Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Sixth Sense สัมผัสเร้นรัก (rewrite)
เนรยา
ตอนที่ 1 (เกือบ??) พบเจอ (100%)
2
11/01/2555 22:27:31
770
เนื้อเรื่อง


 

 

“อืมมม...” เสียงครางยาวๆจากคนที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนจะบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวตื่นแล้ว หญิงสาวเริ่มปรับสายตาให้คุ้นกับความมืดรอบตัว จะว่าไปมันก็ไม่มืดเสียทีเดียวหรอก มีโคมไฟหัวเตียงที่เปิดไว้สลัวๆพอให้เห็นความเป็นไปภายในห้องได้บ้าง

 

แล้วความคิดของเธอก็ต้องสะดุดลง ‘เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ! โคมไฟ! ห้องฉันไม่มีโคมไฟนี่นา’

 

นึกแล้วก็ให้ขวัญเสีย ต้องรีบสำรวจชุดเสื้อผ้าและร่างกายตัวเองว่ายังอยู่ในสภาพปกติดีหรือเปล่า แล้วก็ค่อยโล่งใจว่าอย่างน้อยก็ยังไม่ได้มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้นกับเธอตอนที่หมดสติไป จะไม่ให้เธอตกอกตกใจมากมายได้อย่างไรกัน เพราะความคิดแรกที่เธอคิดได้นั้นดูจะไม่สู้ดีนัก ก็แน่ล่ะ เคยได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆว่ามีผู้หญิงโดนโปะยาป้ายยาสารพัด แถมสถานที่ที่เธอไปมานั้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากคนพวกนี้เท่าไรนี่นา

 

คิดได้เท่านั้นหญิงสาวก็ต้องขวัญกระเจิงอีกรอบเมื่อนึกทบทวนความคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอก่อนที่จะหมดสติไป เธอแวะไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงานเพื่อฉลองให้เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เสร็จแล้วตอนจะกลับก็บังเอิญโดนผู้ชายคนหนึ่งเหยียบเท้าเข้าให้ จนทำให้ต้องหยุดคุยกันนั่นล่ะ เขาไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก แต่สิ่งที่ตามมากับเขานี่สิ โอย.. คิดแล้วก็อยากจะเป็นลมไปอีกรอบ ขอยังไม่คิดตอนนี้ดีกว่า

 

ว่าแต่นี่เธออยู่ที่ไหนกันเนี่ย แล้วยังจะมัวแต่คิดอะไรไม่เป็นประโยชน์กับสถานการณ์เฉพาะหน้าเอาซะเลย หญิงสาวคิดได้อย่างนั้นจึงลงจากเตียงเพื่อสำรวจห้องให้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและควรทำอะไรต่อไปดี คงเพราะพอตื่นมาแล้วมัวแต่ตกใจจนไม่ทันสังเกตว่าข้าวของ เครื่องใช้ และของประดับตกแต่งในห้องแบบนี้มันจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกเสียจากโรงพยาบาล

 

“โรงพยาบาลเหรอ! โอ๊ย... ไม่นะ!” เธอถึงขั้นครวญครางกับตัวเอง 

 

ถ้าเป็นคนอื่นคงดีใจที่ที่นี่เป็นโรงพยาบาล แต่ไม่ใช่สำหรับเธอเลยสักนิด ยิ่งในยามวิกาลแบบนี้ด้วยแล้ว หญิงสาวเริ่มลุกลี้ลุกลนทันทีที่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อไม่เห็นใครในห้องและหากระเป๋าถือของตัวเองไม่เจอ หญิงสาวจึงตัดสินใจจะออกไปข้างนอก อย่างน้อยถามพยาบาลก็คงพอตอบได้ว่าใครพาเธอมาและเธอจะเอาของของเธอคืนได้ที่ไหน จากนั้นจะรีบออกไปจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด

 

“อ้าว! คุณคะ รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้างคะ ยังมึนหัวหรือรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า” พยาบาลถามขึ้น หลังจากที่เปิดประตูเข้ามาเจอเธอที่กำลังจะออกห้องพอดี

 

“สบายดีแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”

 

“ขอดิฉันตรวจชีพจรกับวัดความดันก่อนนะคะ จะได้สบายใจได้ว่าคุณไม่ได้หมดสติไปเพราะความผิดปกติอะไรร้ายแรงน่ะค่ะ” หลังจากไม่พบอาการผิดปกติใดๆ พยาบาลจึงถามความต้องการของเธอ “คุณรู้สึกผิดปกติหรืออยากตรวจอะไรเพิ่มเติมไหมคะ”

 

“เออ.. ไม่เป็นไรค่ะ พอดีฉันไม่ชอบอากาศอึดอัดน่ะค่ะ แต่ไปเที่ยวในผับมา ร่างกายไม่คุ้นน่ะค่ะ เลยมึนๆไป จริงๆนะคะ ไม่เป็นไรจริงๆ” หญิงสาวพยายามเลี่ยงเพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกแม้แต่นาทีเดียว

 

“หรือจะลงประวัติไว้แล้วนัดตรวจภายหลังก็ได้นะคะ”

 

“ขอบคุณแต่ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันรีบมากๆน่ะค่ะ ว่าแต่คุณพยาบาลคะ คุณทราบไหมคะว่าใครพาฉันมาที่นี่ แล้วของส่วนตัวของฉันอยู่ที่ไหนเหรอคะ”

 

“คุณผู้ชายเพื่อนคุณ ขาวๆ ตัวสูงๆ เป็นคนพามาน่ะค่ะ พอดีดิฉันไม่ทราบชื่อ เดี๋ยวจะถามพยาบาลที่รับเรื่องให้นะคะ ส่วนของส่วนตัวของคุณอยู่ที่เพื่อนคุณค่ะ เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องคนไข้สำรองของแผนกฉุกเฉิน เราก็เลยไม่อยากรับของของคุณมาไว้เพราะกลัวจะมีการสลับหรือสูญหายได้ง่ายค่ะ เราตรวจแล้วอาการคุณไม่ได้เป็นอะไรมากและเพื่อนคุณก็ยืนยันว่าตอนล้มคุณไม่ได้ศีรษะกระแทก เพียงแค่หมดสติไป เราก็เลยให้คุณพักที่ห้องนี้ ไม่ได้ย้ายคุณเข้าเป็นผู้ป่วยในค่ะ”

 

หญิงสาวฟังแล้วก็ไม่อยากคิดตามเลยว่าแผนกฉุกเฉินจะเคยมีเคสคนไข้อาการหนักหรือสาหัสมามากเท่าไรแล้ว “แล้วคนที่พาฉันมาส่งล่ะคะ ตอนนี้อยู่ไหนคะ”

 

เธอถามกลับเมื่อพอเดาได้ว่าคนที่พามาคงเป็นเขาคนนั้นที่เหยียบเท้าเธอนั่นแหละ ไม่แปลกใจนักที่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนสาวของเธอที่เป็นคนพามา เพราะตอนที่เกิดเรื่องนั้นทุกคนก็คงแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว มีแต่เธอที่แยกไปเข้าห้องน้ำแล้วเสียเวลาโทรศัพท์จนออกมาทีหลังคนเดียว ด้วยความที่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเพราะเธอเองก็ไม่ได้เมา น่าจะดูแลตัวเองได้ 

 

‘แล้วเป็นยังไงล่ะทีนี้ มันน่านักเชียวรสา’ อดจะคิดโทษตัวเองไม่ได้

 

“คุณเขาบอกว่าเขามีธุระด่วนต้องไปค่ะ แต่ชำระค่าใช้จ่ายเบื้องต้นไว้แล้วและบอกไว้ว่าจะรีบกลับมาหลังเสร็จธุระค่ะ”

 

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ แต่คือ.. เออ.. ฉันรีบน่ะค่ะ มากๆเลย ฝากคุณช่วยบอกเขาได้ไหมคะว่าให้ช่วยติดต่อฉันทีหลังด้วยค่ะ ฉันขอออกตอนนี้เลยได้ใช่ไหมคะ”

 

“ได้ค่ะ แต่แน่ใจว่าคุณจะไม่รอเพื่อนคุณเหรอคะ”

 

“ไม่ล่ะค่ะ ขอตัวเลยนะคะ”

 

เมื่อเห็นหญิงสาวดูท่าทางรีบร้อนขนาดนั้น และในเมื่อไม่ได้มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง พยาบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากแนะนำให้เธอพักผ่อนและดูแลสุขภาพเบื้องต้นตามหน้าที่เท่านั้น ส่วนหญิงสาวก็รีบเผ่นแนบออกไปราวกับว่าถ้าอยู่ที่โรงพยาบาลนี้นานอีกสักหน่อยคงจะต้องติดโรคร้ายถึงชีวิตหรืออะไรประมาณนั้นเลยทีเดียว

 

“แปลกคนจริงๆ หน้าตาท่าทางก็ดี เสียดายไม่ค่อยปกติแฮะ” คุณพยาบาลไม่วายบ่นพึมพำ





กลางดึกคืนเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองที่ไม่ได้ห่างกันเท่าไรนัก รถยุโรปคันสวยก็แล่นกลับถึงที่พักเหมือนกัน ชายหนุ่มกลับบ้านด้วยความอ่อนล้าเต็มที ไหนจะต้องต้อนรับลูกค้าที่มาติดต่อธุรกิจด้วยตั้งแต่เช้าจนเย็น แล้วยังต้องไปส่งลูกค้าอีกกลุ่มที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับต่างประเทศในคืนนี้อีก เท่านี้ก็น่าจะเหนื่อยมากพออยู่แล้ว ยังจะมีเรื่องเข้ามาแทรกให้เขาต้องขับรถอ้อมโลกไม่รู้จะกี่เที่ยวอีกนี่สิ ก็จะอะไรที่ไหนกันล่ะ แม่สาวตัวดีที่ดันมาเป็นลมล้มพับใส่เขาในผับนี่อย่างไร อุตส่าห์จัดการให้ลูกน้องช่วยดูแลลูกค้าที่เขาพาไปเที่ยวต่อให้ เพื่อที่ตัวเองจะได้มีเวลากลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนชุดและพักผ่อนสักหน่อยก่อนที่จะต้องออกไปส่งลูกค้าอีกกลุ่มขึ้นเครื่องตอนกลางดึก พอมาเจอเธอเท่านั้น แผนทุกอย่างก็ล่มไม่เป็นท่าไปเลย

พอเธอเป็นลมไป เขาให้เด็กในร้านช่วยประกาศตามหาเพื่อนหรือคนรู้จักเธอ ก็ไม่เห็นจะมีใครมา จะให้เขาทิ้งเธอไว้ที่ร้านก็ไม่รู้ว่าใครจะไว้ใจได้แค่ไหนในสถานที่แบบนั้น อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า จะให้เขาใจจืดใจดำก็ไม่ใช่นิสัยเขาเท่าไร สุดท้ายเลยตัดสินใจพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้ๆแถวนั้นแทน แต่ไอ้คำว่าใกล้นี่มันไม่ได้ใกล้กับบ้านเขาเลยนี่สิ แถมยังอยู่คนละทิศกับสนามบินเสียอีก และเพราะเสียเวลาที่โรงพยาบาล เขาเลยไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน แต่นั่นยังไม่เท่ากับที่พอเสร็จธุระแล้วเขาก็ต้องขับรถอ้อมเมืองกลับไปให้ได้หงุดหงิดเมื่อพบว่าเธอไม่อยู่รอที่โรงพยาบาลแล้ว แล้วยังต้องอ้อมเมืองอีกครึ่งรอบเพื่อกลับบ้านตัวเอง ถึงจะไม่ได้โกรธจริงจังนัก แต่มันก็ไม่น่าพอใจเท่าไรหรอกที่หญิงสาวจะทำตัวไม่มีมารยาทแบบนี้ ข้าวของของเธอก็ยังอยู่ที่เขา นี่เขาไม่ต้องขับรถอ้อมเมืองเอาไปส่งให้เธอวันไหนอีกหรือนี่

“คุณวินกลับดึกจังค่ะ ป้านอมแกห่วงใหญ่เลยค่ะ”

“อืม พอดีมีเรื่องวุ่นๆน่ะ แล้วป้านอมเข้านอนไปนานแล้วใช่ไหมน้อย” ธนาวินถามเด็กรับใช้กลับด้วยความห่วงใยถึงแม่บ้านที่ดูแลเขามาแต่เด็ก จนเขาแต่งงานมีครอบครัวก็ยังขอตามมาช่วยดูแลเขาที่บ้านใหม่นี่ด้วย ใจนึงเขาก็ดีใจและซาบซึ้ง แต่อีกใจก็ห่วงเพราะไม่อยากให้คนสูงอายุต้องมาเหนื่อยแบบนี้แทนที่จะได้อยู่สบายๆที่บ้านพ่อแม่ของเขา

“ป้านอมหลับไปนานแล้วค่ะคุณวิน แต่กว่าจะให้ไปนอนได้นี่สิคะ พ่อถึงกับบ่นว่าคราวหน้าจะแอบเอายานอนหลับให้ป้าแกกินเลยค่ะ”

“เราก็ไปนอนไป บอกพ่อเราด้วยว่าขอบใจที่อยู่รอจนดึก” ธนาวินบอกสาวใช้และเดินขึ้นชั้นบนไปยังห้องนอนของตัวเอง

“แหมๆๆ ใครจะโชคดีเหมือนคนใช้บ้านนี้ไม่มีแล้ว เจ้านายอาร๊าย ใจดียิ่งกว่าคนเป็นญาติกันอีก” น้อยยังไม่วายเจื้อยแจ้วกับตัวเองจนโดนใครอีกคนที่เดินเข้ามาเขกหัวให้เจ็บๆคันๆ

“ไป น้อย แกก็ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนไม่ใช่รึไง ไปให้มันเช้าๆจะได้เสร็จกลับมาช่วยงานบ้านคุณวินเขาเร็วๆ เขาส่งเสียให้เรียน แต่แกก็อย่าให้ขาดตกบกพร่องงานที่ควรทำ”

“โธ่! พ่อ! น้อยก็รอพ่อนั่นแหละ ก็พ่อน่ะ..”

“ไปๆๆๆ พ่อจะไปนอนแล้ว” ลุงยงพ่อบ้านตัดบทลูกสาวที่ยังทำท่าจะร่ายยาวด้วยความช่างพูดช่างจาของลูกสาวที่ดูท่าจะเป็นเด็กไม่รู้จักโตเสียที




 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
มาพร้อมความเอ๋อฉบับดั้งเดิม แปะผิดหน้า จะแปะหน้าแรกแท้ๆ
จากคุณ neraya/(neraya) อัพเดตเมื่อ 08/01/2555 22:35:44
ความคิดเห็นที่ 2
ไปขุด banner อันดั้งเดิมมาเลยค่ะ ดีนะที่ยังเก็บไว้ เอามาดูเล่น



จากคุณ neraya/(neraya) อัพเดตเมื่อ 08/01/2555 22:31:14
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 303 ท่าน