Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
It Dream สาวหน้าใส เจอหัวใจที่เกาหลี
jb.sodood
คนเรามันก็มีความรู้สึกนะ.............. ฮยุนฮาคนบ้า
5
29/01/2555 17:53:07
296
เนื้อเรื่อง

 
 

“ก็ฉันเคยมีแต่แม่บ้านที่ทำให้ทาน ขนาดตอนไปเรียนที่เมืองนอก แม่ฉันยังส่งแม่บ้านไปคอยทำให้ทานตลอดเลย อย่าบอกนะ ว่านายเองก็ทำไม่เป็นอ่ะ” ฉันมองฮยุนฮาอย่างกับว่า เค้าคือคนที่ผิด ถึงจะรู้ว่าลึกๆแล้วฉันเองที่ผิด ผิดที่ไม่ยอมบอกเค้าแต่แรกว่าทำไม่เป็น
“แล้วถ้าฉันตอบว่าใช่ล่ะ” นั่นไง คืนนี้ฉันต้องนอนทนฟังเสียงร้องของท้องน้อยที่ควนครางอย่างนั้นหรอ ช่างน่าสงสารจริงๆ
“งั้น ก็ไม่ต้องกินมันแล้ว นอนเลยแล้วกัน”ฮยุนฮาหันมาถลึงตาใส่ฉัน ถึงจะรู้ว่าเค้าหิว ฉันเองก็หิวแล้วจะให้ทำไงล่ะ ในเมื่อไม่มีใครทำเป็นนี่
“จะบ้าหรอ งั้นมาช่วยกันทำแล้วกัน กินได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที”ฉันเห็นด้วยอย่างแรง แต่ขอที่เถอะ ขอให้มันกินได้เถอะนะ ท้องฉันมันส่งเสียงประท้วงตลอดเวลาแบบนี้ มีหวังไส้ขาดแน่ๆ
“อืม ก็ได้ ถึงฉันจะทำไม่เป็น แต่ก็เคยลองทำอยู่เหมือนกัน แม่บ้านยังบอกเลยว่าใช้ได้”ฉันยิ้มให้ฮยุนฮาบางๆ แต่เค้ากลับขมวดคิ้วเค้าหากันเฉยเลย “ทำไม มีปัญหาอะไรรึเปล่า”ฉันส่งเสียงกวนประสาทไปให้ทันที
“เปล่า แต่รับรองได้หรอ ว่าจะกินได้จริงๆน่ะ”ฮยุนฮาชักสีหน้าหม่นๆทันที
“นี่ นายไม่ไว้ใจฉันหรอ”ฉันโวยวายขึ้นมาทันที
“เปล่าๆ แค่กลัวนิดหน่อย”หนอย บังอาจมากลัวฝีมือการทำอาหารระดับเซฟมือทองอย่างฉัน ได้ยังไง บังอาจสุดๆ
“เชอะ ถึงกินไม่ได้ก็ต้องกิน”ฉันเน้นย้ำ จนฮยุนฮาชักสีหน้าแปลกๆใส่ แววตามีกังวนอยู่มากๆ อิอิ เสร็จฉันล่ะ คิมฮยุนฮา
หลังจากลงมือทานอาหารเสร็จ ตอนแรกฮยุนฮาจะไม่ยอมทานแล้วจะออกไปหาอะไรทานข้างนอก แต่ฉันก็รั้งไว้ได้ ในที่สุดฮยุนฮาก็ยอมทานแต่โดยดี
“อืม ก็พอทานได้นะ”ฮยุนฮาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว
“เชอะ ใครบอกว่าพอทานได้ ต้องเรียกว่าอร่อยที่สุดในโลกเลยต่างหากล่ะ นายน่ะมั่วแล้ว รู้มั๊ย นายเป็นคนแรกเลยนะที่ได้ลิ้มลองฝีมือของฉันน่ะ เป็นไงล่ะ อร่อยจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ฉันยิ้มให้ฮยุนฮาแบบที่เรียกว่า มั่นใจสุดๆ
“หึ อร่อยมาก อร่อยจนลืมไม่ลงเลยหละ ทั้งเค็ม หวานจนน้ำตาลเรียกพี่ แล้วก็.......”
“นี่ พอได้แล้ว ฉันไม่ทำอะไรห่วยๆแบบนั้นหรอกนะยะ”ฉันวีนใส่ฮยุนฮาทันที มีที่ไหนคนอุจส่าทำอาหารที่แสนจะเลิศเลอเพอร์เฟ็คที่สุดในสามโลกให้ทาน ยังมีน่ามาติอีก ตาบ้าๆๆๆๆๆ
“แต่ก็นะ ยังไงมันก็พอประทังชีวิตของฉันได้ไปอีกเป็นวัน ขอบใจก็แล้วกัน”พูดจบฮยุนฮาก็เดินเข้าไปในห้องทันที อะไรนะ ยุ....ฮยุนจอง บอกว่า ขะ....ขอบใจหรอ นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ฮยุนฮาขอบใจฉัน อย่างงั้นหรอ.......
เช้าวันนี้อากาศดีมากๆ ฉันเลยตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ เพื่อมาทำอาหารให้เจ้าชายที่ตอนนี้สามโมงแล้ว ยังไม่เสด็จออกมาจากห้องบรรทมเลย แล้วอย่างนี้จะไปเที่ยวตามโปรแกรมได้ไหมนะ ฉันล่ะ หมดคำที่จะพูดกับเค้าแล้วจริงๆ
“ฮ้าว!!! นี่ตื่นนานแล้วหรอ เพิ่งสามโมงเองนะ”โธ่ ช่างกล้าพูด เพิ่งสามโมง
“นาย นี่มันตั้งสามโมงแล้วนะ ไม่ใช่เพิ่งสามโมง แล้วเราจะไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ฉันวางได้ไหมเนี่ย นายเล่นตื่นซะสายขนาดนี้เนี่ยฮะ”แต่แล้วคนที่ยืนตรงหน้ากลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจอะไรเลย
“ขอโทษแล้วกัน งั้นก็เที่ยวเท่าที่พอจะทำได้”รอยยิ้มนี่มันน่ามหัศจรรย์ไหมล่ะ จากที่ฉันคิดจะวีนให้สุดๆ แต่พอเห็นรอยยิ้มนั่น ความคิดทั้งหมดเหมือนถูกลบออกไปโดยสิ้นเชิง รอยยิ้มอะไรกันเนี่ย มองกี่ครั้งฉันก็ยังหลงใหลในเสน่ห์ของมันตลอดเลยสินะ “มองอะไรเนี่ย” ฉันตื่นจากภวังค์ทันทีที่เสียงของฮยุนฮาดังขึ้น เหมือนปลุกฉันให้ฉันตืน
“ปะ..เปล่านี่ นายไม่ไปอาบน้ำซักทีล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก แค่นี้ก็สายมามากพอแล้วนะ”ฮยุนฮายิ้มให้อีกครั้งก่อนจะกลับหลังหันแล้วเดินกลับเข้าห้องไป
ฉันหันมาจัดโต๊ะอาหารต่อ เพื่อให้ลืมรอยยิ้มบ้าๆนั่น แต่พอยิ่งอยากจะลืมมันก็มาลอยอยู่ในหัวของฉันตลอดเวลา จนในที่สุดเจ้าของของมันก็เดินออกมาจากห้อง วันนี้ฮยุนฮาแต่งตัวที่สบายๆมากๆ แต่มันก็ดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เค้าไม่ว่าจะใส่อะไร มันก็ออกมาดูดีไปหมด แล้วนี่ฉันจะกล้าเดินข้างๆเค้าไหมเนี่ย ตาบ้านี่ ออร่าเจิดจ้ามาแต่ไกลเลยซะด้วยสิ
“อะไรอีกเนี่ย มองอยู่ได้ ชอบฉันล่ะสิ”คำพูดรอยๆของเค้าทำให้หน้าของฉันเป็นสีแดงขึ้นมาทันที แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะยะ เอ๊ย นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย ไม่จริงนะ ไม่จริงๆๆๆๆๆๆ
“นายอย่าหลงตัวเองได้ม่ะ ฉันก็แค่แปลกใจที่นายแต่งตัวแบบนี้ ปกติเวลาออกไปข้างนอก นายจัดหนักเลยนี่”ฉันคิดว่าข้อแก้ตัวอันนี้เหมาะสมที่สุดเลยนะ สำหรับเวลานี้น่ะ
“ก็นะ ฉันไม่ได้อยู่ที่เกาหลีนี่”โห่ เพิ่งคิดได้หรอจ๊ะ ว่าตอนนี้อยู่เมืองไทยนะ เมื่อคืนนี้ยังจัดหนักอยู่เลย เชอะ
“หรอจ๊ะ งั้นมาทานข้าวได้แล้วจะได้รีบไป”ฮยุนฮาเดินมานั่งที่โต๊ะ เลือบมองอาหารที่วางอยู่ก่อนจลงมือตักไปทาน หลังจากนั้นก็ยอมทานแต่โยดี
“นี่ นายยังไม่มั่นใจในฝีมือการทำอาหารของฉันอีกหรอ”ฉันถามฮยุนฮาหลังจากที่เราเดินออกมาจากห้อง
“เปล่า ก็แค่เห็นมันน่าตาแปลกๆน่ะ”ฮยุนฮาพูดไม่รักษาน้ำใจกันซะเลย มันน่าไหมล่ะ
“แปลกยังไง ฉันบอกนายแล้วไม่ใช่หรอ ว่าอาหารพวกเนี้ย นายได้ทานคนแรกเลยนะ แม้แต่น้องชายฉันยังไม่เคยมีโอกาสได้ชิมเลย”ฉันหันไปค้อนใส่คนข้างๆ แหม บังอาจนักนะนายฮยุนฮา
“ฉันว่า เค้าคงโชคดีอะนะ”
“^_^” โชคดียังไงย่ะเนี่ย
“อ๋อ โชคดีที่ไม่ได้ชิมไง ฮ่าๆๆๆๆ”ฮยุนฮาหัวเราะร่า แล้วเดินไปเปิดปะตูรถทางด้านของเค้า นายมีความเป็นสุภาพบุรุษหรือเปล่าเนี่ยฮะ นายฮยุนฮา
“นี่ ใจคอจะไม่เปิดประตูให้หน่อยหรอ” หนอยบอกแล้วยังมีหน้ามายักไหล่อีก ตาบ้า
“เปิดเองสิ เธอเองก็ครบ 32 ไม่ใช่หรอ”ฮยุนฮาตอบหน้าตาย พร้อมกับขึ้นไปนั่งในรถทันที
“ก็ได้”ฉันเดินไปเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งทันที พร้อมกับตัหน้ามุ่ยใส่คนขับ ฮยุนฮาหัวเราะเบาๆ
“เธอนี่นะ..” ฉันยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไร ฮยุนฮาก็ขับรถออกไปทันที ฉันเลยไม่ได้ต่อว่าอะไรเค้า จนรถมาจอดที่ทางเข้าสวนสนุก ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้ามาที่นี่ทำไม แต่ว่ามันก็ดีอยู่นะ ฉันเองก็ไม่ได้มาที่นี่นานแล้วเหมือนกัน ถึงมาก็มากับราเชวเท่านั้นเอง
“นายมาที่นี่ทำไมหรอ”ฮยุนฮาไม่พูดอะไร แต่ดึงมือฉันลงจากรถ ไปทางเข้างาน
“มาสวนสนุก ฉันคงพาเธอมาเปิดมินิคอร์นเสิร์ทล่ะมั้ง” ไม่ว่าเปล่า ฮยุนฮายังดึงฉันไปตามเครื่องเล่นต่างๆ จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่ เรือไวกิ้ง อย่าบอกนะ ว่านาย....
“เราจะเล่นอันนี้กัน” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งที่ประเทศของนายเป็นผู้นำเรื่องเครื่องเล่นแบบนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากจะมาเล่นมันอีกนะ
“ฉัน.... เอ่อ...... นายตามสบายนะ เดี๋ยวฉันรออยู่แถวนี้แล้วกัน”ฉันจะเดินออกมานั่งรอโต๊ะไม้หินอ่อนข้างๆ แต่ฮยุนฮาก็เดินมาคว้าแขนฉันไว้ก่อน
“ไม่อ่ะ เธอต้องเล่นกับฉัน” โอ๊ย นายจะบ้าหรอ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยกล้าที่จะยืนแม้แต่เนินที่สูงๆด้วยซ้ำ แล้วนายจะให้ฉันมาเล่นไอ้เครื่องเล่นอันนี้เนี่ยนะ มีหวังฉันหัวใจวายตายชัว
“เอ่อ..นายไปเล่นเถอะ ฉันไม่ค่อยชอบเล่นน่ะ”ฮยุนฮายิ้มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว นายจะมาไม้ไหนอีกล่ะคราวนี้อ่ะ
“ป๊อด” ฮะๆ นายว่าอะไรนะ ป๊อดหรอ ไม่มีทางหรอย่ะ
“ฉันไม่ได้ป๊อด” เรื่องนี้ฉันเถียงใจขาด คนอย่างฉันมีหรอที่จะกลัวอะไรอ่ะ ไม่มีทางหรอกย่ะ
“เธออ่ะป๊อด ไม่กล้าแม้แต่จะเล่นเครื่องเล่นเด็กๆแบบนี้” หนอย มันจะมากไปแล้วนะ ฉันไม่เคยกลัวเลยยะ
“ก็ได้ ฉันเล่นก็ได้ แล้วเรามาดูกัน”ฉันเดินนำฮยุนฮาไปตรงที่เก็บบัตร จนลืมไปว่าฉันมีโลกที่ติวตัวมาตั้งแต่เกิดอยู่ แต่ในตอนนี้ ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นแหละ กล้ามากนะที่มาหยามฉันน่ะ ฉันไม่เคยป๊อดย่ะ
“แน่ใจนะ ว่าจะไม่เปลี่ยนใจน่ะ” เชอะ มีหรือที่คนอย่างฉันจะถอดใจน่ะ ไม่มีทาง
“ไม่”ฮยุนฮายิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่เครื่องเล่นมันจะเริ่มขยับ เท่านั้นแหละ ฉันใจคอไม่ดีขึ้นมาเลยทันที นี่อย่าบอกนะ ว่ามันจะเริ่มแล้วน่ะ ฉันยังไม่พร้อมเลยนะ “เอ่อ ฮยุนฮา ฉัน...”
“ทำไม กลัวหรอ ไหนบอกว่าไม่เคยกลัวไง” ใช่ตอนแรกน่ะนะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน
“ฉันลงได้ไหม”ตอนนี้หน้าฉันคงซีดมากๆเลยสินะ ฮยุนฮาถึงทำท่าทางตกใจขนาดนั้นน่ะ
“เฮ้ย นี่กลัวจริงๆหรอเนี่ย ทำไงดีล่ะ หยุดไม่ได้หรอก” เวรแล้วสไหมล่ะ
“ฉันกลัวอะ”ฉันพูดออกมาจนฮยุนฮาเองก็น่าจะไม่ได้ยิน แต่เปล่าเลย ฮยุนฮากลับยิ้มออกมา
ซะงั้น สงสัยได้ยินชัว
“ไม่ต้องกลัวนะ ยื่นมือมาสิ” ฮยุนฮาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ฉันทำตามอย่างว่าง่าย ฮยุนฮาเอามือของเค้ามากุมมือของฉันไว้พร้อมกับผลักหัวของฉันให้ไปพิงกับแผงอกของเค้า ฉันไม่รู้หรอนะว่าเราเคยกัดกันมามากขนาดไหน แต่ตอนนี้ฉันก็ยอมมุดหน้าลงไปในอกของเค้าอย่างว่าง่าย โดยไม่ตอบโต้ใดๆ
“นาย...” ฉันพูดแทบไม่เป็นคำพูดทันที เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ใจมันเต้นแรงผิดปกติ ไม่มั้งฉันคงไม่ได้คิดอะไรกับนายซาตานนี่หรอก ฉันคงแค่กลัวมากไปหน่อยเท่านั้นเอง
“หึ มีอะไรหรอ”ฮยุนฮายื่นหน้ามาใกล้ฉัน จนตอนนี้ใบหน้าของเราห่างกันแค่ไม่ถึงเซนด้วยซ้ำ ตาบ้า จะยื่นหน้ามาใกล้ทำไมเนี่ย รู้ไหมมันมีแรวกระตุ้นการเต้นของหัวใจฉันนะ
“ปะ...เปล่านี่ ไม่มีอะไรหรอก”ฉันเพิ่งสักเหตุนะเนี่ย ว่าตอนนี้ฉันกับฮยุนฮากลายเป็นจุดที่น่าสนใจของสวนสนุกแห่งนี้ไปแล้ว เพราะทุกคนต่างพากันมองมาทางฉันกันทั้งหมด แต่ดูเหมือนฮยุนฮาจะไม่ทุกข์ร้อนใดๆเลยนะ นี่นายเห็นหรือเปล่าเนี่ย ตาบ๊องนี่ถึงจะมีแว่นที่อำพรางใบหน้าของนายไว้ แต่ใช่ว่าจะไม่มีใครที่จำส่วนประกอบที่สุดแสนจะมีจุดเด่นของนายได้นี่ ก็ตาที่คมกริบขนาดนั้น รวมไปถึงจมูก ปาก แล้วไหนจะโอ๊ย นายนี่มันไม่ใช้มนุษย์จริงๆด้วยสินะ คนอะไรจะเพอร์เฟ็คขนาดนี้เนี่ย “นี่ คนเค้ามองกันหมดแล้วนะ นายไม่กลัวหรอ” ฉันดันหัวตัวเองออกมาจากแผอกของฮยุนฮา แต่ก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ พอมองลงไป ฉันก็กลับไปมุดรูเดิมอีกครั้ง
“นี่ ถ้ากลัวก็อยู่เฉยๆ เรื่องของฉัน ไม่ต้องสนใจหรอกน่า เรื่องที่ฉันมาเมืองไทยน่ะ มีแต่ฉันเธอ แล้วก็เด็กโรงเรียนเธอกับโรงเรียนของน้องเธอที่เป็นชายล้วย ก็ไม่มีใครรู้หรอก อาจจะแค่คุ้นๆหน้า แต่คงไม่คิดว่าเป็นฉันหรอกน่า”ฮยุนฮาเอามือมลูบผมฉันเบาๆ แล้วก็ขยับหมวกแก๊ปให้บังใบหน้าของเค้ามากขึ้น สงสัยก็คงกลัวเหมือนกันสินะ
“ไหนบอกว่า ไม่กลัวไง แล้วจะขยับหมวกทำไม”ฉันแสะยิ้มอย่างมีความหมายโดยนัย
“ก็เปล่านี่ แค่แดดมันแรง ฉันร้อน”ข้ออ้างของนายขึ้นจริงๆเลยนะ ตอนนี้แดดแรงมากจริงๆซะด้วยสิ ก็นะมันจะเที่ยงแล้วนี่หน่าเนอะ
“อืม มันจะเที่ยงแล้วนี่ ประเทศของนายคงไม่เคยร้อนขนาดนี้สินะ นายถึงได้เหงื่อไหลมากขนาดเนี้ย”ฉันหัไปมองฮยุนฮา ที่ตอนนี้ทั้งใบหน้าของเค้ามีแต่เหงื่อไหลย้อยเต็มหน้าไปหมด ไอ้เครื่องเล่นบ้านี่ก็อีก เมื่อไหร่จะหยุดซักที เหมือนฟ้าดินเป็นใจ สงสารฉันล่ะมั้ง ทันทีที่พูดจบเครื่องเล่นก็หยุดทันที ฉันเงยหน้าออกจากอกของฮยุนฮา ก่อนจะเดินลงไปพร้อมกับเค้า
“ฉันหิวอะ อยากกินอาหารไทย มีร้านแนะนำม่ะ”นี่ที่ฉันทำนั่นมันอาหารอิตลี่หรือไงยะ ไข่เจียว เนี่ย มันอิตลี่ตรงไหนกันฮะ
“ก็มีนะ ตามมาแล้วกัน ว่าแต่ไม่เล่นอะไรแล้วหรอ”ฉันหันไปมองฮยุนฮาที่เอามือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตลอดอยู่อย่างนั้น แต่ก็นะ ยังไงซะฮยุนฮาก็ยังไม่เลิกเป็นเป้ายตาของคนกลุ่มนั้นอยู่ดี ฉันเลยเนย้อนกลับไปหาเค้า แล้วดึงมือฮยุนฮาออกมาจากตรงนั้นทันที เดี๋ยวมีคนจับได้ นายนั่นแหละที่จะแย่ มีหวังไม่ได้เที่ยวกันพอดี
“อะไรของเธอเนี่ย ฉันยังอยากเล่นต่อนะ ถึงที่ประเทศฉันจะมีคล้ายๆกันก็เถอะ แต่ว่าบรรยากาศมันไม่เหมือนกันนะ”ฮยุนฮาโวยวายทันทีที่เดินมาตรงจุดชมวิว แต่ก็ยังดีที่ไม่สะบัดมืออกอะนะ ว่าแต่ฉันจับมือเค้าอย่งั้นหรอเนี่ย
“เฮ้ย”ฉันสะบัดมือฮยุนฮาออก เจ้าตัวหันมายิ้มให้ฉันแบบ งง งง
“เป็นไรแค่จับมือ ประเทศไทยตำรวจจะจับด้วยหรือไง”นายนี่มันจริงๆเลยนะฮยุนฮา ตำรวจประเทศไหนบ้างนะที่จับมือกันแล้วจะจับไปนะ ถามหน่อยเถอะเค้าจะจับข้อหาอะไรมิทราบค่ะ
“เปล่านี่ นายบ้าหรือเปล่า ตำรวจที่ไหนจะมาจับข้อหานี้กันล่ะ”ฉันหันหน้าหนีไปอีกทางทันที คิดได้ยังไงเนี่ย
“งั้นเราไปทานข้าวกัน ฉันหิวนะ” เฮ้อ นายจะหิวอะไรนักหนาเนี่ย กว่าจะออกมามันก็ห้าโมงจะครึ่งอยู่แล้ว นายเพิ่งกินไปไม่ใช่หรือยังไง
“นี่นายจะบ้าหรอ เพิ่งทานไปเมื่อกี้เองนะ”ฉันหันไปขมวดคิ้วที่ผูกกันจนเป็นโบว์ ฮยุนฮายื่นมือมาตีหน้าผากฉันเบาๆ ถึงมันจะเบาๆก็เถอะนะ แต่ฮยุนฮาน่ะ เบาเป็นที่ไหนล่ะ
“โอ๊ย  นี่นายมาตีฉันทำไมเนี่ย”ฉันตีแขนฮยุนฮากลับทันที อย่างนี้สิ มันต้องอย่างนี้แหละ ถึงจะเหมาะสมกันหน่อย
“ทีเธอยังมาตีฉันได้เลย”ฮยุนฮายิ้มบางๆให้ฉันก่อนจะเดินมาจับข้อมือให้เดินนำไปยังร้านอาหารที่ฉันบอก
ณ ร้านอาหารไทยชื่อดังในย่านตัวเมือง
พอฉันเดินเข้ามากับฮยุนฮาเท่านั้นแหละ ทุกสายตาก็ระกันมามองทางฉันทันที บ้างก็สะกิดกันก็มี ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเค้ามองมาทำไม แต่ถ้าให้เดาต้องมองฮยุนฮาแน่นอน หมอนี่จะดังเกินไปแล้วนะ แม้นี่จะไม่ใช่ประเทศเค้า แต่ไม่ว่าฮยุนฮาจะขยับไปทางไหนก็มีสายตาที่มองมาทางเค้าตลอด แล้วถ้าอยู่ที่เกาหลีจะขนาดไหนเนี่ย
“นี่ฮยุนฮา ถามอะไรหน่อยดิ”ฮยุนฮาหันมามอง แล้วยักคิ้วเล็กน้อย  “ตอนอยู่เกาหลี เวลานายออกไปไหนมีคนมองอย่างนี้ตลอดเลยหรอ”
“ก็นานๆครั้งนะถึงจะไม่มีคนมอง หนึ่งในพันได้ล่ะมั้ง”ฮยุนฮายักไหร่อย่างไม่ใส่ใจ โห่ งั้นคงไม่มีครั้งไหนเลยสิ ที่จะมีเวลาส่วนตัวน่ะ
“อืม งั้นนายจะทานอะไรก็ตามสบายเลยนะ มื้อนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” โชคดีนะที่ไม่ลืมหยิบบัตรเครดิตที่คุณพ่อโทรมาบอกว่าเพิ่งโอนเงินมาให้ จริงๆแล้วตั้งแต่เมื่อคืนราเชวก็ไม่ได้โทรมาหาฉันอีกเลย ยายซาซ่าด้วย เงียบกันหมดเลยนะ
“ฉันสั่งไม่เป็น”หึ อ่านไทยไม่ออกล่ะสิ
“นายอ่านภาษาไทยไม่ได้หรอ” ฮยุนฮาพยักหน้าเบาๆ อิอิ นี่ไงได้เวลาเอาคืนแล้ว
“แล้วฉันจะรู้ได้ไงเล่า ว่านายจะทานอะไรน่ะ”อิอิ จะใช้ฉันอย่างนั้นหรอ คิดผิดแล้วหละจ๊ะ ฮยุนฮาจ๊า
“สั่งเหมือนเธอก็ได้นี่ ฉันทานได้หมดแหละ แต่ขออย่างเดียว อย่าเผ็ดนะ”ฉันคลี่ยิ้มออกมาเบาๆ อย่าเผ็ดอย่างนั้นหรอ ฮ่าๆๆๆ
“ขอต้ำยำกุ้ง ย้ำรวมมิตร หมูทอดกระเทียมพริกไทยแล้วก็แกงจืดค่ะ อ้อแล้วก็ไก่ทอดพริกไทยดำด้วยค่ะ”ฉันหันไปสั่งพนักงานที่ยืนรอตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้วก็เอาแต่มองคนข้างๆ ฮ่าๆๆๆ เค้าคงเป็นอาหารตาชั้นเลิศของทุกคนที่อยู่ใกล้สินะ น่าหมั่นใส้จริงๆเลย
“นี่ ชื่ออาหารหรอ ทำไมมันยาวจัง”ฮยุนฮาหันมาถามทันทีที่บริการสาวเดินออกไป
“ก็บางอย่างเท่านั้นแหละ”เฮ้อ ฉันก็อยากแกล้งนายอยู่นะ แต่คิดอีกที พรุ่งนี้ก็กลับแล้วนี่หน่า ดีนะที่นายกลับตอนเที่ยงคืน ฉันจะได้พาเที่ยววันพรุ่งนี้ได้ต็มที่ ฉันคิดว่าพอตอนเย็นๆก็จะขอตัวกลับเลย เพราะไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม
“นี่ เป็นไรไปอ่ะ นั่งคิดอะไรอยู่หรือเปล่า”น้ำตาฉันมันลื่นออกมาจากดวงตาที่กลมโตอย่างง่ายดาย แค่เค้าพูดกับฉันแค่นี้มันก็ไหลแล้วหละ “เฮ้ เป็นอะไร”ฮยุนฮาลุกมาจากเก้าอี้แล้วเดินมาคุกเข่าข้างๆฉัน
“ไม่มีอะไรหรอก นายไปรออาหารเถอะ เดี๋ยวก็คงมาแล้วหละ”ฉันปราดน้ำตาลวกๆ ฮยุนฮายังคงนั่งที่เดิม แล้วมองฉันด้วยสายตาที่ฉันเองก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน “ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ นายไปนั่งโต๊ะเถอะ”ฉันยิ้มบางๆที่น่าจะช่วยอะไรฉันได้ ฮยุนฮาลุกยืนขึ้นมา แต่ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าฉันเหมือนเดิม
“เธอ...คิดอะไรอยู่หรอ แล้วบอกฉันไม่ได้.....”
“ฉันชอบนาย แค่เนี่ยพอใจไหม”ฉันไม่รอให้ฮยุนฮาได้ถามอะไร ฉันก็วิ่งออกมาข้างนอกทันที แล้วก็ยืนปล่อยโฮอยู่คนเดียว โดยไม่สนใจสายตาที่กำลังมองมาทางฉันเลยแม้แต่น้อย
“นี่ยายบ๊อง มายืนร้องไห้อยู่ทำไมล่ะเนี่ย”เสียงราเชวนี่หรอ ว่าแต่จะใช่หรอ วันนี้ราเชวต้องไปเรียนนี่ ฉันหันไปปมองตนเสียงก็พบว่าเป็นราเชวจริงๆ
“ราเชว”ฉันเรียกชื่อน้องชายที่ต้องการเค้ามากในเวลานี้ เบาๆ
“ก็ใช่น่ะสิ นี่พี่เห็นผมเป็นใครล่ะ”ราเชวยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที เฮ้อ อย่ามาซ้ำกันจะได้ไหม ไอ้น้องบ้านี่
“เปล่านี่ แล้วมาได้ไงเนี่ย”ราเชวยักไหล่ก่อนจะตอบในสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ
“มีคนโทรบอกให้มาอะ ผมเรียนอยู่นะ แต่เค้าบอกว่าพี่สาวของผมกำลังขี้มูกโปร่งอยู่ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นใครอะ เค้าเพิ่งโทรมาเมื่อกี้เองนะ ราเรียจริงๆวันนี้......พี่อย่าบอกแม่นะ ผมไม่ได้ไปเรียน แต่ไม่ใช่โดดนะ อาจารย์ทุกคาบติดราชการกันหมด จริงๆนะราเรีย ไม่เชื่อพี่โทรถามเพื่อนก็ได้”เออ นี่ตกลงนายจะมาปลอบพี่ หรือจะมาทำอะไรกันแน่เนี่ย
“โอเคๆ จ๊ะๆๆ พี่เชื่อเธอนะ แล้วนี่เชวมาอย่างไงเนี่ย”ราเชวชี้มือไปทางเข้าร้านอาหาร อ้อ ที่แท้ก็เพิ่งออกมาเตอร์คันใหม่มานีเอง เมื่อวานพ่อเพิ่งโอนเงินมาให้นี่หน่า “ราเชว เมื่อคืนยอ้อนพ่ออีกแล้วใช่ม่ะ”ทุกเดือนเลยนะน้องชายบ้าเนี่ย ได้เงินมากกว่าฉันทุกเดือนเลย ก็เล่นอ้อนอย่ากับเด็กแบบนั้น พ่อกับแม่ใจอ่อนทุกเดือน ราเชวนะราเชว
“คิๆๆๆ เถอะน่า เดี๋ยวผมจะไปรับพี่ไง ขี่แต่รถยน ผมซื้อทุกรุ่นแล้วมั้ง”ราเชวยิ้มแบบฉบับของเค้า ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเดินออกมาจากร้านอาหาร ฉันหุบยิ้มทันที
“ราเรีย พี่เป็นไรอีกล่ะ อยู่ดีๆก็ทำหน้าอย่างกับตูดลิงเลยเนี่ย”ฉันไม่ได้สนใจคำพูดกวนปประสาทของราเชวเลยแม้แต่น้อย ฉันสนใจแต่บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า เค้าเองก็เดินมาหยุดอยู่ตรงที่สายตาฉันทันที
“เธอวิ่งออกมาทำไม ไหนบอกว่าจะเลี้ยงฉันไง”ฮยุนฮากระซิบเบาๆที่ข้างหูของฉัน นี่เค้า....ทำไมถึง........
“ฉัน....รีบออกมาหาน้องน่ะ”ราเชวยืนยิ้มอย่างภาพภูมิใจ ส่วนฉันก็รอดตัวไป ใครจะกล้าบอกความจริงล่ะ ว่าฉันวิ่งออกมาเพราะกลัวในสิ่งที่พูดออกไป กลัวเค้าปฎิเสธ กลัวถ้อยคำต่อว่าของเค้าน่ะ
“แน่ใจหรอ”ราเชวยื่นหน้ามาใกล้แล้วส่งสายตาไม่เชื่อมาให้ทันที
“ก็จริงนะสิ นี่ราเชวถ้ายังไม่เลิกถาม พี่จะฟ้องแม่”ราเชวเบ้ปากนิดหน่อย ฮ่าๆๆ บอกใครไม่บอกมาบอกฉันถึงราเชวจะอ้อนเก่ง แต่ท่านเชื่อคำพูดของฉันมากกว่าราเชว
“ราเรียอ้า พี่ใจร้ายว่ะ ผมบอกแล้วไงว่าอาจารย์ ไม่อยู่ๆ”ราเชวงอนติป่องๆเลย คิคิ ส่งสารจัง ฮ่าๆๆ
“แต่ก็ไปได้นี่ เชวไม่ไปเองมากกว่า ไม่รู้ล่ะ วันนี้ขาดแล้วใช่ม่ะ”ราเชวพยักหน้าเบาๆ “งั้นวันนี้ เชวต้องไปกับพี่”ราเชวหันมามองหน้าฉันทันที
“ไปไหน”ราเชวไม่ทันได้ถาม บุคคลที่ยืนข้างๆก็เป็นฝ่ายถามทันที
“ไปกับฉันไง วันนี้ราเชวจะเป็นผู้ช่วยไกด์ของฉัน” ราเชวดูสีหน้าเจือนๆลง
“ราเรียพี่......”
“ต้องไป ไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น ไปกันเถอะ”ฉันไม่สนใจการนคัดค้านจากใครทั้งนั้น ฉันเดินนำไปทางรถของราเชว แต่ก็โดนราเชวเรียกไว้ก่อน
“พี่จะบ้าหรอ นั่นมันรถมอเตอร์ไซด์นะ จะไปหมดได้ยังไง” เออ จริง
“งั้นเชวก็โทรบอกให้รถมารับสิ” ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแหละ แค่ไม่ต้องไปกับฮยุนฮาสองต่อสองก็พอ
“จะโทรทำไม รถฉันก็อยู่เนี่ย”ฮยุนฮาค้านขึ้นมาหน้าตาย นี่เค้าไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของฉันเลยงั้นหรอ มีฉันคนเดียวใช่ม่ะ ที่รู้สึกอย่างนั้นกับเค้า เป็นฉันคนเดียวใช่ม่ะ ที่รักเค้า โดยที่เค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย
“ฉันคิดว่าจะกลับบ้านเลย พรุ่งนี้เดี๋ยวจะให้ยายซาซ่ามาเป็นคนนำเที่ยวให้แล้วกัน ส่วนฉันจะกลับไปเรียนแล้ว”ว่าจบฮันก็เดินหนีไป แต่ฮยุนฮาก็รั้งข้อมือเอาไว้ นี่นายจะให้ฉันประสาทกินเลยหรือยังไง
“โกรธหรอ....”ฉันไม่ตอบอะไรและไม่หันไปมองเค้า “คำพูดนั้นนะ ฉันตกใจมากนะ แต่เรื่องระหว่างเรา...มันคง......”
“นายไม่ต้องพูดหรอก ฉันลืมมันหมดแล้วหละ ราเชวโทรบอกรถที่บ้านหรือยัง”ฉันตัดบทสนทนาแล้วหันไปมองน้อง
ชายตัวเองแทน
“ราเรีย ผมไปด้วยไม่ได้หรอก ผมติดเรียนน่ะ เพื่อนโทรมาเมื่อกี้เอง บอกว่าอาจารย์มาแล้วสองท่านแน่ะ”ราเชวเองก็ไม่รอฉันคัดค้าน เค้าก็วิ่งออกไปทันที นี่ราเชวบ้า
“ไปกันเถอะ”ฮยุนฮาบีบข้อมือกระชับขึ้นเพื่อให้ฉันหันไปทานเค้า “เดี๋ยวฉันไม่ได้เที่ยวกันพอดี” นี่ฉันต้องเจอกับคนใจร้ายนี่อีกหนึ่งวันเต็มเลยหรอ โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ
“นายแน่ใจหรอว่าจะไม่เปลี่ยนตัวน่ะ”ฉันถามฮยุนฮาที่ยืนนิ่งๆอยู่
“อืม” ฮยุนฮาตอบสั้นๆ แล้วเสหน้าไปทางอื่นแทน
“เดี๋ยวฉันบอกให้ที่บ้านหา ไกด์จริงๆให้เอาม่ะ คงดีกว่าฉันเยอะอ่ะ”ราเชวส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น
“เธอเป็นไกด์ที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับฉัน”ฉันมองหน้าเรียวยามที่คลืบคลานเข้ามาใกล้เลื่อยๆ ฉันไม่สามารถหลุดออกจากดวงตาคู่นั้นได้เลย แต่แล้วคำพูดในโซนประสามก็สั่งการออกมาทันที
“โกรธหรอ....”
“คำพูดนั้นนะ ฉันตกใจมากนะ แต่เรื่องระหว่างเรา...มันคง......”
“นายไม่ต้องพูดหรอก ฉันลืมมันหมดแล้วหละ ราเชวโทรบอกรถที่บ้านหรือยัง”
.ใช่แล้วเค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย  ไม่เลยจริงๆ......  ฉันหลบหน้าเค้าทันที ฮยุนฮามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
พลั๊ก!!!  ฉันวิ่งออกมาโดยไม่มีจุดหมาย แต่แล้วฮยุนฮาก็ตามมาคว้าข้อมือไว้ได้
“นี่เธอเป็นไร แค่คำพูดบ้าๆนั่น เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ” นี่เค้าเห็นความรู้สึกฉันเป็นเรื่องบ้าๆอย่างนั้นหรอ มันจะมากไปแลเวนะฮยุนฮา
“เปล่านี่ ฉันแค่ไม่อยากเห็นหน้านาย ฉันเคยบอกว่าชอบ แต่ตอนนี้ ฉันเกลียดนาย”ฉันตะโกนใส่ฮยุนฮาโดยเน้นคำหลัง ฮยุนฮาท่าทางตกใจกับการกระทำของฉันมาก แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออกไปอยู่ดี

          อัพๆๆๆๆๆให้แล้วนะค่ะ  ฝากติดตามด้วยนร้าาาาาา
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 185 ท่าน