Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Twin Mine คู่แฝดหล่อร้าย(กาจ)มัดใจยัยตัวดี ZZอัพตอนที่11 ในรอบเดือนค่าZZ
MonoMize
บทที่ 10...'เนเกล'
12
18/02/2555 20:13:22
466
เนื้อเรื่อง

10
เนเกล’ 

 


          เช้าวันหยุดนี่เป็นอะไรที่ฉันชอบที่สุดจริงๆ  วันนี้อากาศสดใสเหมาะกับการไปวิ่งออกกำลังกายที่สุด  ไปชวนแม่ออกกำลังกายดีกว่า  แล้วฉันก็รีบเดินลงไปชั้นหนึ่งในชุด  เสื้อยืด  กางเกงขาสั้น  แต่แล้วพอฉันลงมาก็เจอกับแม่พอดี
          “แม่คะ  วันนี้ไปออกกำลังกายกับวินะ”  พอเจอแม่  ฉันก็ออกปากชวนทันที
          “วิ  เรื่องออกกำลังกายคงต้องไปวันอื่นนะลูก  มีคนมาหาวิน่ะ”  เอ๊ะ!ใครกันนะ  มาหาฉันแต่เช้า  พี่ลิฟ  ไดแล็ก  ไดเล็ค  หรือว่ายัยเพื่อนสองตัวของฉันนะ
          “ใครมาหาวิเหรอคะ  แม่”
          “เขาบอกว่า  เขาชื่อ  เนเกล  จ้ะ”  เนเกล  ชื่อนี้เหมือนฉันเคยได้ยินที่ไหนนะ
          “ค่ะ  วิจะไปพบเขาเดี๋ยวนี้”  พูดจบฉันก็เดินไปที่ห้องรับแขกทันที
          ฉันเห็นผู้หญิงผมสีคาราเมลนั่งรออยู่ที่โซฟา  ฉันจึงเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าของเขา  ว้าว!ผู้หญิงคนนี้เป็นคนหรือนางฟ้านะ  ทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้  ผิวขาวใสอย่างธรรมชาติของเธอดูตัดกันกับชุดแสกสีดำที่ดูลงตัวมาก  ดวงตากลมโตสีฟ้าครามดูสดใสมากๆ  อะไรกันเนี่ย!ทำไมเธอถึงได้ทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างนี้  (เธอกำลังจะเป็นเลส’ใช่มั้ยเนี่ย)
          “สวัสดีค่ะ  ฉันวิวา  คุณคือ  คุณเนเกลใช่รึเปล่าคะ”  ฉันถามพลางยิ้มให้เนเกล  ผู้หญิงอะไรทำให้ฉันเคลิ้มได้ขนาดนี้เนี่ย
          “ค่ะ  ฉันชื่อเนเกล  ฉันได้ยินว่าคุณเป็นเพื่อนกับไดเล็ค  ฉันก็เลยอยากจะขออะไรคุณบางอย่างได้มั้ยคะ”
          “มีอะไรเหรอคะ”  ฉันถามอย่างสงสัย
          “ฉันประสบปัญหานิดหน่อยน่ะค่ะ  อยากจะให้คุณช่วย  ฉันเชื่อว่าเพื่อนสนิทของไดเล็คต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้แน่นอน  เพราะฉะนั้นคุณสัญญากับฉันได้มั้ยว่าจะช่วยฉัน*_*”  เนเกลส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ฉัน  แค่เธอทำหน้าตาปกติของเธอฉันก็เคลิ้มอยู่แล้วนะ
          “ค่ะ  ฉันสัญญาก็ได้ว่าจะช่วยคุณ  แล้ว..คุณจะให้ฉันช่วยอะไรเหรอคะ”
          “ฉัน...เอ่อ...คือว่าฉัน”
          “บอกมาเถอะค่ะ  ว่าคุณจะให้ฉันช่วยอะไร” 
          “ฉัน...ขอพักที่นี่กับคุณได้มั้ยคะ?”  เอ๊ะ!  เมื่อกี้เนเกลพูดว่า  จะมาพักกับฉันงั้นเหรอ
          “เอ๊ะ!คุณว่ายังไงนะคะ”  ฉันไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองจริงๆ  นางฟ้าจะมาอยู่บ้าน(กระท่อม)เล็กๆนี้เนี่ยนะ
          “ขอร้องเถอะนะคะ  ที่ฉันไม่อยากขอให้ไดเล็คช่วยก็เพราะฉันมีปัญหาหนักมากจริงๆ  แล้วดูเหมือนว่า  ถ้าฉันไปอยู่กับเขาแล้วมันจะยิ่งมีปัญหาน่ะค่ะ” 
          “แต่คุณจะแน่ใจฉันได้ยังไงคะ  ว่าฉันจะไม่หลอกคุณน่ะ  บ้านฉันทั้งเล็กทั้งโทรมแล้วก็เก่ามากด้วย  อย่างกับบ้านยาจก  ฉันถือว่าฉันยังเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคุณอยู่นะคะ  คุณไม่กลัวฉันปล้นหรืออะไรเลยเหรอ”  พอพูดจบเนเกลก็ยิ้มบาง
          “ยิ่งคุณพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งสบายใจว่าเลือกคนไม่ผิด  การพูดจาของคุณดูจริงใจแล้วก็อย่างที่ฉันบอกนะคะ  ฉันเชื่อว่าเพื่อนสนิทของไดเล็คต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้แน่นอน  คุณนี่แหละค่ะที่ฉันจะพึ่งได้  ได้โปรดกรุณาให้ฉันอยู่ที่นี่เถอะนะคะ”  เนเกลพูดจบก็ก้มหัวให้ฉัน  แต่ฉันรีบจับมือเธอแล้วพยักหน้าทันที  แปลกจังผู้หญิงคนนี้
          “กะ...ก็ได้ค่ะ  ฉันจะขออนุญาตแม่ให้ก็แล้วกัน  แต่ไม่รู้ว่าจะได้รึเปล่านะค่ะ”  พอฉันยอม  เนเกลก็เงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างแล้วจากนั้น  เธอก็โพล่งเข้ามากอดฉันทันที  ทำให้ฉันตกใจแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
 
          พอฉันคุยกับเนเกลเสร็จ  ฉันก็ไปขอแม่ให้เนเกลอยู่ที่นี่แล้วก็เป็นไปตามคาด  แม่ของฉันใจดียิ่งกว่าอะไร  ยิ้มต้อนรับเนเกล  แล้วไปจัดเตรียมที่นอนให้เนเกล  เนื่องจากว่าบ้านฉันมันเล็กมาก  เนเกลก็เลยได้นอนห้องเดียวกับฉัน  เนเกลดูแปลกมาก  เธอเป็นคนสวยที่ไม่สนเลยว่าบ้านของฉันจะจนแค่ไหน  เธอดูเป็นคนใจดีแถมคุยกับแม่ฉันแป๊บเดียว  ก็กลายเป็นลูกรักของแม่ไปอีกหนึ่งคน  ฉันก็อยากจะรู้จริงๆนะ  ว่าเนเกลมีปัญหาอะไร  ทำไมเธอถึงต้องการมาอยู่กับฉัน  ปัญหามันหนักมากขนาดไหนกันนะ? -_-‘?    
          เอ่อ..ใช่แล้ว!เนเกลจะรู้มั้ยเนี่ย  ว่าบ้านฉันกับบ้านไดเล็คอยู่ใกล้กันเพียงรั้วเดียวเอง  อืม  ฉันก็ลืมบอกเรื่องนี้ไปสนิทเลย
         
เช้าวันใหม่
 
          เช้าวันนี้ฉันต้องไปเรียนนี่นา   อ่า  ใช่แล้ว  เมื่อคืนฉันคุยกับเนเกลเรื่องเรียน  เนเกลบอกว่าตอนนี้เธอเรียนจบเกรด 12 จากต่างประเทศแล้วเพราะเธอเข้าเรียนก่อนเกณฑ์เลยจบก่อนฉันแล้วอันที่จริงเธอก็อายุเท่าๆกับฉันนี่แหละ  เธอกำลังจะเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ต่างประเทศเช่นกัน  แต่เธอโดนคุณแม่เรียกกลับมาด้วยเหตุผลบางอย่าง  นั่นก็คือ  เหตุผลที่เธอต้องหนีมาอยู่กับฉันนี่แหละ  เนเกลบอกว่า  เธอยังไม่พร้อมที่จะบอกเหตุผลนั้นกับฉันตอนนี้แต่อีกสักหน่อย  ถ้าเธอทำใจได้  เธอก็จะบอกเหตุผลนั้นกับฉันเอง 
          ฉันว่าเรื่องของเนเกลเรื่องนั้น  คงจะทำให้เธอปวดหัวมากๆ  เห็นสวย  น่ารัก  และใจดีแบบนั้น  ที่จริงก็น่าสงสารเหมือนกันนะ  เอาล่ะ  ฉันต้องรีบไปโรงเรียนแล้ว  ตอนนี้ก็จะสายแล้วด้วย  รีบๆไปดีกว่าเดี๋ยวเข้าโรงเรียนไม่ทัน
          ทันทีที่ฉันออกจากบ้านมาปุ๊บ  รถ  BMW สีดำก็มาจอดตัดหน้าฉันทันที  ฉันเกือบตายแล้วมั้ยล่ะ  ดูท่าว่ารถคันนี้มันจะมาจากบ้านข้างๆบ้านฉันนะ  ไม่นานกระจกรถก็เลื่อนลง  เผยให้เห็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคย  นั่นก็คือ  คนที่ทำให้ฉันหงุดหงิดที่สุดหลังกลับมาจากเข้าค่าย  ใช่..เขานั่นแหละ  อีตาบ้าไดเล็ค!  นี่เขามาได้ยังไง  หลังกลับจากเข้าค่ายมาใหม่ๆ  เขาก็ไม่เห็นมากวนอีกเลย  นึกสนุกอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย
          “ขึ้นรถ”  เขาพูดกับฉันแต่ไม่หันหน้ามาพูดดีๆ  ท่าทางแบบนี้เหรอจะให้ฉันขึ้นรถ  ฝันไปเถอะย่ะ  ชิ!ฉันสะบัดหน้าหนีแล้วเอาจักรยานคู่ใจเตรียมจะปั่นไปโรงเรียน  แต่ฉันก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีมือหนามาจับข้อมือฉันไว้แล้วลากฉันขึ้นรถทันที  ว่าแต่อีตาบ้าไดเล็คลงมาจากรถตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?  
          “นี่อีตาบ้า  นายทำอะไรของนายเนี่ย  มาจับฉันขึ้นรถนายทำไม”  พอฉันถามเขา  เขาก็ไม่ยอมตอบ  เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย!?  “ฉันพูดกับนาย  ไม่ได้ยินรึไง  ฮะ!”  ฉันหันหน้าไปตะคอกใส่เขาอย่างอารมณ์เสีย
          “ฉันได้ยิน  แต่เธอก็เห็นว่าฉันขับรถอยู่  ฉันต้องการสมาธิ”  ทำเป็นต้องการสมาธิ  ฮึ่ย!น่าหมั่นไส้
          แล้วฉันก็ต้องนั่งเงียบไปตลอดทาง  จนเกือบจะถึงโรงเรียนฉันเลยรีบบอกให้เขาจอด  ถ้าฉันไปถึงโรงเรียนพร้อมเขา  ฉันคงต้องฟันหักหรือกระดูกหักสักที่แน่ๆ  แฟนคลับของเขาเยอะจะตาย  ถ้าฉันไปถึงนั่นพร้อมเขาฉันต้องโดนเนรเทศแน่ๆ  เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงจะดีกว่ามากกกกกกก..
          “จอดรถเถอะไดเล็ค  อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงโรงเรียนแล้ว  ฉันไม่อยากเป็นข่าวกับนาย”  พอฉันพูดออกไปแล้ว  ก็ดูเหมือนไดเล็คไม่ได้ยิน  ตอนนี้เขายังไม่ยอมหยุดรถ!!!  “ไดเล็ค  ฉันบอกให้จอดรถไง  นายไม่ได้ยินฉันเหรอ  อืม  ฉันขอโทษที่กวนสมาธินายนะ  แต่นายต้องจอดรถเดี๋ยวนี้!”  ไดเล็คยังคงเงียบ  เขาคิดจะทำอะไรของเขาเนี่ย  “นี่!ถ้านายยังไม่อยากให้ฉันฟันหัก  กระดูกหัก  หรือโดนเนรเทศล่ะก็  จอดรถเดี๋ยวนี้”  ไม่นะ..ทำไมเขาไม่มีท่าทีจะจอดล่ะเนี่ย  อีตาบ้านี่กำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย
          ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินฉันเลย  ตอนนี้รถBMWก็กำลังเคลื่อนตัวมาอย่างสวยงาม  สายตาของผู้หญิงทั้งโรงเรียนจับจองมาที่คนขับรถนี้  ก่อนจะค่อยๆทยอยกันวิ่งตามมาต้อนรับไดเล็คอย่างท่วมท้น  ฉันมองไดเล็คแล้วกำมือแน่น  นี่เขาจะให้ฉันฟันหัก  กระดูกหัก  โดนเนรเทศใช่มั้ย  ไอ้...
พอรถจอดสนิทไดเล็คก็ค่อยๆหันหน้ามาทางฉัน  ตอนนี้  เวลานี้  ฉันเกลียดเขามาก  เกลียดที่สุด  ตอนที่ฉันพูดกับเขาเมื่อกี้  เหมือนกับฉันเป็นคนบ้า  พูดอยู่คนเดียว  เขาไม่ฟังฉันเลย  ตอนนี้ความโกรธฉันมาถึงจุดสูงสุดแล้ว  ฉันพึ่งรู้ว่าฉันอดทนมากที่สุดก็วันนี้แหละ  ฉันไม่รู้เหตุผลที่ทำไมอีตาบ้านั่นถึงทำให้ฉันมาโรงเรียนพร้อมเขา  ทำให้นักเรียนทุกคนเห็นฉันกับเขามาโรงเรียนพร้อมกัน  สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดคือ  การกระทำของเขาในวันนี้... ‘ฉันไม่ชอบ!’
          ฉันกัดฟันแน่นแล้วกำมือแน่นด้วยความโมโห  ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า  ฉันหน้าแดง  เพราะโกรธจัดอย่างถึงที่สุด  ไดเล็คหันมาได้สักพักก็ยิ้มแล้วพูดว่า
          “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ  ยกโทษ...ให้ฉันนะ”  เอ๊ะ!มะ..เมื่อกี้ไดเล็ค..เขา..เขายิ้มให้ฉัน  มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ  ไม่นะ!ทำไมความโกรธของฉันถึงหายไปกะทันหันแบบนี้   เมื่อกี้ฉันยังโกรธเขาอยู่เลยนี่  “นับจากวันนี้ไป  ฉันจะทำให้เธอรู้ให้ได้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ  คอยจับตาดูฉันด้วยนะ”  //*.*// พูดจบ  ไดเล็คก็เปิดประตูออกจากรถไป  พร้อมกับพวกสาวๆที่ตามไดเล็คไปด้วย
          ตอนนี้ฉันอยู่ในรถคนเดียว  แล้วมันเงียบมาก  ฉันรู้สึกว่าความรู้สึกโกรธในใจฉันกลับรู้สึกดีอย่างน่าแปลกประหลาด  หน้าแดงในอารมณ์โกรธกลายเป็นหน้าแดงเพราะความรู้สึกเขินอายหรือดีใจอย่างบอกไม่ถูก  อะไรกันนี่!เหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น  ทำไมไดเล็คถึงพูดแบบนั้น  โอ้ย!ทั้งปวดหัวทั้งสับสนจะแย่อยู่แล้วนะ
         
          โว้ยยยยยยยยย!!!!ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว  ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆไม่ยอมหยุดสักที  ภายในร่างกายฉันมันเกิดอะไรขึ้น  ทำไมเลือดถึงสูบฉีดแล้วก็ปั่นป่วนแบบนี้  ฉันไม่อยากเรียนเลย  ตอนนี้ฉันไม่กล้าที่จะมองหน้าไดเล็คเลย  พอฉันเผลอไปมองเขาทีไร  อีตาบ้านั่นก็ยิ้มทุกที  กินอะไรผิดๆมารึเปล่าเนี่ย  อีตาไดเล็ค..ตอนนี้ไม่ต่างจากพวกโรคจิตเท่าไหร่เลย  วันนี้ไดแล็กก็ไม่อยู่สงสัยจะยังเข็ดกับพวกสาวๆอยู่มั้ง
          อ๊ายยยยยย!..จริงๆเลย!ฉันไม่น่าเผลอหันไปมองเขาเลย  พวกผู้หญิงในห้องฉันก็ดูจะจับตาดูฉันกับไดเล็คเป็นพิเศษ  ก็อีตาบ้านั่นคนเดียวนั่นแหละ  ที่แปลกประหลาดที่สุด  ฉันได้ยินผู้หญิงในห้องบางคนบอกว่า  ฉันเล่นคุณไสยใส่ไดเล็ค  นี่จะบ้าเหรอ!นี่มันยุคไหนแล้วเนี่ย 
 
ติ๊งต่องๆ~
 
          ในที่สุดก็ถึงเวลาพักเที่ยง  ฉันนี่อึดอัดจริงๆเลย  เวลาเรียนเหมือนคนมองตลอด  อืม  ฉันต้องเสี่ยงชีวิตไปคุยกับไดเล็คเรื่องเนเกลซะแล้ว  ฉันต้องบอกเรื่องเนเกลให้ไดเล็ครู้  พอฉันกำลังจะลุกไปหาไดเล็ค  ไดเล็คก็เดินมาที่โต๊ะฉันแล้วเท้าคางกับโต๊ะของฉัน
          “ดะ..ไดเล็ค  คือว่า..”  ฉันตัดสินใจจะพูดเรื่องเนเกลแต่ก็พูดติดขัด  ก็เขามองหน้าฉันในระยะใกล้มากน่ะสิ
          “มีอะไรเหรอ  พูดมาสิ  ฉันฟังเธอตลอดแหละ”   พูดจาหวานๆแบบนี้  ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ  อีตาบ้า!
          “นายรู้จักคนชื่อ  เนเกลรึเปล่า  เธอบอกว่าเป็นเพื่อนกับนายน่ะ”
          “อ๋อ..รู้จักสิ  เป็นแฟนกับไอ้ไดแล็กน่ะ  เธอรู้จักได้ยังไง”
          “คือว่า  เนเกล..เธอมาอยู่บ้านฉันน่ะ  เธอบอกว่าเธอมีปัญหานิดหน่อย  แต่ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอต้องมาอยู่บ้านฉันด้วย  นายช่วยถามเธอให้ฉันหน่อยได้มั้ย*o*”  ฉันอ้อนวอน
          “แล้วทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย   ถ้าฉันช่วยเธอแล้วเธอจะให้อะไรฉันล่ะ”
       “ก็ฉันอยากรู้นี่นา  ถ้านายช่วยฉันนะ  ฉันก็จะให้อะไรก็ได้แล้วแต่นาย..เอ่อ  แต่ว่านายต้องช่วยฉันหน่อยนะ  ฉันอยากรู้จริงๆ” (ไม่ค่อยจะยุ่งเรื่องชาวบ้านเลยนะ- -‘)  ฉันขอร้องไดเล็คจนต้องเอามือน้อยๆไปจับแขนของเขาไว้  ไดเล็คมองที่มือของฉันที่กำลังจับแขนของเขาแล้วอมยิ้ม
          “อืม  ก็ได้  แต่ว่าอย่าลืมนะว่าสัญญาอะไรกับฉันไว้” 
       “(--)(_ _)(--)(_ _)”  ฉันพยักหน้ารับปาก
          “เธอนี่น่ารักจริงๆ”  พูดจบไดเล็คก็ลูบหัวฉันเบาๆ 
          “O0O”  ทุกคนในห้องพากันนิ่งอึ้งกับการกระทำของไดเล็คต่อฉัน  แต่ไม่ใช่แค่เพื่อนของฉันที่อึ้งเท่านั้น  ฉันเองก็อึ้ง(เวอร์)ไม่ต่างกัน
          แต่ที่ต้องตะลึงกว่านั้นก็คือ  ตอนนี้พี่ลิฟมาหาฉันที่หน้าห้องแล้วเห็นการกระทำเมื่อกี้นี้ของไดเล็ค  ฉันเห็นพี่ลิฟกำลังจะเดินเข้ามาในห้อง  ฉันเลยรีบลุกขึ้นแล้วไปหาพี่ลิฟทันที  ไอ้บ้าไดเล็คคิดจะทำให้ฉันกับพี่ลิฟเลิกกันเหรอ  ไม่มีทางหรอก!
          “พี่ลิฟมาหาวิ  มีอะไรเหรอคะ”  ฉันร่าเริงไปหาพี่ลิฟเพื่อให้ไดเล็คเห็น  เขาจะได้เลิกทำตัวแปลกๆสักที 
          “พอดีเมื่อเช้าพี่ผ่านร้านเบเกอรี่น่ะ  พี่เลยซื้อเค้กมาฝากเอาไว้ให้วิกินกับเพื่อนๆนะ”  พี่ลิฟยื่นกล่องเค้กให้ฉัน  พร้อมกับยิ้มหวาน 
          “เอ่อ..พี่ลิฟทานข้าวเที่ยงรึยังคะ”  ฉันถามพี่ลิฟ  พร้อมมองไดเล็คด้วยหางตา  สังเกตดูอาการของเขา  “ถ้ายังไม่ทานอะไร  งั้นไปทานข้าวกับวินะค่ะ  วิหิวมากกกเลย”  พูดกับพี่ลิฟไม่พอ  ฉันเข้าไปเกาะแขนพี่ลิฟแล้วลากออกไปกินข้าว
          เมื่อกี้ฉันมองไปที่ไดเล็ค  ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลย  พอเห็นฉากฉันคุยกับพี่ลิฟ  ไดเล็คก็ยิ้มและแบกกระเป๋าออกจากห้อง  ไอ้บ้านี่!ยิ้มอยู่ได้  โรคจิตรึเปล่า!!!
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 532 ท่าน