Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The King Of Mine หลบไป! นั่นคือตำแหน่งหัวใจของฉัน
แพนด้าดอง
เปิดศึก
1
02/03/2555 19:10:11
376
เนื้อเรื่อง


 

 

ฉันคือซูเปอร์ฮีโร่ ผู้พิทักษ์คุณธรรม\-_-/ แฮ่ม! และสถานการณ์ในโรงเรียนตอนนี้ก็สงบสุขดี
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะฉันแท้ๆ วะฮะฮ่าๆๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกกระจ๊อกทั้งหลายได้กระซิบข่าวมาว่าราชากับสภาสูงทั้งสี่ทำผิดกฎ!
ตีเด็กบ้างล่ะ ขี้เกียจบ้างล่ะ ใช้กำลังบ้างล่ะ ซึ่งขอบอกให้ทราบโดยทั่วกันว่า 'จันทร์เจ้า' ผู้นี้รับไม่ได้ +O+
งานนี้คงต้องประท้วงกันหน่อยแต่ไหงฉันถึงมีเรื่องกับ'ขุนพล'แทนก็ไม่รู้
แถมเขายังตัดปัญหา (ที่ฉันก่อ) ทั้งหมด ด้วยการคัดเลือกคิงคนใหม่อีกแน่ะ
ฮัดช้า~ ไม่ยอมแพ้หรอก ฉันจะต้องเป็นผู้ที่ถูกเลือกอย่างแน่นอน!
แล้วทีนี้แวนนายด์ของฉันก็จะได้สงบสุขซักที
...รึเปล่า?





 
o o o o o o o o o o o

 
 The King Of Mine
 
บทนำ
 
 
“สองแสนห้า!ค่าจ้างสำหรับกองกำลังของโคลเบิร์ก!!”
ปลายปากกาตวัดเขียนจำนวนตัวเลขหกหลักลงบนกระดาษเช็คสีฟ้าอ่อน ก่อนจะเลื่อนมันให้ขนานไปกับโต๊ะหลุยส์เล็กไม้สักจนหยุดที่ฝั่งตรงข้าม

ใบหน้าคมคายในแบบตะวันตกยังคงเรียบเฉย เขาขยับผ้าโพกหัวสีดำแล้วเลื่อนเช็คเงินสดไปหาเจ้าของดังเดิม

“ไม่เอา”

“ทำไม? ไม่พอเหรอ!?”

หัวโจกแห่งโคลเบิร์ก ฮายสคูลเอนหลังพิงกับเก้าอี้สีเดียวกับโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ เหลือบตามองชายหนุ่มอีกฝั่งหนึ่งซึ่งมีสีหน้าบิดเบี้ยว พลางเสยผมให้ตั้งขึ้นตามประสาคนไม่พอใจ

“พอ แต่ฉันไม่อยากยุ่งกับพวกแวนนายด์อีก” ว่าแล้วก็ยกถ้วยชาแบบอังกฤษขึ้นจิบ “…ถ้าไม่จำเป็น”

ริมฝีปากได้รูปของคนฟังกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

“งั้นฉันถือว่านายตกลง ส่วนเรื่องแผน…ฉันจะทำตามคำสั่งของคิงให้มันวางใจไปก่อน และเมื่อฉันให้สัญญาณนายเมื่อไหร่ นายจัดการส่งพวกมาช่วยฉันได้เลย”

“ดี!!เอ๊ะ! เดี๋ยวๆ”

“คราวนี้อะไรอีกล่ะ!” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด แล้วปรายตามองอีกฝ่ายที่ทำเป็นก้มหน้าพูดกับถ้วยชาในมือ

“มันยังมีเรื่องสัญญาพันธมิตรของเพนอีกนี่สิ เฮ้อ! ฉันขี้เกียจเป็นศัตรูกับหมอนั่นจริงๆ”

“ร่างได้ก็ฉีกมันทิ้งได้! …จริงไหม?”

“ตามนั้น!” เขายักไหล่เล็กน้อยเมื่อหมดปัญหาก่อนจะวางถ้วยชาลง แต่แล้วคิ้วคู่สวยก็ต้องขมวดเข้าหากันอย่างข้องใจอีกครั้ง “ว่าแต่… นายได้แวนนายด์ไป แล้วฉันได้อะไร?”

เกือบไป สำหรับเขาแล้ว…เรื่องผลประโยชน์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

เจ้าของนัยน์ตาสีเทาหัวเราะร่วนก่อนจะหยิบกระดาษมูลค่าสองแสนห้ามาชู
“นี่ไง”

ชายผมทองผิวปากหวือแล้วโบกมือปฏิเสธทำให้ผู้เสนอเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง ก่อนจะขยำเศษกระดาษไร้ค่าในมือเป็นก้อนกลมๆ แล้วขว้างทิ้งลงถังขยะข้างหลังได้อย่างแม่นยำ

“ถ้างั้นนายอยากได้อะไร?”

คนฟังขยับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นเป็นครั้งแรกราวกับว่าเขารอคำถามนี้มานาน

ถึงเวลาคิดบัญชีความแค้นนี้ซักทีสินะ!!

“ลูกสาวของมาสเตอร์แห่งแวนนายด์ ฮายสคูล”

“…”

“เธอมีชื่อว่าจันทร์เจ้า!!!”





 
 o o o o o o o o o o o





 
   Chapter 1
เปิดศึก
 





Vannuys High-School [Vannuys Tower]
เวลา 10 : 00 AM.

 
เมื่อมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมีหรือที่จันทร์เจ้าคนนี้จะอยู่เฉย ฉันเฝ้าสังเกตมานานหลายปีแล้ว…พวกเขาทั้งห้าทำตัวไม่น่าเคารพเหมาะกับตำแหน่งสูงๆ นั่นเลย! มันคงถึงเวลาปรับเปลี่ยนผู้นำชุดใหม่ได้แล้ว พอกันที!

ดังนั้น วันนี้…

“ออกไป! ออกไป! ออกไป!”

มันต้องมีการประท้วงกันหน่อย!

“เอ้า!ตะโกนให้มันมีชีวิตหน่อยเด้ โบกป้ายแรงๆ ด้วย! อะไรกัน…อย่างกับผีดิบ”ฉันยกมือขึ้นป้องปากพร้อมกับตะโกนลั่นเรียกความฮึกเหิม ซึ่งกลุ่มลูกกระจ๊อกตัวน้อยๆ นับร้อยตัวก็ตอบรับเป็นอย่างดีด้วยการโบกป้าย ‘เราไม่ต้องการคนใจร้าย ตบเด็กได้ลงคอ’ ‘สร้างกฎแล้วทำผิดเอง’ ‘คนขี้เกียจออกไป’ ‘ใช้กำลังเราไม่ต้องการ’ หรือไม่ก็ ‘ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน!’ แรงขึ้นพร้อมกับโยกเอวไปด้วย

โอ้วแจ๋ว!!

แล้วป้าย ‘ออกไปซะ…คิงขาตะเกียบ’ นี่ใครทำเนี่ย? อ้อ! ฉันเอง ^O^

“ออกไป! ออกไป! ออกไป!”

ฉันชูมือขึ้นเหนือหัวแล้วชักมันลงมาตามจังหวะ แต่แล้วมือฉันก็ค่อยๆ หดทิ้งตัวลงมาเมื่อสายตาดันสังเกตเห็นถึงความ…ไม่โป๊ะเชะ ลูกน้องขาร็อคคนหนึ่งกำลังหลับหูหลับตากระโดดเหย็งๆ ไม่สนใจชาวบ้านจนแตกแถวออกมาอย่างน่าเกลียด

คอคนข้างหน้านายมันสั้นหรือไงถึงได้โผล่หัวมาติ่งเดียวแบบนั้นน่ะหา!?

“เฮ้ย! นายหัวชาเขียว…ขยับขวานิด แถวเบี้ยว”

เด็กน้อยรีบผงกหัวรับอย่างแข็งขันก่อนจะขยับตัวตามที่ฉันบอกทันที ทันใดนั้นมวลมนุษยชาติก็เกิดความเป๊ะ! ใช่เลย! แบบนี้สิถึงสมกับการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่ของยัยจันทร์เจ้าหน่อย! ฉันล้วงกระเป๋ากระโปรงควานหาธงเล็กๆ สีดำซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนขึ้นมาชูสุดแขน แล้วโบกซ้ายขวาอย่างเมามันส์
วะฮะฮ่า! พวกแกโบกป้ายหนักๆ ไป ฉันเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่เอาแค่ธงขนาดเล็กเท่าไม้จิ้มฟันพอ

“เฮฮฮ! ท่านเจ้า! ท่านเจ้า! ท่านเจ้า!”

ลูกน้องนับร้อยกู่ร้องตอบกลับมา ก่อนที่ผู้คนแถวซ้ายสุดกับขวาสุดจะวางป้ายลงแล้วหยิบธงขึ้นมาโบกตาม ส่วนแถวกลางยังคงชูป้ายประท้วงสุดแขน เสียงเฮดังกระหึ่มทำให้ขนฉันลุกพรึบ!

โว้วว ยิ่งใหญ่! ตระการตา…งานสร้าง *O*

“ออกไป! ออกไป! ออกไป!”

“เออนี่ ฉันมีอะไรจะบอก หยุดก่อน…หยุด ยุ้ด! โว้ยยย ฉันบอกให้หยุดดด!!!”

ฉันแหกปากลั่นพร้อมกับสั่นธงอย่างแรง ลูกน้องที่กำลังโบกทุกอย่างจึงหยุดชะงักก่อนจะวางป้ายลงกับพื้น ความครึกครื้นกลายเป็นเงียบกริบอย่างกับป่าช้า ฉันหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างพอใจแล้วเก็บธงเข้ากระเป๋า

“บางคนอาจจะเห็นแล้วว่าข้างตัวแต่ละคนนั้นมีถุงดำขนาดยักษ์ ยัง! อย่าเพิ่งมอง…มองหน้าฉัน!” ฉันเอ็ดเมื่อมีบางคนยุกยิก เบนสายตาจากผู้นำอย่างฉันไปสนใจถุงดำที่พื้น

ฉันไม่ยอมให้ถุงขยะขโมยซีนเด็ดๆ T^T

พอสายตาของทุกคนจ้องตอบ ฉันจึงกระแอมสองสามทีแล้วพูดต่อ
“ข้างในมีอาวุธอยู่ในนั้น ซึ่งนั่นก็คือ…*O*” ฉันพล่ามพลางเดินเข้าไปใกล้แถวหน้าสุด ก่อนจะหยุดลงหน้าถุงดำประจำตัวของนายหัวทรงทุเรียน หมอนั่นยืนตัวเกร็งซะจนลูกกระเดือกมันเป่งออกมาเลยอ่ะ

โอยยย น่าเกลียด!

ฉันกระตุกเชือกฟางเบาๆ ปมเด็กประถมก็คลายออก ก่อนจะแหวกปากถุงกว้างพร้อมกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเหมือนนมบูดที่ดองไว้ในส้วมนานสามปี ข้างในมืดตึ๊ดตื๋อซะจนไม่รู้ว่ามีแมลงวันทำรังให้ลูกน้อยในนั้นด้วยรึเปล่า

“ระเบิดผลไม้!”

ผลไม้เน่าซะด้วย T_T

“แล้วมีอะไรบ้างเหรอครับ!?” เสียงลูกน้องซักคนดังก้องเหนือหัว ฉันเงยหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นบีบจมูกหรี่ตามองเจ้าของถุงผลไม้ (เน่า) ที่กำลังเบิกตากว้าง สงสัยจะตื่นเต้นจัดแบบว่าบ้านไม่เคยหมักผลไม้ (เอ่อ…บ้านฉันก็เปล่านะ ไปเหมามาจากตลาด T^T)

 “เดี๋ยวนายก็ได้รู้ตอนใช้มันนั่นแหละ”ฉันตอบเสียงอู้อี้ ส่วนมือก็ผ่อนแรงบีบเมื่ออากาศหอมบริสุทธิ์เริ่มเข้ามาแทน นายหัวทุเรียนพยักหน้ารับหงึกหงักก่อนจะเริ่มบีบจมูกบ้าง

“กลิ่น…หอมจัง”

“ผลไม้เกรดเอบวกก็งี้แหละ” ฉันก้มหน้าปิดปากถุงเพราะกลัวลูกกระจ๊อกจะหมดแรงโดยไม่ทันรบซะก่อน เมื่อมือผูกปมรูปโบว์ขนาดจิ๋วเสร็จก็เงยหน้าพร้อมกับชูหมัดขึ้น “อะฮ่า! อย่างที่เห็น…อาวุธเราพร้อมแล้ว!ถ้าหมาปั๊กหน้าย่นโผล่มา พวกนายปาระเบิดใส่มันเลยนะ อย่าไปกลัวมัน ต่อให้มันยกสารวัตรล่ำๆ มาเป็นแสนก็อย่ากลัวหางจุกตูดเด็ด…”

บึ้ม!!!

“ว้ากกก!TOT” ฉันร้องลั่นพร้อมกับหลับตาเสยหมัดต่อยเข้าที่อะไรนิ่มๆ ของลูกน้องตรงหน้าดังปั้ก! ด้วยความตกใจ “พวกมันมีขีปนาวุธ!…พวกเราหมอบ!!”

“อ้อก! เจ็บ…”

“ไม่ใช่ครับท่านเจ้า!”ตัวฉันถูกใครบางคนฉุดขึ้นให้พรากจากพื้นซีเมนต์เย็นๆ ก่อนที่จะรู้สึกสั่นสะเทือนเหมือนโดนเขย่า ฉันลืมตาแล้วใบหน้าของลูกกระจ๊อกหัวชาเขียวก็เป็นสิ่งแรกที่เห็น ฉันรีบผลักเขาออก หมอนั่นจึงเซไปล้มทับนายหัวทุเรียนอีกที

“แล้วนายสองคนไปนอนทำซากอะไรตรงนั้นน่ะหา? ลุกขึ้น!”

“ท่านเจ้าต่อยผม…”

“ผลักผมด้วย T_T”

“ฉันเปล่า!”

“ทำครับ!!!”

ฉันเบ้ปากเหล่ลูกน้องนับร้อยพลางทำตัวหดเล็กลงเหลือสองนิ้ว ทีอย่างงี้สามัคคีกันเชียวนะ เชอะ! ไอ้พวกบ้า T^T

“แล้วตกลงเมื่อกี้เสียงอะไร ถ้าไม่ใช่เสียงระเบิด” ฉันเพ่งลูกกระจ๊อกเรียงตัวไล่ตั้งแต่ขวายันซ้ายสุดอย่างคาดคั้น พวกมันต่างยืนนิ่งไม่มีใครพูดอะไรออกมาซักแอะ “ฉันถามว่าเสียงอะไร!!?”

“ขะ…ข้างหลังครับ” ปากซีดๆ ของนายหัวเงินขยับ ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วกลับหลังหันทันที นายหมาปั๊กบิดคอไปมา ยักคิ้วข้างขวาพร้อมกับตบลำโพงสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่กำลังรองก้นเขาอยู่บนพื้น

อ๋อ…นี่นายหลอกฉัน จงใจให้ฉันเสียหน้าต่อหน้าสารวัตรข้างๆ นายใช่ไหม!

ฉันกัดฟันกรอดแล้วหมุนตัวคว้าถุงดำข้างหลังมาวางแหมะตรงหน้านายล่ำทันที ก่อนจะกระตุกคลายปมพร้อมกับกลั้นหายใจแหวกถุงขยะออกเพื่อควานหาราชาแห่งผลไม้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความแหลมคมของเปลือกมัน ฉันก็คว้าหมับก่อนจะชูมันขึ้นเหนือหัว หมอนั่นทำตาโตพร้อมกับกระโดดลงจากลำโพง

“เฮ้ย! อย่า…!! ฉันสั่งให้วางมันซะ!”

“อ๋อวางเหรอ? ได้ จันทร์เจ้าจัดให้!” ฉันเอนตัวไปข้างหลังเพื่อสะสมพลังคลื่นยักษ์ก่อนจะสปริงตัวกลับมาพร้อมกับส่งทุเรียนเหม็นๆ ไปข้างหน้าเต็มแรง

หมอนั่นกระโดดหลบออกข้างอย่างรวดเร็วแต่ไม่พ้นลูกระเบิดขนาดบิ๊กของฉัน มันพุ่งเฉียดหัวตั้งๆ ของเขาพอดี

“เล่นอะไรน่ะหา!” นายหมาปั๊กขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าผากย่นพลางจัดทรงผมซอยสั้นแหลมเฟี้ยวสีน้ำตาลอมส้มให้เข้าที่

“เล่นอะไรน่ะเหรอ? ขายผลไม้ไง” ฉันแลบลิ้นอย่างล้อเลียนแล้วถูหน้าม้าตัวเองไปมา “วันหลังเก็บเหม่งก็ดีนะพี่ เพราะคราวหน้าคงไม่โชคดีแบบวันนี้”

“เธอ!!” หมอนั่นชี้หน้า ฉันปัดมือเขาออกพร้อมกับเลิกคิ้ว

“ทำไม!!”

โอห์มชักมือกลับมากำหมัดก่อนจะทิ้งดิ่งแนบตัว แผงอกกว้างนั่นกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหมอนั่นกำลังหายใจแรงๆ

“เอาล่ะ…เรามาพูดกันแบบคนมีการศึกษาหน่อย”

“เหอะ! คนมีการศึกษาเหรอ?” ฉันย้อนเสียงสูงก่อนจะโน้มตัวลงหยิบผลไม้ก้อนกลมๆ ในถุงดำขึ้นโชว์ มังคุดก้นบุบส่งกลิ่นสะเทือนใจจนฉันต้องเบ้ปาก แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคใดๆ อีกต่อไปแล้ว “เอาไปกินเลยพ่อคนมีการศึกษา!”

ฉันขว้างมังคุดเละๆ โดยเล็งให้เข้าปาก แต่สงสัยลมจะแรง ทิศทางเลยเพี้ยนไปนิดเมื่อมันกระแทกเข้ากลางดั้งคนตรงข้ามเต็มๆ หมอนั่นขมวดคิ้วยุ่งพลางไสจมูกไปมา เสร็จแล้วก็เอามือมาถูกับเสื้อนักเรียนยับยู่ยี่

“ยัยบ้า…”

“ส่วนนายมันหมาบ้า! น้ำขุ่นๆ สุดสกปรกนั่นดูเข้ากับหน้าย่นๆ ของนายดีนะ”ฉันกดหนังใต้ตาลงมา แลบลิ้นเผล่พร้อมกับส่ายเอวไปมาอย่างยั่วโมโห “เอาสิ นายมันพวกชอบใช้กำลังอยู่แล้วนี่ คราวนี้มีพยานหลายร้อยเลย เอาสิ…เอาเลย!”

ฉันชะเง้อคอเข้าไปใกล้ขณะที่นายโอห์มจ้องฉันเขม็ง ยกมือขึ้นกำหมัดแน่นจนสั่นแต่ไม่กล้าทำอะไร

โธ่…นึกว่าจะแน่!!

“จะพูดอะไรก็เรื่องของเธอ” เหมือนนายหมาปั๊กจะควบคุมตัวเองได้แล้ว สังเกตจากมือที่ค่อยๆ คลายออกแล้วกระตุกลงแนบข้างตัว “ก่อความวุ่นวายจนพอใจแล้วก็ช่วยย้ายหางม้ายาวๆ ของเธอกลับห้องไปเรียนเลยไป”

ฉันขมวดคิ้วอย่างงุนงงพลางยกมือขึ้นจับผมที่มัดข้างแบบสูงของตัวเอง “หางม้าฉันมันทิ่มลูกกะตานายหรือไงถึงมาพาลใส่เนี่ยฮะ”

“ใช่! กลัวไม่เด่นหรือไงเจ๊ ถ้าอยากมัดสูงขนาดนี้ วันหลังมัดกลางหน้าผากเลยก็ได้นะ จะได้ยิ่งกว่าเด่น” หมอนั่นยื่นนิ้วชี้เข้ามาใกล้ก่อนจะดุนหน้าผากฉันเต็มแรง หน้าฉันหงายตามแรงดันเล็กน้อย นี่มันจะมากไปแล้วนะ!และพอรู้สึกเหมือนมีคนคอยดันหลังเพื่อช่วยทรงตัว ฉันจึงตั้งหลักได้ก่อนจะคว้าข้อมือหมอนั่นหมับ!

“ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ นายมันพวกชอบใช้ความรุนแรง” ฉันเพ่งนายหมาปั๊กอย่างโกรธจัด แล้วเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือสุดแรง แต่มันก็ค่อนข้างทุลักทุเลเพราะข้อมือมันไม่ใช่ว่าจะวนรอบได้ง่ายๆ

โอห์มขมวดคิ้วจนหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด เอาอีกแล้ว…หน้าย่นอีกแล้ว อารมณ์เสียอีกแล้วล่ะสิ หึ!ฉันมองแล้วยิ้มหยันออกมาก่อนจะรีบหันข้างหาแนวร่วม

“ใช่ไหมพวกเรา!”

“ใช่แล้วท่านเจ้า!”

“แถมยังรังแกสุภาพสตรีด้วยครับ”

“ออกไป! ออกไป! ออกไป!”

นายหมาปั๊กบิดมือออกอย่างแรง ข้อมือฉันปวดร้าวจนต้องปล่อยเขาและชักกลับมาเป่าฟู่เบาๆ …เกลียดจริงๆ พวกชอบใช้กำลังเนี่ย! ถึงนายจะไม่ได้เริ่มก่อนแต่ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิงนะเฟ้ย!

ก่นด่าในใจเสร็จ เท้าทั้งสองข้างก็พาฉันเดินตรงไปข้างหน้าก่อนจะสบตาสีเทาที่จ้องเขม็งกลับมาเช่นกัน

“นายไม่เหมาะสมกับตำแหน่งสภาสูง”

“แล้วไง?”

“ออกจากตำแหน่งไปซะ!”

นายหมาบ้าเอียงคอเล็กน้อยเหมือนกับไม่ได้ยินคำสั่ง หมายความว่าไง? อ๋อออ นี่จงใจกวนประสาทกันใช่มะ? แต่แล้วฉันก็แทบผงะเมื่อโอห์มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับเลิกคิ้วหนาขึ้นก่อนจะโขกหน้าผากเต็มแรงจนฉันมึน “ไม่ออก…มีไรป้ะ?”

ฉันยกมือทั้งสองขึ้นลอดผ่านช่องว่างเพื่อดันหน้าเขาออกอย่างขยะแขยง ยี้! เมื่อกี้มือฉันโดนปากเละๆ ของมันด้วยอ้า ยังไม่พอ…น้ำมังคุดติดมือกลับมาอีก

ทุเรศที่สุดเลย!!

ฉันก้มหน้าถูมือเข้ากับกระโปรงแรงๆ เสียงหัวเราะหึๆ ดังลอดเข้ามาตัดเส้นประสาทสุดท้ายให้ขาดผึง หมดแล้ว…พอกันที! หัวเราะเสียงแบบนี้มันหมายความว่าไง? เยาะเย้ยเหรอ? ด้ายยย อยากลองดีกับจันทร์เจ้าใช่มั้ย…เดี๋ยวจัดชุดใหญ่ให้!!

คิดได้ดังนั้นมือฉันก็แหวกปากถุง แล้วหยิบกล้วยสีน้ำตาลใกล้เน่าเต็มแก่ออกมา เป็นจังหวะเดียวกับเสียงตึกๆ เหมือนส้นกระแทกพื้นดังขึ้นจากด้านขวา

ฉันใช้หางตาสำรวจก็พบว่าร่างสูงเพรียวของใครบางคนกำลังวิ่งตัดหน้า แล้วโฉบกล้วยในมือฉันก่อนจะเขวี้ยงลงพื้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นรองเท้าหนังสีดำของเขาก็บดขยี้จนเนื้อมันทะลักออกมา

ร่วมไว้อาลัยแด่ผู้กล้า ท่านกล้วยน้ำว้าสามวิ…(_ _)//

“เลิกเล่นเป็นเด็กอนุบาลกันซักทีพวกอนารยชนทั้งหลาย” เสียงเรียบจากฆาตกรใจโหดทำให้ฉันเลิกเสียใจแล้วเงยหน้าขึ้น หน้าเรียวแก้มบุบเหมือนปลากระป๋องหมดอายุแบบนี้ ตาสีดำที่ชอบหรี่ลงแบบนี้ จะเป็นใครได้นอกซะจาก…สภาสูงงี่เง่าที่มีหน้าที่สร้างมิตรระหว่างโรงเรียน แต่มักได้ศัตรูกลับมาทุกทีล่ะ

ฉันแลบลิ้นใส่อย่างหมั่นไส้ ซอมบี้แก้มตอบแสยะยิ้มให้ก่อนจะปิดหนังสือในมือดังลั่นจนฉันสะดุ้ง

ในเวลาแบบนี้ยังพกหนังสือ ‘รักกับมนุษย์ต่างดาว’ มาอ่านต่อด้วยเหรอวะ? (เห็นอ่านตั้งหลายปีแล้วเมื่อไหร่มันจะอ่านจบ)

หมอนั่นถือสันปกด้วยมือข้างเดียวแล้วชี้ไปยังด้านข้าง ฉันมองตาม สารวัตรทั้งหลายต่างยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้านี่แทบไม่กระดิก ในขณะที่นายหมาปั๊กเจ้านายมันกลับยืนหน้าย่น โดนเพื่อนกินซีนไปโดยปริยาย วะฮะฮ่าๆ!

“พวกนายมัวยืนโง่อยู่ทำไม ถ้าไม่ช่วยกันห้ามก็เอาขยะพวกนี้ไปทิ้งด้วย”

คนถูกใช้งานพยักหน้ารับก่อนจะเดินตรงเข้ามาทำตามคำสั่ง ว่าแต่…เย้ย! มันสั่งให้ทิ้ง? ทิ้งอะไร!?

“ไม่ได้!” ฉันรีบตะโกนก้องเมื่อรู้ว่านายขี้เก๊กแก้มตอบมันหมายถึงป้ายจำนวนมหาศาล กับถุงขยะสีดำที่กองเรียงรายอยู่บนพื้น ฉันวิ่งเข้าไปแล้วใช้มือผลักแผงอกล่ำๆ ของสารวัตรนับสิบเต็มแรงให้ถอยห่าง พร้อมกับกางแขนทั้งสองออกอย่างปกป้อง “นี่มันของของฉัน!!”

สารวัตรชุดดำมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่กล้าเข้ามายุ่งอีก แหงสิ! จันทร์เจ้าคนนี้ใช่ว่ากระจอกงอกง่อยซะที่ไหน

“งั้นเธอก็ช่วยเอามันไปทิ้งเดี๋ยวนี้เลย เห็นสภาพแวนนายด์ สแควร์ไหมว่ามันสกปรกเพราะความงี่เง่าของเธอมากขนาดไหน?” แขนของฉันค่อยๆ ลดระดับลงตามความเมื่อยที่เพิ่มมากขึ้น สายตาพลางกวาดมองตามพื้นก็พบกับเศษเนื้อเละๆ กับน้ำผลไม้หลากสีสันหกเลอะเทอะเต็มไปหมด ฉันอ้าปากพะงาบๆ อย่างไร้คำแก้ตัวใดๆ “แล้วกลุ่มนักเรียนพวกนั้นไม่มีห้องให้กลับไปเรียนหรือไง”

“มะ…มีครับ T_T”

“ไปสิ!!”

“ครับ!T^T”

“แกนี่มันสุดยอดจริงๆ ว่ะเพน” นายหมาบ้าตบบ่าคนตรงหน้าพร้อมกับเสนอหน้าย่นๆ ขึ้นมาออกความเห็น ส่วนนายซอมบี้ยังใช้ตาดำสำรวจความเน่าเฟะโดยรอบไม่เลิก ก่อนที่ฉันจะเหลือบซ้ายขวาก็พบว่าลูกกระจ๊อกทั้งหลายต่างกำลังแบกป้ายกับถุงดำไว้บนไหล่

นี่พวกแกยอมแพ้แล้วเหรอ?

อย่าลืมสิว่าเบื้องหลังพวกมันน่ะ…เละตุ้มเป๊ะไม่ต่างกับผลไม้ในถุงขยะนั่นหรอก!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะพวกนาย ไม่ต้องไปกลัวมัน!”ขายั้วเยี้ยของกลุ่มคนตรงหน้าหยุดชะงัก ฉันยิ้มมุมปากอย่างพอใจแล้ววิ่งไปกระชากป้ายสีขาวจากนายหัวน้ำเงิน ก่อนจะหมุนตัวกลับมา และพลิกฝั่งตัวอักษรที่ลงมือเขียนกับมือให้นายหมาบ้ากับนายซอมบี้ขี้เก๊กเห็น “อ่านแล้วเข้าใจหรือยังว่าทำไมฉันถึงออกมาประท้วงวันนี้!”

คิ้วเฉียงๆ ของเพนเลิกขึ้น “เธอหมายถึง… ‘ออกไปซะแอรอน เราไม่ต้องการคนหัวเหม่ง’น่ะเหรอ?”

โอห์มย่นจมูกก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัยแล้วพลิกป้ายด้านตัวอักษรกลับมาอ่านบ้าง เออว่ะ! อ้ากกก…ผิดป้าย

อับอายอ่า TOT

ฉันโยนป้ายในมือทิ้งแล้วกระแอมแก้เขิน “งั้น…ฉันขอพูดแบบไม่ต้องอาศัยสคริปต์!”

“เชิญ”

ปากฉันอ้าอย่างเตรียมพร้อมแต่นายหมาบ้ายังโน้มตัวกุมท้องหัวเราะไม่เลิก ซอมบี้แก้มตอบเลยเอาสันปกกระแทกกลางหลังหมอนั่นเสียงดังป้าบ! เขานิ่วหน้าก่อนจะยืดตัวขึ้นฟังฉันพูดต่อแต่โดยดี

“เลิกไร้สาระซักที…โอเค ว่ามา”

“เมื่อวานฉันเห็นคิงตีแขนเด็ก” ฉันยกมือขึ้นกำหมัดก่อนที่นิ้วชี้จะเด้งออกมาเหยียดตรง

“ช่วยไม่ได้ เด็กมันทำง้องแง้งใส่จนน่ารำคาญก่อนนี่ ถ้าเป็นฉันนะ ถีบโครมตกคลองว่ายน้ำไปหาแม่นานแล้ว” โอห์มแทรกพลางบิดคอไปมา ทันใดนั้นสันหนังสือก็ลงทัณฑ์ กระแทกเขาที่กลางหลังอีกรอบ ฉันจิกตามองนายหมาปั๊กที่หันไปทำหน้าย่นใส่คนข้างๆ “แกเป็นเพื่อนฉันเปล่าวะ?”

“นายก็ช่วยฟังยัยนี่พูดให้จบก่อนได้ไหม?”

“นี่พวกนาย!ฉันจริงจังอยู่นะ”ฉันถอนหายใจพรืดรอจังหวะให้พวกเขาเลิกเถียงกันก่อนที่ทั้งคู่จะหันหน้ามามองฉันในที่สุด เฮ้อออ ให้มันได้อย่างนี้สิซาร่า “สอง! พวกนายแหกกฎกันเอง เห็นมั้ย? ขนาดเสื้อยังออกนอกกางเกงเลยอ่ะ!”

ซอมบี้แก้มบุบปรายตามองคนข้างๆ โอห์มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเอาชายเสื้อที่ยับยู่ยี่เหมือนไม่ได้ผ่านการรีดยัดเข้ากางเกงอย่างลุกลี้ลุกลน

โธ่เอ๊ย!! ความผิดคาตา =_=

เพนถอนหายใจเฮือกใหญ่“…ต่อสิ”

“สาม สภาสูงฝ่ายค้านของแวนนายด์มันขี้เกียจ ให้ฉันทายตอนนี้มันยังมาไม่ถึงโรงเรียนด้วยซ้ำ เอาหัวยัยจันทร์เจ้าคนนี้เป็นประกันเลย!” ฉันยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจในสายสืบของตัวเอง ก่อนที่นิ้วก้อยจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาอย่างยากเย็นเมื่อฉันคิดข้อต่อไปไม่ออก

ซอมบี้ขี้เก๊กโบกหนังสือไปมา

“โอเค พอเถอะ…แล้วเธอจะให้พวกฉันทำไง?”

“ถามโง่ๆ”ฉันหดมือทั้งหมดมากำหมัดแน่นแล้วชี้หน้าพวกเขา “ออกจากตำแหน่งไปซะ!”

“เนี่ย! ตอนแรกยัยนี่ก็พูดกับฉันแบบนี้”โอห์มว่าพลางปัดนิ้วฉันออกอย่างแรง ฉันจึงดึงมือกลับมากอดอก เชอะ รู้งี้จิ้มให้ตาบอกไปก็ดีหรอก

 “เงียบ แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันซะโอห์ม” คนถูกดุไหวไหล่ก่อนจะเสยผมตั้งๆ ไปข้างหลัง จากนั้นก็เอามือลงมาล้วงกระเป๋าทำเป็นเท่ ขณะที่เพนกลอกตาไปมาแล้วเบือนหน้ามาสบตากับฉัน “แล้วถ้าฉันตอบว่า ‘ไม่’ ล่ะ?”

“หน้าพวกนายมันทำด้วยคอนกรีตหรือไง ผิดแล้วก็รู้จักยอมรับแล้วลาออกไปอย่างแมนๆ หน่อยเซ่!” เพนทำทีเป็นลอยหน้าลอยตาไม่สนใจกับคำเสียดสี ส่วนนายหมาบ้าก็เอาแต่ยืนก้มหน้าอย่างสงบปากสงบคำอยู่นั่นแหละ!ได้…ในเมื่อพวกนายเป็นคนบังคับให้ฉันต้องใช้วิธีสุดท้าย… “ถ้างั้นฉันจะเอาความผิดพวกนายไปฟ้องพ่อ ทีนี้…พวกนายเตรียมหิ้วกระเป๋าออกจากตำแหน่งได้เลย!!”

เสียงฮือฮาจากลูกระจ๊อกข้างหลังกับสารวัตรชุดดำตรงหน้าดังระงม ก่อนจะเงียบลงเมื่อเพนชูหนังสือรักนอกโลกอะไรนั่นขึ้นฟ้า แล้วกระชากมันลงมาชี้ใส่หน้าฉันในระดับสายตา

“งั้นฉันจะคอยดูว่ามาสเตอร์จะเชื่อใคร ระหว่างพวกฉันที่มักสร้างผลงานกับแวนนายด์ กับเธอ…เด็กน้อยที่คอยสร้างแต่ความวุ่นวายมาให้มาสเตอร์ต้องปวดหัวไม่เว้นวัน :)”

“ไอ้…ไอ้ซอมบี้!!!” ฉันตะโกนก้องแล้วปัดหนังสือหมอนั่นให้พ้นทาง ในขณะที่หัวใจเต้นแรงและเร็วอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธ เพนยิ้มหยันก่อนจะโน้มตัวหยิบหนังสือของเขาจากพื้นขึ้นมา ทำทีเป็นปัดฝุ่นออกอย่างรังเกียจจากนั้นก็หันหลังเดินจากไปพร้อมกับนายหมาปั๊กกับสารวัตรทั้งหมด

บ้าเอ๊ย!!

“ละ…แล้วทำไงกับถุงผลไม้พวกนี้ดีอ่ะครับ?”

“เอาไปกินมั้ง! ทิ้งขยะสิวะ!”







 







 
    
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 285 ท่าน