Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 17 เข้มแข็งและอ่อนโยน
18
10/02/2555 00:33:38
429
เนื้อเรื่อง
                วันต่อมาที่ชั้นเรียนปีสองของมัธยมเรนชิน  ประธานนักเรียนฟูจิมิยะ ไค  มายืนอยู่หน้าห้องบ๊วย  เขาแค่ยืนเฉย ๆ และเฝ้ารอ  แต่บรรดาพวกผู้หญิงของเขาก็พยายามตามมาล้อมลงกันเขาเอาไว้ไม่ให้ผู้หญิงห้องอื่นมายุ่มย่ามเหมือนเขาเป็นของมีลิขสิทธิ์อย่างนั้นน่ะ  จนกระทั่งเสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น  ไคก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของนัตสึกิ 
                พักเที่ยงเขาก็มาอีกครั้ง  ระหว่างทางเจอกับโทชิโอะที่ดูเหมือนจะมาตามหานัตสึกิเช่นกัน
                “นายกำลังจะไปไหน?”  ไคถาม  โทชิโอะคิ้วขมวด 
                “นัตสึกิซังไม่มาโรงเรียน...”  เขาพูดเชิงถามออกไป  แต่นั่นทำให้ไครู้ว่า  นัตสึกิไม่ได้อยู่กับหมอนี่  ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงไม่มาโรงเรียนล่ะ? 
                ตอนนั้นเองเสียงร้องเรียกคุ้นเคยดังมาที่ด้านหลัง  “ไค...โทชิโอะ” 
                หญิงสาวสีหน้าปลื้มปิติ  ราวกับได้รับฟังเรื่องดี ๆ มา  จิโตเสะยิ้มแย้มสดใสพลางว่า
                “รู้หรือเปล่าว่าฉันได้โหวตเป็นเด็กผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดที่สุดในกลุ่มโรงเรียนเขตโตไดนี่เลยนะ”
                โทชิโอะยืนมองหน้าเธอเหมือนไม่เชื่อ  แต่ไคยิ้มพลางบอกสั้น ๆ ว่า “ยินดีด้วยนะ”
                “พวกชมรมหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนอื่น ๆ นัดให้ฉันไปถ่ายแบบแล้วก็สัมภาษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยล่ะ  ยอดไปเลยใช่ม๊า...” 
                โทชิโอะขี้เกียจจะฟัง  เขาเดินหนีไปทันที  จิโตเสะในความคิดของเขา  ปากร้ายแต่ใจดีก็ดีอยู่แล้ว...  ทำไมต้องไปทำเรื่องบ้า ๆ ด้วยก็ไม่รู้
                “นี่ไค...  ตอนที่สัมภาษณ์น่ะ  จะให้ฉันบอกว่าเธอกับฉันเรา....”  จิโตเสะทำท่าเขินอาย  ไคยิ้ม...แค่อ่านท่าทางของเธอก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร 
                “ก็เอาสิ  เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กนี่นา”  เขายิ้มแล้วเดินจากไป 
                “เห?  ไม่ใช่แบบนั้นนี่นา...  นี่ไค!  กลับมาก่อนสิ  เราออกจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากนะ  เธอว่าไหม!” 
                จิโตเสะวิ่งตามเขาไปติด ๆ 
 
                จริง ๆ  แล้วที่นัตสึกิไม่ไปโรงเรียนมันก็มีสาเหตุอยู่....  ก็เพราะว่าตัวเธอในตอนนี้กำลังแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนสาธิตริโค  แผนกมัธยมปลายน่ะสิ....
                นานแล้วที่ไม่มีจดหมายร้องขอความช่วยเหลือมาเลย  ทั้ง ๆ ที่เธอออกจะเต็มใจช่วยแท้ ๆ ถึงบางครั้งผลมันจะออกมาเลยเถิดไปหน่อยก็เถอะ..  นัตสึกิในคราบสาวแว่นถักเปียในชุดนักเรียนของสาธิตริโค  กำลังเพ้อฝันราวสาวน้อยโมเอะอยู่ตรงโถงทางเดินยามพักเที่ยง  โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเธอเป็นคนแปลกหน้าอยู่ในโรงเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว 
                นัตสึกิเลือกเอาช่วงเวลาพักเที่ยง  เพื่อแฝงตัวเข้ามาสังเกตการณ์  ผู้หญิงที่ชื่อโชโกะนั่นน่ะบอกว่า  เป้าหมายของเธออยู่ชั้นปีสองห้องเอ  ที่เป็นห้องเด็กเรียนเก่ง  แต่แผนกม.ปลายที่นี่มันแตกต่างจากเรนชินมาก  เดินอยู่ตั้งนานแล้วก็ยังหาไม่เจอว่าห้องเรียนชั้นปีสองอยู่ตรงไหน 
                ระหว่างทางตาของเธอดันเหลือบไปเห็น  ใบหน้าคุ้นเคยที่อยู่อาคารฝั่งตรงกันข้ามเข้าโดยบังเอิญ   มันช่างเป็นภาพคุ้นตา...  เธอจำได้ว่าตอนที่อยู่ม.ต้น  ตัวเธอเองก็รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย 
                ฟูจิมิยะ ชิน  กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่าง  โดยที่มีโนโนฮาระ ชูริ นั่งอยู่บนโต๊ะ  คุยหยอกล้อกับเขาอยู่  ส่วนนิโจ้ เซนกิ  ก็กำลังเปิดหนังสือเรียน  ไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิด 
                ถ้าหากว่าเธออยู่ตรงนั้นด้วย... 
                ‘พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย  รำคาญเป็นบ้า!’  เธอคงจะตบหัวหมอนั่นก่อนแน่ ๆ  คิดแล้วก็ขำ 
                ตอนที่กำลังนึกขำอยู่นั่นแหล่ะ  นัตสึกิก็รู้สึกได้ถึงสายตาของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังมองมา  เธอจ้องสบตาเขาแล้วยิ้มให้  ทั้งยังโบกมือให้อย่างนึกสนุก
                ชินที่กำลังมองหญิงสาวนิรนามคนนั้นอยู่  คิ้วขมวดด้วยความสงสัย....
                “สงสัยแฟนคลับของนายแหงเลย....  ท่าทางบ๊อง ๆ”  ชูริหันไปมองตาม
                “ก่อนจะว่าคนอื่น  ท่าทางของนายก็บ๊องไม่แพ้กันนั่นแหล่ะ”  เซนกิขี้เกียจจะฟัง
                “แกมันก็ไอ้ขี้เก็กเหมือนกัน  ชิ” 
                ชินหันกลับมาอย่างรำคาญ  “ถ้าอยากทะเลาะก็ไปทะเลาะกันที่อื่น....”  เขาบอกทั้งคู่  พลางนึกสงสัยถึงหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง  เป็นเพราะอยู่ไกลขนาดนั้น  ถึงจะเป็นชินเองก็ตามก็ได้แค่สงสัย  ไม่มีทางเดาออกได้ว่าเป็นนัตสึกิที่โบกมือให้เขา 
                นัตสึกิเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าห้องชมรมประหลาด  ที่เธอก้ไม่รู้ว่าเป็นชมรมอะไร  แต่ดูเหมือนประตูจะไม่ได้ปิดสนิท  เธอจึงเดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ เสียหน่อย 
                ดูเหมือนในห้องนี้จะติดโปสเตอร์การ์ตูนเต็มไปหมด  แถมตัวการ์ตูนที่มีขนาดใหญ่ที่คนในห้องกำลังรุมคลั่งไคล้บูชาราวกับเทพเจ้าตอนนี้ก็มีใบหน้าคล้ายกับผู้หญิง  ทั้งยังเป็นผู้หญิงที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ เสียด้วย....
                นัตสึกินึกภาพถึงตอนที่หญิงสาวคนนั้นได้มาเห็นภาพตัวเองแต่งชุดอวกาศกึ่งเปลือยอยู่ในการ์ตูนอะนิเมะแล้วขนพองสยองเกล้าขึ้นมาทันที....  ขอเถอะ...  ไอ้โอตากุพวกนี้ได้ไปสวรรค์ก่อนวัยอันควรแน่...  นั่นน่ะ  มันก้อบปี้จีจังมาชัด ๆ
                ทนดูต่อไม่ไหว  ยิ่งจินตนาการก็ยิ่งเห็นภาพสยองขวัญมากขึ้นทุกที  เธอไปต่อดีกว่า...
                ระหว่างทางนั่นเอง  ดูเหมือนจะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากทางอีกฝั่ง  ท่าทางแปลก ๆ ที่ทำให้นัตสึกิต้องคิ้วขมวดก็คือ  นักเรียนพวกนั้นจะเดินรวมกลุ่มกันโดยเว้นที่ให้หญิงสาวที่เธอไม่รู้ว่าใครเดินอยู่ตรงกลางราวกับเป็นเทพีหรือไม่ก็เป็นคนสำคัญอะไรเทือกนี้  ส่วนคนอื่น ๆ ก็เป็นพวกเด็กรับใช้คอยถือน้ำถือพัด  แถมยังเป็นบอดิการ์ดให้อีกต่างหาก 
                อะไรมันจะขนาดน้าน....  นัตสึกิส่ายหน้า  แต่ยังไม่เจอเป้าหมาย  เธอต้องทำตัวให้กลมกลืนเอาไว้ก่อนดีกว่า...
                พอคนกลุ่มนั้นเดินมา  นัตสึกิก็งอตัวลงทั้งยังส่งยิ้มแหย ๆ ให้  พยายามเดินชิดติดกำแพงมากที่สุด  และทำตัวลีบเท่าที่จะลีบได้  แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง  พวกเขาก็ยังสังเกตเห็นเธออยู่ดี  เป็นไปได้ยังไงฟระ! 
                “นี่...  เธอน่ะ  หยุดก่อนซิ”  เสียงของนักเรียนคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนแสกนเนอร์คอยจับผิดเรียกเธอ  นัตสึกิหันไปพลางยิ้มแหย ๆ ให้ 
                “วะว่าไงเหรอ”  ได้โปรด  อย่าเพิ่งมาจับได้ตอนนี้เลย
                “อยู่ปีอะไร...  ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลย  ปีหนึ่งหรือเปล่า  ไม่รู้หรือไงว่าชั้นเรียนนี้มันของปีสอง  รุ่นน้องอย่างเธอจะมาเดินเพ่นพ่านไม่ได้!” 
                โห...  แบ่งแยกซะไม่มีอ่ะ  “ขอโทษด้วยค่ะ  พอดีชั้นเพิ่งย้ายเข้ามา  ไม่ค่อยคุ้นกับโรงเรียนเท่าไหร่...” 
                “ถึงจะเพิ่งย้ายมา  ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ถูกทำโทษนะ..” 
                นัตสึกิมองไปยังคนที่พูดประโยคนี้  หล่อนก็คือหญิงสาวที่เดินอยู่ตรงกลางคนนั้น  ถ้าหากนัตสึกิเดาไม่ผิด  ผู้หญิงคนนี้คงจะเอาเรื่องน่าดู  ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทาสรับใช้มากมายขนาดนี้
                “แล้ว....  รุ่นพี่จะทำโทษฉันยังไงหรือคะ”  นัตสึกิแกล้งถาม
                หญิงสาวคนนั้นแสยะยิ้ม  ดูเหมือนเธอจะได้ของเล่นชิ้นใหม่แล้ว....  กำลังเบื่ออยู่พอดีเชียว
                “เอาตัวเธอมา....”  หญิงสาวพูดจบพวกทาสรับใช้ทั้งหลายก็พากันกรูเข้ามาจับตัวนัตสึกิเอาไว้ทันที  จากนั้นก็พาเธอไปยังห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาที่ทั้งมืดทั้งทึบ  แต่ในนั้นดันมีเก้าอี้นางพญาให้ผู้หญิงคนนั้นนั่งเพื่อสำเร็จโทษเธอซะด้วยสิ... 
                “ท่านมิกะจะให้ทำยังไงกับเด็กคนนี้คะ”  ทาสรับใช้ถามนางพญา  พอนัตสึกิได้ยินชื่อที่ดูจะคุ้น ๆ หูอยู่บ้างก็อดสงสัยไม่ได้...  ส่วนนางพญาก็ยิ้มออกมาราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุก  พลางว่า
                “โทษฐานที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ  ถอดรองเท้าออกมา....”  หล่อนบอก  พวกที่เหลือก็เข้ามาถอดรองเท้านักเรียนของเธอ  จากนั้นหล่อนก็พูดอีก  “เผาทิ้งซะ!” 
                ไม่นานนักรองเท้าของเธอก็ไหม้จนไม่เหลือสภาพเดิม  นัตสึกิมองสบตานางมารที่นั่งบัลลังก์พิพากษาอย่างพิจารณา...  ตัวผู้หญิงคนนี้เองก็แปลกใจที่นัตสึกิไม่มีสีหน้าเดือดร้อนอย่างที่เธอคิดเอาไว้เท่าไหร่  ท่าทางคงจะหัวแข็งอยู่บ้าง  ถ้าหากจะทำให้กลายมาเป็นทาสที่สมบูรณ์  หล่อนคงจะต้องรุนแรงกว่านี้
                “เอาสีเมจิกเขียนที่เสื้อของเธอ...  ‘ฉันผิดไปแล้ว  ฉันจะไม่เดินไปไหนตามใจอีกแล้ว’ ตัวใหญ่ ๆ นะ” 
                คนพูดก็พูดไป  คนทำก็เดินปรี่เข้ามาจะเอาปากกาเมจิกเขียนที่เสื้อของนัตสึกิให้ได้
                ถ้าหากไม่เพราะเสื้อตัวนี้เป็นของโชโกะล่ะก็...  จะเขียนอะไรให้มันเลอะเทอะก็คงจะเขียนได้อยู่หรอก  แต่บังเอิญว่า  เธอยืมคนอื่นมาก็ต้องเอากลับไปคืนในสภาพเดิมเสียด้วยสิ  นัตสึกิฉีกยิ้ม... 
                เมื่อปากกาเมจิกมาถึงตัว  เธอก็ตวัดมันกลับไปด้วยการพลิกข้อมือฝ่ายตรงข้าม  แล้วก็เขียนข้อความลงไป
                “ฉันผิดไปแล้ว....ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีกแล้ว”  เธอพูดพลางเขียนไปพลาง  ทำเอาอีกฝ่ายหน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก  เพราะไม่เคยมีคนคิดที่จะดิ้นรนต่อสู้แบบนี้มาก่อน
                “จะทำอะไรน่ะ!  ไม่ได้นะ  นี่มันเสื้อของฉัน!”  อีกฝ่ายร้องโวยวาย  แต่นัตสึกิไม่สนใจ  เธอเขียนเสร็จก็โยนปากกาเมจิกทิ้งไป 
                “มีลูกไม้อะไรอีกก็รีบ ๆ เอาออกมา....  ฉันธุระต้องไปทำซะด้วยสิ”  นัตสึกิกวักมือเรียก  ทำเอาสีหน้าของนางพญาเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
                “มัดเอาไว้อย่าให้แผลงฤทธิ์ได้!”  หล่อนร้องบอก  คนอื่น ๆ ก็เข้ามารุมจับตัวเธอ  นัตสึกิก็ยอมให้จับมัดโดยดี  เพิ่งจะรู้ว่าในห้องอุปกรณืกีฬานี่มีของทรมานสารพัดอย่างจริง ๆ
                “หึ!  ให้มันรู้ซะบ้างว่าเธอกำลังลองดีกับใคร”  หญิงสาวจ้องหน้านัตสึกิที่ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้อย่างสะใจ  พลางส่งสายตาบอกทาสของเธอ 
                “ตัดผมยัยนี่ซะ!” 
                “แต่ว่า...”  ไม่มีใครอยากจะทำถึงขั้นนั้น...  เส้นผมน่ะเป็นชีวิตจิตใจของหญิงสาวเลยนะ  ท่าทางอิดออดของบรรดาข้าทาสทำให้คนสั่งโมโหจนคันออกหู  “ถ้าไม่ทำฉันจะทำเอง  เอากรรไกรมา!” 
                มีคนหนึ่งยื่นกรรไกรให้เธอ  หญิงสาวจ้องหน้านัตสึกิก่อนลงมือ  “ถ้าไม่อยากถูกตัดผมก็ขอร้องสิ....แล้วบอกว่าจะเป็นข้ารับใช้ให้กับฉันตลอดไป”  สีหน้าของหล่อนโรคจิตมากขอบอก...  นัตสึกิกลืนน้ำลายเอือก  ทนดูไม่ได้
                “จะตัดก็ตัดเถอะ...ว่าแต่  ถามอะไรสักอย่างสิ”  เธอบอก
                “อะไร!” 
                “ชื่อของเธอน่ะ...คงไม่บังเอิญเป็น  เอนโด  มิกะใช่ไหม” 
                หญิงสาวตรงหน้าแสยะยิ้ม  “เพิ่งจะมารู้เอาตอนนี้ไม่สายเกินไปหรือยังไง”  พอพูดจบกรรไกรนั่นก็ตัดฉึบลงไปที่เส้นผมของนัตสึกิทันที 
                แต่ว่า....  มันดันตัดเอาอากาศธาตุซะนี่...
                “เป็นไปไม่ได้!”  เอนโด มิกะร้องเสียงหลง  เพราะจู่  ๆ คนที่ถูกมัดมือมัดเท้ากำลังเอามือตัวเองจับมือของเธอข้างที่ถือกรรไกรเอาไว้   พอจะออกแรงกลับรู้สึกว่าแรงของฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่าจนขยับตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ  ทำเอาหญิงสาวหน้าซีดเพราะเพิ่งเคยรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ฝ่ายที่เสียเปรียบเป็นครั้งแรก
                “กลัวหรือ...”  นัตสึกิถามเบา ๆ  ที่ข้างหู  อีกฝ่ายพยายามต่อต้าน  เธอผลักนัตสึกิออกไปให้ห่างตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะแบบนั้นกรรไกรจึงถูกอีกฝ่ายแย่งเอาไป 
                ท่าทางที่นัตสึกิถือกรรไกรดูน่ากลัวมาก  ทำให้พวกเขาไม่กล้าจะอยู่ในห้องนั้นต่อ  แย่งกันหนีออกไปจากห้องมืดด้วยความเร็วเหนือแสง  รวมถึงเอนโด มิกะที่หนีไปตั้งหลักก่อน... 
                “ใจเสาะแบบนี้คงจัดการได้ไม่ยากเท่าไหร่ล่ะมั้ง...”  นัตสึกิเปรยเบา ๆ กับตัวเอง  กรรไกรที่ถืออยู่ก็โยนทิ้งไปไม่ใยดี  แล้วค่อยเดินตามออกไปข้างนอก  ไม่คาดว่าภาพที่เธอเห็นจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสภาพไม่ต่างไปจากเธอยืนขาสั่นพับ ๆ รออยู่   หญิงสาวคนนั้นสวมแว่นตาและถักเปีย  ที่เสื้อของตัวเองมีแผ่นกระดาษติดเอาไว้ว่า ‘ฉันมันคนอ่อนแอ  สมควรถูกแกล้ง’  ติดอยู่  หล่อนกลัวจนไม่กล้าที่จะดึงเอากระดาษนั้นออกด้วยซ้ำ 
                พอเห็นแบบนี้  นัตสึกิก็ไม่ลังเลที่จะถามออกไป  “เธอน่ะ...  มีเพื่อนชื่อ  ยานางิ โชโกะหรือเปล่า” 
                หญิงสาวได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทก็หน้าซีด  รีบสั่นศีรษะทันที  ถึงจะประหลาดใจอยู่บ้างที่หญิงสาวทำท่าทางเช่นนี้  แต่ก็รู้สึกดีไม่น้อย  คนดี ๆ แบบนี้สิเธอถึงจะสมควรช่วยเหลือ  ถึงตัวเองจะถูกแกล้งแต่ก็ไม่ยอมทำให้เพื่อนของตัวเองเดือดร้อนไปด้วย...  เป็นคนที่เข้มแข็งและอ่อนโยนมาก
                “อิโนอุเอะ  รีบทำอะไรซักอย่างเข้าสิ  เธออยากโดนดีหรือไง!” 
                นัตสึกิมองเอนโด มิกะที่หลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงยิม  เอาแต่คอยสั่งแต่ตัวเองกลับหลบไปอยู่เสียไกล...  ไม่รู้ว่ามาดนางพญาหายไปไหนแล้ว...  น่าสมเพชชะมัด
                นัตสึกิยิ้ม  พลางเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวหน้าซีดตรงหน้า
                “นี่...  เธออยากจะหลุดพ้นจากคนเลว ๆ พวกนั้นไหม” 
                อิโนะอุเอะ  ยูมิ ไม่ลังเลที่จะพยักหน้าตอบรับอย่างยินดี  ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครก็ตาม  แต่คำพูดของเขา  ก็ทำให้เธอรู้สึกเห็นแสงของความหวัง 
                “ทำตามที่ฉันบอกนะ...”  นัตสึกิกระซิบ 
                จากนั้นไม่นาน ยานางิ โชโกะที่เพิ่งจะรู้ข่าว  รีบวิ่งเข้ามาในโรงยิมเพราะเป็นห่วงเพื่อนตัวเอง  หล่อนเห็นภาพที่คนอื่นก็นึกไม่ถึงเกิดขึ้น  พร้อมกับทุก ๆ คน 
                นัตสึกิที่ทุกคนเกรงกลัว  ถูก  อิโนะอุเอะจับร่างทั้งร่างเหวี่ยงขึ้นไปลอยกลางอากาศแล้วทุ่มลงพื้นไปได้อย่างง่ายดาย  พร้อมกับคำพูดเธอตะโกนสุดเสียงว่า
                “ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งอีกแล้ว!  จงลงไปนอนซะ!”
                นัตสึกิถูกทุ่มลงไปนอนกับพื้นท่ามกลางสายตามากมาย  ร่างของเธอแน่นิ่งราวกับไม่มีสติ  ส่วนยูมิก็ดึงกระดาษที่ติดตัวเองอยู่โยนทิ้งต่อหน้าเอนโด มิกะ  เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายตกตะลึงพรึงเพริดอย่างไม่อยากจะเชื่อ 
ตลอดมายัยยูมิผอมแห้งคนนี้แกล้งทำเป็นอ่อนแอให้เธอแกล้งมาโดยตลอดงั้นหรือเนี่ย!  นางพญาจ้องมองร่างแบบบางตรงหน้าด้วยความกลัวสุดขีด  ยิ่งเห็สายตาเด็ดเดี่ยวของอีกฝ่ายแล้วยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวด้วยซ้ำ
“ต่อไปนี้  ฉันจะไม่ทำตามที่เธอสั่งอีกแล้ว!”  ยูมิตวาดใส่หน้าหล่อน  ทำเอาอีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง
“กะ...ก็แล้วแต่เธอสิ!”  นางพญากับพวกก็ล่าถอยไปทันที 
เดาได้เลยว่าต่อจากนี้  ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับอิโนะอุเอะ ยูมิไปอีกนาน... 
โชโกะที่เห็นเพื่อนตัวเองดึงความกล้าออกมาก็อยากจะร้องไห้  หล่อนวิ่งเข้าไปโอบกอดยูมิอย่างดีใจ  ไม่ทันระวังเกือบจะเหยียบเข้าที่ร่างของนัตสึกิที่แกล้งนอนสลบอยู่ด้วยซ้ำ  โชโกะอดใจห้ามตัวเองไม่ให้ก้มลงไปดูหน้าของคนที่นอนอยู่ไม่ไหว    แต่ยูมิกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ลุกขึ้นเถอะค่ะ...  พวกนั้นไปกันหมดแล้ว” 
คำพูดของเธอเหมือนสัญญาณชีพ  นัตสึกิลุกขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เธอเอามือปัดเสื้อผ้าที่เลอะเทอะออก  พอโชโกะเห็นใบหน้านั่นก็นึกออกทันที 
“คุณก็คือ,,,,  ตู้ไปรษณีย์สีแดง!”  
นัตสึกิคิ้วขมวด.... “ตู้ไปรษณีย์อะไร...  เรียก นัตสึกิ สิ” 
โชโกะยิ้มร่า  “จริง ๆ แล้วเป็นเพราะคุณหรือนี่...ไม่อยากจะเชื่อเลย  ขอบคุณค่ะ  ขอบคุณจริง ๆ”
นัตสึกิมองโชโกะกับยูมิที่เอาแต่ก้มหัวให้อย่างขอบคุณก็จนใจ  ถึงจะห้ามไปก็ไม่ฟังอยู่ดี...
“ไม่เป็นไร...  ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย  นี่เป็นเพราะ เจ้าตัวเขาเข้มแข็งมากต่างหาก...”
โชโกะขมวดคิ้ว  “เข้มแข็ง?”  เธอหันไปมองยูมิ 
“ถ้าหากจะให้เดาล่ะก็....  อิโนะอุเอะ  ยูมิ...  ไม่ใช่คนอ่อนแออย่างที่เธอคิดหรอกโชโกะจัง  จริง ๆ แล้ว  แค่มีความอดทนสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากกว่า”  คงไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะตัวเองน่ะสิ  นัตสึกิแค่มองก็รู้แล้ว 
“ต่อจากนี้ก็...พยายามเข้านะ”  นัตสึกิยิ้มให้คนทั้งคู่  แล้วตั้งใจจะรีบออกไปก่อนที่ใครจะจับได้  ไม่นึกเลยที่หน้าประตูโรงยิมจะมีคนคนนั้นยืนอยู่  เหมือนกับกำลังรอให้เธอเสร็จธุระอย่างนั้นน่ะ...
นัตสึกิเดินเข้าไปหาเขา  ไม่นึกว่าแค่โบกมือให้ครั้งเดียว  หมอนี่กลับเซนส์ดีจนตามมาดูถึงนี่เลย
“คิดอยู่ว่าเพราะอะไร...  ที่แท้ก็เรื่องนี้เองน่ะหรือ”  ชินเอ่ยปากถามอย่างรู้ทัน
นัตสึกิถอนหายใจเฮือก  “นายก็ดูแลหน่อยสิ...  อย่าให้คนของนายทำอะไรมากไปนัก  ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะต้องมาบ่อย ๆ ก็ได้” 
ฟูจิมิยะ ชินยิ้ม ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็คงจะดีไม่น้อย  “แล้วเธอจะให้ฉันจัดการยังไงกับเอนโด?”
“ก็บริการเธอหน่อย....  อย่าให้เสียชื่อนายล่ะ”  นัตสึกิตบบ่าชินแล้วเดินจากไป 
“ถ้าอย่างนั้น...เธอก็คงจะลำบากแล้วล่ะ  ไม่แน่ว่ายัยเอนโดนั่นจะรามือง่าย ๆ”
นัตสึกิพูดตอบโดยไม่หันมามองแม้แต่น้อย  “ก็เอาสิ...  ฉันไม่กลัวอยู่แล้ว” 
ชินเฝ้ามองแผ่นหลังแบบบางนั้นไปจนสุดตา  เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างจนใจ  ก็ใครใช้ให้เขามีเพื่อนจอมยุ่งอย่างเธอกันล่ะ...  ก่อปัญหาที่โรงเรียนตัวเองไม่พอ  ยังมาเพ่นพ่านแถว ๆ โรงเรียนของคนอื่น  แบบนี้เขาต้องต่อว่าไคเสียหน่อยแล้ว  ว่าปล่อยให้ยัยนี่พ้นหูพ้นตามาได้ยังไง....  แค่คิดว่าจะได้เห็นสีหน้ายุ่ง ๆ ของหมอนั่นแล้ว  ชินก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อัพแล้วค่ะ  ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
จากคุณ Morinne/(gadungtown) อัพเดตเมื่อ 21/02/2555 01:02:05
ความคิดเห็นที่ 2
รออยู่ทุกวันนะคะ
จากคุณ jang34028/(jang34028) อัพเดตเมื่อ 21/02/2555 00:28:20
ความคิดเห็นที่ 3
อัพเร็วๆนะค้าาา
จากคุณ jang34028/(jang34028) อัพเดตเมื่อ 15/02/2555 20:37:57
ความคิดเห็นที่ 4
อัพไวๆๆนะค่า

จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 11/02/2555 18:05:15
ความคิดเห็นที่ 5

สนุกมากๆคะอัพไว้ๆนะคะ
  (ติดตามอ่านอยู่คะ)
 

จากคุณ 11230/(11230) อัพเดตเมื่อ 10/02/2555 20:45:51
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 233 ท่าน