Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เธอ...คนเดียวในหัวใจ
สวัสดีความรัก
5
5
22/12/2554 03:28:03
314
เนื้อเรื่อง
เอ่ก อี้ เอ๊ก เอ้กกกกกก……………….
                วันนี้ฉันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ด้วย เพราะฉันยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน แหะๆ จะนอนหลับได้ยังไง ก็นี่ไม่ใช่บ้านฉัน ไม่ใช่ห้องฉัน  ไม่ใช่ที่ของฉัน  เมื่อคืนฉันก็เลยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการสำรวจรอบๆห้อง ความจริงห้องนี้ก็ใช้ได้นะขนาดห้องก็กว้างไม่เบา แต่ว่า น่ารักกว่าห้องฉันเยอะเลยอ่ะ พูดแบบนี้ไม่ได้สิ มันเทียบกับห้องฉันไม่ได้เลยอ่ะ เพราะห้องฉันนอกจากจะไม่น่ารักแล้ว ยังสกปรกอีกด้วย(จะไปบอกธาตุแท้เราทำไมวะ)เสียอย่างเดียว คอมพิวเตอร์ไม่มี มือถือไม่มี ทีวีไม่มี ไม่มี…..ไม่มี้….อะไรเลย มีแต่หนังสือ และโต๊ะ ว่างๆ สะอาดๆ เหอะ ฉันเกียจการอ่านหนังสือที่สุด สงสัยต้องออกไปสูดอากาศยามเช้าซะและ
                แกร๊ก…
                ใครกัน….เข้าห้องโดยไม่เคาะประตู
                แป๊ก…แป๊กๆๆๆ
                อาโหวว สาบานได้ว่านี้คือเสียงประตู
                “โอ๊ะ o_O”
                อะไร พี่เบียร์ทำหน้าอย่างกับเห็นผีซะอย่างนั้นแหละ
                “ทำไมพี่ต้องทำหน้าแบบนั้นหล่ะ”
                “^_^!”
                ยิ้มแปลกๆ หน้าฉันมันมีอะไรติดหรือไง 
                ง่ะ พี่จะเดินเข้ามาทำไมง่ะ ใกล้เข้ามา  เข้ามา  ตัวฉันก็ถอยออกไปทีละก้าว พี่เบียร์จะทำอะไรหนูง่ะ ไม่นะ ม่ายยยยยย
                “น้องแนน โตแล้วนะคะ เห็นไหมเนี่ยว่ากระดุมมันหลุด ดีนะที่พี่เข้ามาเห็นก่อน”
                ว้ายยย น่าอายชะมัด มาหลุดเอาที่เม็ดบนซะด้วย พี่เบียร์ก็อีกคน บอกมาก็ได้ไม่เห็นต้องเดินมาติดให้เลย
                “พี่เบียร์ง่ะ วันหลังก็บอกดีๆซิคะ”
                “เขิลพี่หรอ”
                “ก็ใช่หน่ะสิ”
                ใครไม่เขิลก็บ้าและ
                “เอาหล่ะ พี่จะมาบอกว่า วันนี้น้องแนนต้องไปทำงานนะ”
                “หา”
                “ตกใจอะไร น้องแนนต้องไปทำงานคะ”
                “ตะ แต่ ว่า แนนจำอะไรไม่ได้เลยนะ แล้วอีกอย่างงานที่แนนทำ แนนก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องทำยังไง แนน…”
                “หึ หึ”
                “ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นด้วยหล่ะ”
                “พี่ไม่อยากเชื่อว่าน้องแนนคนเก่งจะกลัวการทำงาน เมื่อก่อนน้องแนนรักงานนี้มากนะ”
                “ปะ…เปล่ากลัวซ่ะหน่อย”
                “แล้วทำไมพูดติดขัด”
                “กะ…ก็….”
                “กลัวก็บอกมาเถอะ”
                “อะ…อืม”
                ยอมก็ได้ โห ฉันเพิ่งจะ 16 เข้าใจกันบ้างสิ แล้วจะต้องไปนั่งทำงานแบบผู้ใหญ่ฉันจะทำได้หรอ แล้วจะทำได้ดีหรือเปล่า ฉันต้องไปทำเรื่องน่าขายขี้หน้าอีกแล้วแน่เลย
                “ว่าไง เงียบเลยหรอ ไม่ต้องกลัวไปหรอกน้องแนน”
                “….”
                ไม่เอาง่ะ ไม่อยากไป
                “ขาแนนยังไม่หายเจ็บ”
                “แต่พี่ว่ามันก็ไม่ได้เจ็บมากใช่ไหมคะ”
                มันก็ไม่เจ็บมากจริงๆนั่นแหละ ก็พักอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งหลายวันแล้วนิ ถ้าไม่หายอีกป่านนี้คงพิการแล้วแหละ
                “แต่…”
                “ไม่มีแต่คะ วันนี้ยังไงก็ต้องไป เพราะมีประชุมสำคัญ”
                “ประชุม ประชุมอะไรคะ”
                “ประชุมใหญ่ประจำปี งานนี้น้องแนนมีส่วนร่วมอย่างมากเลยนะคะ เพราะน้องแนน ต้องเป็นคนนำเสนอแผนงานประจำปีนี้ น้องแนนคะ พี่ถึงได้บอกไงว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันชี้ชะตาของน้องแนนเลยนะ”
                “พี่เบียร์ ถ้าไม่ไปแนนจะโดนไล่ออกป่ะ”
                “ป่าว ถ้าน้องแนนไม่ไป ก็จะมีตัวสำรองมานำเสนอแทน”
“งั้น ก็ให้เค้านำเสนอไปซิ แนนไม่พร้อมหรอกคะ”
              “น้องแนน ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่องานนี้นะ พี่รับรองได้เลยว่าถ้าน้องแนนจำอะไรทุกอย่างได้น้องแนนจะต้องเสียใจที่พลาดโอกาสนี้”
“…”
              “พี่รู้ว่าน้องแนนไม่พร้อม พี่ถึงได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว แค่เราพูดตามสคริป ที่พี่เตรียมไว้ก็จบ”
“ว่าแต่ ทำไมพี่รู้เกี่ยวกับงานของแนนเยอะจัง”
“ก็เราทำงานที่เดียวกัน พี่เป็นหัวหน้าน้องแนน”
ชิ ความจริงยัยน้องแนนก็ไม่ได้เก่งอะไรหร๊อกก็แค่อาศัยเส้นสายเท่านั้นเอง  แหมมมจะรักกันไปถึงไหนเนี่ย(จะไปอิจฉาทำไม ก็แกกำลังเป็นน้องแนนอยู่นะ)
“แต่ว่า ถ้าแนนทำไมได้หล่ะ”
“พี่เชื่อว่าแนนทำได้อยู่แล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วมาท่องสคริปที่พี่เตรียมให้”
ง่ะ
“แนนมีเวลาเท่าไหร่”
“สบายๆคะ งานเริ่มเย็น”
“แล้วทำไมต้องรีบแต่งตัวด้วยหล่ะคะ”
“เพราะเราต้องไปภูเก็ต”
“โธ่ แค่ภูเก็ต ให้อย่างช้าเลยก็แค่ 3 ชมไม่เห็นต้องรีบเลย” 
                “เรามีงานที่จะต้องทำที่โน่นด้วยคะ รีบเข้าเดี๋ยวไม่ทันนะ”
                ง่ะ ตกลงมันเลี่ยงไม่ได้ใช่ป่ะ เอาว่ะ ลองดูซักตั้ง คงไม่เป็นไรหรอก มั้ง!
 
เรียนท่านผู้มีเกียติที่เคารพพพ  ฮ้าววว โอ้ยยง่วงซะมัด ไอ้สคริปนี่ก็ย้าวยาว  ขี้เกรียจท่องอ่ะ(ได้ข่าวว่าแกเพิ่งอ่านประโยคแรก)อ่านเลยไม่ได้หรือไงนะ ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ฮ้าวววว
ฟู๊วววว ซ่า ฟ่า
ฮ้ายยยย หนาวชะมัดเลย ทำไมน้ำเย็นขนาดนี้เนี่ย ยึ๊ยย สมัยนี้อากาศเย็นกว่าปัจจุบันที่ฉันอยู่ตั้งเยอะแหนะ ปกติเดือนกันยาของที่ที่ฉันอยู่ยังร้อนอยู่เลยง่ะ สงสัยวันนี้คงได้อาบน้ำรอบเดียว(ยัยสกปรก)
“แนน”
“ขา แม่หนูอยู่ในห้องน้ำ”
“แม่เอาชุดมาให้วางบนเตียงนะลูก”
“ค่ะ”
เฮ้อ บ้านนี้นี่ยังไงนะ รวยก็ไม่ได้รวยอะไรมากแค่คนพอมีเงิน แต่เลี้ยงลูกยังกับเป็นนางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนแหนะ เสื้อผ้าก็ต้องคัดสรร อย่างดี สงสัยยัยน้องแนนคงจะคิดอะไรเองไม่เป็นเลยมั้งเนี่ยต้องให้ทุดคนคอยสั่งโน่นสั่งนี่ มิน่าถึงมีคนอย่างยัยบิวมาคอยตางรังควาญ ขนาดฉันเด็กกว่าตั้งเยอะ ฉันยังไม่กลัวมันเลย ชิ(เพราะแกมันบ้าๆบอๆไงหละ)
อาโหววว ชุดนี้เนี่ยนะที่จะให้ใสไปพรีเซ้นต์งาน เชยมากเลยอ่ะ รับไม่ได้ ประมาณว่า เสื้อตัวโครงๆ เป็นเสื้อมีปกอ่ะแขนสั้น แต่มันใหญ่อ่ะใหญ่มากๆๆๆเลย กระโปรงก็ยาวจะกลางหน้าแข้งอยู่และ บ้าจริงเสื้อผ้าคนสมัยนี้ฉันรับม่ายยด้ายยยยยย  ดีนะฉันพอมีฝีมือด้านงานเย็บผ้า เข็มกับด้ายและกรรไกรอยู่ไหนน้า เด่วแม่จะแก้ให้อึ้งกันไปเลยจะได้รู้กันว่าเสื้อผ้าที่สวยๆนั้นเค้าทำกันยัง ไง
1 ชั่วโมงต่อมา
  “อ้าว น้องแนนทำไมไม่รีบแต่งตัว นั่งทำอะไรอยู่”
 “ก็ ทำให้อะไร อะไรมันดูดีขึ้น”
“แล้วอะไร อะไร ที่ว่า มันคืออะไรหล่ะคะ”
“อิอิ”
ว่าแล้วฉันก็ใส่เสื้อที่ฉันได้ทำการดัดแปลง มันดูดีขึ้นมากเลย ดีน้าที่ตั้งใจเรียนวิชางานบ้าน ได้จากวิชานี้มาไม่น้อย ตอนนี้ชุดของฉัน เข้ารูปพอดีตัว กระโปรงเหนือเขาเล็กน้อง แล้วฉันก้อติดดอกกุหลาบที่ทำจากผ้าไว้ที่อกซ้ายด้วย
“… o_O”
“ทำไมพี่ทำหน้าอย่างนั้นหล่ะ มันน่าเกลียดหรอ”
“เออ…คือ”
“พี่เบียร์ มันดีหรือไม่ดี ก้อบอกมาสิคะ”
“หา ดี ดีมาก”
                “พี่เบียร์ พูดแบบนี้ไม่ใส่และ”
“อ่ะ อย่าน่ะ น้องแนนสวยจริงๆ สวยมากเลย”
บ้า ชมกันแบบนี้เขิลแย่เลย
“ชุดหรือคนที่สวย ค่ะ”
“ทั้งคู่เลย”
คิคิ บ้าหรอพี่เบียร์
“อาว พอพี่ชมก้อเขิลจนยืนไม่เป็นเลยนะน้องแนน ไปได้แล้ว คนสวยของพี่ เรามีงานต้องทำอีกมากนะ ถึงว่าทำไมแต่งตัวนานจังที่แท้มานั่งดัดแปลงชุดนี่เอง”
“แหะๆ”
“ว่าแต่ไปฝึกมาจากไหนเนี่ย เย็บซ่ะสวยเชียว”
“ที่โรงเรียนคะ”
“ตอนเรียนมหาลัยนะหรอ”
“เรียนมัธยมคะ”
“อ๋อ … ยังจำได้อีกหรอเนี่ยเป็นพี่พี่ลืมไปแล้วนะ”
“แหม ก้อเย็บอยู่บ่อยๆใครจะลืม”
“บ่อยที่ไหน วันเดือนปีพี่ไม่เคยเห็นน้องแนนเย็บผ้าเลย”
“เอ่อ… พี่จะมาเห็นได้ไง ก้อเย็บ…เย็บชุดชั้นในที่ขาดไง โหถามอยู่ได้ไหนบอกรีบไง”
“อืม จริงด้วย ปะเร็ววว”
เอ้อ บทจะรีบก็รีบซ่ะ
“แม่ผมไปก่อนนะ”
“จ้า ดูน้องดีๆนะ  เบียร์ อย่าพาน้องวิ่งสิลูกน้องยังไม่แข็งแรงเลยนะ”
“ครับ ผมขอโทษ”
 
“เฮ้อ รีบอย่างนี้ทุกทีสิ เมื่อกี้ลูกแนนใส่ชุดอะไรหน่ะ ช่างเถอะสงสัยตาฝาด เอาเสื้อแนนไปเก็บที่ห้องดีกว่า”
                “….”
                “ตายและ ทำไมชายที่นอนแหว่งอย่างนี้หล่ะ เอ๋ หรือว่าผ้าจะเปื่อย ก็ไม่นี่น่า ขาดได้ไงนะ”
               
                บนเครื่องบิน
                “ทำไมต้องมองแนนขนาดนี้ แนนชักไม่มั่นใจแล้วน่ะ”
                “อ้าว ก้อแฟนพี่สวย พี่ก็ต้องมองแฟนพี่สิ จะให้ไปมองใครหล่ะ”
                “ประชดแนนป่ะเนี่ย”
                “เฮ้อ!เรานิ พี่พูดจริงก็ไม่เชื่อเอ๋ แต่เสื้อตัวนี้ไม่มีกุหลาบไม่ใช่หรอ แล้วแนนไปเอามาจากไหนหล่ะ”
                “หา กะ…ก็”
                จะบอกยังไงดีอ่ะ เราตัดชายที่นอนมาทำง่ะ ก้อผ้ามันสวยจนอดใจไม่ไหวนี่นาต้องโดนดุแน่เลยง้า
                “รับ ชาหรือกาแฟดีคะ”
                เฮ้อ แอร์โฮสแตสช่วยชีวิต แกล้งหลับดีกว่า
                “น้องแนน รับอะไรดีค่ะ อ้าว หลับซะและขอโทษนะครับผมยังไม่รับตอนนี้ครับ”
                “น่ารักจริงๆ พี่รักน้องแนนนะ”
                คิ บอกรักอีกและ เขิลนะไม่ได้ อย่าหน้าแดงนะ อย่านะ อ้ายยย ยังจะมาหอมแก้มฉันอีก ฉันเขิลจนหน้าชาหมดแล้วนะ  
                แต่การแกล้งหลับของฉัน มันไม่ใช่ความจริงอีกต่อไปเมื่อ
คร่อก…ฟี้… หลับจริงซ่ะงั้น
                -แนนนนนนนนน-
                “หา อะไร อะไร เกิดอะไรขึ้น!!!” เมื่อกี้ใครเรียกฉัน เสียงดังลั่นเลย
                “น้องแนน เป็นอะไรไปคะ ฝันร้ายหรอ”
                “ไม่ เมื่อกี้มีคนเรียกแนน พี่หรอ”
                “ป่าวคะ พี่เห็นน้องแนนหลับ ไม่กล้าปลุกด้วยซ้ำ”
                “น้องแนนฝันไปแล้วหล่ะ”
                “ก็คงอย่างนั้น”
                แต่เสียงนั่นยังทำฉันใจสั่นอยู่เลย เสียงเรียกยังดังอยู่ในหัวอยู่เลย
                “ไม่เป็นไรนะ หน้าซีดเชียว”
                “ป่าวคะ”
                “จะถึงหรือยังคะ”
                “ถึงอะไร เราหลับไปยังไม่ถึง 5 นาทีเลยมั้ง”
                “หา จริงหรอ แต่แนนตาสว่างแล้วนะ เหมือนหลับไปนานมากเลย เป็นไปไม่ได้  พี่เบียร์ต้องหรอกแนนแน่เลย”
“อะไม่เชื่อดูนาฬิกาได้เลย พี่ไม่ได้โกหก”
ฮะ จริงด้วย ตอนขึ้นเครื่องมันตอนแปดโมง ตอนนี้ แปดโมง 5นาที โห นี่ต้องนั่งเซ็งอีกตั้งหลายชั่วโมงเชียวหรอเนี่ย
“หิวอ่ะ^^”
“อะไร ลืมตาก็หิวเลยหรอคะ ได้ๆเดี๋ยวพี่เรียกแอร์โฮสเตสให้”
…..
“ผลสรุปออกมาแล้วนะครับ ลูกคุณเป็น เจ้าหญิงนิทราครับ”
“ทำไมหล่ะคะ ก็ในเมื่อคุณหมอบอกว่าลูกดิฉัน ไม่ผิดปรกติตรงไหนแล้วทำไมลูกดิฉันยังไม่ฟื้นหล่ะคะ คุณ คุณรักษาลูกดิฉันจริงๆหรือเปล่า นี่พวกคุณกำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่หา!!!”
“แม่ แม่ใจเย็นๆ คุณหมอ ไม่มีวิธีรักษาเลยหรอครับ”
“เคสนี้ ผมก็เพิ่งเคยเจอ ไม่ว่าจะตรวจหาสาเหตุเท่าไหร่ ก็ไม่เจอซักที ผมมั่นใจว่าตรวจดูถี่ถ้วนแล้ว…”
“ตรวจถี่ถ้วนแล้วทำไมลูกฉันไม่ฟื้นฮะ!!!”
“โถ่แม่ครับ ผมเชื่อว่ายังไงแนนก็ต้องฟื้น อาจจะต้องใช้เวลา”
“ญาติผู้ป่วยอย่าเพิ่งหมดหวังนะครับ ถ้าญาติสิ้นหวังผู้ป่วยก็จะหมดกำลังใจ ยังไง หมั่นมาทำกายภาพบำบัดให้กับเธอแล้วก็พูดคุยกับเธอทุกวันผมเชื่อว่าสักวันเธอก็จะฟื้นขึ้นมา”
“ฮือๆๆ ทำไม ทำไมต้องเป็นลูกฉัน คนไปคอนเสิร์ต เป็นร้อยเป็นพัน ทำไม ทำไมต้องเป็นที่ตรงนั้น ทำไมแนนไม่ไปเลือกที่ตรงอื่น ทำไมที่ตรงนั้นถึงไม่มีคนอื่นนั่งอยู่ก่อน ทำไมต้องเกิดกับลูกสาวฉัน ทำไม”
“แม่ แม่ ทำใจดีๆไว้นะ แม่”
“คุณป้าครับ  ผมสัญญาว่าจะมาหาแนนหลังเลิกเรียนทุกวัน มาคอยทำกายภาพบำบัดให้ และก็พูดคุยกับแนน ยังไงแนนก็ต้องฟื้น ผมเชื่อว่าแนนคงไม่ใจร้ายทิ้งให้ทุกคนต้องทุกข์ใจแน่นอนครับ”
“จริงด้วยแม่ ผมเห็นด้วยกับไอ้ที ถ้าแม่ไม่สิ้นหวัง แนนก็ต้องฟื้นขึ้นมาซักวันแนนไม่ได้จากเราไปไหนแค่นอนหลับอยู่บนเตียงเท่านั้นเอง”
“ฮือๆๆ ขอบใจ ทุกคนมากนะ ขอใจจริงๆ ที ไม่ต้องมาทุกวันก็ได้ ตั้งแต่แนนเป็นอย่านี้ เห็นทีต้องหยุดเรียนบ่อยๆ เดี๋ยวทางบ้านกับที่โรงเรียนเค้าจะว่าเอานะ”
“ไม่ได้ครับ แนนเป็นคนที่ผมรัก ผมจะไม่ทิ้งเธอ”
“แต่ยังไงเธอก็ต้องไปเรียนนะ มาตอนเย็นๆก็ได้”
“แม่ ผมว่าแม่นั่นแหละที่ควรพัก เลิกห่วงคนอื่น แล้วห่วงตัวเองก่อนเถอะแม่ เดี๋ยวทางนี้ให้ผมจัดการเอง”
“งั้นเดี๋ยวแม่กลับไปดูบ้าน หน่อยละกัน”
“ที ฉันฝากพาแม่ไปส่งหน่อยนะ”
“แล้วนายจะไปไหน”
“ฉันอยากอยู่กับน้องสาวฉันซักพัก”
“อืม งั้นแม่ไปก่อนนะ”

-หนูไม่ใช่น้องแนน พี่นิว หนูทนไม่ไหวแล้ว หนูอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้าน ได้โปรดพาหนูกลับบ้าน หนูคิดถึงแม่คิดถึงเพื่อนคิดถึงที่ที่เคยอยู่-
-นี่เธอกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ เธอเมาหรือเปล่าเนี่ย-
-หนูไม่ได้เมา หนูพูดจริงๆนะ พี่ต้องเชื่อ พี่ต้องเชื่อ หนูกลัว กลัวว่าจะไม่ได้กลับไปอีก กลัวเหลือเกิน-
-เธอ…เธอบ้าไปแล้วหรือไง-
-หนูไม่บ้าพี่ต้องฟังหนู  หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอหนูได้รับอุบัติเหตุแล้ว แล้วอยู่ดีๆหนูก็มาโผล่ที่นี่ มาเป็นน้องแนนอยู่ที่นี่ ฮือๆๆ-
-เธอใจเย็นๆก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะตาม ไอ้เบียร์ให้นะ-
-ไม่!! ฉันจะกลับบ้าน-
ปัง!!
 
                “แนน แนนน้องพี่ ตอนนี้เธออยู่กับไอ้เบียร์ใช่ไหม ได้โปรดกลับมา แนน เมื่อก่อนที่แนนเคยพูดกับพี่แล้วพี่ไม่เข้าใจ ตอนนี้พี่เข้าใจ เข้าใจแล้ว พี่…พี่จะพาแนนกับมาได้ยังไง มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ พี่จะทำยังไง จะช่วยเรายังไงดี”
                “พี่จะปล่อยให้เวลานั้นมาถึงไม่ได้ ถ้าช้ากว่านี้ น้องพี่ก็จะต้องตาย พี่ยอมไม่ได้ เวลานั้นมันเป็นช่วงเวลาพอดีกับช่วงที่แนนสามารถเกิดได้ แต่ตอนนี้ ทางเลือกเดียวของแนนคือความตาย แนน ต้องรีบกลับมานะ พี่จะหาวิธีไปรับแนนให้ได้”
…………………………………………………………………….       
 
               
 
      
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 182 ท่าน