Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Be endless...รักนี้ไม่มีตอนจบ
SmileMeple
You don't know me.
1
30/12/2554 18:53:04
495
เนื้อเรื่อง

1

You don’t know me…

                ทุกคนรู้ใช่มั้ยค่ะ ว่ามีเพื่อนดีมันดียังไง เพื่อนดีจะนำพาเราไปหาสิ่งดีๆ  เพื่อนที่ดีจะทำให้เรามีความสุข สงบ และก็ทำให้เรายิ้มได้ เพื่อนที่ดีคือเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเราในยามที่เราทุกข์ ใช่ค่ะ นี่คือลักษณะของเพื่อนที่ดี แล้วฉันก็มีเพื่อนในลักษณะนี้อยู่สองคน แต่ยัยเพื่อนสองคนนี้มีลักษณะที่เด่นออกไปไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้า คือ การลากเพื่อนไปออกล่าจับผู้ชายรวยๆมาเป็นแฟน ฉันคิดว่ามันออกจะเป็นลักษณะที่เกินความจำเป็นมาหน่อยนะค่ะว่ามั้ย = =”

“นี่พวกแกสองคนจะปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตแบบสงบสุขเหมือนวัยรุ่นอายุ19 กับเค้าบ้างไม่ได้เหรอ”

“อาไรกันย่ะ เด็กอายุ19ที่ไหนเค้าใช้ชีวิตสงบสุขกัน วัยเนี่ยมันเป็นวัยสำหรับการหาคู่ต่างหาก ^^”

“ใช่ๆ วัยในการโกย เก็บ กัก ผู้ชายรวยๆ ไงแก ><”

    ใครก็ได้เอาแม่เสือสาวคนนี้ไปปล่อยป่าที ถือว่าอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าหายากนะค่ะ ฉันไม่ไหวกับยัยเพื่อนสองนางนี้แล้วจริงๆ อยู่แค่ปีหนึ่งแท้ๆ คิดแต่เรื่องจับผู้ชายอยู่ได้ทุกวี่วัน แค่คิดไม่เท่าไร ทำเป็นงานประจำนี่หนักเลยค่ะ วันๆ คอยหาข่าวผู้ชายรวยๆ ทั่วมหา’ลัย ได้ข่าวปุ๊ปก็วิ่งแจ่นเข้าไปอ่อยปั๊ป แล้วไอ้ผู้ชายมันก็ไม่มีปฎิเสธนะ อ้าแขนรับเต็มที่ แต่ขอบอกนะค่ะ ว่าถ้าหน้าตาไม่ดีหุ่นไม่ดียัยสองคนนี้กินแห้วไปนานแล้ว

   จะว่ายังไงดีล่ะค่ะ คุณเธอทั้งสองหน้าตาดี หุ่นดี ผิวขาว จนดาราบางคนต้องอายเลยล่ะ ผู้ชายที่ไหนจะกล้าหันหลังให้ แต่ขอบอกเลยนะค่ะว่าผู้ชายที่ยัยสองคนนี้วิ่งเข้าใส่ ไม่ใช่แค่รวยหรอกนะค่ะ ต้องหล่อด้วย ถ้ารวยแล้วหน้าตาอย่างปลาไหลโดนไฟฟ้าช๊อต(- -?)ก็ขอผ่านเหมือนกันล่ะค่ะ แต่ถ้ากรณีหล่อแต่ดันจน อันนี้เอาไว้พิจารณาเป็นพิเศษ เผื่อวันไหนเบื่อๆ พวกคนรวยก็แอบมาควงพวกหน้าตาหล่อๆ ให้คนอื่นอิจฉาเล่น อิอิ

   อ่อ ลืมแนะนำตัว ฉันชื่อคราย ค่ะ ครายที่แปลว่าร้องไห้ C-R-Y ฉันพอทราบที่มาของชื่อมาจากคุณยาย ว่าตอนเด็กๆฉันร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน ฝรั่งบ้านข้างๆก็เลยตะโกนด่าแต่ยายได้ยินไม่ชัด แต่ที่พอจับใจความได้คือคำว่าครายที่ตอนแรกคุณหญิงไม่รู้ความหมายหรอกค่ะ ตั้งๆไปงั้นแหละแต่พอมารู้ทีหลัง ท่านก็โม้ไปเรื่อยว่าตัวเองอัจฉริยะ- -“ฉันอายุ 19 ป่ะ เอาะๆเลยใช่ป่ะ เป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก หลายคนคงพอจะเดาออกเนอะ^^  ปัจจุบันอาศัยอยู่ในห้องเช่าที่ไม่ถึงกับเล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่อะไรมากเพราะฐานะที่บ้านค่อนข้างจะพอมีพอกินเท่านั้นแต่เพราะฉันเป็นลูกคนเดียวก็เลยไม่ได้ลำบากพ่อแม่มากนัก บ้านเกิดฉันอยู่ที่ภาคอีสานนะค่ะเมืองบั้งไฟใครอยากไปเที่ยวบอกได้นะ^^ฝากข้อความผ่านคนแต่งได้โลด(ฉันเกี่ยวอะไรด้วย- -“ –คนแต่ง)

“อะไรของแกว่ะใยไหม โกย เก็บ กัก ?” ฉันถามด้วยความสงสัยเพราะยัยนี่มักจะมีศัพท์ใหม่มาทำให้งงได้เสมอ

“โง่!ก็โกยเอาผู้ชายรวยๆมไว้หน้าตัก แล้วเก็บไว้ในสต๊อก กักไว้ห้ามให้ใครมาเอาไปจนกว่าเราจะพอใจแล้วทิ้งไปเองไง” ยัยกรีนพูดพร้อมกับเอานิ้วชี้เรียวยาวจิ้มหน้าผากฉันจึกๆ โอ๊ยยย..เจ็บนะเว้ย ><

“เออๆ จะอะไรก็ช่างเหอะฉันไม่ไป เลิกมากวนฉันได้ล่ะ ไปๆ ฉันจะแต่งนิยายส่งแจ่มใสต่อ เผื่อจะได้เป็นนักเขียนกับเค้าบ้าง>,,<”

“ไม่ได้ แกต้องไป / ไม่ได้ แกต้องไป!!”
สองเสียงแหลมปี๊ดประสานกัน บอกตรงๆว่าหูแทบหนวกเลยค่ะ มันจะจริงๆไปรึเปล่าแค่จับผู้ชาย ทำแค่สองคนไม่ว่านะ ลากฉันเข้าไปด้วยนี่ มันเกินๆไปนะ T^T

“นี่!!ทำไมพวกแกต้องเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเนี๊ย”

“ก็แกเป็นเพื่อนพวกฉัน ฉันไม่อยากสบายกันแค่สองคนหรอกนะ”
ข้ออ้างของยัยกรีนช่างกินใจ เหมือนมันรักเพื่อนมากเลยนะ ถ้าไม่ใช่กับกรณีนี้อ่ะนะ - -“

“ใช่ อีกอย่างนะ แกก็ไม่มีแฟน ก็ถือซ่ะว่าเป็นการดูตัวไปด้วยไง เผื่อเจอคนดีๆ หล่อๆ รวยๆ แกก็งับเลย”
และนี่คือเหตุผลที่แท้จริง(มั้ง)จากปากของใยไหม แล้วที่ฉันไม่มีแฟนนี่ มันเดือดร้อนพวกแกนักรึไง

“ฉันดูกับพวกแกไปเกือบจะสิบคนแล้ว ไม่เห็นจะมีดีซักคน รวยซะเปล่า”

   จริงๆนะค่ะ ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งมายัยสองคนนี้พาฉันไปดูตัว(อ่อยผู้ชาย)เกือบจะสิบครั้งแล้ว แล้วที่ฉันเจอแต่ล่ะคน ไอ้หน้าตา ฐานะก็ผ่านอยู่หรอก แต่นิสัยนี่เหมือนหลุดมาจากนรกเลยล่ะ ทั้งพวกหูดำ เจ้าชู้ กะจะฟันแล้วทิ้ง คิดเหมือนว่าพวกเราเป็นผู้หญิงขายตัว แต่บอกไว้ตรงนี้เลยนะค่ะกลัวจะเข้าใจผิดกัน พวกเราแค่คุยๆคบๆไม่ได้จริงจังอะไรถึงขั้นยอมพลีกายให้หรอกนะ แค่เดินควงด้วยเที่ยวด้วยประมาณว่ากิ๊กน่ะ แล้วสิ่งที่ได้กลับมามันก็เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายที่รวยหน่อยจะตอบแทนกลับมาคือ เลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ซื้อของให้ พาไปเที่ยว เดินช๊อปกัน ก็แค่นี้แหละ แต่จะหาคนจริงใจน่ะ ยากเหมือนงมเข็มในดงปะการังเลยล่ะ

“เอาน่าแก หาไปเรื่อย เดี๋ยวก็เจอเองแหละ รอบนี้หล่อ รวยสุดๆเลยแก การันตีโดนตำแหน่งหนุ่มป๊อปของคณะวิศวะกรรมเลยนะ><” ยัยกรีนพูดพร้อมทำหน้าเพ้อฝัน

“อิกอย่างนะ เมากันตั้งสามคนแหนะ ให้ฉันไปกับยัยกรีนสองคนมันก็ไม่ครบคู่นะสิ”

“แกก็บอกพวกมันให้มากันแค่สองคนสิ จะหอบกันมาทำซากอะไรเยอะแยะ”  เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ก็อย่ามาเรียนเลย กลับบ้านไปเกาะกระโปรงแม่เถอะ

“ถ้าพวกฉันบังคับได้คงบอกไปแล้วล่ะ แต่พวกฉันดันหลุดปากไปแล้วไงว่าเรามีกันสามคน ก็เลยต้องเลยตามเลย แฮะๆ ^^’” ยัยใยไหมพูดขึ้น อ่อ นี่คงเพราะความโง่ของเพื่อนเราเองซินะ = =

“นะแก ไปเหอะ คราวนี้รับรอง ได้เรื่อง!” ยัยกรีนคอนเฟิม

“แค่ครั้งนี้นะ ต่อไปไม่มีแล้ว แล้วที่บอกว่าได้เรื่องนะ ฉันไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องดีหรอกนะ - -“”

“เย๊!!แกเป็นเพื่อนที่สุดยอดจริงๆเลย คราย>o< x2 ”

ฮึ...โชคร้ายสุดยอดใช่มั้ยที่แกจะบอกฉันน่ะ ความจริงฉันรับรู้ได้ตั้งแต่ได้เป็นเพื่อนกับพวกแกแล้วแหละ T^T

ติ๊ก..ต๊อก..ติ๊ก..ต๊อก~
เราสามคนนั่งรอเหล่าพ่อเทพบุตรในฝันในร้านMink Cupมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเงาของมนุษย์หน้าตาดีที่มีแนวโน้มว่าจะรวยเฉียดเข้ามาในร้านซักคน ทั้งเค้ก เครื่องดื่มก็ซัดไปคนละสองชุดแล้ว นี่คงกะจะให้พวกเรากินจะพุงปลิ้นก่อนซินะถึงจะมา จริงๆ ฉันก็แอบตื่นเต้นนิดหน่อยนะ นิดหน่อยเอง ><

เป็นปกติของผู้หญิงเวลาต้องนัดเจอกับผู้ชายนะค่ะ ฮิๆ แต่ถ้าเป็นแบบนี้อารมณ์ตื่นเต้นมันหมดไปตั้งเค้กก้อนแรกหมดไปแล้วล่ะค่ะ ความรู้สึกตอนนื้คือ ไอ้พวกนรกส่งมาเกิด นัดไว้แล้วยังมาสายอิก คอยดูนะ แม่จะจิกให้เจ็บเลย

“โอ๊ย นั่งจนก้นด้านแล้วนะเนี๊ย เมื่อไรจะมา~” ยัยใยไหมร้องคร่ำครวญเป็นรอบที่ห้า(นั่งนับค่ะ ว่างจัด)

“เดี๋ยวก็ถึงแล้วแก ฉันโทรไปถามแล้ว เอ้า ทำหน้าทำตาให้มันดีๆหน่อย ให้มันสมกับเป็นนางฟ้าซิจ๊ะ^^” ยัยกรีนบอกก่อนที่จะหันมาจัดผม หน้า เสื้อผ้า ของตัวเองและไม่ลืมที่จะจัดให้ฉันที่นั่งหน้าหงิกเป็นปลาซิวทอดอยู่

“ไม่เห็นต้องจัดอะไรมากเลย แล้วนี้ก็ชุดนิสิต จัดยังไงมันก็ยังดูเป็นชุดนิสิตอยู่ดี= =”” ฉันสวนขึ้น

“เออน่า จัดให้เรียบร้อย แล้วทำตัวให้ดูดีไว้ก่อน ผู้ชายจะได้ประทับใจไงแก><” นี่คงเป็นเคล็ดลับอีกข้องของแกสินะใยไหม

“มาแล้ว มาแล้ว>O<”

   กรีนร้องเตือน ทำให้ฉันกับใยไหมต้องหันไปมองด้วยความสนใจ ที่หน้าประตูทางเข้ามีผู้ชายรูปร่างดีถึงดีมากกำลังเดินเข้ามา คนที่เดินนำมาโบกมือให้พวกเราและยัยกรีนไม่ลืมที่จะโบกมือตอบอย่างเป็นมารยาท ฉันที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งเพราะเซ็ตนี้ ของเค้าดีจริง หล่อทั้งสามคนเลยอ่ะ >,,<(หื่นแบบไม่รู้ตัว)

“ขอโทษที่ให้รอนะครับ พอดีเพื่อนมีปัญหานิดหน่อย ^^” คนที่มาถึงก่อนเอ่ยขอโทษแล้วยื่นหน้าใสๆเข้ามายิ้มให้พวกเราทั้งสามคน ยิ่งใกล่ยิ่งได้รู้ว่าหล่อแบบเทพบุตรเป็นยังไง หน้าตี๋ ผิวขาวใส ดั้งโด่ง ริมฝีปากบาง คิวเข้ม ตาโต นี่มันพระเอกหนังเกาหลีรึเปล่า><

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเรากุยกันไปเรื่อยๆตามประสาผู้หญิงน่ะ นั่งสิ^^”
กรีนตอบแบบมีมารยาท(อีกครั้ง)แล้วผ่ายมือไปยังโซฟาฝั่งตรงข้ามที่นั่งได้สามคน เราสามคนนั่งฝั่งเดียวกันนะค่ะ เดี๋ยวจะงง

“ครับ เฮ้ย นั่ง ๆ “ นายพระเอกเกาหลีตอบรับแล้วรีบไล่เพื่อนให้เข้ามานั่งทีล่ะคนโดยที่ตอนเองนั่งนสุดท้ายตรงข้ามกับยัยกรีน นี่คงล๊อคไว้แล้วสินะนังเพื่อน - -“

“ผมชื่อราชันนะครับ คนนี้ริว แล้วที่นั่งหน้างอเป็นตะขออยู่โน่นก็คิวตี้ครับ”
นายราชันแนะนำเพื่อนทีล่ะคนโดยเริ่มจากตัวเอง คนที่นั่งข้างๆ ตรงข้ามยัยใยไหม และคนที่นั่งริมสุดตรงข้ามกับฉันตามลำดับ
คนที่นั่งตรงข้ามใยไหมหน้าหวานมากค่ะคุณ ผู้หญิงยังต้องอายดวงตาสีน้ำตาลอ่อนๆนั่นเข้ากับสีผมของเค้ามาก แล้วยิ่งนั่งยิ้มไม่ยอมหุบแบบนี้ ลลายค่ะ ส่วนคนที่นั่งริมสุดตรงข้ามฉันก็เท่ระเบิดผมสีดำประกายแดงของข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลา ตาคม คิ้วเข้ม ปากได้รูป ดั้งโด่ง บวกกับการแสดงสีหน้าที่เย็นชาแล้ว มันช่างชวนให้หลงใหลและก็น่าเกรงในเวลาเดียวกัน สรุปแล้วมันมีเสน่ห์ค่ะ><
แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาสี่ดำเข้มคู่นั้นแล้ว ฉันไม่สามารถเดาได้เลยว่ามันหมายความว่ายังไง เย็นชาเหรอ ไม่ชอบ สงสัย ไม่รู้สิ รู้อย่างเดียวว่าฉันไม่สามารถจ้องได้นานๆ มันรู้สึกหวิวๆพิกล
“อ่อ นี่ใยไหม แล้วก็ครายค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ^^” กรีนแนะนำพวกเราอย่างสุภาพ ฉันกับใยไหมได้แต่ยิ้มหวานให้กับผู้ชายสามคนตรงหน้า แต่ก็ต้องมาสะดุดที่คนตรงหน้าอีกนั่นแหละ โอ๊ย ทำตัวไม่ถูก สายตาที่มองมาแบบนั้นมันหมายความว่าอะไรกันแน่นะ
“แหม่ ผมตกใจนะครับเนี๊ยกรีนมีเพื่อนสวยๆตั้งสองคนแหนะไม่เห็นเคยบอกผมเลยนะสวยกันทั้งกลุ่มเลยนะเนี๊ย” ราชันพูดขึ้นหลังจากที่สั่งอาหารเรียบร้อย
“แหม ก็พามาแนะนำให้รู้จักแล้วนี่ไงค่ะ^///^” ยัยกรีนตอบพร้อมยิ้มเขินๆ นี่มันเป็นกลวิธีการจับผู้ชายด้วยรึเปล่านะ ดูแล้วหนุ้ณเธอจะแดงเกินไปหน่อยนะ
“คุณใยไหมกับคุณครายดูเงียบๆนะครับ อึดอัดรึเปล่า^^” นายริวถามขึ้น
“ไม่ค่ะ/นิดหน่อยค่ะ”ใยไหม/ฉัน เอิ่ม ถ้าจะไม่ปรึกษากันขนาดนี้ ฉันกับใยไหมหันไปมองหน้ากันแบบอายๆ ทำยังไงดีล่ะ อายมาก><
“ฮ่าๆ คนละเสียงเลย เอาเป็นว่าทำตัวตามสบายเถอะครับ อย่าเกร็งเดี๋ยวก็ชิน^^” นายลองมาเป็นฉันมั้ยล่ะย่ะ เจอคนหล่อๆแบบนี้ไม่เท่าไร เจอคนแปลกๆเหมือนเพื่อนนายฉันทำตัวไม่ถูกT^T

“ค่ะ ขอโทษทีนะค่ะยัยครายเค้าไม่ค่อยได้ออกมาเจอเพื่อนผู้ชายเท่าไรนะค่ะ” ยัยใยไหมตอบให้เสร็จสับ เอ่อ มันไม่แหลไปเหรอเพื่อน ฉันก็ออกมากับพวกแกบ่อยอยู่นะ ถ้าเค้ามารู้ทีหลังฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน ฉันสะกิดแขนใยไหมเบาๆเป็นการเตือนว่า อย่าแหลไปมากกว่านี้ขอร้อง><

“เหรอครับ แหมไม่น่าเชื่อเลยนะเนี๊ย^^”และแล้วคนที่นั่งเป็นใบ้ตั้งแต่มาถึงก็ยอมเปิดปากพูดซักที เป็นคำพูดที่เหมือนจะจริงใจ แต่ฉันก็แอบรู้สึกว่านั่น คือการประชดประชัน

“คะ...ค่ะ^^”” ใยไหมได้แต่ยิ้มแห้งๆ แกคงจะรู้สึกเหมือนฉันสินะ ความรู้สึกของการไม่เป็นมิตรน่ะ

“เอ่อ แกหมายถึงอะไรว่ะไอ้ตี้ ฟังดูแปลกๆ....เอ่อ อย่าไปสนใจมันเลยครับ ไอ้นี่มันไม่เต็ม^^” ราชันแก้ตัวแทนเพื่อน แต่นายคิดว่ามันฝืดๆไปหน่อยรึไง

“แน่สิ ถ้าฉันเต็มคงไม่โดนพวกแกลากมานั่งทำอะไรบ้าๆแบบนี้หรอก - -“”
ฉันว่าจากคำพูดของเค้าคงจะมีแค่อย่างเดียวที่ตีความได้ คือไม่ชอบ

“ไอ้ตี้!!X2” ราชันและริวตะโกนขึ้นพร้อมกัน

“หึ ผู้หญิงที่ทำแบบเนี๊ยมีอยู่สามประเภทพวกเธอรู้มั้ย หนึ่ง...พยายามหาแฟนหรือคนที่จริงใจ”สายตาของจับจ้องไปที่ยัยกรีนอย่างดุดัน

“....สอง พวกขาดความอบอุ่น” เลื่อนสายตามาที่ใยไหมอย่างแข็งกร้าว
“และสาม...จับผู้ชายรวยๆ” เค้ามองมาที่ฉันพร้อมกับดวงตาที่สื่อออมาชัดเจนว่า สมเพช!!นั่นทำให้ฉันถึงกับสะอึก พูดอะไรไม่ออก

“ที่ฉันพูดมาเนี๊ย มันคงจะถูกอย่างน้อยก็ข้อนึงล่ะนะ ฮึ” เข้าพูดเสร็จก็เปลี่ยนท่าทางการนั่งเป็นนั่งไขว้ห้างแบบสบายๆ พร้อมกับเค้นหัวเราะออกมา ทั้งโต๊ะไม่มีใครพูดอะไรได้เลย ต่างก็อ้าปากค้างมองดูนายซาตานนี่อย่างตะลึง แม้แต่เพื่อนของเค้าเอง

มันก็จริงที่พวกเราทำแบบนี้เพราะจะจับผู้ชาย หรือพยายามหาคนที่ใช่สำหรับเรา แต่พวกฉันไม่ได้เป็นพวกขาดความอบอุ่นหรอกนะ ฉันหันไปมองข้างๆ ใยไหมนั่งก้มหน้าน้ำตาหยดลงมาที่กระโปรง กำมือแน่นกรีนที่คอยลูบหลังปลอบอยู่นั้นมันทำให้ฉันหมดความอดทน

“ฮึ..นายคงคิดว่าพวกฉันน่าสมเพชใช่รึเปล่า ใช่ฉันไม่เถียง แต่ขอบอกไว้ซักหน่อยนะ ว่าคนที่น่าสมเพชกว่าคือนาย รู้มั้ยทำไม...เพราะคนอย่างนายไม่มีความเป็นลูกผู้ชายไงล่ะ ไม่มีผู้ชายคนไหนเค้าใช้คำพูดทำรายสุภาพสตรีกันหรอกนะ เอ๊ะ หรือนายไม่ใช่ลูกผู้ชายเต็มร้อย??”

“เธอ!!ฮึฉันแค่พูดตามที่คิด และคนอื่นๆเค้าก็คิดเหมือนกัน เพียงแต่ไม่พูดออกมเท่านั้นเอง ผู้หญิงอย่างพวกเธอน่ะนะ ไม่ต่างอะไรกับพวกผู้หญิงขายตัวหรอก”

“เหอะ ขายตัวเหรอ ต่ำ!มันผิดด้วยเหรอที่ผู้หญิงต้องการจะโชว์ให้เห็นถึงเสน่ห์ที่พวกเค้ามี มันผิดใช่มั้ยที่พวกเค้ามีผู้ชายคอยเอาใจ แค่พวกฉันทำแบบนี้มันก็ตัดสินได้แล้วงั้นเหรอ นายยังไม่รู้จักพวกฉันดีพอ!!”

ฉันไม่รู้ว่าคำพูดที่พูดออกไปนั้นมาจากไหน ฉันแทบไม่ได้คิดเลยแต่มันก็ไหลออกมาเองตามอารมณ์โกรธ ฉันไม่เคยระเบิดอารมณ์ที่รุนแรงแบบนี้ ฉันไม่เคนรู้สึกอยากร้องไห้ขนาดนี้ ไม่เคยรู้สึกเกลียดขนาดนี้ และไม่เคยมีใครเคยพูดหรือทำแบบนี้กับฉัน

“ไม่รู้จักดีพองั้นเหรอ แค่มองแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นยังไง หรือเธออยากจะให้ฉันคิดใหม่อิกรอบงั้นเหรอ??”

“ไอ้ตี้ หยุดเหอะกูขอร้อง -/\-“ นายราชันถึงกับต้องยกมือไหว้เพื่อขอให้เพื่อนของตัวเองหยุดแสดงความน่าสมเพชนั่น แต่มันไม่ได้หยุดคนตรงหน้าได้เลย

“เงียบไปเลยไอ้ชัน ฮึ ฉันจะยอมคิดอีกรอบก็ได้นะ แต่ ทำให้ฉันรู้สิว่าฉันคิดผิด^^” ภาพที่เค้ายิ้มมานั่นฉันไม่แม้แต่จะเชื่อว่าเค้าจะยอมทำแบบนั้นง่ายๆแน่นอน

“ทำอะไร?”

“ไปกับฉันคืนนี้ แล้วฉันจะลองคิดดูอีกที” ที่แท้ ในหัวสมองของผู้ชายคนนี้ ก็มีแต่เรื่องแบบนี้ ไม่น่าเกิดมาเลย

“สมองของนาย มันไม่เข้ากับหน้าตา ฐานะ และการศึกษาของนายเลยรู้มั้ย หัวสมองของนายมันต่ำ คิดแต่เรื่องต่ำ ๆ ฉันถึงได้บอกไงว่านายมันก็น่าสมเพช ... กรีน ใยไหม ลุก กลับกันได้แล้ว อยู่ไปก็มีแต่เรื่องต่ำๆ” ฉันฉุดใยไหมที่ยังนั่งร้องไห้อยู่ให้ลุกขึ้นพร้อมกับควักเงินแบงค์ห้าร้อยมาวางไว้บนโต๊ะ

“เอ่อ ให้พวกเราสองคนไปส่งรึเปล่า”นายริวถามขึ้น คงจะทั้งเป็นห่วง ทั้งรู้สึกผิดเลยสินะ แต่เสียใจที่ฉันไม่ต้องการ

“ไม่ต้อง เก็บเพื่อนนานกลับลงไปนรกได้แล้ว อยู่บนนี้นานๆมันหนักโลก”

“ฮึ ทำไม เรื่องค่าตัวคุยกันได้นะ ฉันให้ไม่อั้น แต้องแสดงลีลาให้มันเร้าใจหน่อย”

ซ่า ~ ~

โกโก้เย็นบนโต๊ะที่ยังกินไม่หมดถูกสาดไปที่หน้าของนายคิวตี้เต็มๆ แต่มันไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกนะ แต่มันเป็นผีมือของใยไหม ที่ฟังค่ำพูดต่ำๆมานาน

“การจะทำให้หมาบ้ามันหายบ้าได้ คือการสาดน้ำร้อน แต่ขอโทษทีนะพอดีไม่มีเวลาไปต้มน้ำน่ะ ไปกันเถอะ”

ทุกคนต่างก็อึ้งไปกับการกระทำของใยไหม คนที่ถูกสาดได้แต่ยืนแข็งทื่งเป็นก้อนหิน มือที่สั่นนั้นทำให้รู้ว่าเค้าโกรธขนาดไหน แต่ใครแคร์กันล่ะ

"กลับกันดีๆนะ เดี๋ยวเราโทรไปหา”ราชันให้มาโบกมือราให้ยัยกรีน

“ไปลงนรกซ่ะ!!” และนั่นคือเสียงตอบกลับ ทำให้นายราชันถึงกับหน้าเจื่อน

“อ่อ นี่ ถ้ายังคิดไม่ได้ก็กลับไปตายแล้วเกิดใหม่ซ่ะนะ^^” ฉันหันไปเอ่ยคำลาให้กับผู้ชายที่น่าสมเพชก่อนที่จะแสร้งยิ้มหวานให้

“ฮึ ไม่จำเป็น” แววตาแข็งกร้าวนั้นบ่งบอกถึงความแค้นที่มี

“จุ๊ๆ~You don’t know me”

“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนที่จะเดินพ้นประตูร้าน วันนี้เป็นไปอย่างที่ยัยกรีนบอกจริงๆ
 
Queenคอนโด
“เป็นไปอย่างที่แกพูดจริงๆว่ะกรีน” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงคอนโดน

“ฉันพูดไปเยอะอ่ะ แล้วจะไปรู้ได้ไง” มันตอบหน้าเซ็งๆ

“ก็ที่แกบอกว่าคราวนี้ได้เรื่องไง ได้จริงๆเห็นป่ะ^^”

“เออ จริงด้วย ขอโทษทีนะพวกแก ฉันไม่น่านัดผู้ชายนรกพันธุ์นั้นเลย ฉันนี่โง่จริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอก สีสันของชีวิต วันนี้ก็สะใจดี” ใยไหมเอ่ยปลอบใจเพื่อนที่ยืนทำหน้าสำนึกผิด

“ขอบใจนะ งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ วันนี้ฉันจะทำอาหารเย็นให้พวกแกกิน ดีม่ะๆ”

“อย่า!! X2” ทั้งฉันและใยไหมต่างก็ต้องตะโกนห้ามยัยกรีน

เพราะฝีมือการทำอาหารของคุณเธอนั้นอย่าว่าแต่สุนัขเลย แม่แต่ ปลวก มด แมลงสาบ ก็ยังจ้องส่ายหน้า แต่ถึงอย่างนั้นทำไมคุณเธอถึงชอบทำอาหารนักนะ แล้วทำไมไม่ทำที่ห้องตัวเองมาทำที่ห้องฉันทำไง - -“

“พวกแกอ่ะ T^T”

“ฉันว่าเราออกไปหาอะไรกินหน้ามหา’ลัยปลอยภัยกับกระเพราะอาหารกว่าเยอะ”

“กรี๊ดดดด!เพื่อนเวร”
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 179 ท่าน