Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
I’m Gonna Be A Liar
Black Mook
Before I’m Liar
1
26/02/2555 19:56:04
487
เนื้อเรื่อง

“สวัสดีค่ะ …ทราบหรือยังค่ะ ว่าตอนนี้ เขากำลังอยู่กับผู้หญิงอีกคน”


“นี่ใครค่ะ”


“ผู้หวังดีค่ะ”


“ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร …แต่ แค่นี้นะค่ะ”

 


เสียงของผู้หวังดีคนนี้ โทรเข้ามาในเช้าวันเสาร์ ไม่เข้ากับบรรยากาศอันสดใส ที่เต็มไปด้วยน้ำค้างทอประกาย สะท้อนแสงแดด บนดอกกล้วยไม้ ที่ฉันกำลังชื่อชมเลย สักนิดเดียว  


‘ความสดใส ของน้ำค้าง มันช่างต่างกับ หยดน้ำตา ที่สะท้อนในตาของฉันจริงๆ …“พีช คุลิกา”’


“พี่กัน อยู่ไหนค่ะ” ฉันตัดสินใจกดโทรศัพท์ ด้วยมืออันสั่นเทาหลังจากเวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง


“ก็…พี่กำลังขับรถ ออกจากบ้านไงครับ เดี๋ยวอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงบ้านพีชแล้วนะ”


“พี่..อยู่กับใครค่ะ”


“พี่อยู่คนเดียว…ปกติ พีชไม่ถามพี่แบบนี้มีอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังสงสัย และด้วยนิสัยของฉัน ที่เขารู้ดีว่า ไม่เคยโกหกเขาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว และแน่นอน ครั้งนี้ ฉันก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่ อีกครั้ง…


“มีคนโทรหาครีมเมื่อเช้า เขาบอกว่า พี่อยู่กับคนอื่นค่ะ”


“แล้วพีชก็เชื่อ?”


“แล้วจะให้พีชคิดยังไงค่ะ”


“ก็ได้…เดี๋ยวพี่จะเหยียบรถไปให้ถึงบ้านน้องพีชในสิบห้านาที แล้วพี่จะพาพีชมาหาแม่ที่บ้าน ถามแม่พี่เลยก็ได้ ว่าเมื่อคืนพี่อยู่บ้านหรือเปล่า…จะได้ไม่สงสัยอีกดีไหม”น้ำเสียงหงุดหงิด และคำพูดที่ดูจริงใจ ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฉันรัก และกำลังจะฝากชีวิตไว้กับเขา ผู้ชายที่เคยพิสูจน์แล้วว่า เขาจริงใจแค่ไหน…ด้วยระยะเวลา สามปี ที่ตามจีบฉันมา โดยที่ฉันไม่เคยแสดงออก ว่าสนใจในตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว …ผู้ชายที่พิสูจน์แล้ว ด้วยระยะเวลาอีก สองปี ที่ไปเรียนต่อ เขาไม่เคยที่จะขาดการติดต่อ และ พี่ชายของฉัน ก็บอกเสมอว่า เขาไม่เคย มองผู้หญิงคนอื่นเลย ถึงแม้ว่าจะมีคนตามชอบเขามากมายก็ตาม…นี่คือคนที่ฉันเชื่อใจ มอบใจ และวางใจ จากที่เคยเป็นคนกลัวความรัก แต่เขา ทำให้ฉันรู้จัก คำว่า “รัก” และ “เชื่อใจ”


“ไม่ต้องหรอกค่ะ …พีชเชื่อใจ” ท้ายเสียงของฉัน ออกจะโล่งอกเล็กน้อย ที่เขากล้าพิสูจน์ความจริงในทันที แต่ตอนนี้ ฉันไม่ต้องการความจริงนั้นอีกแล้ว เพราะความระแวงสงสัย ไม่ใช่สิ่งที่คนรัก ควรมีให้กัน


“เสียงแบบนี้ แปลว่ายิ้มออกแล้วสิ…เชื่อคนอื่นมากกว่าพี่ได้ยังไง”


“ไม่ได้เชื่อนะค่ะ…จะถามเฉยๆ…โทรศัพท์อย่าขับรถค่ะ เจอกันที่บ้านนะค่ะ แต่งตัวรอนานแล้ว สวัสดีค่ะ” หลังจากสบายใจ ฉันก็กลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อน ที่ร่าเริงสดใสทันที ก่อนจะรัวคำพูด และตัดสายทิ้ง เพื่อจะรีบไปล้างคราบน้ำตาและแต่งตัว ก่อนที่‘พี่กัน เกียรติกมล’จะมารับไปทานข้าว  


โซฟาสีน้ำตาล ที่ฉันกำลังเอนหลัง พร้อมหนังสือนิยาย ปิดหน้า ยุบตัวลง เหมือนมีน้ำหนักมากดทับแถวข้างเอว


“ไปเปลี่ยนชุด” คำสั่งจากเสียงที่คุ้นเคย ทำให้ฉันลดหนังสือ และเบ้ปากอย่างขัดใจ


“โถ่…พี่กัน…ก็ตอนพีชถามว่าจะไปกินร้านไหนพี่ก็ไม่บอก…”


“ก็เลยประชด” ชายหนุ่มมองชุดตั้งแต่เสื้อยืด ไปจนถึงกางเกงแล้วยิ้มมุมปาก จนฉันต้องเด้งตัวลุกขึ้นยืน แก้มที่เคยขาวซีด น่าจะมีสีแดงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว…


“ไม่ได้ประชดค่ะ…แต่ถ้าใส่กระโปรงแล้วไปปิกนิกที่สวนขึ้นมา พีชไม่กลายเป็นตัวตลกหรอ?”


“วันนี้พี่ไม่ได้จะพาไปสวน…ไปเปลี่ยนชุดดีๆ เอาให้สวยที่สุด พอที่จะเดินเข้าไปในโรงแรมได้ โดยที่ไม่โดนเขาไล่ออกมานะค่ะ” ฉันมองหน้าเขา อีกครั้งอย่างสงสัย


“ชวนครีมเข้าโรงแรม พีชจะไปฟ้องพี่เคกับแม่”รอยยิ้มเยาะของผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงได้ดูสดใสร่าเริงเข้ากับดวงตาสดใส จมูกโด่งได้รูป ความสูง 182 ผิวสีแทน ไม่แปลกใจเลยที่ฉันต้องหลบตาเขาเป็นประจำทั้งที่เราเป็นแฟนกันมาตั้ง ห้าปี


“ฟ้องเลย..เพราะไอเคพาแม่ออกรถไปแล้ว มัวแต่อ่านหนังสือจนไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะเรา…ถ้าพี่เป็นโจรจะทำยังไง” มือทั้งสองรั้งเอวของฉันเขามาใกล้จนหน้าเราชิดกัน แล้ว ริมฝีปากอุ่นๆ ก็ประทับลงมาอย่างคุ้นเคย เขาจะทำลายสติของฉันเหมือนทุกๆครั้ง เขาอบอุ่น นุ่มนวลและให้เกียรติฉันเสมอ เราไม่เคยเกินเลยมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะอยู่กันสองต่อสองมานับร้อยครั้ง…เขาจะเป็นฝ่ายเริ่ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกไปเอง ส่วนฉันเอง ก็ยอมรับว่า เสียดายนิดหน่อยเหมือนกัน …เอ๊ะ ไม่ใช่สิ!!!


“ไป เปลี่ยน ชุด” เขาถอนริมฝีปากออกไป แล้วก็จับไหล่ฉัน หมุนตัว แล้วก็ลากขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน …


“พี่กันเลือกชุดให้พีชสิค่ะ”


“ก็ดีเหมือนกัน วันนี้จะได้ชุกที่ถูกใจพี่หน่อย” เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วผลักไม้แขวน มองทีละตัวอย่างชั่งใจ แล้วทำหน้าคิด เหมือนเลือกยากมากมาย ก็จะหยิบกระโปรงสีเทาเปิดไหล่ออกมาจากตู้ ทำให้ฉันแปลกใจกว่าเดิม


“ทำไมเลือกชุดนี่ค่ะ?กระโปรงสีชมพูมีตั้งหลายตัว เห็นพี่ชอบบ่นว่า พีชใส่แต่สีเทา ดำ น้ำตาล” ก็คุณชายคนนี้เอาแต่บ่นว่าแฟนใส่สีซ้ำๆกันทุกวัน จนฉันต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าสีๆมาประดับตู้บ้าง แต่พอให้มาเลือกเอง กลับเลือกสีเทา ขัดกับคำพูดตัวเองสิ้นเชิง


“ก็วันนี้ พี่อยากให้พีชเป็นตัวเอง ที่สุดนี่ค่ะ…พี่ไปรอข้างนอกนะ” เมื่อเสียงปิดประตูเรียบร้อย ฉันก็จัดแจงแปลงโฉม และลงไปปลุกเจ้าชายนิทราที่นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา ก่อนจะขับรถ เพื่อไปยังจุดหมาย …ที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า มันจะเป็น จุดเริ่มต้น ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในชีวิต

____________________________

 

“แต่งงานกับพี่นะ” คำพูดเบาๆ ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ ทั้งสองฝ่าย แทบทำให้ฉันหยุดหายใจ แหวนเพชรหลายกะรัต วงนั้นถูกซ่อนอยู่ในเค้ก ที่สั่งทำพิเศษ…แล้วเขาก็บรรจงสวมแหวนให้เธอ…พี่สาว…ลูกพี่ลูกน้องคนสวยของฉัน…


“พลอย จะไปไหนนะลูก” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างกะทันหัน เพราะทนนั่งต่อไปอีกไม่ไหว ขณะที่ญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ ของทั้งสองฝ่าย มีแต่ความยินดี


“พลอยปวดท้องค่ะแม่ ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือเปล่า ถ้าหนูไม่ไหว คงจะขอกลับบ้านก่อนนะค่ะ” ฉันลากขาที่แทบจะไร้เรี่ยวแรง ออกมาจากตรงนั้น โดยที่พบเพียงสายตาเศร้าๆของเขา ว่าที่เจ้าบ่าวของพี่สาว สบตาแค่เพียงเสี้ยววินาที…คำโกหกของผู้ชาย มีผลต่อจิตรใจคนเสมอ คำว่ารัก และคำว่ารอ ทำให้ฉันยังคงหายใจต่อ ยังคงเก็บเรื่องของเรา ไว้เป็นความลับ เพราะฉันยังรัก และไม่พร้อมที่จะจากเขาไป ฉันเป็นแค่เพียงส่วนเกิน ที่แทรกเข้ามา ในชีวิตที่กำลังมีความสุข ของเขา พี่กัน และพี่พีช วันนี้ ฉันจะทำยังไง…ฉันกำลังจะใช้สามี ร่วมกับพี่สาว ลูกในท้องของฉัน จะคิดยังไง ที่พ่อของเขา จะกลายเป็น สามีป้าแท้ๆ ขณะที่ขากะลังจะก้าวไปถึงประตูโรงแรม สติของฉัน ดับวูบลง อาจจะเกิดจากความอ่อนเพลีย หรือความเสียใจที่เพิ่มขึ้น ทุกลมหายใจ…แม้แต่แรงที่จะก้าวให้พ้นโรงแรมนี้…ฉันก็ไม่มีวันทำสำเร็จสินะ


“คุณครับๆ”เสียงทุ้มนุ่มๆของใครบางคน ปลุกให้ฉันตื่นจากความมืด กลิ่นยาหม่องที่คุ้นเคยนี้ ช่างเหมือนที่อาม่าใช้จริงๆเลย ความคิดที่มีความสุขเล็กๆ ผุดขึ้นมาในหัวสมองมืดทึบ ก่อนที่ฉันจะพยายามลืมตา ที่หนักอึ้งขึ้น เพื่อพบกับความจริงอีกครั้ง และพบว่าตัวเองกำลังนอนเหยียดยาว อยู่ที่ลอบบี้โรงแรม


“หายใจเข้าลึกๆนะครับ อย่าพึ่งรีบลุก” เสียงของผู้ชายอีกคน คนแปลกหน้า ทั้งสองคนนี้ มองยังไงก็ไม่เหมือนพนักงานโรงแรมจริงๆ คนหนึ่ง อยู่ในชุดสูทสีเทา อายุไม่น่าจะเกินสามสิบ ส่วนอีกคน คงจะเป็นพ่อลูกกัน มองจาก จมูกโด่งๆกับดวงตาชั้นเดียว ที่อบอุ่น พวกเขาคงจะเป็นคนดีจริงๆ


“ฉัน คงจะเป็นลมไป” เสียงของฉัน ฟังดูเบาบางและขาดพลัง ในขณะที่พูด ก็หลุบตาลงต่ำ อย่างเกรงใจ


“ผมเห็นคุณกำลังจะล้ม…ก็เลยไปรับตัวไว้ได้ทันพอดี” ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างใจดี ซึ่งมันก็ทำให้ฉันคิดถึงใครอีกคน ใครอีกคนที่ทำให้ฉันคิดถึงเขามากเหลือเกิน ทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม


“ขอบคุณมากนะคะ…ถ้าฉันล้มไปคงจะเป็นเรื่อง” ระหว่างพูด ฉันก็เผลอเอามือลูบท้องอย่างเบามือ ในขณะที่การกระทำนี้ คงไม่พ้นสายตาหนุ่มใหญ่อีกคน


“ช่วงท้อง ลุงว่าหนูน่าจะระวังมากกว่านี้หน่อยนะ …หมดแรงเอาดื้อๆแบบนี้ อันตรายนะหนู แล้วทำไมแฟนถึงปล่อยให้หนูมาคนเดียวละ?”


“คือ เขาติดธุระค่ะ พลอยก็เลยมาคนเดียว คิดว่าจะมาแสดงความยินดีกับพี่สาวแล้วกลับบ้านเลย ไม่คิดว่าจะเป็นลมไปซะก่อน” คำโกหก ที่เหมือนไม่ได้โกหก ทำให้สายตาของคุณลุงดูคลายความเป็นห่วงลง


“อ้าวคุณกฤต มาทำอะไรที่นี่ค่ะ” แม้จะหันหลังให้ ฉันก็รู้จักเจ้าของเสียงนี้ดี…ป้าพัด และเสียงคนนับสิบที่เดินออกมาหลังเลี้ยงฉลอง สวรรค์…ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่ดีเท่าไหร่ แต่ได้โปรดเถอะ


“ผมนัดลูกค้าไว้ครับ…แล้วคุณพัดมาทำอะไรครับเนี่ย”


“แหม…ก็ลูกสาวกำลังจะแต่งงานนะค่ะ ยังดีที่หนุ่มสาวสมัยนี้ เขารู้จักเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ มาเป็นพยาน วันขอแต่งงาน เราเลยได้ยิ้มหน้าบานไปด้วย…เอ๊ะ นั่นยัยพลอย ไหนว่ากลับบ้านไปแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่าลูก หน้าซีดๆ” ถึงแม้จะพยายามหลบหน้าแค่ไหน แต่เรื่องหลบคนนับสิบในครั้งนี้ คงทำได้ยากเต็มที


“นี่หลาน ที่คุณพัดพูดถึงหรือครับ” คุณลุงใจดี ทำหน้างงๆเล็กน้อย คุณป้ายิ้มและพยักหน้าให้เล็กน้อย อย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่ ฉันจะห้ามปรามอะไรได้ทัน คุณลุงก็พูดแทรกขึ้นมาอีกประโยค จนฉันแทบจะละลายหายไปกับอากาศ


“ผมว่า ผมคงไม่สะดวก ให้แกมาทำงานด้วย ในช่วงนี้นะครับ คนกำลังท้อง น่าให้พักผ่อนอยู่บ้านมากๆ” สีหน้าของป้าพัดซีดลงทันที ฉันกวาดตาหันไปมองหน้า แม่ พี่เค พี่พีช ลุงสิทธิ์ พ่อแม่ของเขา และที่สำคัญ เขาคนนั้น พี่กันของฉัน ถ้าเทียบกันแล้ว เขา คงจะเป็นคนที่หน้าซีดกว่าใคร


“พลอย ป้าคิดว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุณกัน น้องพีช ไปเปิดห้องที่โรงแรมให้แม่ด้วย รบกวนน้องกันมามากแล้ว เดี๋ยวป้าขอจัดการเรื่องในครอบครัวก่อน เอาไว้เราคุยกันเรื่องวันแต่งงานอีกทีพรุ่งนี้นะค่ะ” สิ้นสุดคำสั่งของคุณป้า พี่พีชก็วิ่งไปจัดการทันที ก่อนจะนำกุญแจกลับมา ในขณะที่พ่อแม่ของพี่กัน เดินเลี่ยงไปทางลานจอดรถ อย่างผู้ใหญ่ที่เข้าใจสถานการณ์ โดยกล่าวคำลาเพียงสองสามคำ เช่นเดียวกันกับคุณลุงกฤต และลูกชาย ที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจอะไรนิดหน่อย แต่เมื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็คงจะไปพบลูกค้า ตามที่ได้นัดไว้แต่แรก…มันคงถึงเวลาแล้ว ที่กรรมจะตามสนองคนอย่างฉัน ระหว่างที่เราขึ้นลิฟต์ ไปจนถึงที่ห้อง ไม่มีใครพูดอะไรสักคำเดียว ดูเหมือนทุกคน จะรู้ดีว่า ระเบิดเวลาของแม่ และป้าพัด กำลังนับ…ถอยหลัง


  “ใคร…ยัยพลอย” น้ำเสียงคาดคั้น และแรงกดบนต้นแขนของฉัน ทำให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่าง เจ็บปวดใจ ที่ทำให้คนเป็นแม่เสียใจได้มากขนาดนี้ และเมื่อคนที่แม่ถามถึง ยืนอยู่ในห้องนี้ด้วย อย่างไม่รู้สึกรู้สา…จะให้ฉันบอกอะไร


“พลอย…ป้าไม่ได้อยากให้หลานอาย ที่อยู่ต่อหน้าคนทั้งครอบครัวแบบนี้ แต่ป้าอยากให้หลานรู้ว่า ยังไง เราก็เป็นคนครอบครัวเดียวกัน ทุกคนจะเป็นพยาน และช่วยกันจัดการกับเรื่องของหลานให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้น เชื่อใจคนในครอบครัว แล้วบอกความจริงมาเถอะ” ดวงตาของฉัน ก้มลงต่ำ มองแต่เท้าของตัวเอง ขณะนี้ เริ่มสั่นไหว ด้วยความไม่แน่ใจ ทั้งน้ำตา


“ผมว่าเราอย่าคาดคั้น น้องพลอยเลยครับ…แกคงจะกดดันมาก รอให้แกพร้อมกว่านี้ดีกว่า” เสียงที่พยายามจะแก้สถานการณ์ของพี่กัน เริ่มทำให้ฉันรู้สึก อยากตะโกนความจริงออกไปเพิ่มขึ้น


“รอให้พร้อม จนคลอดออกมา แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? บอกแม่มาสิพลอย ใครทำให้ลูกเป็นแบบนี้” แม่เขย่าต้นแขนของฉันจนเป็นจ้ำแดง ยังดีที่พี่พีชมารั้งตัวแม่เอาไว้ ไม่งั้น แขนของฉันคงจะเจ็บยิ่งกว่านี้ คนที่ฉันทำร้ายมากที่สุด จนวันนี้ เขาก็ยังคงช่วยฉัน เหมือนกับที่เคยช่วยตลอดมา และเมื่อทุกคนเห็นว่าฉัน ยังเงียบและไม่ปริปากอะไรออกมา ในห้องจึงมีเพียงเสียงสะอื้นของแม่ และความเงียบที่ครอบคลุมใจของผู้ร่วมเหตุการณ์ทุกคน


“พวกเราทุกคนรักพลอยนะ…น้องบอกมาเถอะว่าใคร…พี่ชายคนนี้จะจัดการให้” พี่เคน้ำตาไหล ลดตัวคุกเข่าลงมา กอดน้องสาวที่สะอึกสะอื้น อย่างอบอุ่น พี่ชายที่อบอุ่นคนนี้ควรจะได้รู้หรือเปล่า ว่าระหว่างที่เราไปเรียนเมืองนอกพร้อมกันสามคน ทั้งพี่เค ทั้งพี่กัน และฉัน ความใกล้ชิด ความอบอุ่น และความริษยาทำให้ฉัน ทำอะไรลงไปได้บ้าง


“พลอย…ขอโทษ พลอยรักพี่เคนะคะ พลอยเชื่อใจพี่เค” เสียงกระซิบแผ่วเบา หลุดออกมาจากปากบางๆของฉัน ปากที่ใครบางคนในห้อง คงอยากจะเย็บให้มันติดกันทันที ถ้าเขาคนนั้นทำได้


“พอได้แล้วพลอย”เสียงกึ่งขู่และบังคับ ไม่สามารถทำให้ฉันล้มแผนการ ที่เตรียมมาเป็นอย่างดีได้


“พี่กัน…จะให้พลอยพอ แล้วพี่เคยให้อะไรกับพลอยบ้าง นอกจากคำโกหก หลอกลวง แล้วสุดท้ายก็จะมาแต่งงานกับพี่สาวพลอย ทั้งๆที่พลอยกำลังท้อง แล้วพี่ก็คือคนที่รู้ดีที่สุด” ฉันกระโจนตัวลงจากเตียง ทุบลงบนหน้าอกหนาที่คุ้นเคย วันนั้น…มันคือหมอนที่อบอุ่น แต่วันนี้…มันคือเป้าหมาย ที่ฉันอยากจะทำร้ายให้ ‘เจ็บที่สุด’เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะมีแรงทำได้ คำสาระภาพอย่างกะทันหันของฉัน ทำให้ใครหลายๆคนในห้อง มีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป บางคนแสดงออกทางสีหน้าว่าสับสน บางคนตระหนกตกใจ บางคนแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ

แต่ที่แสดงออกชัดที่สุด

คือสีหน้าของเธอคนนั้น แววตาที่สั่นไหว แสดงออกว่าเจ็บปวด ราวกับได้สูญเสีย…หัวใจทั้งดวงไปแล้ว

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 355 ท่าน