Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
แผนสืบค้นใจ
กล้วยไม้
จุดเริ่มต้น
2
21/12/2554 11:36:48
260
เนื้อเรื่อง
“หัวหน้าว่าไงนะครับ เมื่อกี้ผมฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่”รชานนท์เอ่ยถามหัวหน้า น้ำเสียงบ่งบอกได้ว่าไม่เชื่อเรื่องที่หัวหน้าได้มอบหมายให้ไปทำแต่หัวหน้าเขากลับไม่สะทกสะท้านกับการกระทำที่ลูกน้องกำลังแสดงออกมาตอนนี้ เขามองหน้ารชานนท์ก่อนจะมองไปที่เก้าอี้เพื่อให้ลูกน้องนั่งลงตามเดิม
“สิ่งที่คุณได้ยิน ถูกต้องแล้ว”
“หัวหน้าจะให้ผมไปเล่นเกมส์บ้า ๆ นั้นได้ยังไง หัวหน้าก็รู้ว่าผมไม่ชอบไปยุ่งเกี่ยวกับดาราพวกนั้น”สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือการแสดงออกที่หลอกลวงประชาชน หลอกว่าเป็นคนดีทั้ง ๆ ที่จริงมันไม่ใช่เลย เขาพยายามตลอดระยะเวลาที่ทำอาชีพนักสืบว่าจะไม่รับงานที่เกี่ยวข้องกับพวกดารา แล้วนี่ยังจะให้เขาเป็นเล่นเกมส์ตามล่าหาขุมทรัพย์บ้าบอแถมต้องมาจับคู่กับยัยกัญศิมาอีก อยากจะบ้าตายจริง ๆ เลย
“น้องกัญคะ อาทิตย์หน้ามีรายการติดต่อมาให้น้องกัญไปเล่นเกมส์ตามล่าหาขุมทรัพย์นะคะ”ผู้จัดการสาวเอ่ยขึ้น ขณะที่กัญศิมากำลังก้าวขาลงจากรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน
“ค่ะ พี่แพรช่วยเตือนกัญอีกทีนะคะ เผื่อกัญลืม”
“ค่ะน้องกัญ คืนนี้หลับฝันนะคะ พรุ่งนี้เจอกันตอนตีห้าครึ่งนะคะ”
 อาชีพนักแสดงอาจเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นกันแต่มันไม่ใช่เลยสำหรับกัญศิมา เธอไม่เคยคิดอยากจะเข้าวงการเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่เป็นเพราะช่วงนั้นแม่เธอติดการพนันจนไม่มีเงินไปใช้เขาแล้วโดนขู่ฆ่าและบังเอิญมีคนมาชวนเธอให้ไปเล่นละครกัญศิมาตอบรับโดยไม่ต้องคิดนานเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้น
“นนท์พรุ่งนี้อย่าลืมนะว่าคุณมีนัดไปออกรายงานน่ะ”ทุกอย่างมันยังคงค้างคาในใจอยู่ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าใครกันนะที่ส่งชื่อเขาไปสมัครเล่นแล้วยังจะขอให้จับคู่กับยัยกัญศิมานั่นอีก คนที่บริษัทก็มีตั้งเยอะทำไมหัวหน้าถึงไม่เลือกคนอื่นนะ ทำไมต้องเป็นเราด้วย
“คร้าบบ ผมไม่ลืมหรอกตอนนี้จำได้ขึ้นใจเลยว่าต้องไป”
“จำได้ ก็ดีแล้ว ถ้าได้ความคืบหน้าอะไรคุณก็อย่าลืมแจ้งผมด้วยแล้วกันนะ วันนี้ผมอนุญาตให้คุณกลับบ้านไปเตรียมตัวได้ พรุ่งนี้ต้องไปตั้งแต่เช้า คุณน้ำฟ้าแจ้งสถานที่รายการนัดให้คุณทราบแล้วใช่มั้ย”เขาเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเซ็ง ๆ
        ผู้ร่วมแข่งขันมีทั้งหมดมีประมาณสิบห้าคู่ ทุกคนที่มาเริ่มทำความรู้จักคู่ของตน คงเหลือแต่รชานนท์เพียงคนเดียวที่นั่งรอคู่ของเขาอยู่ เพราะตอนนี้กัญศิมายังไม่ถึงเลย ทีมงานเรียกทุกคนมาร่วมฟังกติกาในการแข่งขัน คือ จะมีการตอบคำถามในแต่ละด่านเกี่ยวกับคู่ของตน ถ้าคู่ไหนที่ตอบไม่ได้ก็จะผ่านด่านนั้นไปไม่ได้เช่นกัน การแข่งขันในรอบนี้จะต้องแข่งทั้งหมดสิบวัน คนที่ชนะคือคนที่ใช้เวลาในการตอบคำถามในแต่ละด่านน้อยที่สุดและตอบคำถามในด่านสุดท้ายแล้วไปหาขุมทรัพย์ที่ทางทีมงานเอาไปซ่อนไว้เจอก่อนคู่อื่น คู่ที่ชนะจะได้เงินรางวัลพร้อมด้วยการไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ที่อยากไปเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์
        แต่สำหรับรชานนท์รางวัลพวกนี้ไม่ใช่แรงจูงใจที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสถานการณ์นี้เลย กัญศิมาเองก็เช่นกัน ถ้าไม่เป็นเพราะทางผู้ใหญ่สั่งมาให้เธอไปเล่นเกมส์เพื่อกลบกระแสข่าวในตอนนี้อยู่หล่ะก็ไม่มีทางหรอก ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็รู้ว่าการมาเล่นเกมส์บ้า ๆ นี้ไม่ได้ช่วยให้ข่าวของเธอกับใครคนนั้นลดลงได้เลย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นในเมื่อเขาสั่งเธอก็ต้องทำตาม
ด่านที่หนึ่ง ให้คุณทั้งคู่แนะนำตัวเองให้คู่ของคุณรู้จัก เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการตอบคำถามด่านต่อไป เมื่ออ่านข้อความที่เขียนไว้ที่ป้ายเสร็จต่างคนต่างรอว่าอีกฝ่ายจะพูดเมื่อไหร่ ทั้งที่คู่อื่นเขาไปไกลแล้ว แต่เขาก็ยังไม่พูดอะไรเธอจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“ฉันชื่อกัญศิมานะคะ เรียกกัญเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ แล้วคุณหล่ะชื่ออะไรคะ”
“รชานนท์ครับ”ทั้งสองคนคิดว่าแค่นี้แหละคือการแนะนำตัวเองหรือรู้ไม่ว่ายังมีคำถามอีกมากมายที่ทั้งคู่จะต้องเก็บข้อมูลเพื่อไปใช้ในด่านต่อไป
        คืนนี้ทางทีมงานบอกว่ามีกิจกรรมให้เล่นอีกนั่นก็คือให้ไปหากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองที่ทางทีมงานเอาไปซ่อนไว้ โดยแต่ละคู่จะต้องช่วยกันหาให้เจอแต่นั่นไม่ก็คงจะไม่รู้อุปสรรคสักเท่าไหร่เพราะอุปสรรคที่แท้จริงที่ทุกคู่จะต้องเจอก็คือบ้านร้างที่เรียงรายอยู่โดยทุกคู่จะต้องเข้าไปในบ้านเพื่อไปหาโดยทางทีมงานจะบอกว่ากระเป๋าใครอยู่บ้านหลังไหนที่เหลือก็ให้ผู้แข่งขันช่วยกันหา
        ทางเดินที่มีแต่ต้นไม้ใหญ่มองไปทางไหนก็น่ากลัว อุปกรณ์ที่มีให้ก็แค่ไฟฉายเพียงตัวเดียวเท่านั้น คนที่ถือไฟฉายก็เดินอย่างกับจะวิ่ง ปล่อยให้กัญศิมาต้องรีบวิ่งตามทั้งที่อยู่ในความมืด
“โอ้ย!”เมื่อสิ้นเสียงรชานนท์ก็ส่องไฟดูไปรอบ ๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กัญศิมาที่นั่งกุมขาตัวเองอยู่
“เป็นอะไร”
“ก็นายเล่นเอาไฟฉายไปคนเดียวแล้วให้ฉันเดินมืด ๆ อย่างนี้ก็สะดุดล้มน่ะสิ ใครจะไปมองเห็นหล่ะ”
“แล้วทำไมเธอไม่รีบเดินให้ทันฉันหล่ะ เดินช้าอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงสักที”
“เรื่องอะไรนายมาว่าฉันเนี่ย อยากรู้จริงว่าโกรธอะไรฉันนักหนาตั้งแต่ตอนที่เขาให้แนะนำตัวก็ทีแล้วยังจะมาตอนนี้อีก”
“จะไปกันได้หรือยังเดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนกันพอดี”ทั้งคู่พากันเดินไปเรื่อย ๆ จนพบบ้านไม้เก่าสองชั้นบริเวณรอบบ้านถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่
“นายเข้าไปก่อนสิ”
“เธอนั่นแหละ”
“ก็นายเป็นคนถือไฟฉายนี่และที่สำคัญนายก็เป็นผู้ชายด้วย”เธอตอบก่อนจะผลักเขาไปที่ประตูบ้าน
“เป็นผู้ชายแล้วไง ผีมันไม่ได้เลือกหรอกนะใครเป็นผู้ชายใครเป็นผู้หญิงน่ะ”
“นี่นายหยุดเลยนะ รู้หรือเปล่าว่าอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้เขาถือไม่ให้พูดเรื่องนั้นกัน”
        รชานนท์ค่อย ๆ เปิดประตูบ้าน เสียงประตูที่ดังเอี๊ยดอ๊าดบ่งบอกได้ถึงระยะเวลาที่ประตูไม่ได้ใช้งาน กัญศิมาดึงชายเสื้อของรชานนท์ไว้เพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอให้อยู่คนเดียว   ในใจก็แสนกลัว
ปัง เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองกระโจนเข้าหากันโดยไม่ต้องนัดหมายให้เสียเวลา เมื่อสติเริ่มกลับมาเธอก็เริ่มถอยห่างจากเขา นาทีนี้ไม่รู้ว่าต้องกลัวเขาหรือว่ากลัว ผ สระอี กันแน่
“ขึ้นไปข้างบนกันเถอะ” เธอพยักหน้าก่อนจะเดินตามเขาขึ้นไป
“นี่นายรอฉันหน่อยสิ”
“เราลองเข้าไปดูในห้องนี้ดูก่อนมั้ย”กัญศิมาเข้าใจว่านี่คือประโยคคำถามแต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจในตอนนี้ก็คือว่าทำไมเขาถึงไม่รอคำตอบจากนี้ก่อนว่าจะเข้าหรือไม่เข้า
“เข้ามาเร็ว ๆ สิ จะได้ช่วยกันหา”
        สภาพของห้องเหมือนเพิ่งถูกทำความสะอาดมาไม่นานนี่เอง ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ ทั้งสองพากันเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง กัญศิมาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าของเธอแขวนอยู่ในตู้ที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อะไรกันเนี่ย”เธอเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะถูกรชานนท์ลากแขนไปอีกห้องของบ้าน เขาตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนเป็นสิ่งแรก และสิ่งที่เขาคิดมันก็เกิดขึ้นจริง คือเสื้อผ้าของเขาก็ถูกแขวนไว้ในตู้เช่นกัน ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างงง ๆ
“อย่าบอกนะว่า”
“เขาจะให้ฉันพักอยู่กับเธอที่นี่จริง ๆ น่ะเหรอ”
        รชานนท์ตั้งใจว่าจะต้องไปถามทีมงานให้รู้เรื่องว่าทำไมจะต้องให้เขามาพักกับเธอด้วย แต่เพียงแค่ลงบันไดมาถึงชั้นล่างเขาก็ต้องแปลกใจอีก เขาจำได้ว่าตอนที่เข้ามาในบ้านยังไม่ได้เปิดไฟข้างล่างเลยแต่ตอนนี้ทำไมไฟมันถึงเปิดอยู่หล่ะ หรือว่ายัยกัญจะเป็นคนเดินลงมาเปิดไฟแต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะยัยนั่นไม่เคยอยู่ห่างจากตัวเขาเลยสักครั้ง
“นายจะไปไหนให้ฉันไปด้วยนะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว”กัญศิมาวิ่งลงบันได้มาเกาะแขนเขาไว้     รชานนท์ค่อย ๆ แกะมือของเธอออกจากแขนของเขา ก่อนทั้งสองจะตรงไปที่ประตู
คุณทั้งสองจะต้องพักที่นี่ด้วยกันจนกว่าเกมส์ของเราจะจบลง ทุกวันที่ต้องออกไปทำภารกิจคุณทั้งคู่จะต้องไปพร้อมกันและกลับพร้อมกัน เราจะไม่อนุญาตให้คุณทำภารกิจถ้าคู่ของคุณยังไม่มา ขอบคุณค่ะ
นี่คือข้อความที่ติดอยู่ตรงประตู รชานนท์พยายามเปิดประตูแต่เปิดเท่าไหร่ก็ไม่ออก
~กริ๊ง กริ๊ง~ เพียงแค่ได้ยินเสียงโทรศัพท์กัญศิมาก็ผวาเข้าไปกอดรชานนท์ที่ยืนอยู่ตรงประตูจนเขาต้องถอยหลังไปชนบานประตูเพื่อไม่ให้ทั้งตัวเองและเธอต้องล้ม
“นี่เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย แค่เสียงโทรศัพท์ดังแค่นี้ต้องตกใจด้วย”
เธอค่อย ๆ ปล่อยมือที่โอบกอดเขาอยู่ออก ก่อนจะถอยออกห่างจากเขา รชานนท์มองไปที่โทรศัพท์ที่ดังอยู่เพื่อจะสื่อให้เธอรู้ว่าเธอควรจะเดินไปรับโทรศัพท์ที่มันดังอยู่ได้แล้ว
“นายนั่นแหละมารับฉันจะขึ้นห้องแล้ว”โดยไม่รอให้เขาตอบรับหรือปฏิเสธเธอก็เดินขึ้นบันไดไป
“สะ...สวัส..ดีครับ”รชานนท์กรอกเสียงไปตามสาย ทั้งที่บังคับไม่ให้เสียงสั่นแล้วแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
“สวัสดีค่ะคุณรชานนท์ คุณคงจะเห็นป้ายที่ติดอยู่ตรงประตูแล้วใช่มั้ยคะ ดิฉันหวังว่าคุณทั้งคู่คงจะเข้าใจทีมงานของเรานะคะ พรุ่งนี้เจอกันตอนเก้าโมงครึ่งนะคะ ทางเราหวังว่าคงจะเจอคุณทั้งคู่พร้อมกัน ขอบคุณค่ะ”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 104 ท่าน