Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Dear Hunter...เหยื่อรายนี้ขอจอง!!
okiya
บทที่ 8 จ้องมันไว้แล้วจิกตา =O=
8
15/01/2555 18:57:16
485
เนื้อเรื่อง



ในห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ร่างของเด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวยถูกจับนอนหงายกับเตียง ที่ข้อมือและข้อเท้าของเธอถูกล๊อคไว้ เธอค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆห้องด้วยความหวาดกลัว

“ตื่นแล้วหรอ” ทีมแพทย์เอ่ยกับเธอก่อนจะหยิบมีดขึ้นมาสำรวจความคม

“พวกคุณเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน อย่าทำอะไรหนูเลยปล่อยหนูไปเถอะ” แพทย์อีกคนเอาเครื่องมือตรวจการทำงานของสมองแปะเข้าที่หน้าผากและจุดชีพจรต่างๆของเด็กสาวโดยไม่แยแสต่อคำอ้อนวอนของเธอ

“ทดสอบครั้งที่หนึ่ง เอากระแสไฟฟ้าระดับอ่อนๆก่อนละกัน” ดวงตา
ของเธอเบิกกว้างก่อนน้ำตาจะไหลเมื่อเริ่มเห็นชะตากรรมของตัวเอง

“ไม่นะ จะทำอะไรหนู หนูเป็นคนนะทำแบบนี้ได้ยังไง”

“เราจะทดสอบว่าเธอจะเหมือนพี่สาวหรือเปล่าน่ะสิสาวน้อย เธอรู้หรือเปล่าว่าพี่สาวของเธอมหัศจรรย์แค่ไหน เราตื่นตาตื่นใจเชียวละที่ได้เห็นคลิปนั้น”

“อะไร? พี่สาวหนูเกี่ยวอะไร หนูไม่รู้เรื่องปล่อยหนูไปเถอะ” เธอเริ่มร้องไห้สะอื้นเบาๆ น้ำตาไหลเป็นสายเพื่ออ้อนวอนให้ทุกคนในห้องเห็นใจ

“พี่สาวเธอเป็นแอนนิ คนที่กลายร่างเป็นเสือได้ มันคือการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ การวิวัฒนาการย้อนกลับของมนุษย์ ถ้าพี่สาวเธอทำได้เธอก็ต้องทำได้!! เปิดไฟ”

“ไม่นะ!! พี่กับหนูเป็นคนธรรมดา ไปมนุษย์ธรรมดา กรี๊ดดดดด!!!” ร่างของเธอกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อเจอกระแสไฟฟ้า เธอถูกช๊อตอย่างต่อเนื่องก่อนจะหอบหายใจ

“ยังไม่กลายร่างอีกหรอ งั้นเพิ่มระดับขึ้นอีก”

“ฮือออ ปล่อยหนูไป ปล่อยหนูไป กรี๊ดดดดดดด!!!!!”


พรึบ!!!!!!!!!!

ฉันหอบหายใจแรงก่อนจะมองสภาพรอบตัวอย่างหวาดระแวงสภาพแวดล้อมที่เป็นปกติทำให้ฉันคลายกังวล ฉันอยู่ที่ห้องของฉันในคฤหาส์ ฉันกลับมาตั้งแต่เมื่อไร? จำได้ว่าออกไปกินเหล้าย้อมใจแล้วเจอดิชรู้ว่าเขาเป็นแอนนิเหมือนกันเลยกลายร่างแล้ววิ่งหนีจากนั้นก็โดนยาสลบของเดเชียล… นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหน แล้วหลับไปกี่วัน? ในฝันนั้นไม่ใช่ฉันแต่เป็นคนที่ฉันรู้จักดี โมเดิล!! ฉันสะบัดผ้าห่มก่อนจะวิ่งลงไปชั้นล่าง กลุ่มดาวสัตว์อยู่กันครบทีมยกเว้นค๊อฟฟี่ ชิเอ็น และเฮมิท

“อ่าว..เรเวนเป็นไงบ้าง ^^”

“ไม่มีเวลาแล้ว ไปที่ศูนย์วิจัยเดเชียลเดี๋ยวนี้เลย”

“เดี๋ยวๆ ไปทำไม ไปเพื่ออะไร เธออยู่ที่นี่ปลอดภัยดีแล้วไม่ใช่หรอ”

“ไม่ได้!! ต้องรีบไป ต้องรีบไปที่นั่น”

“เรเวน”

“รออะไรอยู่เล่าไปเอารถสิ!!”

“เรเวน…มองฉัน…มองหน้าฉัน” โรคุชินจับไหล่ฉันแล้วมองนิ่ง ฉันหายใจเข้าลึกพยายามสงบสติตัวเองแต่มือไม้ก็สั่นไปหมด

“เขาเอาตัวโมเดิลไป…น้องสาวของฉัน….พวกเขาเอาตัวน้องสาวของ
ฉันไป T^T”

“…ถุงนี้ใช่มั้ย…” เฟยหลางหยิบถุงซิปพลาสติกใสให้ฉัยดู ภายในมีเส้นผมสีน้ำตาลอยู่เต็ม ฉันเปิดถุงออกกลิ่นคุ้นเคยลอยเข้าจมูกทำให้ฉันทรุดตัวลงไปกองกับพื้นถ้าไม่ได้โรคุชินพยุงไว้ เขาพาฉันไปนั่งที่โซฟาแองโกล่านั่งลงข้างๆบีบมือฉันเบาๆ

“บอกฉันได้มั้ยว่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง เพราะพัสดุกล่องนี้เพิ่งมาถึงเมื่อเช้า”

“..ฉันฝันเห็น..ฉันฝันถึงน้อง พวกเขาเอาโมเดิลไปทดลอง บอกว่าถ้าฉันทำได้โมเดิลก็ต้องทำได้..ฮึก..”

“เฮมิทกับพวกนั้นไปดูอยู่คงได้เรื่องไม่มากก็น้อย ไม่ต้องกังวลนะ”

“ทำไมต้องเป็นโมเดิลด้วย แค่ฉันมันไม่พอหรอยังไง ทำไมต้องทำร้ายโมเดิล เพียงเพราะว่าเธอเป็นน้องสาวของฉัน…น้องสาวของฉัน…TT____TT”

“คามโลภทำได้ทุกอย่างนั่นแหละเรเวน ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เพราะพวกนั้นต่างหาก”

“เราต้องไปที่นั้น ไปเอาโมเดิลออกมานะ T^T”

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก มันเสี่ยงเกินไป เธอก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นกับดัก”

“ใครจะสนเล่า!! นั่นน้องสาวของฉันนะ ของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่แม่จะจากไป จะให้ฉันอยู่เฉยๆได้ยังไง ต่อให้เป็นกับดักแล้วไงละ? ฉันจะขย้ำมันให้เละไปเลย!!”

“เรเวนใจเย็นๆ ใจเย็นก่อน” ความโกรธแล่นไปทั่วร่างของฉันโดยไม่ใส่ใจเสียงของแองโกล่า มันทำให้ร่างของฉันร้อนขึ้นเรื่อยๆ มันร้อนขึ้น ร้อนขึ้น ก่อนที่ฉันจะได้ทำอะไรชายหนุ่มข้างตัวก็จับหน้าฉันแล้วมอบจูบให้ มันเนินนานนุ่มนวลปลอบประโลมให้ฉันลดระดับความร้อนลง เขาถอนจูบออกแล้วกอดฉันไว้ น้ำเสียงเรียบเฉยทว่ามั่นคงสะกดให้ฉันสงบ

“เราจะช่วยกัน พาน้องเธอกลับมา รวมทั้งทำลายคลิปเทปนั่นด้วย”

“แน่นะ..” ฉันสบตากับเขานิ่งค้นหาความจริงข้างในแววตา

“..แน่..” สิ่งที่ตอบกลับมาในดวงตาสีดำสนิทคือความแน่วแน่ที่ยืนยันได้
 


“แล้วทำไมต้องตามกันมาเป็นพรวนด้วยเนี่ย =____=^^”

“เอาน่ะๆ สามคนหัวหายเจ็ดคนเพื่อนตายไง ^^” แองโกล่าฉีกยิ้มกว้างให้เฮมิท ตอนนี้เราอยู่ในรถตู้แต่ไม่ใช่คันเดิมปกติเพราะรถตู้คันนี้มีเครื่องมืออิเล็กโทรนิกมากมาย ทั้งเครื่องดักฟัง เครื่องส่งสัญญาณ มีกล้องขนาดจิ๋วสำรวจความเป็นไปมีแม้กระทั้งชุดนักวิทยาศาสตร์ที่พวกเราใส่กันอยู่ตอนนี้ ยกเว้นเฟยหลางที่ต้องเป็นผู้ควบคุมคอมพิวเตอร์ที่นี่ หวังว่าเขาคงจะไม่หลับในขณะที่เขาปฏิบัติงานกันหรอกนะ =____=;;

“เอานี่ ติดไว้คนละตัว กล้องคนละนึงไมล์โครโฟนขนาดเล็ก นายเอาแปลนอาคารมาดิชิเอ็น”

“นี่ฮะ” ว่าแล้วก็กางแปลนอาคารออกมาให้ทุกคนดู

“เราอยู่รอบนอกตรงนี้ เราจะเข้าทางกำแพงทิศตะวันตก แฝงตัวเข้าไปในอาคารใหญ่ที่อยู่ตรงนี้ ห้องเก็บตัวทดลองจะอยู่ชั้นใต้ดิน ส่วนห้องเก็บหลักฐานประกอบการวิจัยจะอยู่ที่ฉันเจ็ด ห้องใหญ่ๆริมซ้าย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบบอกผ่านไมล์ทันที เข้าใจมั้ย?” อยากถามจริงๆว่าเขาไปเอาของพวกนี้มาจากไหนแต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ฉันพยักหน้ารับกับแผนนี้

“ถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้วรีบออกมาเลยพยายามทำเรื่องให้เงียบที่สุด ซึ่ง
มันเป็นไปไม่ได้” อ่าวแล้วจะพูดทำไม =O=;;

“อย่าทำหน้าเครียดกันแบบนั้นสิ ฉันกำลังจะบอกปัญหาพวกเราอยู่นี่ไง -.-”

“มีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ น้องฉันป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง -____-^^” ฉันทำหน้าโหดใส่

“โอเคต่อๆ ปัญหาของเราตอนเข้าไปคือหมาเฝ้ายามซึ่งอันนี้แก้ง่ายแค่จิกตาใส่มันๆก็หงอยแล้ว” จิกตาใส่เนี่ยนะ =_____=^^

“เข้าใจแล้วนะ ข้อที่สองคือแอนนิของฝ่ายนั้นซึ่งมีอยู่คนเดียวคือดิช ใครเจอหมอนี่หนักหน่อยเพราะได้ฟัดกันแน่ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้พวกนั้นไหวตัวทัน”

“ถ้าไหวตัวทันต้องทำไงต่อหรอฮะ? (‘ ’)/”

“เป็นคำถามที่ดีมากชิเอ็น” ทุกคนตั้งใจฟัง

“ปกติแล้วเราจะเผ่น แต่ในกรณีแบบนี้ก็คือสร้างความวุ่นวายให้เต็มที่ เฟยหลางจะทำหน้าที่ดูสถานการณ์ทั้งหมดและโทรแจ้งตำรวจใส่สีตีไข่ว่าพวกเดเชียลคลั่งในงานถึงขนาดจับมนุษย์ไปทารุณทำร้ายต่างๆนาๆ จับคนแก้ผ้าถ่ายแบบอนาจาร เป็นไงแผนนี้เจ๋งสุด *w*b” เอ่อ…ฉันเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่านายสิงโตเป็นคนที่รั่วมาก ปกติจะเป็นค๊อฟฟี่ที่รั่วแต่ทำไม…และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ทุกคนยังตบมือให้อีกด้วย!!! =[ ]=!!เอ่อ..นี่มาช่วยฉันจริงหรือเปล่าเนี่ย =_____=^;;

“เวลามันตื่นเต้นมันจะเป็นแบบนี้แหละ” โรคุชินกระซิบเบาๆ เนี่ยนะอาการตื่นเต้น ถ้าจะตื่นเต้นได้ขนาดนี้คงโชว์เดี่ยวไมล์โครโฟนได้หลายงานเลยละ =______=;;

“เอาละ นักแสดงเตรียมพร้อม กล้องพร้อม ฉากประกอบพร้อม..” ทุกคนหันมามองหน้ากันก่อนจะพูดออกมาว่า

“แอ๊คชั่น!!” เอ่อ..ฉันเพิ่งเข้าใจเมื่อวินาทีนี้เองว่าฉันหลงเข้ามาอยู่ในวงคนบ้า =______=;;;;;
 


“นิ..เธออย่าเดินให้มันมีพิรุธสิ -____-” โรคุชินเอ็ดในขณะที่ฉันมองนู้นมองนี้อย่างตื่นๆ ตอนนี้เราสองคนอยู่ในสภาพปลอมตัวพร้อม หัวของฉันถูกคลุมด้วยวิกเกล้าม้วยเปลี่ยนสีน้ำตาลแซมขาว ใบหน้าที่แท้จริงถูกปิดทับด้วยคราบของงูที่จริงๆแล้วมันคือหนังมนุษย์นั่นแหละแต่เป็นหนังของมนุษย์สายเลือดงูตระกูลของเฟยหลางส่งมาให้ทายาทชายไว้เล่นแก้เซ็งยามเบื่อ แต่ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะเบื่อการนอนตรงไหน =____=^^ นายโรคุชินอยู่ในสภาพชายวัยกลางคน พวกเราถือแฟ้มเดินเข้าอาคารอย่างสง่าผ่าเผย

“ตัวทดลองตัวล่าสุดอยู่ชั้นไหนในตอนนี้?” โรคุชินถามเจ้าหน้าที่ซึ่งๆหน้า เห้ย…มันง่ายไปมั้ย? =[ ]=!!

“ก็อยู่ห้องใต้ดินนิครับ ทำไมหรอครับหรือว่ามีปัญหาขัดข้องอะไร” นั่น
ไงมาแล้ว เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาตรวจบัตรของเราทั้งคู่ฉันพยายามทำตัวเองให้นิ่งที่สุด

“เปล่าไม่มีอะไร แค่ไม่อยากให้ใครตัดหน้าก็เท่านั้น”

“ฮ่าๆ นั่นสินะครับ นี่ครับบัตร เชิญครับ ^^” และแล้วเราก็ผ่านเข้ามาได้!! ฉันแทบจะกระโดดด้วยความดีใจแต่ต้องรักษาอาการไว้ o>___<oฉันตามโรคุชินลงบันไดไปชั้นใต้ดิน ที่นั่นมืดมาก มันเป็นห้องขังสองฟากตรงกลางเป็นทางเดิน เราเดินเข้าไปหาทีละห้อง

“ไม่มี..เขาเอาโมเดิลไปที่ไหน?” ไม่มีจริงๆ ฉันหาห้องไหนก็ไม่เจอ ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ที่ไหนละ?

หวออออออ หวออออออ

มีผู้บุกรุก มีผู้บุกรุก นักวิทยาศาสตร์ทุกท่านโปรดลงบันไดลับไปที่ท่าเรือ ย้ำ นักวิทยาศาสตร์ทุกท่านโปรดลงบันไดลับไปที่ท่าเรือ...

“เฟยหลาง เกิดอะไรขึ้น” โรคุชินติดต่อคนที่อยู่หน้าจอทันที

{..เฮมิทเจอกับดิช น้องสาวเรเวนอยู่ที่ลานโครโรเซียม..}

“ทางด้านแองโกล่าเป็นไงบ้าง”

{เรียบร้อยดีจ้า เจอต้นฉบับและของก๊อปทั้งหมดแล้ว ^^}

“โอเค เจอกันข้างนอก แองเธอทำลายของพวกนั้นให้หมดอย่าให้เหลือภาพอะไรอีกทำลายงานวิจัยทั้งหมดนั่นด้วย”

{โอเคจ้า}

“ส่วนเธอ มานี่” เขาจูงมือฉันเดินออกจากตึกไปที่ตึกทรงสนามแข่งสมัยโรมัน ที่นั่นทุกคนกำลังยืนประจันหน้ากันระหว่างเฮมิทกับค๊อฟฟี่ที่ยืนอยู่ฝั่งฉัน และดิชที่ยืนอยู่อีกฟากของสนามที่มีรัวกั้นเหมือนกรงในโรงละครสัตว์ เขายืนอยู่กับชายวัยกลางคนรูปร่างค่อนข้างท้วม ที่ข้างในรัวรูปวงกลมขนาดใหญ่ ร่างบอบบางที่อ่อนแรงของโมเดิลกำลังตะเกียดตะกายลุกขึ้นยืน เธอมีแต่บาดแผลเต็มตัว ทั้งรอยไหม้และรอยเฆี่ยนตี

“กลับบ้านมาไม่แวะมาหาเลยนะเฮมิท จะใจร้ายทิ้งพ่อได้ลงคอเชียวหรอ?” ชายวัยกลางคนๆนั้นเอ่ย เฮมิทเหยียดยิ้มเย็น

“ผมไม่ได้มีพ่อแบบคุณวิเชียร์ กรุณาอย่าเอาเลือดโสโครกมายัดเยียดให้ผมจะดีกว่า”

“อกตัญญูจริงๆ ทำตัวให้เหมือนน้องเธอหน่อยสิ ใช่มั้ยดิช” เฮมิทกับดิชเขาทั้งคู่เป็นพี่น้องกันงั้นหรอ? หน้าไม่เห็นเหมือน

“อย่ามาเล่นบทพ่อลูกกันหน่อยเลย เป็นคนฆ่าพ่อแม่เขาเพื่อเอาลูกมาแท้ๆ นายก็น่าจะรู้ดีนี่นาดิช ในเมื่อพ่อของนายเป็นถึงมาเฟียนิ จริงมั้ย.. : )” เป็นครั้งแรกที่เห็นดิชหน้าตาซีดเผือด เขาเพิ่งรู้หรือรู้อยู่แก่ใจกันนะ

“อย่าไปฟังมัน…ว่าแต่ไม่ได้พาเรเวนมาด้วยหรอเฮมิท ให้เธอมารับน้องสาวเธอไง ^^”

“อย่ายุ่งกับเธอ!!” ฉันกระชากหน้ากากออกก่อนที่ใครเขาจะห้ามฉันวิ่งตรงดิ่งมาที่ลูกกรง

“โมเดิล!!”

“พี่ค่ะ!!” โมเดิลรีบวิ่งมาหาก่อนจะร้องไห้ เธอดูทุกข์ทรมานมาก กลิ่นเลือดกับรอยแผลทำให้ฉันโกรธจนแทบระเบิด

“เป็นการพบกันระหว่างพี่น้องที่น่าประทับใจว่ามั้ย เรเวนเธอสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าถ้าตัวเธอกลายร่างได้น้องของเธอก็ต้องกลายร่างได้ ไม่คิดจะพิสูจน์หน่อยหรอ^^” รอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีของวิเชียร์ทำให้ฉันคลื่นไส้

“ไม่!! ฉันไม่ต้องการพิสูจน์ ต่อให้น้องฉันกลายเป็นสัตว์ประหลาดเขาก็ยังเป็นน้องสาวของฉัน!!”

“หรอ?..น่าเสียดายจัง แต่ฉันอยากพิสูจน์ ปล่อยหมา!!” ทันทีที่สิ้นเสียงหมาล่าเนื้อที่กำลังคลุ่มคลั่งก็ถูกปล่อยออกมา กลิ่นเลือดของโมเดิลทำให้มันพุ่งเข้ามาหาอย่างไม่ลังเล ในขณะเดียวกันร่างของฉันขยับไปเองโดยไม่ต้องสั่ง ฉันส่งตัวเองปีนข้ามรัวและกระโดดเข้าหาความสูงอย่างรวดเร็ว  ไม่นะ!! อย่าทำเธอ!!

โฮกกกก / เอ๋งงง

ฉันกระโจนเข้ากัดคอสุนัขล่าเนื้อและหักคอมันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปตะปบตัวอื่นๆไม่ให้เข้าใกล้โมเดิลท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเธอ ฉันจิกสายตามองกราดสุนัขทุกตัว เมื่อรู้สึกได้ถึงรังศีอาฆาตมันก็วิ่งกระเจิงหนีไป เสียงตบมือดังขึ้นจากวิเชียร์

“เห็นมั้ยละทุกท่าน คนเราสามารถกลายร่างได้ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผมถึงสนใจงานวิจัยนี้ เราจะสนุกขึ้นอีกถ้าผมส่งลูกชายผมเข้าไปด้วย” ประตูกรงถูกเปิดออกก่อนที่ดิชจะเดินเข้ามาใกล้ ฉันคำรามขู่

“ผมไม่อยากสู้กับคุณเลยจริงๆนะ ^^” เขายิ้ม ทันใดนั้นเขาก็กระโจนกลายร่างเข้าหา ฉันดันโมเดิลไปอีกทางก่อนจะเข้าฟัดกับเสือจากัวร์อย่างดุเดือด  เราพุ่งเข้าหาและล้มกลิ้งเหมือนเป็นลูกบอล แต่ละทีที่ดิชตะปบและกัดเข้ามาเน้นที่จุดตาย ฉันสไลท์ตัวออกห่างก่อนจะพุ่งเข้าหาใหม่ เสียงหวอของตำรวจดังมาให้ได้ยินทำให้ฝ่ายวิเชียร์ตื่นตระหนก

“ท่านครับ ตำรวจมาแล้วครับ ทำยังไงดี”

“ยิงมัน ยิงมันทั้งคู่แล้วเก็บร่างมันไว้ศึกษา คนอื่นๆเก็บผลงานวิจัยไปไว้ที่อื่นให้หมด”

ปัง!!ปัง!!

ทั้งฉันและดิชต่างกระโดดหลบกระสุนไปอย่างฉิวเฉียด  พวกโรคุชินกำลังกราดยิงสกัดไว้ ชิเอ็นโบกมือให้ฉันออกไปนอกกรงเป็นสัญญาณว่าได้เวลาเผ่นแล้ว ฉันเดินกลับไปหาโมเดิลที่นั่งตัวสั่นอยู่ริมสนาม

“..กรรร..”

“พี่จะกินหนูหรอ T^T” ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอาหัวไปไถกับตัวโมเดิล

“ครือออ”

“พี่จะให้หนูไปกับพี่หรอ? 0.0” แม่นแล้วน้องสาว โมเดิลกอดคอฉันอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อเห็นว่าน้องขึ้นดีแล้วฉันจึงวิ่งออกไปยังประตูทางออก

“จับมัน!! ฆ่ามันให้ได้!!”

ปัง!! / โอ๊ย!

 “โฮกกกกก” วิเชียร์ร้องสั่งก่อนจะยิงโดนไหล่ของโมเดิล นั่นทำให้ฉันปี๊ดแตก ฉันฝากโมเดิลไว้ที่ชิเอ็นแล้ววิ่งเข้าไปที่วิเชียร์ทันที

“แกจะทำอะไร!! อย่าเข้ามานะ!!”

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

ความเจ็บปวดจากกระสุนทั้งสามนัดไม่ได้ทำให้ฉันแยแส ฉันกระโจนเข้ากัดที่ลำคอของวิเชียร์ทันที เมื่อกัดได้จมเขี้ยวฉันก็กระชากหลอดลมของมันออกมา มันต้องตายจะได้ไม่มีโอกาสไปทำร้ายใครอีก ฉันเพิ่งเห็นว่าโรคุชินก็ร่วมทำการฆาตกรรมกับฉันด้วยเหมือนกันหลังจากที่เงยหน้าขึ้นมาพบเสือดำตัวใหญ่ เขาก้มลงเลียเลือดให้ฉันที่ทรุดลงไปนอนหมอบก่อนจะดันให้ฉันขึ้นหลัง

“ทางนี้ฮะ” เราเดินผ่านทางลับเพื่อกลับไปที่รถของเฮมิทที่จอดรออยู่ ทันทีที่ขึ้นรถฉันก็กลับร่างเดิมด้วยความเจ็บปวด

“พี่ค่ะ เป็นอะไรมั้ย พี่ถูกยิง T^T” เลือดที่ไหลอย่างต่อเนื่องทำให้แองโกล่าและชิเอ็นต้องเอาผ้ากดแผลไว้

“..ไม่เป็นไรหรอก ไม่โดนจุดสำคัญ..” เฟยหลางบอก

“โรคุชินละ?..”

“แค่ก แค่ก แค่ก” เสียงไอทำให้เฟยหลางออกไปดูนอกรถก่อนจะกลับมาพร้อมร่างของนายโรคุชินที่เต็มไปด้วยเลือด เขายังไอเป็นเลือดไม่หยุด เลือดสดๆที่ไหลออกมาตามร่องนิ้วทำให้ฉันกลัว ในความรู้สึกของฉันทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

“นายโรคุชิน….นายเป็นอะไรไป…” หัวสมองฉันเริ่มตื่อตันไปหมด เมื่อภาพทั้งหมดกลายเป็นสีขาว

“พี่ค่ะ..พี่ค่ะ พี่เรเวน…”

………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………….

……………………………………………………………..

…………………………………………………

……………………………………

…………………………

……………..

……..









ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 176 ท่าน