Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Bad Superstar★
PinKBerrYCheesecake
BS 9 : If miracle is real
11
27/05/2555 17:50:44
464
เนื้อเรื่อง
Bad Superstar 9 : If miracle is real


 
                “โรสอยู่ชั้นไหนน่ะ”
 
                “หาทุกห้องทุกชั้นเลยพวกเรา !”
 
เสียงของผู้คนมากมายกำลังสอดส่อง หาตัวฉัน มันเป็นความวุ่นวายที่น่าเบื่อที่สุด มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้แหละ ฉันจะเป็นคนปืดผนึกมันเอง ในเมื่อฉันเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมา ฉันก็จะจบมันด้วยตัวของฉันเอง
 
                “พอได้แล้ว !”
 
                “???” สายตาร้อยกว่าคู่จับจ้องมาที่ฉัน
 
                “นั่นโรส !”
 
                “โรสจริงๆด้วย”
 
                “โอ้ว พระเจ้าจอร์จ”
 
                “กรี๊ดดดด โรส!”
 
                “ใช่ ฉันเอง ฉันนี่แหละ โรเซลล่า เลเบล พวกแกมีอะไรกับซุปเปอร์สตาร์อย่างฉัน”
 
                “หน็อย ยังมีน่ามาพูดอีกหรอ ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ จับตัวมัน !” เชอรี่ชี้มาที่ฉัน แล้วแหกปากสั่งลูกน้องของเธอ
 
                “นี่...จะทำอะไรน่ะ หยุดนะ พวกแกไม่มีสิทธิ์มาทำอย่างนี้กับฉันนะ” ไอพวก บอดี้การ์ดแว่นดำมากมายนี่ น่ารำคาญจริง ปล่อยนะ !
 
                “มีสิ !เธอไม่มีทางหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาไร้สาระนี่หรอกนะ”
 
                “ปล่อยสิ ฉันเจ็บนะ !”
 
                “ไม่ต้องพล่ามให้มาก เอาตัวไปโรงพัก !”
 
                “นี่หยุดนะ โอ้ยยยย !”

ฉันถูกฉุดกระชากลากถู เข้าไปในรถตู้ของบริษัท ในขณะที่เหล่าสาวกของเชอรี่ กดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป เก็บไว้ประจานฉัน

                “ฮ่าๆๆ สะใจจริงจริ๊ง เป็นไงล่ะ ฮะ ? ซุปเปอร์สตาร์สาวแสนสวย ที่ถูกข้อกล่าวหาร้ายแรง หนีจากบริษัทค่ายเพลง ไหนจะเมาเหล้า เที่ยวอาละวาดชาวบ้าน หรือไม่ก็แอบไปมีชู้กับโฮสต์คลับกระจอกงอกง่อย น่าเวทนาเหลือเกินนะ”
 
                “...”
 
                “แหม...ไม่รู้จะเถียงว่าอะไรดีเลยหรอ เอ๊ะ ? หรือว่า จุกจนเถียงไม่ออก ฮ่าๆๆๆ”
 
                “ฉันไม่สนใจคำพูดนั่นหรอกนะ มันรกสมองน่ะ”
 
                “ห๊ะ !รกสมอง ? รกสมองหรือไม่อยากยอมรับความจริง”
 
                “ความจริงก็คือฉันหนีออกจากบริษัท แล้วก็เสียใจที่ถูกบอกเลิกจนกินเหล้า เมาเละเทะ ใช่...แต่ฉันก็ยังเป็นคนเหมือนเธอนั่นแหละ เชอรี่”
 
                “อ๋อ...เธอจะบอกว่าฉันกับเธอมีค่าเท่ากัน ว่างั้น ? เธอผิดแล้วล่ะ ท่าเทียบตอนนี้ ฉันกับเธอมันคนละระดับแล้วล่ะ”
 
                “เธอต่างหากล่ะที่ผิด คนทุกคนเกิดมาก็มีคุณค่าเท่ากันหมด ถึงแม้จะมีสมบัติหรือฐานะติดตัวต่างกัน แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังเป็นคนเหมือนกันอยู่ดี”
 
                “อุ้ยตาย แม่คู้นนนน ไปเป็นกุลสตรีน้ำจิตน้ำใจงามมาจากไหนกันห๊ะ ?”
 
                “...ฉันไม่อยากพูดกับสัตว์ประหลาดน่ะ”
 
                “หน็อยยยยย !ว่าไงนะ” เชอรี่ง้างมือขึ้นจะตบฉัน
 
                -ปึง-
 
คนขับรถของบริษัทเปิดประตูรถออก พร้อมกับกวักมือเรียกให้ลงจากรถ ทำให้เชอรี่เก็บมือของตัวเองแล้วเปลี่ยนบท เดินลงรถอย่างเรียบร้อย คงกลัวธาตุแท้ของตัวเอง จะเปิดเผยให้เหล่าแฟนๆทั้งหลายเห็นสินะ
 
                “หึ ! เธอโชคดีไปนะ”เชอริ่หันมาเหลือบตาใส่
 
                “กลัวที่ไหน” ฉันเองก็ไม่เว้นจะแสยะยิ้มด้วยความสะใจ
 
และทันทีที่ฉันก้าวลงรถตามเชอรี่ไปนั้น ออร่าของฉันก็ไปดึงผู้คนมากมายมาล้อมรอบสอบถาม
 
                “โรสมาแล้วๆๆๆ”
 
                “สรุปเรื่องทั้งหมดเป็นยังไงคะ”
 
                “ขอความแน่ชัด เรื่องชู้กับหนุ่มโฮสต์คลับด้วยครับ”
 
                “โธ่ เอ๊ยยยยยย สมน้ำหน้า”
 
                “แล้วจะทำงานต่อมั้ยคะ ?”
 
                “ซุปตาร์ข่าวฉาว ฮ่าๆๆ”
 
ฉันไม่สนใจหรอก ฉันชินแล้ว มันเกิดขึ้นจนชา จนไม่มีความรู้สึกอะไรเลย สมองมันด้านไปแล้ว
 
                “ขอทางหน่อยครับ เชิญคุณโรเซลล่า ข้างในเลยครับ” นายตำรวจคนหนึ่งเดินหลีกมาดึงแขนฉันให้เข้าไปในโรงพัก
 
                “ปล่อยแขนฉัน ฉันเดินเองได้ ไม่ได้พิการหรืออะไร อย่าริอาจเอามือสกปรกๆของแกมาแตะต้องตัวฉัน”
 
                “แหมๆๆๆ อย่ามาทำเป็นหยิ่งเล้ย คุณโรสสสสส”
 
                “ฉันหยิ่ง เพราะไม่อยากลดตัวลงไปจุกจิกกับพวกชั้นต่ำอย่างพวกหล่อน แล้วจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการที่จะมายอมรับความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะฉันรู้ว่าถึงจะปิดบังอะไร ความจริงก็ยังคือความจริง คนทุกคนบนโลกใบเนี้ย ก็ต้องล้วนแต่ทำผิดพลาดทั้งนั้นแหละ แล้วก็อีกอย่าง...จะพูดอะไรก็เชิญ ฉันไม่ได้รับฟังให้มันมาทำร้ายจิตใจฉันได้หรอกนะ การที่พวกเธอมาด่ามาว่ามาแฉมาประจาน แล้วทำให้พวกเธอดูดีมีสกุลขึ้นละก็ ก็ทำไปเถอะ”
 
จบคำพูดของฉัน เสียงทุกเสียงเงียบหายไป เหลือแต่เสียงลมหายใจฟึดฟัดของพวกผู้หญิงไร้มารยาทพวกนั้น
 
                “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!” ฉันเดินเข้าไปในโรงพัก โดยมีเสียงกรี๊ดอย่างเกรี้ยวกราดเลี้ยงส่งดังสนั่น จนตำรวจ 2-3 นายต้องพากันยั้งความบ้าคลั่งของพวกนาง เป็นไงล่ะ เจอจัดหนัก U_U

- - -

 
2 ชม. ต่อมา...
 
                “ตกลงอะไรคือสาเหตุที่คุณต้องหนีออกจากวงการครับ”
 
                “ก็น่าจะรู้อยู่ ไม่เห็นต้องถามให้มาก”
 
                “ผมต้องการสืบความจริงเท็จให้แน่ชัดครับ กรุณาให้ความร่วมมือด้วย”
 
                “คุณตำรวจคะ ถึงคุณจะรู้ความจริงไป มันก็เปล่าประโยชน์ การหายตัวไปของดารามันก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงนิ”
 
                “ไม่ได้ครับ ถ้าหากข่าวพวกนี้มันเป็นสื่อเท็จ มันจะสร้างความเสียหายให้แก่ตัวคุณ และทางเรา”
 
                “ใครสนล่ะ !”
 
                “= =ทำไมคุณถึงดื้อรนอย่างนี้นะ”
 
                “ท่านครับ” นายตำรวจอีกคนเดินเข้ามาพร้อมกับท่าทางลุกลี้ลุกลน
 
                “ว่ามา...”
 
                “ทางบริษัทมารับตัวคุณโรสไปให้สัมภาษณ์ครับท่าน”
 
                “...”
 
                “ตอนนี้เลยหรือ ?”
 
                “ครับ”
 
                “พาเธอออกไป แล้วก็แจ้งประชาสัมพันธ์ด้วยนะว่า เธอไม่ได้ให้การกับเราเลยซักนิด”
 
                “ครับท่าน......ตามมาครับ” นายตำรวจเดินมาดึงฉันขึ้น แล้วเดินล่วงหน้าไปก่อน แต่ก่อนที่ฉันจะเดินตามไป ก็ไม่ลืมที่จะหันไปแลบลิ้นใส่ ผู้กองจู้จี้ที่นั่งหน้าเครียดอยู่เป็นชั่วโมง ๆ
 

- - -

 
                ณ ห้องประชุม บริษัทค่ายเพลง Vociferous
 
                “มาแล้วหรอ...โรส” เสียงของ ‘อดัม’หรือ เจ้าของบริษัทค่ายเพลงของฉันพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องประชุม
 
                “เห็นว่ามารึยังล่ะ”
 
                “มันจะมากไปแล้วนะ !คิดว่ายังไง คิดว่าการหายตัวไปเฉยๆของเธอ มันไร้ความสำคัญมากรึไง แล้วไอการที่มีข่าวฉาวออกมาเนี่ย ทำไมถึงปล่อยให้มันละเลย ทำไมไม่มาแก้ข่าวให้มันเรียบร้อย”
 
                “หุบปาก ! คิดว่าฉันพอใจนักหรอที่ทำอย่างนี้”
 
                “เอ่อ...บอสคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ คือว่าน้องโรสขาเค้าอาจจะยังเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ก็ได้นะคะ”
 
                “ไม่ต้องยุ่ง แอนนา เธอก็อีกคน ไม่รู้จักดูแล รักษา โรสให้ดีดี เป็นผู้จัดการประสาอะไร ปล่อยให้มันเกิดเรื่อง”
 
                “ขอประทานโทษค่ะ U_U”
 
                “ใช่ค่ะ อย่างนี้มันต้องลงโทษให้สาสม” เชอรี่พูดแทรกขึ้นมา อย่างอารมณ์ดี
 
                “หึ” คริสติน่า ที่นั่งอยู่ห่างๆ ก็แอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจเหมือนกัน
 
                “ข้อหาที่เธอสร้างความเสียหายให้บริษัท ฉันจะไล่เธอออกจากวงการ แล้วฉันจะให้เชอรี่ขึ้นครองตำแหน่ง Miss Paris Universe รวมทั้งรางวัลอันดับ 1 ของเธอ ให้กลายเป็นของเชอรี่ให้หมด”
 
                “ฮิ ฮิ” เชอรี่ที่ตอนนี้กำลังมีความสุขอยู่ ยิ่งทำให้เธอลั้ลลา ขึ้นไปอีก
 
                “บอสคะ...” แอนนาพูดอย่างอ้อนวอนอย่างสุดกำลัง
 
                “ออกไป”
 
                “บอสค่ะ แอนนาว่า...”
 
                “บอกให้ออกไปไง !!!!!!!!”
 
                “ว้ายยย >[]<”
 
                “........ลาก่อน”
 
                “น้องโรส....”
 
ลาก่อน Vociferous…ลาก่อนอลิซาเบธ แอนนา...ลาก่อนความสำเร็จที่ค้นหามาตลอด 20 ปี...ลาก่อนชีวิตซุปเปอร์สตาร์...ลาก่อนเวทีประกวดนางแบบ...ลาก่อนห้องอัดเสียง...ลาก่อนห้องซ้อมเต้น...ลาก่อนสปอร์ทไลท์...ลาก่อนแฟนคลับ...ลาก่อนชุดสวยๆ...ลาก่อนอัลบั้มเพลง...ลาก่อนข่าวฉาว...ลาก่อนเวทีนักร้อง...ลาก่อนเวทีนักเต้น...ลาก่อนถ้วยรางวัลสีทอง...ลาก่อนผลงานชั้น 1 ของประเทศ...ลาก่อนซุปเปอร์สตาร์ที่ดังที่สุดในฝรั่งเศส
 
                ฉันเดินออกจากห้องประชุมด้วยความว่างเปล่า รู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าตอนที่ถูกโอเวนบอกเลิกเสียอีก...
 
                “น้องโรสขา !”
 
                “O.O?” แอนนา ?
 
                “น้องโรสสสสสสสสสสส T^Tฮือๆๆ อย่าไปนะคะ อย่าไปจากแอนนานะ” แอนนาวิ่งเข้ามาดึงต้นแขนฉันไว้
 
                “แอนนา...เข้าใจหน่อยสิ ว่าสถานการ์ณตอนนี้มันเป็นยังไง”
 
                “ไม่เอา.....แอนนาไม่ให้น้องโรสขาของแอนนาไป ฮือๆๆ”
 
                “แอนนา...บอสไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้วล่ะ...”
 
                “ไม่ น้องโรสคะ ไม่............ฮือๆๆ”
 
                “ขอร้องล่ะ แอนนาปล่อยเถอะ”
 
                “ไม่ ฮือออๆๆ แอนนาจะไม่ปล่อย”
 
                “แอนนา...ลาก่อนนะ”
 
                “ไม่ น้องโรสคะ ไม่ค่ะ ไม่......ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
 
ขอโทษนะแอนนา....แต่ฉันต้องไปจริงๆ ขอโทษนะ ขอโทษ...............
 
                “ขอให้โชคดีนะ ^ ^”
 
                “งั้นหรอ...ถ้าน้องโรสขาไป แอนนาก็จะไป”
 
                “หา ? อะไรนะ”
 
                “แอนนาจะลาออก แอนนาจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้องโรสขาไปจนสิ้นชีวิต”
 
                “แอนนา...” น้ำตามันค่อยๆเริ่มคลอเบ้า เสียงมันค่อยๆ สั่น
 
                “น้องโรสขาจะต้องไม่ไปจากแอนนา”
 
                “แอนนา !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ฉันปล่อยโฮออกมา พร้อมกับวิ่งย้อนกลับไปกอดเธอ
 
                “น้องโรสขา T[]T....”
 
                “ฮืออๆๆ....”
 
เอาล่ะ...ตอนนี้ ฉันมีเพื่อนร่วมทางแล้ว ลาก่อนนะ ‘บริษัทงี่เง่า’ฉันไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปจะเป็นยังไง...แต่ฉันก็ยังมีพ่อแม่ แล้วก็บ้านสุดที่รัก แล้วก็จะไปหาอาชีพใหม่ๆ ที่รุ่งเรืองกว่านี้ก็ได้ ถือว่าวันนี้ฉันตื่นจากฝันร้าย และกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ละกันนะ ^ ^
 

- - -

 
                “แอนนา ขอบคุณที่มาส่งนะ”
 
                “ค่า แค่นี้เรื่องเล็ก”
 
                “จ้า พรุ่งนี้เจอกัน”
 
                “ค่ะ น้องโรส”
 
หลังจากที่แอนนากลับไปแล้ว ฉันก็เข้าไปในบ้านสุดที่รัก บ้านที่ฉันไม่ได้มาเยี่ยมตั้งนานแสนนาน ฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด พ่อกับแม่คงจะรออยู่ เอ...แต่ฉันจะบอกความจริงท่านไปว่ายังไงดีน้า ถ้าท่านรู้เรื่องแล้ว คงจะเสียใจแน่ๆเลย แต่ฉันก็จะอธิบายให้พวกเขารู้เอง ว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วก็มีโฮสต์คลับหน้าตาดีมาช่วยชีวิตฉันไว้ ^ ^แต่ก็กลัวโดนด่าเหมือนกัน =..=
 
                -เอี๊ยด-
 
ฉันเปิดประตูหน้าต่างแก้วทั้งสองบาน แล้วเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดที่มีลายสีทองเรียบขนานกับทางเดิน ฉันมองดูรูปของพ่อและแม่ รวมทั้งตัวฉันที่แขวนอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน โดยมีพื้นหลังเป็นฝาผนังสีขาวหมดจด แสงไฟสีทองสว่างจากโคมไฟเพดานแก้ว เปล่งแสงสะท้อนกรอบรูปและพื้น ทำให้ดูเป็นประกายแสงระยิบระยับ ฉันเดินตรงยังห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาตั้งหันหน้าเข้าหากัน และมีโต๊ะกระจกอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะมีแจกันดอกลิลลี่หลากสีประดับ ฉันเดินไปนั่งลงบนโซฟานุ่มๆ และหยิบรูปครอบครัวเล็กๆที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาดู มันทำให้ฉันคิดถึง พ่อกับแม่ขึ้นไปอีก แต่...บางอย่างทำให้ฉันแปลกใจและนึกขึ้นได้ว่า...ทำไม ? ไม่เห็นได้ยินเสียงใครเลย แล้วอีกอย่างก็คือ ตรงมุมของกรอบรูปมีรอยร้าว ซึ่งเค้าว่ากันว่า รูปที่มีรอยร้าว หรือแตก มักจะมีลางร้ายตามมา....ฉันชักสังหรณ์ใจไม่ดีแล้วสิเนี่ย
 
                กริ๊งๆ ~
 
                “โทรศัพท์ ?”
 
ฉันเดินไปยกหูโทรศัพท์ตั้งโต๊ะสีทองขึ้น
 
                “ฮัลโหล”
 
                (น้องโรสขา แย่แล้วล่ะค่ะ)
 
                “หา ? เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”
 
                (น้องโรสขา ใจเย็นๆ ทำใจให้สบาย แล้วฟังแอนนาให้ดีดีนะคะ)
 
                “เออน่า เล่ามาซะทีสิ”
 
                (คือ...)
 
                “อะไรล่ะ ?”
 
                (คือ...คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องโรสเสียแล้วค่ะ)
 
                “ห๊ะ ! พ่อกับแม่ !!!?”
 
                (ใช่ค่ะน้องโรสขา แอนนาพึ่งไปเจอหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุด ตอนนี้กำลังลือกันใหญ่เลยค่ะ)
 
                “พ่อ........แม่.............”
 
                (น้องโรสขา ใจเย็นๆนะคะ แอนนาจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้)
 
                “ไม่จริง.....”
 
                (ได้ยินมั้ยคะ น้องโรส ? น้องโรสขา ?? น้องโรสเป็นอะไรไปน่ะ น้องโรส น้องโรสสสสส !)
 
                “ไม่จริงใช่มั้ย......อึ้ก.............................ใครก็ได้บอกทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ไม่......ไม่ ขอร้องล่ะ ใครก็ได้บอกทีสิว่ามันเป็นเรื่องโกหก พ่อแม่ฉันยังไม่ตาย ใครก็ได้ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
 
นี่มันอะไรกันเนี่ย นี่มันเรื่องบ้าอะไร ไม่จริงน่า ฉันไม่เชื่อ !ทำไมชีวิตฉันมันถึงแย่แบบนี้ล่ะ ไม่จริงงงงงงงง
 
 
ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้ชาติหน้า หนูได้เกิดเป็นลูกพ่อกับแม่ แล้วก็ขอให้ได้เกิดเป็นซุปเปอร์สตาร์อีกครั้ง...
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 254 ท่าน