Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
มหาสงครามพ่อมดคนที่สอง
ภูยาคติ
เมืองอาเรนน์ 4 : เผชิญหน้ากับพ่อมดคนที่สอง!
8
14/02/2555 01:50:26
222
เนื้อเรื่อง
เมืองอาเรนน์ 4 : เผชิญหน้ากับพ่อมดคนที่สอง!
 
                ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ณ ท่าเรือของเมืองอาเรนน์ คลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระลอกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังคืบคลานเข้ามา
 
                “เจ้าคือคาร์นเอลลูอย่างนั้นหรือ” สิ้นเสียงคำถามคาร์นเอลลูไม่ตอบอะไรกลับไป เขายังคงยืนจ้องศัตรูที่นอนกองตาไม่กะพริบ
เด็กหนุ่มเห็นว่าคาร์นเอลลูไม่ตอบสิ่งใดกลับไปจึงตัดสินใจตอบแทนให้อย่างภาคภูมิ “ใช่! เพื่อนฉันนี่แหละ คาร์นเอลลู ฟาเซนเนียร์”
คาร์นเอลลูละสายตามองจัสตินครู่หนึ่งด้วยท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยเพราะเขาตั้งใจที่จะไม่ตอบคำถามของศัตรู เมื่อเห็นสายตาขุ่นๆ ของนักรบจัสตินก็ทำได้แค่เพียงฝืนยิ้มแหยงๆ เพื่อหวังกลบเกลื่อนความผิดไป
 “ชื่อสกุลของเจ้าคือ ฟาร์เซนเนียร์ อย่างงั้นเหรอ หึหึ สายตาคนนี่วัดใจคนไม่ได้จริงๆ”
                “ใช่... สายตาของมนุษย์สามารถมองได้แค่เพียงรูปลักษณ์กิริยาของมนุษย์ผู้นั้น  ไม่อาจหยั่งลึกมองลงไปในจิตใจคนได้” เด็กหนุ่มเริ่มแปลกใจว่าทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนเรื่องคุยกันไวปานนี้ เมื่อกี้เพิ่งจะคุยถามเรื่องนามสกุลกันหยกๆ ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นสัจธรรมไปเสียแล้ว
”เหมือนเช่นเจ้า ฝีมือดาบระดับเจ้าแล้วไม่มีความจำเป็นอันใดเลยที่จะต้องใช้ยากับผู้หญิงเช่นนี้ แค่ฝีมือที่เจ้ามีอยู่ก็น่าจะหาเงินได้มากมายก่ายกองอยู่”
“เจ้าก็เช่นกัน ใบหน้านิ่งๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยนนั่นใครจะรู้ว่าเจ้าโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงใด จิตใจลึกๆ ของเจ้าแล้วน่ากลัวกว่าสิ่งที่ข้าได้กระทำลงไปเสียอีกนะ”
“จบการสนทนาแล้วตอบข้ามาซะ ฝีมือดาบระดับเจ้าใยต้องมาทำเรื่องต่ำช้าเยี่ยงนี้ และเหตุใดจึงต้องอ้างนามของข้าด้วย”
“ต่ำช้ารึ!?สิ่งที่ข้าทำคงไม่ต่ำช้ามากไปกว่าสิ่งที่ท่านเคยทำหรอก คาร์นเอลลู ฟาร์เซนเนียร์ นักรบพเนจรผู้เกรียงไกร”
คาร์นเอลลูใช้ปลายดาบอันแหลมคมกดลงไปลูกกระเดือกของชายที่นอนอยู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ พลางจ้องตาเขม็งเพื่อกดดันให้เขาตอบคำถามที่ถามไป
“มีคนคนหนึ่งต้องการเจอตัวเจ้าอยู่ไงล่ะ... หึหึ” ฟังจากคำตอบและเสียงหัวเราะของชายปริศนา คาร์นเอลลูก็เริ่มเกิดความระแวงบางสิ่งขึ้นมาทันที
“ใครกันที่ต้องการพบข้า!”
ใบหน้าเคร่งเครียดกับเสียงดุๆ ออกจากปากชายผู้ใจเย็นเยี่ยงคาร์นเอลลูทำให้จัสตินเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ใครกันนะที่จะสามารถทำให้คนที่มีนิสัยซังกะตายอย่างหมอนี่ถึงกับแสดงสีหน้ากังวล
“ไม่ ต้องร้อนใจไปหรอกคาร์นเอลลู... นักรบพเนจรที่แกร่งที่สุดเยี่ยงเจ้ามีคนอยากพบอยู่มากมาย ก็อย่างว่านั่นแหละ ถ้ามีเจ้าซักคนแล้วกองกำลังของเมืองนั้นต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน อาจแข็งแกร่งถึงขนาดบุกตีเมืองพาดอร่าเลยก็เป็นได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่อยากจะพบเจ้าจริงๆ ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะพอมีตัวเลือกอยู่บ้างสินะ”
“อ้อใช่ ข้าขอบอกอย่างหนึ่ง... อีกไม่นานเขาก็มาเจอหน้าเจ้าเองนั่นแหละ ต่อให้เจ้าไม่ไปหาเขา เขาก็จะค้นหาและไล่ล่าเจ้าเอง ฮ่าๆๆ!!!”
คำพูดของชายคนนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้น จากบางคนที่มีพลังอำนาจสูงส่ง ใครกันที่สามารถทำให้แม้แต่นักรบพเนจรผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกยังต้องหวาดหวั่น
 
.....
 
ณ กระท่อมหลังเล็กๆ ที่ส่องสว่างกลางหิมะที่โปรยปรายในคืนมืดมิดอย่างหนาวเหน็บ แสงจากดวงจันทร์ถูกบัดบังไปด้วยก้อนเกร็ดน้ำแข็งเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า
ภายในกระท่อม แสงเทียนที่ส่องสว่างในคืนนี้ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรชายเจ้าของบ้านมากนักเมื่อเขากำลังถูกมัดกับเก้าอี้ด้วยเชือกเส้นโต คนห้าคนไม่ทราบเพศแน่ชัดยืนล้อมชายเจ้าของบ้านที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ บุคคลปริศนาเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีดำมีฮู้ดอำพรางไว้เหมือนกันทุกคนจนไม่อาจเห็นใบหน้าได้ชัดเจน
แม้บุคคลชุดดำเหล่านี้เป็นใครไม่อาจรู้ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ คือ ชายเจ้าของบ้านหลังที่พวกเขามาเยือนหลังนี้... เป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน
“เจ้าจะเลือกทางใดนักรบเผ่าอาเดียน ความตาย หรือ สวามิภักดิ์ต่อข้า” ชายชุดดำที่ยืนอยู่เบื้องหน้ายื่นข้อเสนอให้กับเจ้าของบ้านที่คาดว่าเป็นนักรบ ซึ่งถ้าฟังดีๆ แล้วมันคงเหมือนการบีบบังคับเสียมากกว่า
“ข้ายอมแล้ว ข้าจะเป็นพลังให้กับท่าน ได้โปรด... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ายอมท่านทุกอย่าง ขอแค่เพียงท่านไว้ชีวิตข้าก็พอ” เสียงสั่นๆ ดังออกจากปากนักรบที่กำลังหวาดกลัวความตาย ใบหน้าและลำตัวของเขาเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อไคล
ชายปริศนาเงียบไม่พูดอะไรต่ออยู่นานจนกระทั่งเสียงทุ้มๆ จากคนทางด้านขวาเอ่ยถาม ซึ่งเจ้าของเสียงนี้เป็นผู้ชายอย่างแน่นอน
“เป็นอะไรไปนายท่านลูอิส”
คาร์นเอลลู... คาร์นเอลลู... คาร์นเอลลู...นามของนักรบพเนจรที่แกร่งที่สุดสะท้อนก้องอยู่ในหูของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กๆ ออกมาเพราะความดีใจ
“ในที่สุดข้าก็ได้พบเจ้าแล้ว... คาร์นเอลลู หึหึ” เขาพูดกับตัวเองพลางหัวเราะเบาๆ
คาร์นเอลลูคือหนึ่งในนักรบที่เขาหมายปองให้เข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพของเขา และบัดนี้เขาหาตัวพบแล้วหลังจากที่ให้คนแอบอ้างชื่อเขาไปตามสถานที่ต่างๆ
เหล่าบุคคลปริศนาที่ยืนข้างกายทั้งสี่ต่างจ้องมองกันไปมาก่อนเสียงชายด้านขวามือคนเดิมจะกล่าว
“ข้าจะดูแลทางนี้ให้เอง”
“ข้าฝากเจ้าด้วยเดสทรอย”
“ขอรับนายท่าน” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวพลางใช้ฝ่ามือขวาแตะที่อกพร้อมก้มหน้าเพื่อน้อมรับคำสั่ง สิ้นสุดคำรับปากชายตรงกลางก็หลับตาลงทันที
 
.....
 
                ท่าเรือเมืองอาเรนน์
 
                “เจ้าหมายความว่ายังไง”
สิ้นเสียงของนักรบหนุ่มผมยาว เขาบังเอิญสังเกตเห็นรอยสักสีดำประหลาดตรงข้อมือขวาของศัตรูอย่างไม่ตั้งใจ รอยสักนั้นเป็นเลขแปดอารบิกนอนขวาง ()เขาสันนิษฐานทันทีว่าต้องเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งอย่างแน่นอน
คาร์นเอลลูจับจ้องอยู่นานจนรู้สึกว่ารอยสักสีดำนั้นมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มโหนกนูนอยู่บนผิวของนักรบผู้พ่ายแพ้ราวกับมันกำลังพยายามระเบิดออกมาก็ไม่ปาน
ไม่นานเสียงของชายผู้พ่ายแพ้ก็ถูกแผดออกอย่างทุกข์ทรมาน “อ้ากกกกกก!!!”
เสียงโหยหวนนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบลงเมื่อของเหลวสีดำบางอย่างไหลทะลักออกมาจากทวารทั้งเก้า นักรบผู้กล้าหาญและเด็กหนุ่มต่างยืนตกตะลึงกับภาพสยดสยองที่ได้เห็น กว่าที่นักรบผู้กล้าจะตั้งสติกลับมาได้อีกครั้งหนึ่งก็เมื่อของเหลวสีดำนั้นเกิดลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีดำที่น่าสะพรึงกลัว
เพลิงทมิฬ…!นักรบหนุ่มคิด เขาหันไปหาเด็กหนุ่มด้วยดวงตาที่เบิกโตก่อนจะพูดให้เด็กหนุ่มวิ่งไปเบาๆ
จัสตินหันกลับมามองนักรบหนุ่มอย่างสงสัย เขาไม่เชื่อหูตัวเองว่าคาร์นเอลลูที่สามารถพลิกจากผู้แพ้เป็นชัยชนะได้เมื่อครู่จะพูดคำเช่นนี้ออกมา
“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”
“ข้าบอกให้วิ่งหนีไปยังไงเล่า!!!” คาร์นเอลลูย้ำอีกครั้งด้วยการตะโกนสุดเสียง
แม้เพลิงทมิฬจะเป็นเพลิงที่เขาเคยได้ยินมาจากตำนานเท่านั้น กล่าวกันว่าไม่มีมนุษย์หรือพ่อมดคนใดที่จะสามารถเรียกเพลิงชนิดนี้ออกมาได้ แต่เปลวเพลิงสีดำที่อยู่ตรงหน้าเขาน่าจะเป็นสิ่งยืนยันที่ดี...ว่าตอนนี้มีมนุษย์คนหนึ่งสามารถเรียกมันออกมาได้แล้ว แถมยังสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วอีกต่างหาก
“อะ-โอเค” จัสตินตอบกลับก่อนจะหันหลังพร้อมกับสับขาวิ่งอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มหันหน้ากลับไปมองนักรบเป็นระยะๆ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะไม่อาจรู้ได้เลยว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
เมื่อ เปลวเพลิงสีดำเผาร่างชายผู้โชคร้ายจนสลายสิ้นก็แตกกระจายออกบนพื้นเป็นเส้น โค้งทั้งซ้ายและขวาราวกับมันกำลังจะสร้างกำแพงเพลิงทรงกลมขนาดใหญ่
เด็ก หนุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่คิดชีวิต แต่น่าเสียดายที่เปลวเพลิงนั้นห้อมล้อมเขาไว้ได้ทัน เด็กหนุ่มชะงักเท้าถอยหลังล้มลงเพื่อไม่ให้ตนเองสัมผัสโดนกับไฟ เขาหันกลับไปมองนักรบอีกครั้งหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าหมดหนทางเสียแล้วที่จะหนี ออกไปจากกำแพงเพลิงนี้ได้
สาย ตาของนักรบที่เคยยิ้มตลอดบอกกับเด็กหนุ่มว่านี่คือหายนะ และจัสตินมั่นใจตัวในเองทันทีเมื่อเปลวเพลิงสีดำบนร่างธุลีของชายผู้โชคร้าย ลุกโหมขึ้นอีกครั้งแล้วกลายเป็นชายอีกคนหนึ่งในชุดสีดำยาวจนคลุมเท้า ใบหน้าบางส่วนของชายปริศนาถูกปกปิดด้วยฮู้ดที่สวมใส่อยู่
“ทะ-ท่านคือ...!?” นักรบผู้กล้าหาญนามว่าคาร์นเอลลูพูดติดขัดเป็นครั้งแรก
“ข้าคือผู้ที่พระเจ้าส่งมาเพื่อชำระล้างโลกที่สกปรกโสมมและน่ารังเกียจใบนี้” คำตอบของชายชุดดำทำให้คาร์นเอลลูเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อยบนใบหน้า
นักรบหนุ่มรู้ตัวดีต่อให้สู้กันอย่างไรเขาก็ไม่อาจจะชนะชายที่อยู่เบื้องหน้าเขาได้ด้วยเพียงลำพังอย่างแน่นอน สิ่งเดียวที่เขาคิดและหวังในยามนี้คือ
ขอร้องเถอะจัสติน ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว ช่วยอยู่นิ่งๆ สักครั้ง...
เด็ก หนุ่มเหลียวมองชายปริศนาผู้ออกมาจากเปลวเพลิงสีดำได้เพียงไม่นานก็รู้สึกได้ ถึงความน่ากลัว ต่อให้คาร์นเอลลูไม่ต้องเอ่ยปากอะไรออกมาเขาก็ไม่กล้าที่พูดอะไรออกไปแล้ว เขาได้รับบทเรียนมาจากตอนที่อยู่กับเรอาห์และเมื่อครู่พอแล้ว และสถานการณ์ที่หนักหนากว่าถึงเพียงนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้วเสีย ด้วยซ้ำ...
นี่มันอะไรกัน...!?ความรู้สึกกดดันและความรู้สึกที่น่ารังเกียจที่ออกมาจากคนคนนี้ มันทำให้รู้สึกราวกับว่าเราเป็นได้เพียงแค่แมลงตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย...เด็กหนุ่มครุ่นคิด ฝ่ามือของเขาที่กำแน่นชุ่มไปด้วยเหงื่อจากความกลัว
“เจ้าเองคงเคยเห็นใบหน้าข้าสินะ ข้าจำได้ว่าในตอนนั้นที่ข้าย่างเท้าไปเหยียบพระราชวังไข่มุกครั้งแรกเจ้าเองก็อยู่ตรงนั้นด้วย” ชายปริศนาใช้ฝ่ามือทั้งสองเกลี่ยปลายฮู้ดสีดำทั้งสองข้างลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อคมคาย มีไรหนวดเคราเล็กน้อย ผมสั้นสีดำ
หาก มองเพียงผิวเผินแล้วชายผู้นี้ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ธรรมดาเลยเว้นเสียแต่ แก้วตาสีเทาที่เพียงแค่มองชั่วครู่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าอาลัย และดวงตาคู่นั้นเองที่ทำให้จัสตินไม่อยากจะจ้องมองอีกต่อไป
“ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านจะมาพบข้าด้วยตัวเอง... พ่อมดคนที่สอง ลูอิส ลูซิเฟอร์” คาร์นเอลลูกล่าวพลางกำดาบแน่นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง งานนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ต้องปกป้องชายหนุ่มในคำทำนายให้ได้
“มาเป็นกำลังให้กับข้าเถอะคาร์นเอลลู... ข้าจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่านักรบหรืออัศวินคนใดในใต้หล้า” ลูอิสกล่าวพลางยื่นมือออกไปหาคาร์นเอลลู
นักรบหนุ่มนัยน์ตาเบิกโพลงก่อนจะกระโดดถอยห่าง การอยู่ต่อหน้ากับพ่อมดควรจะระวังทุกฝีก้าว นั่นคือความคิดแรกของเขา
“ข้าขอปฏิเสธท่านพ่อมด ข้าไม่ใช่พวกของท่าน” คาร์นเอลลูเริ่มยกดาบไว้ข้างกายราวกับพร้อมรบ สายตาของเขาจับจ้องไปยังชายเบื้องหน้าอย่างไม่วางสายตา
“เจ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าพวกมันทำยังไงกับเจ้า” ลูอิสพูดพลางชักมือกลับเข้ามาไว้ข้างตัวดังเดิม
“นั่นเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด”
“แล้วสักวันพวกมันจะเข้าใจเจ้าอย่างนั้นรึ”
“ข้าก็หวังเช่นนั้น แต่ต่อให้มันไม่เป็นเช่นที่ข้าหวัง!ข้าก็ไม่อาจอยู่ฝ่ายท่านได้หรอกท่านลูอิส”
น้ำเสียงอันแน่วแน่ของคาร์นเอลลู พ่อมดอันชาญฉลาดอย่างเขาฟังดูก็รู้ว่านักรบเบื้องหน้าเขาไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ ต่อให้เขาจะเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีใดก็ตาม
“พะ-พ่อมด” เสียงอุทานของเด็กหนุ่มดังขึ้นเบาๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แต่เมื่อนัยน์ตาสีเทาที่มองคาร์นเอลลูอยู่ย้ายมาจับจ้องที่เขา เด็กหนุ่มรู้ตัวทันทีว่าเขาแย่แน่ๆ
“เด็กคนนั้นเป็นใคร” ลูอิสเอ่ยปากถามพร้อมกลับมามองตาคาร์นเอลลูดังเดิม แต่คราวนี้สิ่งที่พ่อมดอันแสนชาญฉลาดต้องการหาใช่คำตอบจากปากไม่ แต่เป็นคำตอบจากดวงตาที่ไม่มีวันโกหกได้
ม่านตาที่เบิกโตขึ้นเพียงเล็กน้อยของนักรบหนุ่มใจดีทำให้เขารู้ได้ถึงสัมพันธ์บางอย่างระหว่างนักรบและเด็กหนุ่ม และสิ่งที่จะประเมินความค่าความสัมพันธ์ของทั้งสองว่ามีค่าเพียงใดนั้นคงจะมีวิธีเดียวที่รวดเร็วและได้ผลที่สุด
เพียง ชั่วพริบตาร่างของพ่อมดหนุ่มรูปงามก็กลายเป็นเปลวเพลิงสีดำพุ่งออกไปอย่าง รวดเร็วโดยเป้าหมายอยู่ที่เด็กหนุ่มที่อยู่เกือบสุดขอบอนาเขตกำแพงเพลิง
เปลวเพลิงที่พุ่งเข้าใส่นั้นรวดเร็วจนกระทั่งไม่มีเวลาให้แม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับยกมือขึ้นป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ
 
ช่วยด้วย!ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย...!น่ากลัวเหลือเกิน!ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากได้แล้วชีวิตที่ตื่นเต้นท้าทาย ใครก็ได้พาฉันกลับไปโลกเดิมของฉันที...
ฉันขอร้องล่ะ!!!
 
เด็กหนุ่มจะเป็นเช่นไรเมื่อความตายคืบใกล้เข้ามาหาจนประชิดตัว...
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 232 ท่าน