Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The Secret Dragon............
ติ่งฟู
12 ธันวาคม
5
23/02/2555 17:27:49
445
เนื้อเรื่อง
ฉันเดินเข้ามาภายในห้องของฉัน แต่ก็กลับเห็นแต่ความว่างเปล่า OO!นายมิกเชลหายไปไหนของเขานะ ห้องน้ำก็ไม่มี ห้องครัวก็ไม่อยู่ ฉันหาจนครบทุกห้องแล้วแต่ก็ยังไม่เจอนายมิกเชลเลย แต่พอฉันมองออกไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ตรงข้ามกับห้องเช่าที่ฉันเช่าอยู่ ภายในสวนสาธารณะนั้น ฉันเห็นใครคนหนึ่งนั่งงอเข่าอยู่ใต้ต้นไม้โดยมีแสงไฟสลัวจากแสงไฟที่อยู่ข้างถนนซึ่งสามารถทำให้เห็นได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร
ฉันเดินเข้าไปหานายมิกเชลที่กำลังนั่งก้มหน้างอเข่าอยู่ใต้ต้นไม้
“วันนี้ดาวเต็มฟ้า สวยดีเนอะ นายว่าไหม” ฉันนั่งลงข้างๆนายมิกเชล  แต่อยู่ๆนายมิกเชลก็รีบเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่น ฉันตกใจมากแต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันถึงทำให้ผู้ชายผู้หยิ่งยโสคนนี้ต้องมากอดผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างฉัน
 “ฮึก!” ฉันได้ยินนายมิกเชลสะอื้นเล็กน้อย
“นายจะร้องไห้ออกมาเลยก็ได้นะ ฉันไม่บอกใครหรอก...” จากนั้นนายมิกเชลก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สามารถหยุดได้ ในเวลานี้เขาเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังจนหมดว่าบ้านของเขาถูกโกงเลยล้มละลาย จากนั้นพ่อของนายมิกเชลก็ถูกฆ่าตายด้วยศัตรูคู่แข่งเก่าที่พ่อของนายมิกเชลเคยชนะมาก่อน ตอนนี้นายมิกเชลไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ทรัพย์สมบัติสักชิ้นก็ไม่เหลือ มันก็น่าเห็นใจนะ.......
ทุกวันนี้นายมิกเชลก็เริ่มที่จะสู้ขึ้นมาไม่ท้อถอยหรือไม่อายในฐานะของตัวเองเหมือนเมื่อก่อน แล้ว เพราะมีอยู่วันหนึ่งฉันได้พาเขาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ต่างจากคนปกติทั่วไป ในผู้คนในสถานที่นั้นมีทั้ง คนที่ขาดความสมดุลทางร่างกาย คนที่ตาบอด คนที่พิการ ซึ่งคนเหล่านี้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้เนื่องจากมีมูลนิธิที่คอยสนับสนุนพวกเขาให้พวกเขาสามารถที่จะดำรงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้ว่าพวกเขาจะขาดการยอมรับจากสังคม แต่ก็ยังมีสังคมอีกกลุ่มหนึ่งที่คอยจะต้อนรับพวกเขาเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะขาดความผิดปกติทางร่างกายมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามยังมีคนที่พร้อมจะจริงใจและเต็มใจที่จะทำให้เขาเหล่านั้นได้รู้ว่า..โลกของพวกเขาไม่ได้แตกต่างไปจากโลกที่เราเป็นอยู่เลย.......
ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆในครั้งนั้นมันทำให้นายมิกเชลสามารถที่จะยืนหยัดสู้ขึ้นมาได้โดยไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรค์ใดๆ ส่วนเรื่องการเรียนนายมิกเชลก็คงเรียนมันต่อไปเพราะเขาคาดหวังว่าเขาจะเรียนให้จบเพราะตอนนี้ก็ใกล้จะสอบแล้วซึ่งถ้าหากว่าเขาเรียนจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วเขาจะเรียนต่อมหาลัยโดยเอาเงินในส่วนที่เขาได้จากการหารายได้นำไปเรียนต่อ....
“เต้าหู้ร้อนๆครับ!!เต้าหู้ร้อนๆ!!!” นายมิกเชลตะโกนออกเรียกลูกค้าอย่างไม่ยอมแพ้แม่ค้าที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม
“อะนี่นายเอาน้ำไปดื่มก่อน เดี๋ยวเสียงก็หายหมดหรอก”ฉันยื่นน้ำเย็นมาให้นายมิกเชลดื่มเพื่อให้เขาได้หยุดการแหกตะโกนบ้าง เอ่อ..แต่ว่าไปว่ามา..เรา..ก็เหมือนสามีภรรยากันเลยนะ><!!!!อ๊ายย อายตัวเองพูดออกมาได้ยังไงกัน บ้า!!!(-_-,)
“วันนี้นายขายได้เท่าไหร่เหรอ” ฉันถามนายมิกเชลในขณะที่ช่วยเขาเขนรถเขนเต้าหู้
“ก็ เหมือนเดิมเหมือนทุกวัน แต่..วันนี้ฉันรู้สึกชื่นใจมากกว่าที่มีเธอ”
“><!!!!”อ๊ายยยย อีตาบ้านี่พูดอะไรของเขานะ
“เธอเป็นอะไรของเธอน่ะ ที่ฉันบอกว่าชื่นใจที่มีเธอเพราะว่าวันนี้เธอมาช่วยฉันขายเต้าหู้ด้วยไง”
“-_-,”
“อ้าว ไมทำหน้างั้นล่ะ” จากนั้นเขาก็เข้ามาหยิกแก้มฉันอย่าง...มันเขี้ยว><!!เราสองคนมีความความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนที่ดีเลยทีเดียวในตอนนี้ แต่ว่านายมิกเชลก็ชอบที่จะแกล้งฉันบ่อยๆ
“ลั้นลา ลั้นลา”ฉันเดินเข้าไปในห้องของตัวเองด้วยอาการที่รื่นเริง และมีความสุข ส่วนนายมิกเชลก็เดินเข้าห้องของตัวเองซึ่งอยู่ห้องข้างๆที่ติดกับห้องของฉัน 
“เธอไปไหนมาเหรอ...”
“เฮ๊ย!!นายเย่หลง!ไม่เจอกันนานหายไปไหนมาของนายน่ะ” จู่ๆนายเย่หลงซึ่งโผล่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้มานั่งอยู่บนเก้าอี้ของโต๊ะกินข้าว
 “ดูเธอมีความสุขนะ” เขาพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าๆ
“เป็นอะไรของนาย มาทำหน้าเศร้าเป็นตูดลิงไปได้” ฉันเดินไปแตะไหล่เขา
“.....” เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไร
“ไม่เอาหน่า นายโกรธอะไรฉันน่ะ ไม่มีเหตุผลเลย”
“ฉันหิวข้าวแล้วล่ะ หาอะไรทำให้ฉันกินหน่อยสิ”
“นายนี่น๊า” ฉันหยิกแก้มนายเย่หลงทีหนึ่งก่อนจะไปทำไข่เจียวให้เขากิน
“อะ นี่เสร็จแล้ว” ฉันวางจานที่มีไข่เจียวราดข้าว จากนั้นเขาก็กินมันเข้าไปอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันจึงไปเปิดเพลงคลาสสิกเพื่อฟัง เพราะฉันชอบฟังเพลงคลาสสิกมากๆ เมื่อฟังมันทีไรฉันจะรู้สึกถึงความรู้สึกที่ดีและผ่อนคลายมากๆเลยที่ได้ฟังเพลงคลาสสิก
“ฮึม ฮึม” เมื่อได้ยินเพลงนายเย่หลงก็ฮัมเพลงไปด้วยกินข้าวไปด้วย
“นายก็ชอบฟังเพลงคลาสสิกเหมือนกันเหรอ”
“ช่ายยยย เราสองคนต่างก็ชอบฟังเพลงคลาสสิกอยู่แล้ว”
“นายรู้ได้ไงว่าฉันชอบฟังเพลงแนวนี้”
“ก็เธอเป็น....” จู่ๆนายเย่หลงก็หยุดพูดซะงั้น
“ฉันอะไรเหรอ” ฉันถามไปแต่เขาก็กลับไม่ตอบอะไรและก้มหน้าก้มตากินไข่ดาวที่อยู่บนจานให้เสร็จแล้วรีบออกจากห้องของฉันไป.....โดยทิ้งคำพูดให้ฉันเอาไว้
“วันที่12ธันวาคม นี้ไปThe Secretไปพบฉันด้วย”
 
ก๊อกๆๆ
“......” เงียบ
ก๊อกๆๆ
ไม่มีเสียงตอบรับจากนายมิกเชลเลยแฮะ ประตูก็ล็อค สงสัยจะไปที่สุสานของพ่อเขานะ  แอ....แต่วันนี้ไม่ใช่วันครบรอบวันตายของพ่อเขาหนิ ฉันเดินไปบริเวณรอบๆก็ไม่เจอ ฉันจึงเดินไปที่สวนสาธารณะ ฉันเดินไปบริเวณนั้นซึ่งมีแสงไฟส่องอย่างสลัว
พรึบ!
ทันใดนั้นแสงไฟที่อยู่บริเวณรอบๆนั้นได้ดับไปหมด จากนั้นก็..........
ปุ๊ง!!!!!!!!!
พรุถูกปล่อยขึ้นบนท้องฟ้าอย่างสวยงาม
“แฮปปี้เบริด์เดย์ทู๊ยู แฮปปี้เบริด์เดย์ทู๊ยู แฮปปี้เบริด์เดย์ แฮปปี้เบริด์เดย์ แฮปปี้เบริด์เดย์ทู๊ยู...” ฉันหันไปยังต้นเสียงของคนที่ร้องเพลงนั้น
“แฮปปี้เบริด์เดย์ครับผม” นายมิกเชลซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าฉันโดยถือเค้ก1ปอนด์อยู่บนมือ
“ฮึก!” ฉันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เพราะไม่เคยมีใครจัดงานวันเกิดให้ฉันเลย
“โอ๋ๆ อย่าร้องเลยนะยัยขี้แย” นายมิกเชลลูปผมของฉันแล้วปลอบเมื่อเห็นว่าฉันร้องไห้
“ฮึก!ฮึก กะก็ไม่เคยมีใครมาจัดงานให้ฉันอย่างนี้เลยหนิ”
“ก็ฉันนี้ไงจัดงานให้เธอ ” จากนั้นฉันก็อธิฐานแล้วเป่าเทียนจนดับ เมื่อฉันมองไปรอบๆตัวของฉันและนายมิกเชลก็มีเทียนไขล้อมอยู่บริเวณรอบๆตัวของเราเป็นรูปหัวใจจากนั้นนายมิกเชลก็นำไวโอลินออกมาซึ่งได้ซ่อนไว้ที่ด้านหลังของเขา แล้วบรรเลงเพลงที่หวานซึ้ง จนฉันน้ำตาไหลอีกรอบ..... พอนายมิกเชลเล่นเพลงเสร็จฉันจึงถามออกไปว่า
“นายไปเอาเงินมาจากไหนมาซื้อของพวกนี้กัน”
“หนอยนี่เธอกล้ามาดูถูกฉันเหรอ อย่างนี้ต้องลงโทษซะแล้ว” จากนั้นนายมิกเชลก็ก้มหน้าลงมาหอมแก้มฉัน
“OO!!!นะนายทำอะไรอ่ะ” ><!!!!
“ก็ลงโทษเธอไง”
“อีตาบ้า!!!” ฉันหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะเขินอย่างแรงงงงงงงงงงง จากนั้นนายมิกเชลก็จับไหล่ของฉันเพื่อให้ฉันหันหน้าไปทางเขาพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ฉัน...ผู้ซึ่งเคยมีประสบการณ์อันขมขื่น แต่แล้ว...ก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งช่วยพยุงให้ฉันลุกขึ้นมาในยามที่ฉันล้ม เธอผู้ซึ่งเป็นคนที่ทำให้ฉันสามารถยิ้มขึ้นมาได้...และเธอผู้นั้น...ก็เป็นคนที่ฉัน...รักมากที่สุด........”
“OO!!!”
ตึกตึกตึกตึกตึกตึก
ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาและฉันเต้นแรงพอๆกัน
“เธอรักฉันไหม....” เขาถามฉันด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ฉัน....”
“.....”
“ฉัน....”
“เธอไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้แล้วล่ะว่าเธอจะตอบอะไร...” เขาเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อเป็นการว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางเลือกเขา.........ซะที่ไหนล่ะ
“ฉันก็รักนายเหมือนกันนายมิกเชล” จากนั้นเขาก็รีบเดินเข้ามาสวมกอดฉันแล้วบรรจงประทับจูบลงริมฝีปากของฉันอย่างนุ่มนวล โดยมีดวงดาวนับแสนล้านที่เป็นสักขีพยานว่าเราสองคนได้มอบรักให้กันอย่างบริสุทธิ์...........
  “เหม่ยหลง....อย่าไปนะ ได้โปรดอย่าไปจากฉัน.....” ในท่ามกลางความมืดมัว ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเรียกฉันว่าเหม่ยหลง ชายผู้นี้กำลังขอให้เหม่ยหลงอย่าไปจากชีวิตเขา..ซึ่งภาพนั้นเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆจนฉันแน่ใจว่าชายตรงหน้าคือ....เย่หลง.....
“OO!!เฮือก!” ฉันตื่นออกจากความฝันนั่น แล้วนึกขึ้นได้ว่า...
“วันที่12ธันวาคม นี้ไปThe Secretไปพบฉันด้วย”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 299 ท่าน