

เพียะ!

ฉันร้องเบาๆ พลางเหลือบมองคนตรงข้ามอย่างโกรธเคือง และดึงมือตัวเองกลับมาเกาะขอบโต๊ะเหมือนเดิมทันที

ไม่กินก็ได้วะT_T

“แหมตัวเธอก็… มุมนี้ฉันยังไม่ได้ถ่ายเลย -.,-” พอดวงตาสีน้ำตาลที่กรีดด้วยอายไลน์เนอร์สีดำของยัยนั่นหรี่ลง เสียงแชะก็ดังตามมา ฉันเบะปากนิดหน่อยก่อนจะจงใจถอนหายใจเฮือกใหญ่ นั่นแหละ…คนบ้ากล้องถึงได้ยอมละสายตาจากจอสี่เหลี่ยม “เป็นไรตัวเธอ?”

พอยัยนาโนสะกิดต่อมแค้นเข้าให้ ฉันก็พ่นลมหายใจออกมาอีกห้ารอบติด

“เอ๊ะโอ ใจเย็น…เรื่องมันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เธอคิดก็ได้” ไม่ว่าเปล่า คนพูดถึงขนาดเก็บมือถือสุดที่รักเข้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินย้ายสะโพกมานั่งข้างฉัน “ตอนนี้มีอะไรที่ยัยจันทร์เจ้าของฉันต้องกลุ้มใจอีกหรือไง ในเมื่อเธอเป็นถึงลูกสาวมาสเตอร์ของแวนนายด์ มีลูกน้องผู้ชายเฮ้วๆ นับร้อย และมีเพื่อนสาวแสนสวยอย่างนาโนทั้งคน ไม่สิ ต้องบอกว่าสวยที่สุดในโลกถึงจะถูก…เพราะงั้นค่อยๆ พูด ค่อยๆ ระบาย ไม่ต้องกลัวเพื่อนยาก”

“เธอนั่นแหละค่อยๆ พูด” ฉันกระดึ๊บตัวออกห่างพลางดึงชามน้ำแข็งใสที่ถูกลืมมาซดซู้ดๆ ดับกระหาย พอน้ำเย็นๆ ไหลลงคอแล้วฉันก็วางมันลง “ฮ้า! ~O~”

“แล้วเมื่อวานอ่ะเป็นไงบ้าง? คิงขุนพลสุดหล่อของฉันยอมออกมามั้ย?”จู่ๆ ตัวฉันก็โยกเยกไปมาเพราะถูกคนข้างๆ เขย่าอย่างกับช้างตกมัน “ตัวเธอตอบมาไวๆ รู้มั้ย แค่รูปที่คนอื่นขยันสรรหามาอัพโหลดลงเฟสก็ทำเอาฉันแทบบ้าแล้ววว”

“คิงขาตะเกียบ ไม่ใช่สุดหล่อ” ฉันแก้ให้ก่อนที่เสียงกรี๊ดของมันจะดังตามมาพร้อมกับแรงเขย่าที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ!“ว้ากกก เธอจะฆ่าฉันหรือไง? …ไม่เจอโว้ย! เจอแต่หมาปั๊กกับซอมบี้”

พอร่างกายฉันเป็นอิสระจากการเกาะกุม ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในขณะที่เสียงบ่นของเพื่อนสาวจะพรั่งพรูออกมาจากปากกระจับเล็กๆ แบบนันสต็อป

“แล้วไม่รีบบอกยะยัยบ้าเอ๊ย! น่าเกลียด บ้าๆๆ ที่สุดเลย! ทำเอาหัวใจฉันแทบวาย T^T”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเหอะ เดี๋ยวแฟนเธอได้หึงจนยกพวกมาตีโรงเรียนเราแล้วจะยุ่ง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนสาว ซึ่งบัดนี้เจ้าหล่อนได้สะบัดหน้าไปด้านข้างอย่างงอนๆ เป็นที่เรียบร้อย อะไรกัน ฉันพูดความจริงนะ! โรงเรียนแฟนมันเนี่ยรวมสุดยอดนักเลงหัวไม้สุดโหดมากที่สุดของละแวกนี้เลยแหละ

“โธ่ตัวเธอก็… เป็นไปไม่ได้หรอก ในเมื่อท่านเพนสุดอัจฉริยะของฉันได้ทำสัญญาเชื่อมไมตรีแบบ…กันเหนียวเผื่อเรื่องพรรค์นี้ไว้แล้ว เพราะงั้นหายห่วงน่า!” นาโนหันหน้ากลับมากะพริบตาปริบๆ พลางจับมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นมาถูๆ ไถๆ บริเวณแก้มเนียนของตัวเอง ทำอะไรของมันเนี่ย? อี๋!

ฉันเบ้ปากพลางค่อยๆ ดึงมือตัวเองกลับมา

“มันก็แค่กระดาษแผ่นเดียว ได้แต่รอวันที่มีผู้ปลดปล่อยมาฉีกทิ้งล่ะสิ และหลังจากนั้นพวกเราก็…ซี้แหงแก๋”

“ปากอัปมงคลจริงๆ เลยเจ้า”คนข้างๆ ทำปากเชิดพลางหลุบตาลงต่ำมองมือตัวเองที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ จากนั้นก็หันตัวเข้าหาโต๊ะ หยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นแองกรี้เบิร์ดหน้าตาเฉย

ฉันล่ะละเหี่ย!

“เฮ้ย…บิงโก! นัดเดียวจอด ฉันนี่มันสุดยอดจริงๆ เอ้อ ว่าแต่…วันนี้วันอะไรยะ?”

ฮะ? อะไรของมัน เอ…วันนี้เหรอ อ้อ!

“เอ๊ะโอ!ไม่ต้องๆ ฉันรู้ละ วันนี้วันอังคาร”

“เออๆ” ฉันทำเป็นไม่สนใจโดยการยกชามน้ำแข็งใสซดเข้าปาก ฮ้า~ก่อนจะสะดุ้งตัวโยนเมื่อจู่ๆ ยัยเพื่อนบ้าดันทำไอโฟนหลุดมือจนมันหล่นกระแทกเข้ากับโต๊ะ

 “กรี๊ดดด! วันอังคาร อร๊าง~ เฮ้ย! ตอนนี้กี่โมง?”ยัยนาโนร้องวี้ดว้ายไม่ได้สนใจของเล่นชิ้นโปรดซักนิด พลางดีดดิ้นไปมาอย่างกับโดนน้ำมันกระเด็น ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะตอบสั้นๆ

“แปดโมง”

“แปดโมงแล้ว?!กรี๊ดๆ แปดโมงเช้าวันอังคาร! นี่ๆ ตัวเธอลืมไปแล้วหรือไงยะว่าวันนี้เป็นวันโกยเรตติ้งของท่านผู้นำทั้งห้า! อ้ากกก ท่านคิงขุนพลมาดนิ่งสุดเท่ของฉันกำลังจะกลายร่างเป็นเจ้าชาย!!”

ฉันฟังแล้วนิ่งไปสองวิ ก่อนจะพรวดตัวลุกขึ้นพร้อมกับหยิบมือถือใกล้มือมากระแทกกับโต๊ะม้าหินอย่างแรง (ความจริงอยากตบโต๊ะแหละ แต่พอดีตัวนี้มันเจ็บ)

“ฮัดช้า!จริงสิ”

มันยังมีวิธีนี้อยู่นี่นา หึ ในเมื่อพ่อไล่พวกมันออกไม่ได้ งั้นฉันก็จะถีบหัวพวกมันออกจากตำแหน่งเรียงตัวแล้วก้าวขึ้นไปสวมมงกุฎแวนนายด์อย่างสวยสดงดงามเอง!

ปล่อยให้คนชั่วเป็นผู้นำของพวกเราไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!

“ยัยเจ้า คือ…นั่นไอโฟนฉัน T^T”

อัจฉริยะจริงๆ จันทร์เจ้า เธอมันยอดอัจฉริยะ*O*

“วะฮะฮ่า พวกนายเตรียมรับความอับอายแสนสาหัสได้เลยเบบี๋” ฉันยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจทว่าจู่ๆ แขนตัวเองก็ถูกคนข้างๆ ทั้งตะกรุยและข่วนจนรู้สึกแสบ ฉันยังไม่ทันได้อ้าปากโอดครวญถึงความเจ็บปวด นิ้วชี้เรียวสวยของยัยนาโนก็ชี้ไปยังกลางลานกว้าง

“เฮ้ๆๆ ยัยเจ้า! ยัยเจ้า! นั่นพวกเขา…”

“หือ?” ฉันเลิกคิ้วด้วยความสงสัย จากนั้นก็เลื่อนสายตามองตามนิ้วเธออย่างงงๆ

“พวกเขามาแล้ว! กรี๊ดดด” ยัยนาโนร้องเสียงแหลมแล้วชักมือที่ชี้อยู่กลับมาเก็บไอโฟน ก่อนจะวิ่งถลาตัวไปยังกลางลานกว้างสมทบกับเหล่านักเรียนหญิงนับสิบที่กำลังตีวงล้อมพวกบ้านั่นอยู่ ทิ้งฉันยืนอยู่คนเดียวเฉยเลย

“กรี๊ดดดดดดดด”เสียงกรี๊ดพวกนี้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนวันนี้เป็นวันปล่อยผีชอบกลแฮะ

ฉันค่อยๆ ยกขาก้าวออกมาจากเก้าอี้ม้าหินอ่อนแล้วยกเท้ายาวๆ ไปหาเป้าหมาย ทว่าร่างสาวๆ หลายไซส์กำลังเป็นอุปสรรคสำหรับฉันคนนี้ ฉันพยายามกระเสือกกระสนกระดึ๊บเอาตัวชอนไชเข้าไปแต่กลับโดนใครซักคนเบียดจนตัวเองต้องโดนดีดออกมา

แง้! โลกนี้ช่างโหดร้าย \TOT/

ฉันชะเง้อคอมองร่างสูงที่กำลังเดินแด๊ดแด๋ห่างออกไปเรื่อยๆ ตาละห้อย หมอนั่นยังใส่กางเกงเดฟทำให้ขานั่นเรียวเหมือนตะเกียบเช่นเคย เชอะ…อุตส่าห์คิดไว้แล้วเชียวว่าจะเดินดุ่มๆ ไปหาแล้วชี้หน้าประกาศศึกแบบเท่ๆ แต่ไหงพวกมันกลับเป็นฝ่ายเดินเท่อย่างกับนายแบบบนแคทวอร์คแทนฉันซะเองแบบนี้ล่ะ

หนูไม่ยอมมม!

คิดได้ดังนั้นขาทั้งสองข้างก็ติดเทอร์โบใส่เกียร์หมาวิ่งไปขวางหน้าผู้นำทั้งห้า พร้อมกับกางแขนเหมือนกับหุ่นไล่กากลางทุ่งนาทันที

“พวกนายหยุดแค่ตรงนั้นแหละ!”

“ยัยเจ้า เธอไปยืนเกะกะตรงนั้นทำไม ออกม้า!”

เหมือนจะได้ยินเสียงยัยหัวแดงแว่วๆ แฮะ แต่…ช่างมัน! ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าบลายธ์ที่ดูเหมือนจะเซตผมให้ข้างหลังกระดกเหมือนนกหัวขวานมากเป็นพิเศษมองฉันพลางหัวเราะคิกคักอีกแล้วล่ะ (ขำบ้าอะไรของมันวะ?) ส่วนนายคิงขาตะเกียบก็ส่งยิ้มละมุนมาให้ซึ่งมันเรียกเสียงกรี๊ดของสาวๆ ไปเต็มๆ

ฮึ้ย! เพิ่งทำเด็กน้อยน่ารักร้องไห้แล้วยังมีหน้ามาตีหน้าระรื่นอยู่อีกเหรอ?
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตัวแทนแห่งความยุติธรรม…ฉันจะลงทัณฑ์แกเอง!+O+

“พวกนายไม่เหมาะสมกับตำแหน่งคิงและสภาสูง!” ฉันตะโกนชี้หน้าแข่งกับเสียงกรีดร้องแหลมๆ น่ารำคาญ ก่อนที่นายโอห์มปากเสียจะตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะ!

“เฮ้อออ เบื่อๆ ประโยคนี้อีกแล้ว”

เอาล่ะจันทร์เจ้า อย่าไปสนใจ…

“ฉันขอประกาศต่อหน้านักเรียนของแวนนายด์กลางลานกว้างนี้เลยว่า…”

“ผมปวดห้องน้ำอ่ะ ขอตัวสักครู่นะครับ” นายติ๋มแอรอนแทรกขึ้นเบาๆ ก่อนจะเดินสวนฉัน…ไปเฉยเลย!ว้ากกก เสียมารยาทที่สุด! นายกล้าปวดชิ้งฉ่องทั้งที่ฉันกำลังจะปล่อยประโยคเด็ดงั้นเหรอ?

หายใจเข้าลึกๆ! อย่าไปถือสา… ฮัดช้า นั่นแหละ แล้วพูดต่อให้จบ!

“ฉันจะเป็นคิงแทนนายเอง ขุนพล!!!”

คนตรงหน้ายืนนิ่งไม่โต้ตอบอะไรกลับมาซักคำ แถมยังใช้ดวงตาเรียวคมสีดำปิ๊ดปี๋นั่นจ้องเหมือนกับกำลังทะลุทะลวงฉันอีกต่างหาก แง!ทำไมเวลามันไม่ใส่แว่นมา ฉันต้องขนลุกทุกทีด้วยวะเนี่ย…สยิวกิ๊ว!

“…”

“อ้าว เงียบทำไมน่ะ ตอบอะไรหน่อยเซ่”

เดี๋ยวฉันแป้ก TOT

“ไม่ต้องห่วง” จู่ๆ หมอนั่นก็พูดขึ้นเสียงนุ่มชวนขนลุกซู่ เล่นเอาฉันทำตัวไม่ถูก ก่อนที่เขาจะช้อนมือฉันพร้อมกับโน้มตัวลงมาเพื่อ…จรดริมฝีปากสีแดงระเรื่อน่าหลงใหลบนหลังมือของฉันอย่างนุ่มนวล “เราได้คุยกันอีกยาวแน่”

“O_O!!!”

“กรี๊ดๆ! ฉันจะเป็นลมแทนเธอ อร๊าง~ เอ๊ะโอ? เป็นไรมากเปล่าเจ้า …พวกเขาไปแล้วนะ เฮ้! เธอยังไม่ตายใช่มั้ย?”

มะ…เมื่อกี้ฉันบอกว่านายขาตะเกียบมัน…น่าหลงใหลงั้นเหรอ!!? O////O






ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 219 ท่าน