Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Perfect Dark-Badness รักร้ายของนายจอมโหด
N-Noonnii
Prologue
2
18/02/2555 17:27:21
400
เนื้อเรื่อง

                                                                     Prologue

 
             เอี๊ยด!!!
             รถบีเอ็มสปอร์ตจอดแน่นิ่งสนิทอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งเมื่อมาถึงที่หมาย คนภายในรถก้าวออกมาจากในรถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ความจริงถ้าไม่จำเป็นอะไร  ‘เธอ’ ก็ไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่หรอก
             KINGTON CORPORATION เป็นบริษัทที่ใหญ่และรวยที่สุดในสามเมือง แค่ใหญ่ที่สุดในเมืองพาราไดซ์นี่ก็จะรวยล้นฟ้าอยู่แล้วนี่ยังทั้งใหญ่และรวยในเมืองใกล้เคียงอีกสองสามเมืองแหนะ ไม่รวยก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว บริษัท KINGTONถือว่าใหญ่ที่สุดและเจ้าของบริษัทนี้ยังมีกิจการใหญ่ๆเป็นของตัวเองอีกไม่ใช่แค่มีบริษัทเป็นของตัวเอง แต่ยังมีมหาวิทยาลัยที่ดังและใหญ่ที่สุดในสามเมือง มีคอนโดที่ใหญ่และดังที่สุดในสามเมืองและยังมีอีกมากมายที่เป็นธุรกิจย่อยๆ
             เธอเดินเข้ามาเรื่อยๆจนมาถึงทางเข้าบริษัท หน่วยรักษาความปลอดภัยเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาแล้วก็โค้งคำนับให้หนึ่งทีเพื่อแสดงความเคารพ เธอเดินเข้ามาหน้าตาเฉยโดยไม่คิดที่จะชายตามองใครทั้งนั้น ใครอยากจะทำอะไรก็ทำไปสิไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย อันที่จริงแล้วบริษัทแห่งนี้ไม่ให้คนนอกเข้ามาในนี้หรอก แต่เป็น ‘เธอ’ ทุกคนเลยหวาดกลัวกันทั้งนั้นไม่มีใครกล้าหือหรือต่อกรกับเธอเลย ก็เพราะว่าเธอเป็นคนอารมณ์ร้ายน่ะสิเลยไม่มีใครกล้ายุ่ง เธอมีนัยน์ตาที่คมดุจพญาเธอสามารถใช้นัยน์ตาของเธอจิกด่าคนได้ โดยไม่ต้องปริปากพูดเลยแต่ในเมื่อเธอเกิดมามีปากเหมือนคนทั่วไปเธอเองก็ไม่ใช้นัยน์ตาที่ด่าว่าคนเปล่าแต่เธอยังใช้ปากควบคู่กับนัยน์ตาคมกริบด้วย
             เธอเป็นคนขี้หงุดหงิด ขี้โวยวาย ขี้โมโห อารมณ์ร้อนและอารมณ์ร้าย หัวเสียง่ายมากเพราะฉะนั้นแล้วอย่าพยายามทำให้เธอหงุดหงิดเพราะเธอจะอาละวาดออกมาโดยที่คนรอบข้างยังไม่ได้ตั้งตัว และถ้าเธอได้อาละวาดเมื่อไหร่ก็เท่ากับว่าโลกใบนี้พร้อมจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และทุกคนก็รู้จักเธอดีในนามว่า ‘เรซซี่  คิงตัน’ไม่มีใครหน้าไหนกล้ายุ่งกับเธอสักคน ไม่มีใครหน้าไหนกล้าหือและกล้าต่อกรกับเธอสักคน ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอ ทุกคนต่างหวาดกลัวในนิสัยและอารมณ์ของเธอ เชื่อสิแค่ได้มองตาเธอคุณก็เหมือนตายทั้งเป็นแล้ว เพราะเธอเองก็เลือดเย็นไม่ได้ต่างอะไรกับแม่มดเลย
             ถึงเธอจะมีนิสัยแบบนั้นแต่เธอเองก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและเซ็กซี่ที่สุดในเมือง ไม่สิ...ในโลกเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นผู้หญิงที่ทระนงตัวและหยิ่งเอามากๆ และก็อย่างที่บอกว่าเธอมีนัยน์ตาที่สามารถด่าคนได้โดยไม่ต้องปริปากพูด และนัยน์ตาเธอจะเป็นสีอะไรไม่ได้เลยนอกจากสีเทาคมกริบแต่ถึงยังนั้นนัยน์ตาของเธอก็มีความเซ็กซี่และเย้ายวนอยู่ จมูกของเธอโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสดน่าสัมผัส คิ้วเรียวยาวรับกับใบหน้าขาวๆของเธอได้ดี ผมสีแพลทตินั่มยาวถึงเอวถูกดัดเป็นลอนอ่อนๆ หุ่นของเธอบางเพรียว สูง 172 เซนติเมตรกับหน้าอกสะบึ้มที่มีขนาด 38 นิ้ว นั่นแล้วมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เอามากๆ อืม...เธอเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์สุดๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไม่หลงใหลเธอเลย เชื่อสิแค่คุณได้เห็นผู้หญิงคนนี้คุณก็แทบจะไปสยบแทบเท้าเธอเลย ก็อย่างว่า...เธอได้ขึ้นชื่อว่าสวยและเซ็กซี่ที่สุดในโลกนี่
             เธอเดินเข้ามาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าห้องห้องหนึ่งที่มีสัญลักษณ์บอกว่านี่คือห้องของ ‘เจ้าของบริษัท –ประธานบริษัท’ เธอเปิดประตูเข้าไปทันทีที่มาถึงแต่ในห้องกลับว่างเปล่า...
             “ท่านประธานไปไหน...”  เธอเดินกลับออกมาหน้าห้องพร้อมกับเปิดปากถามเลขาประจำห้อง
             “ท่านประธานมีประชุมค่ะ...เชิญคุณเรซซี่นั่ง...” 
             เธอตัดบทโดยการเดินออกมาแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องประชุม เลขาหน้าห้องทำหน้างงงันที่อยู่ดีๆเธอก็เดินออกไปทั้งที่หล่อนยังพูดไม่จบ แหงล่ะ!! เธอเคยฟังคนอื่นที่ไหนกันล่ะ เธอไม่ชอบให้คนมาพูดมากมันน่ารำคาญและอีกอย่างเธอก็ไม่เคยฟังเรื่องงี่เง่าของคนพวกนี้ด้วย
             เธอเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องประชุมแล้วเปิดประตูพรวดพราดเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจเลยว่าคนภายในห้องประชุมกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดและซีเรียสเอามากๆ แต่ใครจะสนมันไม่ใช่เรื่องของเธอนี่
             คนภายในห้องประชุมเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่เธอเข้ามาเหยียบภายในห้องนี้โดยไม่ได้รับเชิญ แต่ใช่หน้าตาที่ขับไสไล่ส่งเธอที่ไหนกันแต่...พวกเขากำลังทำสีหน้าหวาดกลัวเธออยู่ และพวกเขาก็กำลังคิดว่าเธอจะมาอาละอาดหรือแผ่รังสีอำมหิตอะไรถึงมาที่นี่ เธอกวาดตามองไปรอบๆห้อง ซึ่งพวกเขาเห็นดังนั้นต่างก็พากันก้มหน้าก้มตาไม่มีใครกล้าสบตาหรือมองหน้าเธอสักคน
             “เรซซี่...เข้ามาทำไมน่ะ” 
             และแน่นอนว่า ‘เขา’เป็นผู้ชายคนเดียวที่กล้าจะเอ่ยปากคุยกับเธอ เธอจ้องหน้าเขานิ่งก่อนจะขยับปากพูดออกมา
             “ฉันให้เวลาคุณภายในห้องบ้าๆนี่แค่สองนาทีเท่านั้น...”
             “...”
             “และตามฉันออกมาข้างนอก...” 
             เธอพูดจบก็เดินออกมาจากห้องนั้นทันที และคนภายในห้องเองก็ถอนหายใจโล่งอกกันใหญ่ที่เธอไม่ได้จะมาโวยวาย แต่การประชุมครั้งยิ่งใหญ่นี้ต้องยกเลิกเพราะเธอ...ก็แหม มีใครกล้าหือกับเธอมั่งล่ะเพราะฉะนั้นแล้วก็ต้องยกเลิกการประชุมนี้ไป
             คนภายในห้องเดินออกมาภายในเวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ เมื่อเห็นเธอยืนอยู่หน้าห้องต่างก็พากันโค้งคำนับให้แล้วชิ่งหนีออกทันที
             “ไหนว่าธุระของลูกมาสิ” 
             ท่านประธานเดินออกมาจากห้องเป็นคนสุดท้ายเมื่อเขาเห็นเธอยืนอยู่หน้าห้องก็เอ่ยปากถามเธอทันที และการถามของเขาต้องเป็นการระมัดระวังตัวมากที่สุด
             “...” 
             เธอไม่ตอบแต่เดินนำออกมา เขาเดินตามเธอมาอย่างไม่คิดที่จะคาดคั้นเอาคำตอบ จะไปเซ้าซี้เธอไม่ได้เดี๋ยวเธอจะโมโหเอา
             เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของ ‘เจ้าของบริษัท –ประธานบริษัท’ เธอก็เปิดประตูเข้าไปแล้วไปนั่งแหมะอยู่ที่โซฟาบุหนังสีดำทันที เขาเองก็เดินเขามานั่งประจำที่ของเขาเหมือนกัน
             “ว่ายังไงล่ะ...”  เขาเอ่ยปากถามอีกรอบอย่างระมัดระวัง
             “คุณเป็นพ่อที่โหดเหี้ยมมากรู้ไว้...” 
             คนถูกว่าทำหน้างงงวยกับสิ่งที่เธอพูดและเขาก็กำลังคิดว่า ‘นี่หรอธุระของเธอ’แต่เขาก็หยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้นเมื่อเธอเอ่ยปากพูดประโยคต่อไป
             “ถ้าคุณคิดว่าคุณยังเป็นพ่อคนอยู่ละก็...หัดไปทำหน้าที่พ่อซะบ้างนะ!!!” 
             เธอพูดด้วยอารมณ์ดุเดือด เธอกำลังมีหงุดหงิดมากๆแล้วแหละ ผู้เป็นพ่อยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่กับสิ่งเธอพูด เธอเป็นคนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมน่ะ!
             “ลูกพูดเรื่องอะไร??”
             “อย่ามาแกล้งโง่หน่อยเลย...” 
             เธอพูดว่าคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ถ้าลองเธอหงุดหงิดหรือโมโหต่อให้คนตรงหน้าเป็นญาติพี่น้องหรือผู้อาวุโสกว่าเธอก็ไม่เคยเกรงใจและคนที่เธอกำลังต่อว่าอยู่ก็เป็นพ่อของเธอเอง
             “อธิบายมาให้พ่อฟังสิ”
             “อย่ามาสั่งฉัน ฉันพูดให้คุณฟังแน่ว่าคุณมันเป็นพ่อที่แย่มากขนาดไหน!!!…”  เธอจ้องมองคนตรงหน้าเขม็งก่อนจะพูดออกมา  “วันๆคุณทำแต่งานๆ โดยไม่สนใจลูกตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว!!!...”
             “...” 
             คนถูกว่าเงียบกริบแล้วปล่อยให้เธอพูดความจริงเกี่ยวกับเขาออกมา ตอนนี้เธอกำลังโมโหอย่าไปขัดเธอจะดีที่สุด การขัดเธอเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยแหละ
             “งานเท่านั้นที่ทำให้คุณลืมลูกแท้ๆของตัวเองได้ คุณมันบ้างานแถมยังบ้าเงินอีก!!!…”
             “...”
             “คุณรู้อะไรเกี่ยวกับตัวลูกบ้างไหม...รู้บ้างไหมว่ายัยเซเลียนอนอยู่ที่โรงพยาบาล!!!” 
             และเธอก็โวยวายหนักเขาไปอีกและทุกๆครั้งที่พูดเธอจะเพิ่มเสียงการพูดให้ดังกว่าเดิมทำให้เสียงของเธอเล็ดลอดออกไปข้างนอก
             “O_Oว่าไงนะ...เซเลียนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”  เขาโพล่งออกมาด้วยความตกใจ
             “ใช่!!!ลูกของคุณนอนอยู่ที่โรงพยาบาล...ถ้าคุณคิดว่ายังมีหัวใจก็ช่วยไปดูลูกคุณด้วย!!!”
             “...”
             “ฉันมาพูดให้คุณฟังแค่นี้แหละ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆฉันไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่เลยด้วยซ้ำ...”
             เธอมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชามากๆ จัดได้ว่าเธอไม่เคยแคร์ใครนอกจากตัวเธอเองและน้องสาวของเธอเลย เธอเอาเหตุผลและคำพูดของเธอเป็นหลัก โดยที่ไม่ฟังเหตุผลหรือแม้แต่คำพูดของใคร เธอน่ะมันเลือดเย็น!!!
             เธอเดินออกมาจากห้องนั้นและรีบมุ่งไปที่รถบีเอ็มสปอร์ตของเธอ แต่...ก็ถูกเลขาหน้าห้องพูดขัดเอาไว้ก่อน จากที่โมโหก็กลายเป็นว่าโมโหหนักกว่าเดิมอีก ตอนเธอโมโหไม่ชอบให้ใครมาพูดด้วยเพราะมันจะยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
             “จะกลับแล้วหรอค่ะคุณเรซซี่...” 
             “...” 
             เธอไม่ตอบแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็มีคำพูดจากเลขาหน้าห้องทำให้เธอหยุดการเดินทันที อันที่จริงแล้วเธอไม่เคยสนใจใคร แต่กับยัยเลขาหน้าห้องนี้ทำให้เธอโมโหต้องเลยสั่งสอนซะหน่อย
             “เหอะ!!!หยิ่งชะมัด” 
             เธอหันหน้ากลับมาพร้อมกับตวัดสายตาคมๆกลับมาที่ยัยเลขาหน้าห้อง แล้วก็ทำหน้าดุๆใส่หล่อนจนทำให้หล่อนได้แต่ก้มหน้าลงอย่างหวุดหวิด เหงื่อแตกพลั่กๆกับสายตาของเธอ หึ!! สวยแล้วยังหูดีอีก
             “...” 
             เธอเดินเข้ามาเรื่อยๆโดยยังไม่พูดอะไรจนมาหยุดอยู่ที่หน้ายัยเลขานั่น ตอนนี้หล่อนกำลังเหงื่อท่วมตัว หึ!! นั่นมันขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ
             “เอ่อ...” 
             ยัยเลขาเอ่ยปากพูดแต่ปากของหล่อนสั่นระริกๆเลยแหละ เธอน่ากลัวเสมอสำหรับทุกคน เธอก็ยังไม่พูดพลางจ้องไปที่เลขาอย่างไม่วางตา หล่อนหน้าซีดเผือกเมื่อเธอยืนจ้องด้วยสายตาอำมหิต
             “เอ่อ...คุณ...ระ...เรซซี่ มะ...มีอะไรหรือปะ...เปล่าคะ”
             “คราวหน้าคราวหลังอย่ามาพูดแบบนั้นให้ฉันได้ยินอีก!!! ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ...จำไว้!!!”
             “เอ่อ...”
             “เข้าใจไหม!!!”  เธอตวาดเสียงดังลั่นทำให้คนบริเวณสะดุ้งเฮือกและมองมาที่เธอทันที
             “ขะ...เข้าใจค่ะ”  หล่อนตอบเธออย่างกล้าๆกลัวๆ
             สายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์อยู่เมื่อกี้ก็ต้องหายไปเมื่อเธอหันหลังกลับมาเดินต่อด้วยอารมณ์ที่จัดว่า ‘ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่งด้วยทั้งนั้น’ เธอเดินผ่านพนักงานมาเรื่อยๆแต่ละคนก็ตั้งอกตั้งใจทำงานของตัวเองโดยไม่มีใครกล้าหันไปมองเธอเลยสักคน ก็พวกเขารู้กันน่ะสิว่าถ้ามองเธอตอนที่เธอโมโหนัยน์ตาเธอมันน่ากลัวมากขนาดไหน
             เธอเดินออกมาจากบริษัทอย่างหัวเสีย โชคดีที่เธอไม่ไปทำลายข้าวของระหว่างทางที่เดินออกมาและคนภายในนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยทักทายเธอเลยก็เลยได้แต่โค้งคำนับให้เธอเพื่อแสดงความเคารพ แต่เธอก็ไม่สนใจเดินออกมาหน้าตาเฉย ก็เพราะเธอไม่เคยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตาเลย เธอมันพวกหยิ่ง ทระนงในตัวเองสูง และถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปยุ่งกับเธอเลยจะดีกว่า เธอน่ะมันร้ายกาจกว่าที่คุณคิดเอาไว้เยอะ!!!
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 136 ท่าน