Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 13 เข้าใจแล้ว!
14
26/12/2554 21:49:49
611
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 13 เข้าใจแล้ว!
และแล้วในที่สุด  นัตสึกิก็ตกลงยอมตามพวกเขามาจนได้...  ว่าแต่  ยัยจิโตเสะทำไมต้องทำหน้าเง้าหน้างอด้วยนะ... 
นั่นก็เพราะ  จิโตเสะไม่เข้าใจว่าทำไมไคจะต้องให้ยัยหน้าแป้นคาวามูระ มายะมาคอยต้อนรับพวกเธอที่เป็นแขกราวกับว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของหล่อนไปแล้วงั้นแหล่ะ! 
โจวี่ผิวปากสบายใจ  นานแล้วที่ไคไม่ได้ชวนเขามาที่คฤหาสถ์ทรงญี่ปุ่นที่ดูเก่าแก่หลังนี้  ครั้งที่แล้วที่มาก็ตอนที่ประกาศตัวว่าจะมาเป็นทายาทของฟูจิมิยะนั่นแหล่ะ...  ยังจำได้ว่าเพราะเขากับจิโตเสะเป็นคนที่มีอำนาจของเม็ดเงินอยู่ในมือ  ไม่ใช่แค่ประเทศเล็ก  ๆอย่างญี่ปุ่น  แต่ยิ่งใหญ่ถึงยุโรปและตะวันออกกลาง...  อำนาจนี้ใช่ว่าไคจะได้มันมาง่าย ๆ ซะเมื่อไหร่ล่ะ  หึหึหึ  เพราะไคนั่นแหล่ะที่ทำให้คนไม่เอาไหนอย่างเขา  ได้รู้สึกว่าตัวเองมีค่าก็วันนี้
“อย่าทำหน้าโรคจิตแบบนั้นสิคะ...  รักษามารยาทเอาไว้  คนที่นี่จะได้ไม่ดูถูกเอา”  มินาโกะที่สวมชุดกิโมโนแลดูงามสง่าเตือนเขาที่คิดถึงความหลังแล้วส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาอย่างจิต ๆ
นัตสึกิที่แต่งตัวธรรมดาราวกับมาเที่ยวสวนสนุก หันไปมองคนรอบข้างที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก...  โจวี่ที่ดูจะเป็นคนที่เรียบง่ายสบายที่สุดก็ยังใส่สูทผูกไท๊  จิโตเสะก็อยู่ในชุดไสตล์โลลิต้า  ส่วนไคกับมินาโกะรวมถึงมายะ  แต่งยูกาตที่มีลวดลายงดงาม  ขนาดเจ้าโทชิโอะที่ทึ่มทื่อ  ที่แม้แต่ตัวเองเดินมาถึงไหนก็ยังไม่รู้ยังใส่สูทมาอย่างเรียบร้อย  แล้วนี่....  เขาให้เธอมาทำอะไรกันแน่...  ชักไม่อยากจะเข้าไปเลยวุ้ย
ไคเห็นหน้านัตสึกิที่อารมณ์บ่จอยแล้วกลับยิ้ม  “เข้าไปเถอะครับ  ทุก ๆ คนอยู่ด้านใน  มากันเกือบจะครบแล้ว”
ทุกคนที่ว่านี่...มันใครกันบ้างล่ะ  แค่ตาแก่นั่นคนเดียวเธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วนจะแย่แล้ว  ถึงจะเป็นแบบนั้นนัตสึกิก็เดินตามไคเข้าไป  ไม่ลืมที่จะคอยสังเกตหาทางหนีทีไล่สำหรับตัวเองเอาไว้เผื่อด้วยเสมอ...
ทางเดินในบ้านฟูจิมิยะยาวมาก...  ทั้งยังเลี้ยงสลับซับซ้อนไม่เหมือนบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เดินไม่กี่ก้าวก็ทั่วของเธอ  นี่มันเขาวงกตหรือยังไง  แล้วทางออกมันอยู่ทางไหนกันละ...  นัตสึกิที่เอาแต่คอยมองซ้ายมองขวาไม่นานก็ตามกลุ่มคนที่เดินนำหน้าไม่ทันเสียแล้ว  ทางที่ควรจะเดินตรงไป  แต่เจ้าตัวกลับเลี้ยวซะนี่... 
ไคพาทุก ๆ คนมาถึงห้องจัดเลี้ยง  พลันสังเกตเห็นว่ามีบางคนหายไปก็อดคิ้วขมวดไม่ได้... 
“นัตสึกิหายไปแล้ว”  โทชิโอะบอก เขาเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน 
“พวกนายนั่งก่อน...  เดี๋ยวฉันต้องไปหาเทนโงซัง  ไม่แน่ว่าอาจจะหลงอยู่ใกล้ ๆ นี่ก็ได้”  ไคบอกพลางก้าวออกไปอย่างร้อนใจ  ยัยนั่นทั้ง ๆ ที่ออกจะเก่งกาจว่องไว  ทำไมแค่เดินตามเขามาแค่ยี้ก็ยังหลงซะได้  อย่าบอกว่าตั้งใจจะหนีหรอกนะ... 
“ให้ฉันไปช่วยหานะคะ”  มายะเอ่ยปากช่วย  แต่ไคยิ้มแล้วปฏิเสธ
“คาวามูระ  ไปช่วยทางพี่สาวเถอะ  นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” พูดจบก็รีบก้าวยาว ๆ ไปทันที ถูกพูดแบบนั้นมายะก็เลยเลี่ยงไม่ได้  จึงขอตัวไปช่วยเตรียมทางด้านงานหมั้นแทน 
เป็นมินาโกะที่สังเกตเห็นคนแรก  ท่าทีร้อนอกร้อนใจของไคที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน  ถึงจะแค่เพียงเสี้ยววินาที  แต่มันกลับฉายชัดซะจนน่าตกใจ 
“นั่นเพราะ...  ยัยนัตสึกิงั้นเหรอ” จิโตเสะแค่นเสียงถาม...  ถ้าไม่เพราเมื่อครู่เธอตั้งใจจะชวนไคคุยก็คงไม่ได้เห็นสีหน้านั้นเช่นกัน...  แต่นี่  เธอเห็นเข้าเต็ม ๆ ตาแบบนั้นจะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้อีกงั้นเหรอ...
“สองคนนั้นต้องมีลับลมคมในอะไรแน่!”  เธอไม่ไว้ใจมาตลอด  ไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้น  คนที่เข้ามาแล้วจู่ ๆ ก็ทำให้ไคเปลี่ยนไป  ไคผู้แสนสง่างามและเย็นชาของเธอ...  เจ้าชายน้ำแข็งผู้หยิ่งทระนง...  ตั้งแต่ยัยนั่นเข้ามา  โรงเรียนของเธอก็วุ่นวาย  ทั้งยังทำให้ฟูจิมิยะ ไคหันไปสนใจแต่เรื่องของยัยนั่นตลอดเวลาอีกด้วย  แล้วเธอล่ะ  เธออุตส่าห์ทุ่มเทเพื่อเขามาตลอด  รอคอยสักวันว่าเขาจะหันมามอง  แต่พอเป็นเรื่องของยัยนั่นทีไร  เขาจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอยู่เรื่อย!
“รอก่อนเถอะ....  เทนโง นัตสึกิ  ให้ฉันจัดการยัยมายะเสียก่อนแล้วต่อไปก็ตาเธอ!” 
โจวี่เห็นไฟริษยาที่ลุกท่วมตัวจีจังแล้วอดขนลุกเพราะความสะพรึงกลัวไม่ได้...  รีบหลบไปนั่งข้างมินาโกะจังก่อน
“พอเป็นเรื่องของไคทีไร  ยัยนั่นก็เป็นอย่างนี้ทุกที”  เขาบ่น 
“คุณโจวี่ออกจะเชี่ยวชาญเรื่องความรักนี่คะ  มองแค่นี้ไม่ออกเหรอ”  มินาโกะยิ้ม
“ไม่ใช่ว่ามองไม่ออกหรอก ต้องเรียกว่าเพราะมองออกต่างหาก  ความรักของยัยนั่นน่ะ  เป็นแค่สิ่งที่เจ้าตัวเขาเพ้อคิดไปเอง  เป็นเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ล่ะมั้ง...”  โจวี่หวนคิดไปถึงเมื่อวัยเยาว์ 
“ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่จีจังก็จริงจังเรื่องของคุณไคมากไม่ใช่หรือคะ”
“มินาโกะจังต่างหาก...  ได้อยู่ใกล้ชิดไคมาตลอดสองปี  ไม่รู้สึกอะไรกับไคบ้างหรือ...”  โจวี่ถามเหมือนจะเจาะรูน้ำแข็งในหัวใจของเธอ  แต่เพราะในนั้นไม่มีอะไร  เขาก็เลยมองไม่เห็น...  เสียเที่ยวเปล่าจริง ๆ
“ถ้าดิฉันเผลอใจไปชอบคนคนนั้นเข้าได้ล่ะก็....  คงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้มาถึงสองปีหรอกค่ะ” 
“เห...อะไรกัน  ไม่สนุกเล้ย”  โจวี่บุ้ยปาก  เรื่องน่าเบื่อเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่  แต่ที่ชอบมาที่บ้านหลังนี้ก็เพราะมันไม่เคยน่าเบื่อเลย  มักจะมีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นเสมอ ๆ เหมือนในตอนนี้ที่พวกฟูจิมิยะ ชินกำลังเดินเข้ามาในงาน  ทันทีที่เข้ามาพวกเขาก็กลายเป็นจุดสนใจไปอย่างอัตโนมัติ 
“มากันแล้ว...”  มินาโกะหุบยิ้ม  เธอมองร่างสง่างามของฟูจิมิยะ ชินกับคนในตระกูลเดียวกันที่คอยติดตามอยู่ด้านหลังไม่ห่างอย่างพินิจพิเคราะห์  รวมถึงท่าทางการแสดงออกของคนในห้องนี้ด้วย  ดูท่าเรื่องการหมั้นหมายระหว่างฟูจิมิยะและคาวามูระ  ออกจะสร้างผลประโยชน์มหาศาลจริง ๆ นะ 
บังเอิญที่สายตาของมินาโกะไปจ๊ะเอ๋เข้ากับสายตาซุกซนของโนโนฮาระ ชูริที่เดินเข้ามาพร้อมกันพอดี  เธอจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มดังเดิม  เธอเห็นชูริกระซิบกระซาบกับชินครู่หนึ่ง  พวกเขาก็หันทิศทางมาทางพวกเธอทันที
พอเห็นหน้า นิโจ้ เซนกิ  อิชิบะก็ระมัดระวังตัวขึ้นทันที เรื่องเมื่อคราวก่อนเขายังไม่ได้ล้างแค้น  ถึงจะรู้ว่านัตสึกิเอาคืนให้แล้วก็เถอะ  แต่ถ้าไม่ได้วัดกับคนคนนี้ซึ่ง ๆ หน้าเขาก็ใจไม่สงบ  จิโตเสะเธอไม่ชอบคนคนนี้มานานแล้ว  ยังเรื่องที่ทำกับนักเรียนของมัธยมเรนชินอีก  ยิ่งทำให้เธอเกลียดเขามากขึ้น
“วันนี้ก็มากันด้วยเหรอ  เป็นเกียรติกับผมจริง ๆ นะ”  ชินพูดกับมินาโกะ  แต่สายตากลับควานหาคนอื่น
มินาโกะสังเกตเห็นอยู่แล้ว....ดังนั้นจึงยิ้ม พลางว่า “ออกไปรับแขกน่ะค่ะ  เดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามา”
ยัยนี่....  รู้ว่าเขากำลังมองหาไคงั้นเหรอ  “ผมแค่อยากจะแน่ใจว่า  เขาไม่หนีไปไหนเท่านั้น”  มาคอยดูความสำเร็จของฉันได้แล้ว  ไค!
“ช่างเป็นงานหมั้นที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ เลยนะคะ  แค่งานหมั้นก็ทำให้ทางคุณมีฐานะสูงขึ้นมาจากแต่ก่อนมากขนาดนี้ได้....มหัศจรรย์จริง ๆ”   
“เธอ!”  จิโตเสะจงใจพูดประชดก็เลยทำให้เซนกิเลือดขึ้นหน้า  “กล้าพูดแบบนี้กับชิน  ระวังเอาไว้ให้ดีเถอะ” 
“ระวังอะไรหรือครับ....  จีจังน่ะ แค่ขยับนิ้วนิ้วเดียวก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นชะงักได้เลยนะครับ” 
“กวนประสาทนักนะ!” เซนกิกัดฟันกรอด  ชินยกมือห้ามเอาไว้  ทั้ง ๆ ที่ชูริกำลังสนุกอยู่เชียว...
“แล้วทำไมงานกีฬารวมคราวก่อนถึงได้ดู...  กระจอกนักล่ะครับ  อันที่จริงแค่นิ้วเดียวของคุณก็คงจะเรียกพวกบริษัทก่อสร้าง  หรืออุปกรณ์กีฬามายกเครื่องใหม่ได้สบาย ๆ” 
ถ้าพอมีเวลาสักหลายวันหน่อยมันก็คงจะได้อยู่หรอก  แต่นี่...  “เรื่องคราวนั้นน่ะ  อันที่จริงเรายังสืบหาตัวคนที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้กันอยู่นะคะ  เพราะฉะนั้นดิฉันว่าอย่าพูดถึงอีกเลยจะดีกว่า” มินาโกะพูดประโยคเดียวเล่นเอาชูริหน้าเปลี่ยนสี 
“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะมีคนต้องเดือดร้อนไม่น้อยล่ะครับ”  ชินยิ้มเย็น...  แล้วหันไปหาโทชิโอะ...  เขายังคงสนใจเรื่องของคนตระกูลอิชิบะอยู่  ถ้าหากได้มาเป็นพวกด้วยล่ะก็  กำลังที่เข้มแข็งของเขาก็จะไม่มีช่องโหว่แล้ว
“พี่ชายไม่มาด้วยหรือ  อิชิบะคุง” 
โทชิโอะหันหน้าไปมองชินช้า ๆ จากนั้นทำเหมือนสายลมพัดผ่านไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น...
“ไอ้เด็กนี่!”  เซนกิคิดจะสั่งสอน  แต่แล้วก็ถูกสายตาของชินห้ามเอาไว้  พอพูดถึงอิชิบะ  ชูริก็ไม่อยากสนทนาด้วยซะอย่างนั้นแหล่ะ...  เพราะมันทำให้นึกถึงเรื่องที่ควรนึกถึง
“ชิน...  ฉันว่าเราเลิกแหย่เด็กพวกนี้แล้วไปนั่งตรงโน้นกันเหอะ  อีกไม่นานนายก็ต้องเข้าพิธีแล้วไม่ใช่เหรอ”
แวบหนึ่งคบื่นความเหงาก็สาดเข้ามาในจิตใจของชินอย่างบ้าคลั่ง  แต่เขาก็ควบคุมมันเอาไว้อยู่ภายใน  งานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้น...  ช่างเป็นงานหมั้นที่แสนจะยาวนานเหลือเกิน...  ถ้าหากไอหมอนั่นยังอยู่  มันจะลุกขึ้นมาร้องตะโกนบอกคัดค้านหัวชนฝาแล้วลากเขาออกไปชกกันข้างนอกไหมนะ... 
นายอยู่ที่ไหนกัน...เรียวสุเกะ  ฉันกำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่นายรัก..  ถ้าหากเป็นนาย...  จะต้องเข้ามาต่อยฉันสักหลายหมัดแน่ ๆ
ชินยิ้มอย่างสมเพชให้กับตัวเอง...  “ไปเถอะ...” 
อีกด้าน  นัตสึกิกำลังเดินหลงวนไปวนมาอยู่ในคฤหาสก์หลังโตนี่จนเวียนหัว  เธอพยายามฟังเสียงคนแล้วก็คลำทางไป  แต่ถ้าไม่ฝ่าทะลุไปด้านใน  แล้วเดินไปตามทางเดินคดเคี้ยวอยู่แบบนี้ล่ะก็เธอก็จะวนเป็นเต่าตายอยู่ในอ่างนี่แหล่ะ!  คิดพลางก็ลงมือทำทันที เธอเอาเท้าถีบไปที่ผนังที่ทำจากไม้อย่างดี  แต่กลับดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงราวกับไม้ผุ ๆ เมื่อได้เจอกับพลังของเธอ  ผนังแผ่นใหญ่ล้มลงด้งป้าบ  นัตสึกิมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครก็หลบเข้าไปในห้องนั้นแล้วยกผนังนั้นกลับเข้าที่เดิมอย่างลวก ๆ ด้านในมีประตูเปิดทะลุไปอีกห้องห้องหนึ่ง  เธอเปิดประตูไปเรื่อย  เปิดไปก็เจอห้อง  เปิกไปอีกก็เจอห้อง...  เจอแต่ห้อง ๆ ๆ ห้องว่าง ๆ เต็มไปหมด  เมื่อไหร่จะเจอผู้เจอคนซะทีเนี่ย!!!!
ไคเดินตามหานัตสึกิจนทั่วแต่ก็ไม่พบ  สงสัยว่าเธอคงจะทนแรงกดดันไม่ไหวหนีไปแล้วแน่ ๆ ช่างเถอะ  เวลานี้เขาควรจะรีบเข้าไปในงานก่อนดีกว่าถ้าช้าไปกว่านี้อาจจะเสียภาพลักษณ์ได้...  หวังว่าเธอคงกลับไปแล้ว  คงไม่ทำอะไรให้เขาวุ่นวายอีกนะ...  ไคถอนใจแล้วเดินกลับไป  ระหว่างนั้นเองเขาก็ได้เจอกับขบวนของฝ่ายหญิงที่กำลังจะเดินเข้าไปในงานเช่นกัน...  คาวามูระ ริน  งดงามราวบุบผาแรกแย้ม  เหมาะสมกับทายาทของฟูจิมิยะอย่างมาก  พอเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่า...  เพราะอะไรคุณปู่ถึงได้เจาะจงให้เป็นผู้หญิงคนนี้... 
“มาทำอะไรอยู่แถวนี้คะ...  ถ้าไม่รีบเข้าไปในงานคุณปู่จะต่อว่าเอาได้นะคะ”  เสียงของรินดังกังวานไพเราะ  แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันยังอิจฉา 
“ตอนนี้ก็น่าจะยังทันนะครับ...  ถ้ายังไง  ให้ผมล่วงหน้าไปก่อนสักครู่ก็แล้วกันได้ไหม” 
“แหม...  ทำไมพูดจาห่างเหินอย่างนั้น  เดี๋ยวก็จะได้เป็นญาติกันแล้วแท้ ๆ”  หญิงสูงวัยของตระกูลคาวามูระเอ่ยขึ้นอย่างปลื้มอกปลื้มใจ  “ยังไงซะหลังจากที่ฟูจิมิยะ ชิน ได้ถูกประกาศให้เป็นทายาทแล้ว  ญาติผู้น้องที่ไร้ค่ายังไงก็คงต้องให้ความสำคัญสินะ” 
ไคมองปลาบไปยังหล่อนทันที  พวกผู้ใหญ่พอคิดเห็นเป็นศัตรูก็ช่างเปิดเผยเสียจริง คงคิดว่าเขายังเด็กไม่มีน้ำยาล่ะสินะ 
“เป็นแค่คู่หมั้น...คงรับประกันไม่ได้ว่า  จะทำให้ชินถูกตัดสินให้เป็นทายาทในตอนนี้ได้เลยหรอกนะครับ”
เขาขออนุญาตเดินผ่านไปอย่างมีมารยาทไม่ลืมที่จะกล่าวคำลาว่า “เวลาน่ะ...มันยังอีกยาวนะครับ  อย่ามั่นใจอะไรให้มันมากไปจะดีกว่า” 
หญิงสูงวัยคนนั้นถึงกับหน้าถอดสี  หันไปมองแผ่นหลังของเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้  กล้าใช้วาจากระทบกระเทียบกับหล่อนงั้นหรือ!  “แบบนี้ต้องให้ชินกำจัดออกไปจากตระกูลให้ได้นะริน  แม่ไม่ไว้ใจเด็กคนนี้!” 
“นั่นน่ะ...  ฟูจิมิยะ ไคเลยนะคะ  คุณแม่ไม่น่าจะไปหาเรื่องเขาตรง ๆ เลย” 
“อะไรนะ...  นั่นน่ะเหรอ ฟูจิมิยะ ไค!” 
คาวามูระ รินหันไปมองหน้าแม่ตัวเองแล้วส่ายหน้า  นี่แม่ของเธอกล้าใช้คำพูดแบบนั้นกับคนที่ตัวเองไม่รู้จักเนี่ยนะ  “คนที่กลับมาจากฝรั่งเศษแล้วมาประกาศว่าเป็นผู้สืบทอดตระกูลฟูจิมิยะ คนนั้นนั่นไงคะ”  รินยิ้มแล้วก็เดินต่อไป  ทิ้งให้แม่ที่กำลังตกใจจนทรุดตัวนั่งลงเพราะเข่าอ่อนไว้ตรงนั้น...
นัตสึกินั่งพักให้หายเซ็ง...  ระหว่างนั้นก็คิดเรื่อยเปื่อยไป  จนกระทั่งได้ยินเสียงดนตรีแว่วดังเข้ามาในหู....  มันเป็นเสียงเครื่องดนตรีโบราณที่ไพเราะมาก...  เธอเดินไปตามเสียงนั้นตั้งใจว่าถ้าเจอคนจะได้ถามทางกลับซะเลย..  แต่พอเข้าใกล้เสียงนั้นมากเท่าไหร่  ก็รู้สึกได้ถึงแสงแดดจัดภายนอก  พอมองออกไปก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดกิโมโนยาวนั่งดีดโกโตะอยู่... 
ทีแรกเห็นแต่ข้างหลัง  ผมดำมีสีขาวแซมแล้วดูยังไงก็ผีชัด ๆ นัตสึกิขนลุกชันขึ้นมาทันที...  แทบจะก้าวถอยหลังไปด้วยความกลัว...  แต่แล้วเสียงโกโตะก็หยุดลงพร้อมกับใบหน้าอ่อนโยนใจดีของหญิงชราคนนั้นที่หันมาหา 
“เข้ามานั่งนี่สิ...  ไม่เคยเห็นหน้าเลย  มาจากไหนกัน” 
พอได้เห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วก็คำพูดที่อบอุ่นนั่น  นัตสึกิไม่ลังเลที่จะเดินอาด ๆ เข้าไปนั่งฟุบลงข้าง ๆ แล้วว่า
“ที่นี่เค้าจัดงานกันใหญ่โต  คุณยายไม่รู้เรื่องเลยเหรอ  หนูก็มาเป็นแขกในงานนั้นนั่นแหล่ะ”
คำพูดโผงผางกับน้ำเสียงเปิดเผยของนัตสึกิทำให้คนวัยชรามองทะลุปรุโปร่ง  “เหรอ...  เค้ามีงานอะไรกันล่ะ”
“งานน่าเบื่อ...  พวกคนรวยนี่เค้านิยมหมั้นกันตั้งแต่เด็กหรือยังไงน๊า...  คุณยายรู้ไหมว่าฝ่ายชายเป็นเพื่อนของหนูน่ะ  หนูอายุแค่ 17เองนะ  ไม่รู้ว่าจะรีบมีคู่หมั้นหมายไปทำไมกัน  ไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหน”
“แล้วเราคิดว่าอายุเท่าไหร่ถึงสมควรจะมีล่ะ”
“น่าจะซัก  20” 
“แล้วแต่งงานล่ะ”
“ก็น่าจะซัก 25” 
พูดจบคุณยายก็หัวเราะ  “แล้วอย่างฉันที่แต่งงานตอนอายุ 15คงจะเลวร้ายสุด ๆ เลยสินะจ้ะ” 
นัตสึกิทำหน้าแหย  แล้วหัวเราะแห้ง ๆ “คุณยายคงจะเป็นพวกร่ำรวยเหมือนกันล่ะสิ” 
“ในยุคของฉัน  ถ้าไม่รีบแต่งงาน  ก็คงจะถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีใครเหลียวแล  แต่ถ้าฉันเลือกได้...  ก็คงอยากจะเป็นเหมือนกับแม่หนูในตอนนี้ล่ะนะ...  ไม่ต้องรีบร้อนใช้ชีวิตอิสระได้เต็มที่  เลือกแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักในวัยที่สมควร”
“คุณยาย....  พูดเหมือนถูกบังคับ”  แต่สีหน้าของคุณยายไม่เหมือนว่าเสียใจนะ
“ถึงจะถูกบังคับก็จริง...  แต่ฉันก็รักสามีของฉันนะจ้ะ” 
“งั้นเหรอ...  ถ้าหากเข้ากันได้  ก็คงจะรักกันได้ล่ะสินะ...”  ถ้าอย่างนั้นเรื่องของชินก็คง...
“แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก...  แล้วหนูไม่ไปร่วมงานของเพื่อนเหรอ  มานั่งอยู่ตรงนี้ทำไมกัน”
คุณยายได้ยินว่าเธอมางานหมั้น  แต่กลับมานั่งคุยกับหล่อนอยู่ตรงนี้ก็นึกสงสัย 
“แล้วคุณยายล่ะคะ...  ไม่ออกไปร่วมงานหมั้นของคนในตระกูลเหรอ”
“อ๋อ....  หมายถึง  หลานชิน...”  หือ... “หนูเป็นเพื่อนของชินหรอกเหรอจ้ะ”  คิดว่าเป็นเพื่อนของฝ่ายหญิงซะอีก
“แหม...  เดาเก่งแฮะ...  จริง ๆ แล้วหลงทางน่ะค่ะ  แหะ ๆ” 
“ถ้าอย่างนั้นที่พูดถึงก็คือเรื่องของชินหรอกเหรอ...”  คล้ายกับว่า... 
“คุณยายอย่าเข้าใจผิดนะคะ  หนูไม่ได้จะพูดถึงใคร  แค่รู้สึกแบบนั้นไปเองคนเดียว” 
“หมายถึงชินไม่น่าจะหมั้นในตอนนี้น่ะเหรอ...  อืม....”  คุณยายทำท่าครุ่นคิด  “แต่สามีของฉันเขาบอกว่าการหมั้นครั้งนี้เจ้าตัวเขาเสนอขึ้นมาเองนี่จ้ะ...” 
“หมอนั่น...  เป็นคนแบบนี้ล่ะค่ะ  ไม่รู้ว่าเพราอะไรถึงอยากได้อำนาจของการเป็นทายาทจองตระกูลมากนัก” 
“ไม่ใช่เพราะต้องการจะปกป้องคนสำคัญหรอกเหรอจ้ะ...” 
นัตสึกิหันไปมองใบหน้าแย้มยิ้มของคุณยายด้วยความรู้สึกประหลาดในใจ....  คุณยายคนนี้  เธอไม่ได้พูดอะไรออกไปมากมายแท้ ๆ ทำไมถึงได้...
“แม่หนูน่ะ  คงจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของหลานชินใช่ไหมจ้ะ  ถ้ายังไง  ช่วยรับปากฉันสักเรื่องจะได้ไหม” 
“เอ๋?”  รับปากอะไรกัน??? 
“อย่าถอยห่างไปจากเขา...  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เชื่อมั่นในตัวเขา  ปกป้องเขาแทนฉันด้วย” 
อะไรกัน.... ทำไมถึง 
“ฉันมีหลานชายสองคน  คนหนึ่งน่ะ  เค้าเป็นคนที่เพียบพร้อม  ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง...  แต่ชินไม่เหมือนกัน  เป็นเพราะเติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้งของคนในครอบครัวก็เลยทำให้เขากลายเป็นคนที่ไม่เชื่อใจใครแบบนี้  เขาเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องแย่งชิงถึงจะได้มา  แม่หนูเป็นคนที่จะบอกเขาได้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย...  จริงไหมจ้ะ” 
คุณยายคนนี้....  “ถ้าอย่างนั้น...  คุณยายคิดว่าหนูควรจะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นมาตลอดใช่ไหมคะ”  นัตสึกิยิ้ม
คุณยายไม่พูดอะไรแต่ก็ยิ้มตอบเธอ 
ที่แท้...  คนในตระกูลฟูจิมิยะ  ก็ยังมีคนที่ดีแล้วก้แสนจะอ่อนโยนแบบนี้อยู่ด้วย...ไม่น่าเชื่อ  เอาล่ะ  เธอคงจะต้องพึ่งพาคุณยายอีกเรื่องเสียแล้ว  “คุณยายคงช่วยบอกทางที่จะไปถึงห้องโถงจัดเลี้ยงอะไรนั่นโดยเร็วที่สุดได้สินะคะ”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 180 ท่าน