Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
นิทานหิมะ
ลิสเบธ
บทที่หนึ่ง หวลหา
1
29/12/2554 21:50:47
456
เนื้อเรื่อง
ใคร?
ผิวที่สะท้อนแสงจันทร์ถึงแม้จะไม่ขาวขนาดน้ำนมแต่ก็ดูนวลเนียนกว่าพวกรูปสลักหินอ่อนที่เขาเคยเห็นหลายเท่า ชุดยาวสีน้ำเงินเข้มที่ห่อหุ้มเรือนร่างดูเหมือนจะช่วยตอกย้ำความจริงข้อนั้น เธอนั่งหันหลังอยู่บนระเบียงหินอ่อนที่ถูกปกคลุมโดยเถาวัลย์ยุ่งเหยิง

               แต่ทำไมเธอดูเศร้านัก?

            ลมเอื่อยๆของหน้าร้อนพัดโชยเอากลิ่นเกสรดอกไม้ผ่านไป พัดผมสีน้ำตาลยาวของเธอเบาๆ เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าของเธอที่หันกลับมาเล็กน้อย เผยให้เห็นน้ำตาหยาดใสๆที่กำลังไหลลงมาตามแก้ม มันดูช่างสวยงามและโศกเศร้าจนไม่น่าให้อภัย

            ทำไมเขารู้สึกเจ็บปวด?

          อย่าร้องให้.....เขาพูดไม่ออก ให้ตายสิเขาแพ้น้ำตาผู้หญิง เขาพยายามจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสเธอ เอื้อมมือออกไปปาดน้ำตาเธอ แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อมือที่ยื่นออกไปมันไม่ใช่มือเขา มันไม่ใช่มือด้วยซ้ำ!อุ้งเท้าสัตว์สีขาวที่ค้างอยู่ตรงหน้านั้นทำให้เขารู้สึกตัวว่าร่างกายเขาแปลกไป
  แต่ก่อนที่จะมีเวลาคิดว่าเกิดอะไรขึ้นริมฝีปากอวบอิ่มนั้นก็เผยอขึ้น

"...เซธ..."
 หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะตอบรับเสียงเรียกนั้น เธอรู้ชื่อเขา มันยิ่งทำให้เซธสงสัยว่าเธอเป็นใคร แต่ก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้ถามเธอก็ปล่อยมือจากระเบียง เมื่อปราศจากสิ่งยึดเหนี่ยวร่างของเธอเลื่อนหลุดจากระเบียงและหายไปจากสายตา วิญญาณของเขาเหมือนร่วงหล่นไปพร้อมเธอ

"ไม่!!!"
เขารวบรวมสติวิ่งไปที่ระเบียงหวังจะคว้าร่างเธอ สายไปแล้ว เขามองลงไปไม่เห็นพื้น เห็นแต่ห้วงอากาศที่ดูลึกและบิดเบือน เสียงเพรียกจากเธอยังก้องอยู่ในหัว เขาจำเธอได้แล้ว จะลืมได้ยังไง เขานึกชื่อเธอออกแล้ว...

"เฮือก!"

เซธสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด ปากเผยอสูดเอาอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกลือและไม้เข้าไปเต็มปอด มือที่เปียกชื้นกำผ้าห่มไว้แน่น อย่างไม่รู้ตัวจนเจ็บฝ่ามือ เขาไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจเต้นแรงและหนักหน่วงเหมือนกลองสงครามเคล้าไปกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของไม้ ตาเบิกโพลงในความมืดแต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากเงาลางๆที่คุ้นเคยของตู้ไม้และโต๊ะข้างเตียงของห้องนอนเขาเอง

เขานั่งหอบตัวโยนบนเตียงและพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่ซักพัก ก่อนจะรู้ตัวว่าแค่ฝันไป ภาพเสี้ยวดวงจันทร์บนท้องฟ้าสีดำระเบียงหินอ่อนสีขาว และผู้หญิงที่นั่งร้องไห้อยู่ค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาในความคิด แต่พอพยายามนึกถึงรายละเอียดเขาก็ต้องยกมือขึ้นมากำศีรษะด้วยความปวด เซธจึงตัดสินใจเลิกพยายามคิดถึงความฝัน เพราะรู้ว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรตอนนี้ เขาเสยผมสีดำขลับของตัวเองก่อนจะหันหน้าไปทางหัวเตียงแล้วตัดสินจากแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างหัวนอนเข้ามาว่าคงอีกนานกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น แล้วจึงทิ้งตัวลงนอนโดยไม่สนว่าหลังยังรู้สึกชื้นจากเหงื่อและพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
บทที่หนึ่ง หวลหา
โลกมนุษย์, อิตาลี12 มิถุนายน

     



"เฮ้อ"
หญิงสาวถอนหายใจหลังปิดประตูบ้านเมื่อแขกคนสุดท้ายลับตาไปแล้ว ก่อนจะหันหลังพิงประตูไม้อย่างเหนื่อยอ่อ นริมฝีปากสวยได้รูปค่อยๆเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเมื่อเจ้าตัวคิดถึงงานที่เพิ่งจบไป เป็นงานวันเกิดที่ไม่เลวเท่าไหร่ เธอนึกขอบคุณพวกเพื่อนๆที่จัดงานเซอร์ไพรให้ ทำให้เธอลืมไปชั่วขณะว่านี่คือวันอะไร
 
วันเกิดครั้งที่ห้าที่ไม่มีพ่อกับแม่
 
เธอนึกถึงวันนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว นึกถึงเด็กหญิงคนนึงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างกระวนกระวาย บนโต๊ะมีเค้กช็อกโกแลตที่เธอบรรจงทำเองปักเทียนอยู่สิบสามเล่ม
 
เอริก้ายกมือขึ้นปาดน้ำตาออกเบาๆก่อนจะออกเดินไปทางระเบียง...เดี๋ยวค่อยเก็บกวาดพรุ่งนี้... เธอคิดอยู่ไปรกๆซักคืนคงไม่มีใครว่าหรอก...เธออยู่คนเดียวนี่
 
ตั้งแต่เข้าม.ปลายเธอก็อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นที่พ่อทิ้งไว้ให้ที่เมืองนี้ ในตอนเหนือของอิตาลี เอริก้าอาศัยอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว ถึงค่าครองชีพที่นี่จะสูง...แต่มันก็ยังดีกว่าทนอยู่กับแค่ความทรงจำวัยเด็กที่เมืองไทย
 
ใช่แล้วอย่างน้อยที่นี่เธอก็มีเพื่อน
 
เลือดอีตาเลี่ยนในตัวเธอทำให้เอริก้าปรับตัวได้ไม่ยาก ผมหนาหยักศกสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาคมสีช็อกโกแลตและผิวสีน้ำผึ้งอ่อนทำให้เธอเกือบจะกลมกลืนไปกับคนท้องถิ่นที่นี่ ผิดอยู่ที่บางส่วนบนใบหน้าและร่างกายที่ดูนุ่มนวลเหมือนชาวสยามนั้นทำให้เธอดูโดดเด่น
 
พูดถึงความนุ่มนวล ตอนนี้เท้าเธอกำลังเหยียบอยู่บนอะไรนุ่มๆที่ไม่ควรมาอยู่หลังโซฟา เธอก้มลงมองพร้อมกับชักเท้ากลับอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นอะไร สิ่งนั้นกำลังส่งเสียงโอดครวญอย่างเจ็บปวด
 
"เฮ้ยเรด!!นายไปนอนทำไรตรงน้านนนน" พูดพลางเอาเท้าเขี่ยเพื่อนเบาๆ อาเรส... หรือที่เธอเรียกสั้นๆว่าเรดกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขก่อนที่เธอจะไปเหยียบเข้าตรงยอดอกที่โพล่พ้นออกมาจากใต้โซฟาเต็มๆ
หน้าตกกระบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ตาสีน้ำตาลทองมองขึ้นมาอย่างตัดเพ้อก่อนเจ้าตัวจะค่อยๆขยับออกจากใต้โซฟาอย่างทุลักทุเล

          "เอริ้กกกกกช่วยหน่อยเซ่มันติดอ่ะ"

         "เข้าไปได้ก็ออกมาเองสิ"เอริก้าทิ้งตัวลงบนโซฟาสิครีมอย่างไม่สนใจ
 
"แอ้ก....ใจร้ายยย"เสียงเรดที่ยังติดอยู่ใต้ที่นั่งร้องออกมาอย่างหงุดหงิด

           โซฟาตัวยาวทอดตัวอยู่ข้างชั้นหนังสือสีขาวที่กลมกลืนไปกับผนังสีงาช้างและพื้นไม้สีอ่อน ชั้นหนังสือนี้บรรจุหนังสืออยู่เต็มเปี่ยมทั้งภาษาไทยอังกฤษและอิตาเลี่ยน นี่เป็นขุมทรัพย์ของเอริก้าที่บางครั้งชอบหลุดไปอยู่ในโลกของหนังสือและจินตนาการมากกว่าอยู่ในชีวิตจริง

              ผนังข้างๆห่างออกไปไม่กี่เมตรเป็นประตูกระจกบานกว้างที่เปิดออกไปยังระเบียง ตัวบ้านอยู่บนเนินเขาบวกกับที่เธออยู่ชั้นบนสุดทำให้วิวที่เห็นจากหน้าต่างนั้นสวยงาม...และความสวยงามนั้นเปลี่ยนไปทุกฤดูกาล ดูจากราคาห้องเช่าทั่วไปในหนังสือพิมพ์แล้วนับว่าเธอโชคดีที่ไม่ต้องเจียดเงินไปเช่าห้องราคาแพงของที่นี่อยู่เอง ถึงจะทำงานพิเศษแค่ไหนก็คงแทบจะไม่พอกินแน่ๆ
นี่ก็เกือบจะฤดูร้อนแล้ว แต่กลิ่นอายของฤดูใบไม่ผลิยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ ท้องฟ้าสีดำถูกประดับด้วยดวงดาวเต็มไปหมด ไฟจากตัวเมืองเบื้องล่างยังมีให้เห็นอยู่ประปราย จากร้านที่เปิดไฟโชว์สินค้าทิ้งไว้ จากบาร์ไม่กี่แห่งที่ยังเปิดอยู่ และจากรถไม่กี่คันที่ยังแล่นอยู่บนถนนเก่าแก่ของเมือง

เอริก้าลุกขึ้นเกือบจะทันทีที่เรดหลุดออกมาจากใต้โซฟาด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย เธอคว้าเสื้อคลุมสีนํ้าตาลอ่อนมาใส่ทับเสื้อกล้ามสีขาวที่สวมอยู่ กลางคืนที่นี่อากาศเย็นเสมอ

 "ยัยตัวแสบ...จะไปไหน"เรดคว้าฮูดของเสื้อเธอได้แล้วดึงมาล็อกคอก่อนจะขยี้หัวเอริก้าอย่างเมามัน

"เฮ้ยๆๆอย่านะ... ผมเสียทรงหมดจะไปนั่งที่ระเบียง...ไปด้วยกันมั้ย"เอริก้าดิ้นหลุดจากวงแขนเพื่อนก่อนจะหันไปถามเรดขณะเอามือลูบผมให้เรียบร้อย

"มีทรงกะเขาด้วยเหรอเธอน่ะ"เรดส่ายหน้าอย่างเซ็งๆแล้วยกมือขึ้นเสยผมสีส้มที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลาของตัวเอง"ไปสิ เดี๋ยวขอเวลาไปหาเสื้อนอกก่อนนะ... กองอยู่แถวๆนี้แหละแล้วจะดื่มอะไรป่ะ" สรุปประโยคเหมือนอยู่บ้านตัวเอง

"อือ...ไม่เอาแค่อยากออกไปสูดอากาศ" เอริก้าก้าวข้ามห้องไปเปิดประตูระเบียง ส่งผลให้ลมเย็นๆพัดเข้ามาในห้อง เธอกระชับเสื้อเข้าหากันก่อนจะออกไปนอกระเบียง กวาดมองทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืนที่เข้ามาสู่สายตา

เธอหันกลับเข้าไปมองนาฬิกาไม้ที่ประดับด้วยแมวไม้แกะสลักรอบๆตัวเรือน เอริก้าตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น เรือนไม้ทรงกลมสีอ่อนถูกตีกรอบด้วยใบไม้สีเขียวอ่อนที่แกะสลักมาอย่างบรรจง มีแมวสีขาวปีนป่ายอยู่ด้านขวาและสีส้มหมอบอยู่ข้างซ้าย....เอริก้ารักสัตว์ทุกชนิดโดยเฉพาะแมว

เที่ยงคืนสี่สิบอีกสิบนาทีจะครบวันเกิดเธอจริงๆ

"บรื้ออ....วันนี้หนาวกว่าทุกวันเนอะ" ชายหนุ่มก้าวออกมาเกาะระเบียงข้างๆหญิงสาวที่ตอนนี้หันกลับมาเหม่อมองไปยังเมืองเบื้องล่าง มือนึงล้วงกระเป๋ากางเกงอีกมือถือห่อของขวัญที่ยื่นออกมาตรงหน้าเธอ เอริก้าเงยหน้าขึ้นมองคนสูงกว่าอย่างสงสัย

"ของขวัญไงว่าจะให้ตั้งนานแล้วแต่เมื่อกี้คนเยอะ..."เรดยกมือขยี้จมูกตกกระของตัวเองอย่างเขินๆ

"โห....รู้จักกันมาตั้งห้าปีไม่เคยซื้อของขวัญให้... ไม่สบายเปล่าตัวร้อนแน่เลยนายน่ะ หรือเล่นสเก็ตหกล้มหัวฟาด..." พูดพลางเอามือแตะหัวเพื่อนอย่างประชดมากกว่าเป็นห่วงจริงๆ

"จะบ้าเหรอเธอ รับไปเหอะน่ายัยบ้า อุตส่าห์ตัดใจควักตังซื้อให้"

"ล้อเล่นน่า..เอาอยู่แล้ว" พูดเสร็จรับของไปแกะแทบจะทันที "โห...อะไรเนี่ย"
 พูดแล้วพิจารณาวัตถุในมือครู่ใหญ่"เอาจริงๆนะอะไรเนี่ย"เอริก้าหันไปมองคนให้อย่างงงๆ

"นี่มันกล่องเฟ้ย!" เรดกระชากกล่องเหล็กออกจากมือหญิงสาวก่อนจะเปิดออกพลางบ่นงึมงัม" เห็นกล่องมันสวยดีเลยซื้อมาด้วย" พูดจบก็ดึงสายสร้อยออกมาจากกล่องยื่นให้เอริก้า

"อ่ะ...รู้งี้ไม่ห่อมันเลยดีกว่า เปลือง"

เอริก้าพิจารณาสายสร้อยในมือ สายสีเงินบอบบางห้อยจี้ที่ดูเหมือนจะเป็นล็อกเก็ตทรงกลมๆ เธอมองหน้าคนให้อย่างแปลกใจก่อนจะค่อยๆเปิดมันออก เผยให้เห็นรูปภาพด้านในที่คุ้นตา รูปที่เธอถ่ายกับอาเรสและเพื่อนซี้อีกสองคน พอลกับนิค เธอยิ้มให้กับรูปภาพ เอริก้าเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มตัวตลกนั่น แล้วเธอก็กลมกลืนไปกับพวกนั้นอย่างไม่เคยแบ่งเพศ เพราะพวกเขาก็เห็นเธอเป็นผู้ชายคนนึงเหมือนกัน เฮ้อ แต่ก็เพราะพวกใครกันหล่ะที่ทำให้เธอห้าวอย่างนี้

เธอพลิกดูอีกด้านของจี้ มีตัวอักษรนูนเขียนเป็นภาษาอิตาลี

เอริก้าเรดพอลนิค, เพื่อนตลอดกาล

เรดชะโงกหัวมาด้วยความกระตือรือร้น "ชอบมั้ยๆความคิดเราเลยนะเนี่ย ไอ้นิคมันเอาไปทำที่บ้านที่เมราโนแล้วส่งมาอาทิตย์ที่แล้ว ส่งไปให้พอลที่ฟลอเรนซ์แล้วด้วย... คิดถึงพวกมันว่ะ" พูดจบก็เท้าคางตรงขอบระเบียงแต่ก็เกือบล้มเมื่อหญิงสาวโผเข้ามากอด

 "อือ....ชอบมากขอบใจนะ" แขนเอริก้าเกี่ยวอยู่ที่คอเรดขณะที่หน้าซุกอยู่ตรงอกคนสูงกว่า

"เฮ้ย!ตกใจหมด... มากอดเงี้ยเดี๋ยวฟ้าก็ผ่าเอาหรอกเธอมันผู้ชายด้วยกัน" ถึงปากจะบ่น แต่มือก็รั้งคนในอ้อมแขนเข้าหาตัวคางวางอยู่บนหัวหญิงสาวพลางทำหน้าพอใจ

 "นี่เอริก้าเธอเห็นเราสำคัญมั่งเปล่า"คำถามหลุดออกจากปากที่กำลังสั่นเล็กน้อยเพราะความเย็น ส่งผลให้เอริก้าที่กำลังเงี่ยหูฟังเสียงหัวใจเพื่อนซึ่งตอนนี้กำลังเร่งจังหวะอย่างช้าๆ เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆ

"อะไรกันพวกนายเป็นเหมือนครอบครัวเราเลยนะไม่สำคัญได้ไง"

 "ไม่ช่ายอย่างง้านนนนนนน" เว้นจังหวะมาเกาจมูกที่เริ่มแดง "สำคัญกว่า.....คนอื่น...หน่ะ"

 "หือ?" ยังงงว่าเพื่อนรักจะมาไม้ไหนกันแน่ มือที่กอดคออยู่ลดระดับลงมาข้างตัวก่อนจะถูกมือที่ใหญ่กว่าคว้าไปกุม

                "เรา...เห็นเธอสำคัญกว่าไอ้สองตัวนั่นนิดหน่อยนะ"

 "เอ๋..."เอริก้าเบือนสายตาหลบการจ้องมองของเพื่อน เพื่อทบทวนเรื่องที่เรดพูดออกมา แต่สายตาเธอก็ไปพบกับเรื่องที่ทำใจเชื่อยากยิ่งกว่า

 "เราร....."

 "หิมะ..."

 "ห่ะ?" เรดงงเมื่อได้ยินคำคัดจังหวะที่ไม่คาดคิดของคำสารภาพของเขา แต่เมื่อหันไปตามหญิงสาวก็ต้องแปลกใจกว่าเป็นเท่าตัว หิมะสีขาวสะอาดกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืนของหน้าร้อน เกล็ดสีขาวนุ่มนวลแต่ละเกล็ดอ่อยอิ่งอยู่บนอากาศเหมือนไม่อยากตกสู่พื้นดิน

แต่เอริก้าเห็นอะไรมากกว่านั้น เธอผละจากไออุ่นของตัวเพื่อน แล้วกึ่งวิ่งออกจากระเบียงก่อนที่เรดจะทันอ้าปากตะโกนเรียก เสียงฝีเท้าก็ลับหายลงบันไดไปแล้ว

--------------------------



 
 
แม่.... เอริก้าคิดขณะวิ่งลงบันใดหินอ่อนเธอสูดหายใจเอาไอเย็นเข้าไปเมื่อประตูหน้าถูกกระชากเปิด พ่อ... ถึงสิ่งที่เธอเห็นจะเป็นภาพหลอนแต่เธอก็อยากเห็นอีกครั้ง ภาพพ่อและแม่ยืนอยู่ด้านหน้าต้นวิลโล่ในสนาม ทั้งสองคนกำลังมองขึ้นมาที่เธอด้วยสายตาอบอุ่นที่เธอคุ้นเคย
ตอนนี้เธอกำลังวิ่งออกไปหาพวกเขา ได้เห็นแค่เงาอีกครั้งก็ยังดี เธอภาวนา แค่ได้สัมผัสไออุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ท่ามกลางหิมะ แค่นั้นเธอก็พอใจแล้วขอแค่นั้นจริงๆ...
สิ่งที่เหลืออยู่ใต้ต้นวิลโล่มีแต่ความว่างเปล่า
หิมะทิ้งตัวลงรอบกายเธออย่างนุ่มนวล เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของสร้อยรอบคอเธอรู้สึกถึงปลายกางเกงยีนส์ตัวโคร่งที่เริ่มเปียกชื้น เธอรู้สึกถึงนิ้วมือที่เย็นอยู่แล้วเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ และเธอก็รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องเธออยู่ด้านหลัง
"เรด...."เอริก้าหันไปเรียกชื่อเพื่อนที่เธอคิดว่าอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อเธอเห็นเจ้าของสายตานั้นร่างเย็นๆของเธอก็ชาด้วยความตกใจ 
           
อาเรสจ้องมองหญิงสาวจากบนระเบียง มือนึงยังคาอยู่ที่ขอบระเบียง เขากำลังจะตามเธอลงไป แต่บางอย่างข้างล่างนั่นสะดุดสายตาเขาเสียก่อน ดวงไฟอ่อนๆขนาดเท่ากำปั้นเขากำลังลอยตัวอยู่ข้างหลังเอริก้า เมื่อเธอหันหลังมาทางเขา เขาเห็นจากสีหน้าเธอว่านั่นไม่ใช่ดวงไฟธรรมดาแน่ๆ และพอเห็นเอริก้าก้าวถอยหลังเข้าไปใต้ต้นวิลโล่ที่ทิ้งกิ่งลงมาต่ำเสียจนเขามองเห็นแค่ท่อนล่างของหญิงสาว เขารู้สึกถึงอันตราย
               
เขาต้องลงไปหาเธอให้เร็วที่สุด
               
เขามองซ้ายมองขวา การลงบันไดอาจทำให้เขาคลาดสายตาจากเธอ แต่ที่ๆเขาอยู่มันชั้นสาม การกระโดดลงไปอย่างปลอดภัยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขากำมืออย่างกระวนกระวาย แล้วสายตากวาดก็ไปเจอกับต้นไม้ที่เลื้อยขึ้นมาตามกำแพงข้างๆระเบียง.....บางที่ทางนั้นอาจจะทัน
               
โดยไม่ต้องคิดเขาปีนออกจากระเบียงโดยสายตาจับอยู่ที่กิ่งไม้เลื้อยที่ใกล้ที่สุดสลับกับต้นวิลโล่เบื้องล่าง มือข้างนึงยังจับอยู่ที่ขอบเหล็กเย็นๆของระเบียงขณะที่อีกข้างควานหากิ่งที่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักเขาได้ เมื่อเจอแล้วเขาก็ทิ้งตัวละจากความมั่นคงของระเบียงมาที่กิ่งไม้ อาเรสไต่ลงมาอย่างรวดเร็ว ในใจนึกขอบคุณครูพละสุดโหดที่โรงเรียน
               
กิ่งไม้แหลมๆบาดเข้าไปในมือที่รับน้ำหนักของร่างกาย เลือดแดงฉานเริ่มไหลลงมาตามแขน แต่ประสาทรับรู้ทั้งหมดของเขามุ่งไปที่การควานหากิ่งที่มั่นคงอันต่อไปและ...เอริก้า
 
 
ร่างเล็กๆที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเอริก้ากำลังยิ้มอย่างพอใจเหมือนเห็นเธอเป็นของขวัญชิ้นโต สิ่งมีชิวิตขนาดเท่าฝ่ามือกำลังขยับปีกบอบบางของมันไปมาข้างหน้าเธอ เส้นผมสีเงินอ่อนไหวไปตามแรงขยับร่างกายมัน... หรือเธอกำลังส่องแสงภายใต้ชุดสีอ่อนที่ดูนวลเนียนเหมือนไข่มุก

                 นางฟ้า.....?

               เอริก้าค่อยๆก้าวถอยหลังช้าๆจนหลังแนบไปกับต้นวิลโล่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหลัง

             เสียงตุ้บเหมือนของหนักๆตกลงมาสู่พื้นไกลออกไปทำให้หญิงสาวหันไปมอง สิ่งที่เธอเห็นผ่านม่านใบของต้นวิลโล่คือเงารางๆของเรดที่กำลังกึ่งนั่งอยู่ที่พื้น เขาเป็นอะไรรึเปล่าเธอหวังว่าเขาเห็นในสิ่งที่เธอเห็น เธอหวังว่าเขาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้กำลังประสาทหลอน

                แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น สิ่งข้างหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้ หลังเธอแนบไปกับลำต้นไม้ กางเกงที่ชื้นเพราะหิมะเหมือนจะถ่วงให้เธออยู่กับที่แล้วมือเล็กๆนั้นก็ยื่นออกมาแตะแก้มเธอ

                   แล้วโลกทั้งใบก็พลันแตกร้าว

                 ห่างออกไปเรดกำลังจะพยายามลุกขึ้น เขาแน่ใจว่าไม่มีอะไรหักจากการตกลงมาแค่ไม่กี่เมตร แต่ขาเขารู้สึกเหมือนโดนทุบด้วยค้อนหนักๆ เขามองลงมาที่มือตัวเองที่เริ่มแสบ มือและแขนเปรอะไปด้วยเลือดสดๆที่ไหลออกมาจากแผล เลือดสีเข้มหยดลงบนชั้นหิมะสีขาวที่เริ่มก่อตัวบางๆ

            จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าหิมะเบื้องหน้ากำลังลอยเคว้งอยู่กับที่ แทนที่จะตกลงมาตามปรกติ เหมือนเวลาหยุดอยู่กับที่ แค่ชั่ววินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมันก็ลอยลงมาเหมือนเดิม

             เพียงแต่เอริก้าหายไปแล้ว

         บนบ้านเสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาดังก้องห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า เข็มสั้นห่างจากเลขหนึ่งเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ส่วนเข็มยาวชี้ไปที่จมูกของแมวสีขาวพอดิบพอดี...เสียงร้องเรียกชื่อเอริก้าดังขึ้นมากลบเสียงนาฬิกา

            เที่ยงคืนห้าสิบ

  ---------------------------------------------

สวัสดีค่า ヾ(^∇^) ขอฝากเนื้อฝากตัวกับผลงานเรื่องแรกด้วยนะคะ เขียนไว้นานแล้ว แต่เพิ่งมีเวลาเอามาปัดฝุ่นตอนบ้านนํ้าท่วม 555+ อ่านแล้วมีข้อติชมอะไร ฝากคอมเม้นไว้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่าาาา
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 298 ท่าน