Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 14 ยกเลิกซะ ฉันไม่อนุญาต!
15
03/01/2555 22:33:27
409
เนื้อเรื่อง
 ตอนที่ 14
         ในห้องจัดเลี้ยง  ผู้นำของตระกูล  ฟูจิมิยะ ชิโนบุ  ใบหน้าเคร่งขรึมสูงวัยริ้วรอยเหี่ยวย่นไม่ได้บ่งบอกว่าเขาสูงอายุเพียงอย่างเดียว  แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามเสมอ...
เขาเข้ามานั่งประจำที่  และพิธีหมั้นก็กำลังจะเริ่มขึ้น  หลังจากเสียงดนตรีประโคม  คนที่ทำหน้าที่พิธีกรในวันนี้คือ คิโจจิ สุโอ  เขาประกาศคำนิยมต่าง ๆ แล้วก็ประกาศขอให้เริ่มพิธี  ท่ามกลางความกดดันต่าง ๆ นา ๆ ทางฝ่ายของไคที่นั่งจับกลุ่มอยู่ทิสเดียวกันก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้
“เจ้าสาวแบบนั้นน่ะเหรอที่จะคู่ควรกับตระกูลฟูจิมิยะ”  จิโตเสะออกจะดูแคลนคาวามูระ รินอย่างออกหน้าออกตา  “ต้องให้ได้อย่างฉันนี่...  ถึงจะเรียกว่าเหมาะสม”  คุณสมบัติของนายหยิงของตระกูล  ต้องเป็นผู้นำได้ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการได้ในยามขับคัน  และต้องมีอำนาจเผื่อแผ่ไปยังผู้เป็นสามีด้วย!
“แล้วคาวามูระด้อยกว่าเธอตรงไหน...”  โจวี่อดเหน็บไม่ได้  เขาชอบหน้าตางดงามนั้นเหลือเกิน  ออกจะอิจฉาชินด้วยซ้ำที่ได้คู่หมั้นที่สวนปานนางฟ้าแบบนี้...  “ทั้งชาติตระกูลทั้งหน้าตา...  ดูจะเกินหน้าเกินตาหมอนั่นมากกว่า”
“พวกนายเงียบกันหน่อย  พิธีจะเริ่มแล้ว” ไคอดดุไม่ได้  พวกนี้เวลาไม่เอาจริงเอาจังก็เหมือนเด็ก ๆ 
“ถ้าปล่อยให้งานหมั้นดำเนินไปแบบนี้...  ดีแน่แล้วหรือคะคุณไค”  มินาโกะถามย้ำ  “ดูเหมือนกระแสจะเปลี่ยนไปเข้าข้างฝ่ายนั้นแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัวเลยนะคะ” 
อืม...  เขาก็ไม่คิดว่าแค่การจับคู่ที่เหมาะสมจะทำให้ลมเปลี่ยนทิศ  “จะให้ทำยังไง... ความจริงนี่ก็แค่หมั้นเท่านั้น  ถ้าหากแต่งงานค่อยน่ากังวล” 
“แล้วคิดว่าจะได้แข่งกันจนถึงตอนนั้นเหรอ”  โทชิโอะโพล่งขึ้นมาเหมือนแทงใจดำ  ไคอดหันไปทำตาดุใส่ไม่ได้  เขาเกลียดที่สุดเวลาที่หมอนี่ทำเหมือนรู้ไปซะทุกอย่างทั้ง ๆ ที่ออกจะทึ่มทื่อขนาดนั้น...
“แค่การจับมือกันแบบเหนี่ยวแน่นเท่านั้น  ไม่ได้หมายความว่าจะทำลายไม่ได้เสียหน่อย”  ไคถอนหายใจบอกความคิดที่แท้จริงออกมาอย่างช่วยไม่ได้  ไม่อย่างนั้นพวกนี้คงจะคิดว่าเขาได้แต่อดกลั้นอยู่แน่
“ถ้าหากงานหมั้นนี่ล่มลงไปได้ก็ดีน่ะสิ...  ไคจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปลืองสมองคิดหาทางทำลายคนพวกนั้นอีก”  จิโตเสะตั้งใจประจบทีเดียวล่ะ...  ถึงเธอจะพูดเล่นแต่ถ้าหากมันเป็นจริงได้  ไคก็คงรู้สึกสบายใจมากขึ้น  ฮิฮิ
ตอนนั้นเองที่ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายกำลังจะมอบของหมั้นให้กันนั้น...  เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากห้องข้าง ๆ ห้องจัดงาน  เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ดังโครม ๆ จนน่ากลัว
“อะไรน่ะ!!!  เกิดอะไรขึ้น!”  พวกบอดิการ์ดต่างวิ่งเข้ามาปกป้องเจ้านายตัวเองกันให้พล่าน  ในที่สุดเสียงโครมสุดท้ายก็ดังขึ้นพร้อมกับผนังห้องจัดเลียงทั้งแผงล้มครืนลงมา 
ร่างของหญิงสาวนิรนามแต่มีบางคนรู้จักดีก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาทุกคู่ของแขกในงาน...
บนบ่าของหญิงสาวคนนั้นได้แบกรับน้ำหนักของหญิงชราที่สวมกิโมโนตัวยาวเอาไว้ด้วย  หญิงชราคนนั้นเอาแต่หัวเราะด้วยความขบขัน  และยิ่งกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าตะลึงตะลานของผู้คนในห้องนั้น
“ถึงแล้วใช่ไหมคุณยาย”  นัตสึกิปล่อยร่างของหญิงชราลงที่พื้นอย่างเบามือ  หลังจากหญิงชราคนนั้นพยักหน้า  คนที่เป็นฟู้นำตระกูลอย่างฟุจิมิยะ ชิโนบุก็ถลาเข้ามาดึงตัวหล่อนเอาไว้ทันที 
“นี่มันอะไรกัน...  ไหนว่าไมค่อยสบายอยากพักผ่อนอยู่ข้างใน  ทำไมถึงได้ออกมากับยัยเด็กประหลาดคนนี้ได้!” 
คุณยายไม่ยอมตอบเอาแต่หัวเราะด้วยความขบขันอยู่ตลอด  ยิ่งเห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีด้วยแล้ว...
“โอ้โห...  มากันเยอะแยะเลยแฮะ...”  นัตสึกิมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็เห็นเป้าหมาย...  เธอเดินเข้าไปหาคู่ชายหญิงที่เป็นพระเอกนางเอกของงานในวันนี้ทันที  ท่ามกลางสายตาที่กำลังสับสนงุนงง
“จะทำอะไรน่ะ”  บอดิการ์ดทั้งหลายต่างเข้ามากันเธอให้ห่าง  ทำเอานัตสึกิขมวดคิ้วอารมณ์เสีย 
“ถอยไป!”  อย่าเพิ่งมาเกะกะน่า...  เธอตวัดแขนขาสองสามที  พวกบอดิการ์ดก็พากันไปนอนกองเป็นภูเขาอยู่ด้านนอก  พอจัดการตัวเกะกะได้หมด  เธอก็เดินหน้าเข้าไปหาเขาทันที 
สีหน้าของชินดูตลกขบขันมาก  สายตาที่มองมาหาเธอมีทั้งความไม่เข้าใจ  ประหลาดใจ  ตกใจ  หลายอารมณ์มาปนกัน  และยังท่าทางระวังตัวแบบนั้นทำให้เธอไม่ชอบใจเท่าไหร่ 
“นายทำอะไร...  ทำท่าเหมือนตัวเม่นแบบนั้นจะเอาหนามแทงฉันเหรอ”  นัตสึกิประชด  จากนั้นก็หันไปหาคาวามูระ ริน พลางว่า  “ขอโทษทีนะ  สงสัยว่างานหมั้นครั้งนี้จะเป็นโมฆะแล้วล่ะ  เพราะว่าฉันตัดสินใจแล้วว่า  พวกเธอยังเด็กเกินไป  คงคิดไม่ถี่ถ้วนแน่ ๆ เอาไว้หลังจากนี้ซักสามปีถึงตอนนั้นให้ฉันอนุญาตก่อนแล้วจะให้พวกเธอได้จัดงานกันแน่นอน  แต่ถ้าไม่...  รับรองว่างานหมั้นของพวกเธอทุกครั้ง  จะต้องถูกฉันทำลายป่นปี้ไม่เหลือเหมือนกับในวันนี้แน่ ๆ”
สีหน้าพูดเล่นแต่เอาจริงของเธอ....ลองได้เห็นสักครั้งไม่มีวันลืม...  ยิ่งไม่มีใครกล้าลองดี
“ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ”  ในที่สุดสติของชินก็กลับมา...  “ขัดขวางทางของคนอื่นแบบนี้... พูดเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้  คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน...  ทั้ง ๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับมาไม่ใช่หรือไง”  เขาไม่อยากสบตานัตสึกิ  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม...
“ก็ใช่อ่ะนะ...  ถึงจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน...  ถึงจะให้อภัยนายในตอนนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะต้องทอดทิ้งนาย  ไม่สนใจใยดีนายนี่นา”  นัตสึกิสรุปง่าย ๆ งั้น ๆ ทำเอาแตกตื่นกันไปหมด 
“แล้วอีกอย่าง  ฉันก็บอกแล้วว่า  ขอเพียงแค่เรียวสุเกะกลับมา  ฉันเองก็จะทำตามที่เรียวสุเกะตัดสินใจ”
ชินหันไปมองหน้าที่ยิ้มระรื่นเหมือนที่ผ่านมาของเธอ  รู้สึกทันทีว่าหัวใจของตัวเองถูกเติมเต็มโดยไม่รู้ตัว  เขาที่คิดว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง  ทอดทิ้งคนอื่นอย่างไม่ใยดี  แต่ที่จริง...  เป็นเขาเองต่างหากที่ไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของพวกเขาจะเกิดขึ้นจริง 
“ชิน...  นัตสึกิก็พูดแบบนี้แล้ว  นายยังจะ...”  ชูริเองก็รอคอยวันนี้มานานแล้วเหมือนกัน 
“ไม่ได้นะคะ...  งานหมั้นถูกประกาศออกไปแล้ว  แขกเหรื่อที่มาเป็นพยานก็มีมากมาย  ถึงจะถูกขัดขวาง  แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเป็นโมฆะเพราะคำพูดของผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว” 
คาวามูระ ริน....  เธอไม่รู้จักถึงความน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ที่เธอว่าเสียแล้ว... 
สีหน้าของชิน  ชูริ  แล้วก็เซนกิต่างมองไปยังหล่อนอย่างสงสาร  เขาไม่อาจช่วยอะไรหล่อนได้เลยในตอนนี้เพราะมันหมายถึงว่า....  พวกเขาเองก็จะตกเป็นเหยื่อของนัตสึกิไปด้วย...
“อารายยยยนะ....”  นัตสึกิหันไปยิ้มเย็นให้  ทำเอาขนแขนของคาวามูระ รินลุกเกรียว 
“จริงอย่างที่คาวามูระพูด...  เธอเป็นใครกัน!!!” 
ในที่สุดจ้าวบ้านฟูจิมิยะที่มองดูเรื่องราวมาตลอดจะพูดขึ้นบ้างแล้ว...  จู่ ๆ ยัยเด็กประหลาดที่ก็โผล่ออกมาพร้อมกับร่างของภรรยาสุดที่รักของเขา  แล้วไหนจะพังทลายห้องจัดเลี้ยงซะราบ  แล้วยังจะพูดจาเอาแต่ใจยกเลิกงานหมั้นที่จัดขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลอีก  ศักดิ์ศรีของตระกูลฟูจิมิยะ  และคาวามูระจะเอาไปวางไว้ตรงไหน!
“จริงสิ....ฉันเองกลืมถามชื่อเธอไปเลย... แม่หนู  เธอชื่ออะไรหรือจ้ะ”  น้ำเสียงอ่อนโยนของหญิงชราข้างกายเขาพูดขึ้นมา  ทำให้จ้าวบ้านยิ่งประหลาดใจสุดแสน...  ภรรยาของเขาที่เอาใจแสนจะยากเนี่ยนะ  พูดกับเด็กรุ่นราวคราวลูกก่อน!
“เทนโง นัตสึกิค่ะ...”  นัตสึกิเกาหัวอย่าง งง ๆ
“หือ... ชื่อไม่คุ้นเลย  สงสัยจะเป็นคนธรรมดา....  ถ้าอย่างนั้นก็ฝากชินด้วยนะจ้ะ”  คุณยายยังคงยิ้มแย้มให้เธออย่างเคย  สร้างความมั่นใจให้กับนัตสึกิอย่างมากว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นถูกต้องแล้ว 
“หมายความว่ายังไง  ยูกิโกะ!”  ชิโนบุตกใจหน้าถอดสี  ทำไมถึงไปเข้าข้างเด็กประหลาดนั่นได้
“คุณคงจะแก่จนเลอะเลือนแล้วล่ะมั้งคะ...  ไม่เห็นความจริงใจของเด็กคนนั้นเลยหรือ...  ชินน่ะ  ควรจะมีเพื่อนพ้องแบบนี้บ้างนะคะ  เพื่อนที่จะจริงใจกับเขา  เพื่อนที่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานเท่าไหรก็ยังคงคิดถึงกันเสมอ...  เพื่อนแบบนั้นน่ะค่ะ  คุณเคยมีบ้างไหมคะ”  ภรรยาของเขาพูดออกมา  ทำให้จ้าวบ้านที่เต็มไปด้วยข้อสงสัยกระจ่างโดยพลัน  ที่แท้ก็เป็นความตั้งใจของภรรยาของเขานั่นเอง...
“เธอไม่เห็นด้วยกับงานหมั้นนี้แต่แรก...”  เขาถาม
“ก็เด็กคนนั้น...”  หล่อนมองไปที่ชิน “ตอนที่มาบอกว่าจะจัดงานหมั้น  ก็ทำหน้าเหมือนถูกใครเอามีดจ่อเอาไว้ที่หลัง  ทำให้ต้องพูดออกมา  ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่  ถึงจะไม่มั่นใจนักแต่ก็อยากจะลองวางเดิมพันดูเหมือนกันนะคะ” 
“หึ...  ยัยเด็กนั่น  ไม่เห็นจะมีอะไรดี  ตอนที่ชินหนีออกไปจากบ้าน  ขัดคำสั่งของฉันก็เพราะยัยเด็กบ้านั่นเป็นคนเอาตัวออกไป”
“แต่พอกลับมาคุณก็ทำโทษเขาให้นั่งคุกเข่าอยู่ในห้องพระทั้งวันทั้งคืน  เด็กคนนั้นไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ  ทั้งยังทำสีหน้าที่...  เหมือนกับมีความสุขที่ถูกทำโทษอะไรแบบนั้นด้วยนะ” 
“ทำไมเธอถึงรู้ได้?”  แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้อะไรเลย 
“ฉันก็บอกแล้วไงคะ ว่าคุณน่ะแก่จนเลอะเลือนแล้ว”  หญิงชราขบขัน  พลางบอกให้สามียุติเรื่องนี้เสียที 
ทางจ้าวบ้านจะทำอะไรได้...  ก็เขารักภรรยาคนที่นี้ที่สุด...  ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผู้หยิงที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด ห้าสิบปีมานี้  เป็นคนที่ช่วยให้เขาเดินมาในเส้นทางสายขรุขระนี้ได้อย่างสะดวก 
“เอาเถอะ  ในเมื่อภรรยาของฉันเขาว่าอย่างนั้น  ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นโมฆะ  ส่วนเรื่องแขกท่านอื่น ๆ ที่ถูกทำให้ตกใจ  ทางตระกูลฟูจิมิยะจะไปขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้ง  ตอนนี้ขอให้ทุกท่านกลับไปก่อน  เรื่องงานหมั้นก็ขอให้จบลงแต่เพียงเท่านี้”  เขาพูดจบก็แยกตัวออกไปจากห้องที่เละเทะนั้นกับภรรยา 
ส่วนแขกคนอื่น ๆ ก็ทยอยกลับบ้านกันอย่างอกสั่นขวัญหาย  งานหมั้นครั้งนี้ต้องเป็นที่โจษจันกันไปอีกนานเลยทีเดียว  สงสารก็แต่ฝ่ายหญิงที่ดูเหมือนจะยังทำใจยอมรับไม่ได้
“อะไรกัน...นี่มันอะไรกัน!”  สีหน้าไม่คาดฝันของสตรีสูงวัย  มารดาของคาวามูระ รินกำลังตกใจจนไม่อาจตั้งสติได้  ต่างจากลูกสาวที่นิ่งสงบเหมือนคลื่นที่กำลังม้วนตัวอยู่ใต้น้ำ  ลาวาที่เตรียมจะประทุ
ส่วนอีกด้านที่ชมดูเรื่องราวอย่างตกตะลึงก็คือฝ่ายทางผู้สืบทอดทายาทอีกคน...   ทุกอย่างที่ผ่านตาเข้ามาทำให้เขารู้ตัวว่า  กุญแจสำคัญของเรื่องนี้ก็คือความสัมพันธ์ที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านั้น...
ที่แท้นัตสึกิก็เป็นพวกพ้องของฟูจิมิยะ ชิน! 
“ไค...  ทำยังไงดี  ผู้หญิงคนนั้นที่จริงเป็นเพื่อนกับชินนี่เอง....”  จิโตเสะเองก็ไม่อยากจะเชื่อที่จู่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นศัตรูขึ้นมาจริง ๆ 
“ฉันก็บอกแล้วว่าอย่าไปสนใจหล่อนมากนักน่ะ...”  โจวี่มองดูคนพวกนั้นอย่างเหนื่อยหน่าย  แต่ในใจก็รู้สึกเจ็บนิด ๆ เหมือนถูกหักหลัง...
“ความจริงเป็นอย่างนี้นี่เอง....  ที่สงสัยมาตลอดก็คือเรื่องนี้สินะคะ  คุณไค”  มินาโกะเอ่ยถาม  ไคจึงพยักหน้าช้า ๆ เขาเดาเรื่องราวเกือบจะได้ทั้งหมดแล้ว...  แต่ที่เกินคาดก็คือ  ความรู้สึกของชินต่างหาก...  ชินที่ร้ายกาจราวกับปีศาจคนนั้น  เห็นนัตสึกิเป็นเป็นเหมือนแหล่งน้ำโอเอซีส  แล้วยังคนซื่อตรงอย่างนัตสึกิ  ทำไมถึงได้ไปคบหาคนเจ้าเล่ห์แบบนั้นเป็นเพื่อนได้!  ไม่รู้ว่าอย่างแรกหรืออย่างหลังที่ทำให้เขารู้สึกรับไม่ได้กันแน่...  แต่ที่รู้สึกชัดเจนก็คือ  เขาไม่ชอบใจในความสัมพันธ์ของคนสองคนนั้นอย่างแน่นอน
“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน...  ถึงจะไม่ชอบใจเจ้านิโจ้ก็เถอะ  แต่กับคุณนัตสึกิก็ไม่เหมือนกัน”  โทชิโอะพูดจบก็เดินไปหานัตสึกิที่กำลังทำท่าเหมือนจะขย้ำเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าอย่างไงอย่างนั้นต่อหน้าไคที่กำลังสับสน
นัตสึกิกำลังจะสำเร็จโทษของชินในครั้งนี้  แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรโทชิโอะก็เดินเข้ามาขัดเสียก่อน
“คุณนัตสึกิ...  กลับเถอะ” โทชิโอะเดินไปจับแขนของเธอแล้วลากออกมา  แต่แขนอีกข้างหนึ่งของนัตสึกิก็ถูกดึงเอาไว้เหมือนกัน  โทชิโอะหันไปมองอีกฝ่ายที่ก็กำลังมองเขาอยู่ท่าทางเอาเรื่องเช่นกัน
“ตอนนี้ยังกลับไม่ได้  ทำไมพวกนายไม่กลับไปกันก่อนล่ะ”  เซนกิแค่นเสียงบอก
“คุณนัตสึกิ...  ถ้าหากผมจะขอเอาคืนเรื่องเมื่อคราวที่แล้วในตอนนี้จะได้หรือเปล่า” 
นัตสึกิมองหน้าทั้งสองฝ่ายสลับไปมาจนเวียนหัว...  “ก็เอาสิ...  ยังไงห้องนี้มันก็เละด้วยฝีมือฉันอยู่แล้วนี่”  ผิดอีกซักกระทงคงไม่ต่างกัน... 
“นายเล่นแรงไป...ยังไงก็ต้องรับผิดชอบล่ะนะ” ชูริตบบ่าเซนกิพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ 
“แกไม่ใช่เหรอที่หลอกให้นัตสึกิมา”  ถ้าเป็นไปได้ขอเอาคืนคนข้าง ๆ ก่อนได้ไหม...
ต่างคนต่างเถียงกัน  อีกคนก็จ้องจะแก้แค้น  ส่วนนัตสึกิที่ถูกยื้อเอาไว้ก็ทำอะไรไม่ได้  ชินเห็นภาพแบบนี้แล้วก็หลุดขำออกมาอย่างไม่รู้ตัว  เขาทรุดลงไปหัวเราะอยู่ที่พื้น  หัวเราะเสียงดังราวกับปลดปล่อยควาเครียดที่ผ่านมาออกหมด 
เห็นแบบนี้แล้ว  นัตสึกิก็โล่งอก....  ยิ้มได้เสียที  แต่ลึก ๆ แล้วก็อดคิดไปไม่ได้ว่า  ไอ้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาเพราะเธอเป็นต้นเหตุหรือเปล่านะ...  ทำไมเหมือนกับว่าเธอได้ทำอะไรผิดไปอย่างนั้นแหล่ะ...
“ตอนนี้ยังหัวเราะได้อีกหรือคะ...”  น้ำเสียงราวกับโกรธแค้นคนทั้งโลกดังขึ้นด้านหลัง  หญิงสาวที่เป็นคู่หมั้นคนนั้นยังคงยืนอยู่  โดยที่ทุกคนคิดว่าหล่อนกลับไปแล้วเสียอีก...
พอได้ยินเสียงก็พอกันหันไปมองพร้อม ๆ กัน
“มันไม่จบเท่านี้แน่นอน...  เทนโง นัตสึกิ  รับรองว่าเรื่องคราวนี้ฉันจะเอาคืนเธออย่างสาสม  ส่วนฟูจิมิยะ ชิน  ฉันคิดว่าเราคงจะร่วมเดินไปในทางเดียวกันไม่ได้อีกแล้ว...  อย่าว่ากันล่ะถ้าฉันจะหาเพื่อนร่วมทางคนใหม่” 
ชินหันไปมองไคที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ  “เธอหมายถึง...” 
“อาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะคะ  ถ้าหากเขามีวิธีแก้ไขเรื่องที่ทำให้ฉันอับอายขายหน้านี้ได้!”
“อะไรกัน...  เสียหน้านิดหน่อยจะเป็นอะไร  ดีกว่าที่เธอจะต้องมานั่งทนทุกข์เพราะถูกทิ้งให้เดียวดายอยู่ในห้องอันว่างเปล่าและหนาวเหน็บ...”  นัตสึกิตั้งใจทำหน้าผีหลอกเธอ 
“ถอยไปนะ!”  ถึงจะตกใจหน้าถอดสีแต่ก็ยังทำใจแข็งตวาดออกมา 
“ไม่เข้าใจจริง ๆ เล้ย ว่าทำไมถึงจะต้องแย่งชิงไอ้สิ่งที่มันไร้ตัวตนแบบนี้เอาเป็นเอาตาย   เธอน่ะ....ถ้าอยากจะเป็นศัตรูกับฉัน...  ก็คิดให้ดีก่อน  เพราะถ้าหากฉันถูกเขี้ยวง่าย ๆ แล้วล่ะก็  คงจะทนการข่มขู่จากพวกคนอย่างพวกเธอไม่ไหวแล้วคงจะลาตายไปนานแล้ว”  แต่นี่เธอยังอยู่...  แถมยังอยู่อย่างสบายดีด้วย... 
“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ..  รับรองว่าทางฉันเองก็เอาจริงเหมือนกัน!” 
นัตสึกิขมวดคิ้วอารมณ์เสีย...  “แล้วแต่เธอก็แล้วกัน...  อยากจะทำอะไรก็ตามใจ”
คนที่ยินอยู่ตรงนั้นได้ยินประโยคสนทนาที่น่าหวาดเสียงนั่นแล้วก็เริ่มอดทนรนไม่ได้  ถึงชูริจะเปนคนเจ้าเล่ห์ชอบเห็นคนอื่นได้รับความเดือดร้อน  แต่สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เหมือนดอกกุหลาบใช้หนามแหลมป้องกันตัวเองอย่างริน  เขาก็ชักจะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาตะหงิด ๆ รู้สึกเหมือนกับว่าถ้าหากไม่ได้บอกให้ระวังเอาไว้  ยัยนี่ต้องมีสภาพอนาถเพราะถูกนัตสึกิผลักตกจากที่สูงแล้วเหยียบซ้ำแน่ ๆ
“พอเถอะ  ริน...  อย่าทำมากไปกว่านี้เลยนะ...”  เขาพยายามแล้วนะ 
“โนโนฮาระ  นายก็เข้าข้างเธอเหรอ!” 
“ชูริแค่อยากจะบอกให้เธอระวังเอาไว้ต่างหาก”  เซนกิรำคาญจึงบอกออกไปตรง ๆ
“ถ้าหากไม่เพราะเธอถูกทำให้เสียหน้า  นัตสึกิก็คงไม่ยอมเธอถึงขนาดนี้  แล้วอีกอย่างไม่ใช่ว่าฉันเข้าข้างนัตสึกิ  แต่เป็นเพราะพวกฉันเป็นห่วง  ไม่อยากให้เธอทำอะไรโง่ ๆ”
คราวนี้โทชิโอะเห็นด้วย...  เขาพยักหน้าตาม  ถึงเขาจะไม่เคยเห็นเวลาที่นัตสึกิโกรธ  แต่ก็เห็นเวลาที่ไม่ชอบใจใครขึ้นมา...  ว่าแต่...  เพราะอะไรกันนะ  พักหลังถึงได้ไม่ค่อยก่อเรื่อง...  โทชิโอะหันไปหาไคที่กำลังกอดอกมองดูสถานการณ์ 
ไม่แน่ว่า...  อาจจะเป็นเพราะ...
“เอาเป็นว่า...  เธอกลับไปได้แล้ว”  นัตสึกิบอกริน  พลางส่งสายตาบอกชูริกับเซนกิ  ให้รีบเอาตัวยุ่งนี้ออกไปโดยเร็วก่อนที่เธอจะทนไม่ไหวขึ้นมา 
ชูริกับเซนกิก็รีบลากตัวหญิงสาวออกไปในทันทีไม่ว่าหล่อนจะดิ้นแรงแค่ไหน...  ขืนอยู่ต่อมีหวัง....
ชินถอนหายใจเฮือกใหญ่  เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองถูกปลดปล่อยจากพันธนาการบางอย่าง...  แต่อีกเรื่องที่ยังคงติดอยู่ในใจก็คือเรื่องของเรียวสุเกะ  ถ้าหากเขาบอกเธอออกไปตอนนี้ล่ะ.... 
“นัตสึกิ...  ความจริงเรื่องเรียวน่ะ...” 
นัตสึกิหันมายิ้มแป้น  “ไม่เป็นไร...”  ไอ้เรื่องที่นายต้องการจะปกป้องน่ะ  ฉันเข้าใจดีแล้ว...
“เรื่องที่นายทำอาจจะไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด  แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่หันหลังให้กับมิตรภาพของเราอีก  ส่วนเรื่องของเรียวสุเกะ  ฉันจะรอให้เขากลับมา”  อันที่จริงเรื่องที่ถูกพักการเรียน  แล้วได้กลับมาเรียนนั้นน่ะ  ความจริงข้อนี้เธอรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าที่จริงเธอต้องถูกส่งไปอยู่ที่อื่นเหมือนเรียวสุเกะนั่นแหล่ะ  แต่คงเป็นเพราะชิน  ที่ทำให้เธอได้กลับมา  
“รอให้ถึงวันนั้นก่อน....  แล้วฉันจะยอมฟังเรื่องที่นายจะพูด”  นัตสึกิยิ้ม 
ชินยิ้มอย่างยอมรับ...  การที่ต้องอดทนกับความรู้สึกทรมานที่คอยกัดกินใจอยู่ตลอดเวลาแบบนี้  มันก็สมควรอยู่แล้ว... 
“เข้าใจแล้ว...  ที่จริงฉันก็คิดเหมือนกันว่าถ้าหากหมอนั่นเห็นฉันหมั้นกับผู้หญิงที่มันชอบมากคนนั้น  ก็คงจะถูกต่อยคว่ำแน่ ๆ  แต่ที่จริง  ฉันก็แค่อยากเจอ  อยากพบเรียวอีกครั้งเท่านั้น...”    
นัตสึกิยิ้มไม่ออก...  แผลในใจของพวกเขามันมากเกินกว่าจะสมานลงได้ง่าย ๆ จริง ๆ 
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...  เธอจะไม่อคติต่อไป  จนกว่าจะถึงวันนั้น...  เธอจะต้องเดินต่อไปข้างหน้า  ชินเองก็เหมือนกัน  ต่อให้ไม่มีเรียวสุเกะเดินไปพร้อมกัน  สักวันหนึ่งก็อาจจะได้พบที่ตรงจุดหมายปลายทางนั้นก็ได้... 
นัตสึกิคิดพลางเอามือช้อนที่ศีรษะแล้วเดินหันหลังไปหาไค  ที่สีหน้าและแววตาที่อยู่หลังแว่นกรอบทองนั้นฉายแววโล่งใจขึ้นมา ผิดกับอีกด้านที่สีหน้าบอกแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
“ตัดสินใจแล้วใช่ไหม...”  ชินถาม...  การที่เธอเดินไปทางนั้นแสดงว่าไม่เปลี่ยนใจแน่
“อืม...  อันที่จริง  ฟูจิมิยะคนน้องนี่ก็ไม่เลวเลย  นายไม่รู้หรอกว่าฉันถูกทำทารุณยังไงบ้างน่ะ” 
“เทนโงซัง...  ถ้าหากพูดอะไรมากไปกว่านี้...” หลังจากที่เงียบมาเป็นเวลานาน  ก็เพิ่งจะได้ยินเสียงไคพูดออกมาครั้งแรก...  ท่าทางยามปกติของเขาเหมือนกับว่าช่วงเวลากดดันเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ถ้าหากทนไม่ไหวก็กลับมาที่ริโคได้นะ...  ด้วยอำนาจของฉัน  เธอจะได้กลับมาเรียนปีสามเหมือนพวกเรา” 
ไคหันขวับไปทางนั้นทันที...  แต่นัตสึกิกลับปฏิเสธซะนี่  “เป็นข้อเสนอที่เร้าใจมาก...  แต่ว่าฉันคงทิ้งเรนชินไปไม่ได้ง่าย ๆ หรอก...  ยูคิโอะคงจะเป็นห่วงอยู่แน่ ๆ” 
ได้ยินแบบนั้นเขาค่อยโล่งใจหน่อย  หือ?  โล่งใจเหรอ?  ไคหันไปมองหน้านัตสึกิอีกครั้ง  พลันพบว่า  หัวใจของเขาเต้นผิดปกติยามที่เธอกันมาสบตา....
ได้โอกาสที่โทชิโอะเดินตามนัตสึกิกลับมา  ไคก็ขยับแว่นแล้วขอตัวลาทันที
“ขอบคุณที่ชวนนะครับ...  เป็นงานเลี้ยงที่น่าตื่นเต้นมากทีเดียว... พวกผมคงต้องขอตัวกลับก่อน” 
ยังคงถือดีไม่เปลี่ยนเลยนะ  เจ้าไค...  “ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะยอมแพ้นะไค...  คุมแม่ตัวดีนั่นเอาไว้ให้อยู่เถอะ  ไม่อย่างนั้นโรงเรียนของนาย  คงจะต้องถูกล้างแค้นเข้าจนได้แน่ ๆ” 
“ขอบคุณที่เตือนครับ...  แต่ผมคิดว่าถ้าคิดจะทำจริง ๆ แล้ว  มันก็ไม่ได้ยากอะไรเท่าไหร่” 
อ้ะ...  ไอ้บ้านี่  มันกล้าเย้ยฉันงั้นเหรอ!
ชินอดจะแปลกใจไม่ได้ว่า  ไคดูจะเปลี่ยนไปอยู่เล็กน้อย...  คนเย็นชาอย่างเขาทำไมถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้นออกมานะ...  น่าหัวเราะ...  สงสัยคนในตระกูลฟูจิมิยะคงจะแพ้ทางผู้หญิงที่ชื่อนัตสึกิแน่ ๆ เลยเชียว
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  ^ _ ^
จากคุณ Morinne/(gadungtown) อัพเดตเมื่อ 10/01/2555 17:31:08
ความคิดเห็นที่ 2
up up up
จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 04/01/2555 22:53:33
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 184 ท่าน