Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 12 คิดถึงเหลือเกิน
13
20/12/2554 19:29:28
426
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 12 คิดถึงเหลือเกิน
                จิโตเสะฉีกสมุดจดวิชาภาษาญี่ปุ่นของโจวี่ออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยความโมโห  เธอได้ยินเรื่องที่นัตสึกิไปป่าวประกาศเรื่องคู่หมั้นของไคแล้ว  อารมณ์ก็เลยพุ่งปรี้ดขึ้นไปที่ 180 องศา  ตั้งใจว่าถ้าหากเห็นหน้ายัยนัตสึกิตัวดีเมื่อไหร่แม่จะฉีกอกให้ขาดเป็นชิ้น ๆ เหมือนสมุดเล่มนี้เลยทีเดียว!
                “ขอร้องล่ะน๊า~~ จีจัง  อย่าเห็นข้าวของของผมเป็นที่ระบายอารมณ์หน่อยเลยได้ไหม”  นี่ปาไปเล่มที่สามแล้วนะ  แล้วต่อไปเขาจะเอาอะไรส่งอาจารย์กันล่ะ อยากจะร้องไห้....  โจวี่นั่งทอดถอนใจอย่างอนาถ
                “ใครมันจะไปรับได้กันเล่า!!!ไคคุงจะต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!” 
                เธออุตส่าห์ยอมตื่นแต่เช้าเพื่อจะได้แต่งตัวสวยมากระชากใจไคคุงทุกวันเพื่ออะไร  เพื่อให้คนอื่นมาชุบมือเปิบงั้นเรอะ!  เธอไม่ยอมหรอก ต่อให้เป็นพวกบ้านคาวามูระก็เถอะ
                “มินาจัง...  จีจังกลายร่างเป็นก๊อซซีล่านานสามสิบนาทีกว่าแล้ว  ยังไม่สงบอีกเหรอ...”  โจวี่โอดครวญ... 
                “ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ  ถ้าได้ระบายแล้วจะต้องรู้สึกดีขึ้นแน่ ๆ”  มินาโกะบอกพลางจิบชาเรียบเรื่อย  วันนี้รู้สึกว่าไคจะมาช้ากว่าปกติ  อาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวจนเกินไปของวันนี้หรือเปล่านะ...  คนคนนั้นไม่ชอบอากาศหนาวเสียด้วยสิ  แต่เอ๊ะ...  มาแล้วนี่  มินาโกะมองเห็นไคที่กำลังเดินลงจากรถแล้วเดินเข้ามาในโรงเรียนท่ามกลางเสียงกรี้ดจากพวกนักเรียนที่มารอคอย...  จิโตเสะเองพอได้ยินเสียงก็รียวิ่งมาดูที่หน้าต่าง 
“ไคมาแล้ว”  สีหน้าของจิโตเสะดีใจเสียจนออกนอกหน้า ทั้งยังอดใจไม่วิ่งลงไปหาเขาไม่ได้  โจวี่เห็นแบบนั้นค่อยโล่งใจหน่อย  “ในที่สุดก็อารมณ์ดีได้ซะที...  ขออย่าให้มีเรื่องอะไรมากระตุ้นอารมณ์ของแม่เสือสาวเข้าอีกเล้ย”  โจวี่บ่น 
มินาโกะมองชายที่เดินเข้ามารอบคอพันผ้าหนา ๆ เอาไว้  ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปพูดคุยกับไคราวกับสนิทสนมคุ้นเคยกันดีอีกด้วย...  เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้  เธอหันมาหาโจวี่พร้อมกับคำพูดที่เหมือนกับตั้งใจแกล้ง  “เรื่องที่โจวี่คุงกำลังกังวล...สงสัยว่าจะเกิดซะแล้วล่ะค่ะ” 
โจวี่เห็นสีหน้าแบบนั้นของมินาโกะทีไร  ใจคอมันแกว่ง ๆ ชอบกล  ก็เลยต้องยื่นหน้ายื่นตาออกไปมองที่นอกหน้าต่างบ้าง...  ภาพที่เห็นทำเอาเขาเหงื่อตก  ให้ตายเถอะ...  เอาเข้าแล้วไงล่ะ  แม่เสือสาวทั้งสองเริ่มจะประกาศสงครามกันอีกแล้ว...
จิโตเสะที่วิ่งลงไปหาไคจากชั้นสองด้วยอาการดีอกดีใจ  พอไปถึงก็เห็นบางคนกำลังชิงโอกาสตัดหน้าเธอซะนี่!
ผู้หญิงที่มาทำหน้าระรื่นหัวร่อต่อกระซิกกับไค  ก็คือ  คาวามูระ มายะ!ผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นหมายที่ทางตระกูลฟูจิมิยะเลือกเอาไว้ให้กับเขา!  ไม่แค่นั้น...ไคยังยิ้มให้แม่นั่นอีกด้วย! 
คิดหรือว่าเธอจะยอม...  คิดหรือว่าเธอจะยอม!
จิโตเสะเดินเข้าไปหาทั้งสองคนจนเป็นที่สังเกต  พอไคเห็นก็รีบเอ่ยทักทาย  “จิโตเสะ...  อรุณสวัสดิ์”
เธอยิ้มหวานตอบเขา  ทว่าสายตาที่มองไปยังผู้หญิงอีกคนกลับถมึงทึงเสียจนน่ากลัว....  แต่สายตาของอีกฝ่ายที่โต้กลับมานั้นกลับไม่ได้ฉายแววกลัวเกรงเลยสักนิด  “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”  หล่อนบอก
“ได้ยินว่าคุณเพิ่งกลับมาจากปารีสเหรอคะ  ถึงได้เพิ่งจะมาเรียนทั้ง ๆ ที่เปิดเทอมไปสองเดือนแล้ว”  จิโตเสะวางท่าสง่าผ่าเผยสมกับเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ของฝรั่งเศษ  ส่วนมายะก็เรียบร้อยรักษามารยาทของผู้ดีญี่ปุ่นเอาไว้อย่างงดงาม  “ได้รับความกรุณาจากท่านเคาท์ชองโอแคร์มากเลยค่ะ” 
แน่ล่ะ...  พ่อของเธอต้อนรับแขกคนญี่ปุ่นไม่มีขาดตกบกพร่อง  “ความจริงน่าจะอยู่นานอีกสักหน่อย  ปารีสน่ะยังมีที่เที่ยวอีกมากเลยล่ะค่ะ”  อันที่จริงอยู่ที่นั่นไปตลอดเลยก็ยิ่งดี!
“แหม...  อยู่นานไม่ได้หรอกค่ะ  ทางบ้านฟูจิมูระเรียกให้กลับมาก่อน  เพราะมีเรื่องจะให้ช่วยเตรียมงานประจำน่ะค่ะ” คำตอบที่เหมือนเอาค้อนมาทุบหน้าเธอทำให้จิโตเสะแทบอยากจะเอานิ้วมืองามของเธอมาหักคอสาวน้อยตรงหน้านี่ซะ  “เหรออ..  คะ!” 
ได้ยินตรงนี้  ไคก็พึ่งนึกขึ้นมาได้อีกเรื่อง  “จริงสิ...  เรื่องงานประจำปี  ทางนั้นเขาให้เธอมาช่วยทำอะไรงั้นเหรอ”  นี่เป็นข่าวที่เขาเพิ่งรู้เหมือนกัน 
มายะหันไปมองคนถามอย่างไม่เข้าใจ...  อย่างเขาไม่รู้เรื่องสำคัญเช่นนี้ดูออกจะ... 
“เป็นอะไรไปคะ...  ไม่เหมือนฟูจิมิยะคุงคนเก่าเลย  เรื่องแค่นี้ก็น่าจะพอเดาออกไม่ใช่หรือคะ  ว่าเป็นเรื่องอะไร”
ไคฉุกคิดได้...  สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงทันที  “เข้าใจแล้ว...  ถ้าอย่างนั้น  ทางฉันก็จะเตรียมตัวด้วยเหมือนกัน”
จิโตะเสะเห็นไคเดินไป  เธอก็เลยไม่อยากจะเสียเวลาโต้เถียงกับยัยคนนี้อีกก็เลยตามไปด้วย  ทว่า...ที่หลังพุ่มไม้กลับมีอีกคนที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ก็อดใจอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว  เธอเดินออกมาจากหลังเงาไม้นั่นแล้วถามออกไปตรง ๆ โดยไม่สนว่าคนคนนั้นจะตกใจที่จู่ ๆ ก็เห็นเธอมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าหรือไม่
“เรื่องที่ว่าน่ะ...  มันเรื่องอะไรกันแน่” 
ทันทีที่ได้ยินเสียงมายะก็ตกใจจนหน้าซีด...  พอหันไปก็เห็นนัตสึกิยืนอยู่  “อ๋อ...คุณนี่เอง” 
เธอเกาหัว..ไม่เข้าใจว่าหล่อนจะตกใจทำไม  “เมื่อกี้ที่เธอพูดกับฟูจิมิยะ  เป็นเรื่องอะไร  งานประจำปีของบ้านฟูจิมิยะมีอะไรงั้นเหรอ” 
มายะยิ้ม...  หล่อนจำได้ว่านัตสึกิรู้จักกับพี่สาวตัวเอง  ดังนั้นปักใจเชื่อแต่แรกแล้วว่านัตสึกิเป็นเพื่อน  จึงบอกออกไป  “พี่รินยังไม่ได้บอกหรือคะ...  งานประจำปีของบ้านฟูจิมิยะปีนี้น่ะ  ทางผู้ใหญ่เขาตกลงแล้วว่าจะจัดงานหมั้นให้อย่างเป็นทางการน่ะค่ะ”
นัตสึกิได้ยินแล้วแทบช็อค...  “อะไรนะ?”
“งานหมั้นน่ะค่ะ...  พี่...กับฟูจิมิยะ ชิน” 
นัตสึกิวิ่งแทบไม่คิดชีวิต  เธอกระโดดข้ามราวบันได  วิ่งด้วยความเร็วสูงเปิดประตูขึ้นไปบนดาดฟ้า...
หมอนั่น...  หมอนั่น...  ในที่สุดก็หมั้นแล้ว  ทำแบบนั้นแล้วจะได้อะไรขึ้นมา  ฝืนความรู้สึกไปทั้ง ๆ อย่างนั้นเพื่ออะไร  แค่คำว่าอำนาจงั้นเหรอ!
“ไอ้บ้าชิน!!!!”  นัตสึกิตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง 
ความทรงจำระหว่างพวกเขากับเธอ  ภาพวันเวลาเก่า ๆ ยังคงอยู่ในหัวของเธอไม่จางหายไปไหน  ตั้งแต่ก่อนหน้านี้  พวกเขาได้พบกัน  รู้จักกัน  และสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกันจนผูกพันแน่นแฟ้น  คิดมาตลอดว่าไม่มีอะไรหรือใครจะมาทำลายมิตรภาพระหว่างกันนี้ลงได้  แต่แล้วเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวทำให้เพื่อนของเธอทั้งสองคนต้องผิดใจกัน  และทำลายซึ่งกันและกัน  คาวามูระ  ริน... 
ย้อนไป....  ที่โรงเรียนสาธิตริโค แผนก ม.ต้น  เมื่อห้าปีก่อน 
ฟูจิมิยะ  ชิน เป็นประธานนักเรียนแผนกมัธยมต้น  มีอิชิบะ ยูคิโอะเป็นรองประธาน ส่วนโนโนฮาระ ชูริ, นิโจ้ เซนกิ   และ คิโจจิ  เรียวสุเกะ  เป็นคณะกรรมการฝ่ายปกครอง  พวกเขาทั้งห้าคนเป็นสภานักเรียนที่มีความเข้มแข็งมากและเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก  โดยที่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวาย  หรือจะเรียกได้ว่ามีแต่คนเกรงใจไม่กล้าเข้ามาตีสนิท  จะมีก็แต่เด็กผู้หญิงที่ชื่อ  เทนโง นัตสึกิคนเดียวที่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่  คอยปราบพวกเกเรในโรงเรียนจนราบคาบ  และไม่เกรงใจหน้าไหนทั้งนั้น  โดยเฉพาะพวกกรรมการนักเรียนที่เธอคิดว่างี่เง่า  มีแต่เธอคนเดียวที่ไม่ว่าพวกคณะกรรมการนักเรียนจะใช้วิธีไหนจัดการกำราบก็เอาเธอไม่อยู่  จนในที่สุดกลับถูกเธอเล่นงานเอาเสียเอง... 
โดยเฉพาะฟูจิมิยะ ชิน  ที่ตั้งใจจะปราบพยศนัตสึกิ  แต่ด้วยสถานการณ์ที่ซับซ้อน  ชินกลับถูกนัตสึกิช่วยเอาไว้จากการถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่  และตอนนั้นเองที่พวกเขาเริ่มเปิดใจให้กัน... 
นัตสึกิเป็นคนโผงผางใจร้อน  ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง  แต่กลับสร้างพลังให้กับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว  อะไรที่ผู้ดีอย่างพวกเขาไม่กล้าทำ  นัตสึกิกลับลงมือทำเอาซะง่าย ๆ พวกเขาก็เลยเริ่มที่จะเชื่อใจเธอโดยไม่รู้ตัวและรวมเอาเธอเข้าไปในกลุ่มด้วย  ทีนี้นอกจากพวกเขาแล้วก็อย่าคิดว่าใครจะไม่สามารถแตะต้องเทนโง  นัตสึกิได้อีก...
ชีวิตในวัยเด็กของพวกเขาสดใสและน่าจดจำ  จนกระทั่ง...  เรื่องราวที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น 
นัตสึกิไม่ได้รู้ตัวมาก่อนเลยว่าการที่เป็นเพื่อนของคนพวกนั้นมันจะต้องถูกเลือกด้วย  แม้ตอนที่คนจากบ้านฟูจิมิยะมาหาเธอถึงที่บ้าน..  บอกให้เธอเลิกยุ่งกับพวกเขาทั้งห้าคนเสีย...  เธอก็ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าขำอยู่เลย... 
แต่ไม่นานเพื่อนในชั้นเรียนจู่ ๆ ก็ทำตัวเหินห่าง  อาจารย์ประจำชั้นก็เรียกเธอไปคุย  และยังมีคนคอยติดตามดูเธออีก...  มันทำให้เธอสงสัยเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ได้แค่สงสัย  ไม่ได้สืบหาเรื่องราวจริง ๆ จัง ๆ จนกระทั่ง  ฟูจิมิยะ ชิน มีเรื่องทะเลาะชกต่อยกับคิโจจิ เรียวสุเกะ... 
‘แกหักหลังฉัน!’ เรียวสุเกะต่อว่าชิน  โดยที่อีกฝ่ายไม่โต้ตอบ ‘แม้แต่เรื่องนั้น...  แกก็ยังเอาไปบอกคุณปู่  ถามจริง ๆ ว่าระหว่างฉันกับปู่  แกจะเลือกใครกันแน่ชิน!’ 
คนในตระกูลคิโจจิ  ต้องติดตามรับใช้คนของตระกูลฟูจิมิยะอยู่เสมอ  ไม่มีทางที่จะกล้าฝืนคำสั่งได้  แค่เรื่องนี้เรียวสุเกะกับชินน่าจะเข้าใจดี  ทำไมเรียวสุเกะถึงได้โมโหขนาดนี้นะ  ไม่เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่
‘นายกล้าต่อต้านคุณปู่เหรอ’  จู่ ๆ ชินก็ย้อนขึ้นมา  ทำให้เรียวหน้าเสีย  ‘ถ้าหากฉันเลือกนายแล้ว...  มันจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับฉันงั้นเหรอ...”  ชินสะแยะยิ้ม  นัตสึกิยังจำรอยยิ้มนั้นได้ดี  มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง...  ‘ถ้าต่อต้านคุณปู่  แล้วเอาตัวไม่รอด...  แล้วฉัน..ไม่สิ  นายจะมีชีวิตอยู่เพื่อตระกูลคิโจจิได้อีกงั้นเหรอ’  จุดยืนของเขาคือการเป็นผู้สืบทอดตระกูลเช่นกัน...
‘ฉันไม่สน!  เรื่องผู้สืบทอดอะไรนั่น  ฉันไม่ต้องการแล้วก็ได้!’  เรียวตวาดออกไปด้วยอารมณ์  แต่ชินกลับเดินเข้าไปชกหน้าเขาอย่างแรง  ทั้งยังตวาดกลับด้วยความโมโห 
‘แกคิดว่าเรื่องสืบทอดการเป็นทายาทของตระกูลเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือไง  คิดจะเป็นก็เป็น  คิดจะไม่เป็นก็ไม่เป็นได้งั้นเหรอ  แกมันคิดง่ายเกินไปแล้ว!”  ชินยังลงมือต่อ  จนหน้าของเรียวบวมไปหมด
‘หยุดได้แล้ว ทั้งคู่  หยุดเถอะ!’  พวกเพื่อน ๆ เข้ามาห้าม  ทั้งยูคิโอะ  เซนกิ  และชูริ
‘ถ้าการเป็นทายาท  หมายถึงการที่จะต้องเสียสิ่งที่ฉันรักทุก ๆ อย่าง  ฉันก็ไม่ต้องการ!’  เรียวตะโกนออกไป...  ชินจึงหยุดมือ...  จากนั้นถอยห่างออกมา
‘นี่น่ะเหรอ...คนที่ฉันคอยปกป้องมาตลอด  นายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้เองเหรอ  เรียวสุเกะ’ 
เพราะอยากจะไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด  เพราะเป็นอย่างนั้นพวกเขาถึงได้ช่วยกันผลักดันและรอคอย...  เพื่อให้ได้ไปถึงจุดนั้นด้วยกัน...  แล้วสิ่งที่เขาทำมาตลอดมันคืออะไร...
‘แกมัน...  คนทรยศ!’ชินพูดออกมาอย่างแดกดัน  สีหน้าของเขาทั้งผิดหวังทั้งคั่งแค้นในใจ  ตัดสินใจแล้วว่าสำหรับคิโจจิ  เรียวสุกะ  เขาควรจะพอแค่นี้..
นัตสึกิเดินเข้าไป  เธอมองคนทั้งคู่พลันถามออกไปว่า ‘นี่มันเรื่องอะไร’ 
ชินไม่ตอบตามคาด...  เขาเดินหนีออกไปพร้อมกับชูริและเซนกิ  ที่ทำหน้าไม่ถูกตัดสินใจไปไกล่เกลี่ยกับทางนั้นก่อน 
ส่วนเรียวสุเกะก็สีหน้าเศร้าเล่าเรื่องราวออกมาอย่างจนใจ...  ว่าที่จริงแล้วเขามีผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบอยู่...  ผู้หญิงคนนั้นชื่อคาวามูระ  ริน   อันที่จริงมันก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นได้  ถ้าไม่เพราะผู้หญิงบ้านคาวามูระ  เป็นคู่หมั้นหมายที่ตระกูลฟูจิมูระวางเอาไว้สำหรับทายาท...  เพราะอย่างนั้นถึงแม้เรียวสุเกะจะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้  ในที่สุดเขาเผลอบอกรักออกไปโดยไม่รู้ตัว...   
ชินที่รู้เรื่องเข้าก็รีบร้อนมาถามความจริง  เรียวสุเกะจึงบอกออกไปแต่ไม่คิดว่าชินจะเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านจ้าวบ้านฟูจิมิยะด้วย...  พอบ้านฟูจิมิยะรู้เรื่อง  บ้านคิโจจิก็รู้เรื่อง  ทำให้เรียวสุเกะถูกพ่อตัวเองต่อว่าซะยกใหญ่และถูกทำโทษอีกด้วย  ดังนั้นเขาก็เลยมาเอาเรื่องชินที่โรงเรียน  แต่ไม่นึกว่าชินจะทำท่าทางเย็นชาแบบนี้ใส่เขา...
‘ที่แท้ก็เรื่องผู้หญิง...  ทำไมพวกนายต้องทะเลาะกันด้วย...’  นัตสึกิไม่เข้าใจ 
‘เรื่องนี้...อาจมีอะไรที่เรายังไม่รู้ก็ได้นะนัตสึกิ’  ยูคิโอะเตือน  เขาว่าชินไม่ใช่คนขี้ฟ้องแบบนั้น...
แต่ไม่นาน...  เรียวสุเกะก็ถูกย้ายออกจากโรงเรียน  พอไปถามที่บ้านก็ไม่บอกว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน  ทั้งยังไม่มีการติดต่อจากเรียวสุเกะราวกับว่าเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย..  ทำให้นัตสึกิแทบเต้น  นี่ก็คงจะเป็นอิทธิพลของบ้านฟูจิมิยะตามเคยล่ะสิ!
เธอรีบไปสอบถามเรื่องนี้กับชิน  แต่ท่าทางของชินที่ตอบเธอมานั้น...
‘คนทรยศก็ต้องถูกกำจัด’  คำตอบที่ชินให้เธอมามันไม่ช่วยให้อารมณ์คุกรุ่นของเธอดีขึ้นเลย... 
‘ถ้าอย่างนั้น  นายก็กำจัดฉันทิ้งไปด้วยเลยสิ’  นัตสึกิบอก...  ‘เพราะไม่แน่ว่าต่อจากนี้  ฉันอาจจะไปทำอะไรให้นายที่ต้องการจะสืบทอดตระกูลฟูจิมิยะอันยิ่งใหญ่นั้นเดือดร้อนก็ได้’ 
ชินเห็นสีหน้าเอาจริงของนัตสึกิแล้วก็อดหวั่นไหวในใจไม่ได้  ‘ก็เอาสิ...’ เขาท้า...ทั้ง ๆ ที่มือสั่น
‘ฟูจิมิยะ  ชิน...  ตอบคำถามมาให้ชัด ๆ ว่าเป็นเพราะนายใช่ไหม  ที่ทำให้เรียวสุเกะต้องหายตัวไปแบบนี้!’ 
ชินหลบสายตาเธอก่อนจะตอบคำว่า  ‘ใช่’  ออกมา
‘ถ้าอย่างนั้น  ก็นั่งนับวันรอได้เลย...’ 
ก่อนจะจบมัธยมต้น  เธอก็ตั้งใจจะไปเรียนต่อที่มัธยมเรนชินด้วยโควต้านักกีฬาอยู่แล้ว...  แต่ที่ไม่คาดก็คืออิชิบะ  ยูคิโอะที่ขอตามเธอมาด้วย  เขาเองก็รับไม่ได้ที่ชินทำแบบนี้กับเพื่อน...  กับเรียวสุเกะที่ไร้พิษภัยคนนั้น...
และหลังจากนั้น...  พวกนักเรียนบ้านรวยชอบอวดเบ่งก็ถูกจัดการด้วยฝีมือของนัตสึกิ  และนักเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสาธิตริโค  บางคนถึงกับเป็นพวกคู่ค้าของตระกูลฟูจิมิยะ  ชินถูกคนในตระกูลสั่งลงมาให้จัดการเพื่อนตัวเอง  เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องกำจัดเธอ...       
คนที่เคยสนุกสนานด้วยกัน  ไปไหนด้วยกัน  มีเรื่องต่าง ๆ ให้จดจำมากมาย  ทั้งตอนงานกีฬา  งานออกค่าย  เรื่องที่เคยถูกช่วยเอาไว้  แล้วก็ยังมีเรื่องที่ฝ่าฟันไปด้วยกัน
เพราะมีนัตสึกิ  ฟูจิมิยะ ชินถึงได้มีคนเข้ามาหามากขึ้น  รัศมีเย็นชาของเขาถูกความโผงผางของนัตสึกิหลอมละลายให้อ่อนโยนลง  น่าคบหามากขึ้น  เขากลายเป็นผู้นำที่มีคนยอมรับนับถือ  ทั้งยังถูกสรรเสริญเพราะความดีที่นัตสึกิได้ทำเอาไว้มาก  พอรู้ว่าชินเป็นเพื่อนของนัตสึกิคนนั้น  ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูจะลื่นไหวไม่ติดขัด  เหมือนนัตสึกิเป็นดาวนำโชค...
ก็เหมือนกับที่ฟูจิมิยะ ไครู้สึกในตอนนี้  ความเย็นชาของคนในตระกูลฟูจิมิยะเป็นเรื่องที่ถูกบรรพบุรุษสั่งสมมาให้  การไม่ไว้ใจใครก็เป็นนิสัยที่ถูกบ่มเพาะ  แต่เพราะนัตสึกิ  เขาถึงได้เริ่มเหมือนคนมีความรู้สึกมีเลือดเนื้อบ้างแล้ว...
แต่ยังไง  ชินก็ต้องจัดการเพื่อนรักของเขาด้วยตัวเอง...  และเขายินดีทำมันอย่างสุดความสามารถเพียงเพื่อจะได้ก้าวไปในจุดที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้อื่น... 
ท่าทีที่แสดงออกมาในระยะหลัง  ไม่เหลือคำว่าเพื่อนอีกแล้ว... 
แล้วในตอนนี้  คนคนนั้นก็กำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก... 
‘ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว...’  ชินเคยบอกเธอ  แต่เธอแน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คาวามูระ ริน แน่ๆ 
แล้วทำไม....  เพียงเพราะต้องการอำนาจงั้นเหรอ  นัตสึกิสั่นหัวแรง ๆ อย่างไม่เข้าใจ  ถ้าไม่ใช้สัญชาติญาณเธอก็มักจะคิดอะไรยาก ๆ อย่างนี้ไม่ออกอยู่แล้ว  ไม่ต้องพูดถึงเรื่องซับซ้อนอย่างเพื่อนหักหลังเพื่อนเพราะผู้หญิงและเพราะครอบครัวที่เธอกำลังเผชิญอยู่เลย..  ที่นัตสึกิโกรธก็เพียงเพราะชินไม่เห็นมิตรภาพอยู่ในสายตาต่างหาก  ทั้ง ๆ ที่เธอจริงใจกับเขา  แต่ความจริงใจนั้นถูกมองเหมือนเป็นของไร้ค่า...  เฮ้อ
คิดมากไปก็ปวดหัว  หลับซักงีบดีกว่า...
‘ออดเข้าเรียนมันดังแล้วนะ...’  ????  เห  เสียงใครพูด  คุ้นหูจริง ๆ
‘เธอก็เป็นแบบนี้ทุกที  อย่าเสียเวลาปลุกเลยน่า’  เสียงไอ้โรคจิตชูรินี่นา  ถ้างั้นเมื่อกี้ก็เซนกิล่ะสิ
‘เมื่อคืนไปก่อเรื่องอะไรมาอีกน๊า  นัตสึกิเนี่ยไมยอมชวนฉันเลย  ฉันเองก็อยากจะไปผจญภัยเหมือนกันนะ’  ยูคิโอะ...  บ้านนายเหมือนค่ายทหารขนาดนั้น  ขืนโผล่ไปเรียกกลางดึกกลางดื่นมีหวังโดนกับดักระเบิดแหง ๆ
‘นัตสึกิ นัตสึกิ๊...  ตื่นเร็วเข้าเดี๋ยวอาจารย์ก็ดุหรอก’  เรียวสุเกะ  มีนายคนเดียวที่เป็นห่วงฉันเสมอ...  น่ารักจริง ๆ อยากจะลืมตามาขยำเส้นผมนุ่ม ๆ ของนายอีกจังเลย 
‘ฉันรู้ว่าเธอได้ยิน...  ลืมตาขึ้นมาแล้วก็รีบกลับเข้าห้องเรียนซะก่อนที่ฉันจะไปบอกความจริงกับอาจารย์ว่าเธอแอบโดดเรียนมานอนอยู่ตรงนี้’ 
ยังเย็นชาเหมือนเดิม....  ฟูจิมิยะ  ชิน
นัตสึกิลืมตาขึ้นมาช้า ๆ พลันพบว่าที่หางตาของเธอมีหยดน้ำใส ๆ ไหลลงมาเป็นทาง  เธอคิดถึงช่วงเวลานั้นมากเสียจนหูแว่ว  แล้วยังร้องไห้ออกมาเชียวหรือนี่...  ไม่รู้ตัวเลย... 
เธอเอาหลังมือเช็ดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ  จากนั้นก็ให้สายลมพัดร่องรอยชื้น ๆ หายไป 
เสียงเปิดประตูดังขึ้น  ไม่ทันที่นัตสึกิจะหันไป  คนที่มาก็พูดขึ้นก่อน...
“อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย....  ตามหาจนทั่วเลยล่ะครับ  โชคดีที่อิชิบะซังบอกว่าน่าจะอยู่บนนี้ก็เลยมาลองขึ้นมาหาดู”
นัตสึกิหันไปมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ  เธอกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้รู้ตัวว่าไม่ได้ฝันไป
“ฟูจิมิยะ ไค...  นายมาตามหาฉันทำไม?”
“ผมคิดว่า  คุณอาจจะรู้แล้วว่าคนคนนั้น...  ชินน่ะ”  กว่าจะพูดชื่อออกมาได้ก็กระดากใจเหลือเกิน  “เขากำลังจะหมั้น...” 
นัตสึกิพยักหน้าตอบ  สีหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด 
ไคถอนหายใจ...  คนคนนี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  ทั้ง ๆ ที่แสดงตัวออกมาว่าโกรธแค้น  แต่ที่จริงกลับเป็นห่วงถึงขนาดนี้  “เพราะแบบนั้น  ผมถึงจะชวนให้เทนโงซังไปงานฉลองประจำปีที่บ้านด้วยกัน” 
เห?  ว่าอะไร... นะ
“นายล้อเล่นหรือเปล่า...”  นัตสึกิรู้สึกว่าเขาเริ่มไม่น่าไว้ใจขึ้นมาซะแล้วสิ
“ไม่ได้ล้อเล่นหรอกครับ...  อันที่จริง  ผมอยากรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมากกว่า  คิดว่าถ้าหากได้พบกับชินและได้พูดคุยกัน  ก็อาจจะเข้าใจเรื่องทุกอย่างได้”  แต่ก็ต้องใช้เธอเป็นตัวล่อล่ะนะ  เขาไม่อยากจะทนให้สิ่งที่สงสัยค้างคาใจอยู่อย่างนี้ไปตลอดได้หรอก 
“แต่ว่า...  ฉันไปที่บ้านหลังนั้นไม่ได้...” 
ไคยิ้ม  “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ  มีพวกมินาโกะจัง  อิชิบะกับโจวี่แล้วก็จิโตเสะไปด้วย  คุณคงไม่น่าจะก่อเรื่องอะไรได้”  คราวนี้เธอจะได้รู้สักทีว่าทำไมเขาถึงมั่นใจนักหนาว่า  อำนาจของคุณปู่ไม่สามารถบีบบังคับอะไรเขาได้ถ้าเขาไม่ยินยอมพร้อมใจ...
“ไม่ใช่แบบนั้น...  คนคนนั้น  ฉันหมายถึงฟูจิมิยะ  ชิโนบุ  เคยออกคำสั่งไม่ให้ฉันไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีก”  หลังจากที่เธอก่อเรื่องพาหลานชายสุดที่รักของเขาหนีออกจากบ้านมาเที่ยวทะเลในวันเกิดน่ะนะ 
หือ..  เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาเลย...  “ไม่ยักรู้ว่าคุณเคยไปที่นั่น...” 
“ถึงนายจะพาคนไปคอยควบคุมฉัน  แต่เมื่อจ้าวบ้านไม่ให้ฉันเข้าไป  ฉันก็คงขัดขืนไม่ได้” แถมขัดขืนไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย 
“ไม่เป็นไรหรอกครับ  ถ้าผมตั้งใจจะพาคุณไป..  จะเป็นใครมาจากไหน  ผมก็ไม่ยอมให้มาขัดใจหรอกครับ” 
ไคยิ้ม...  รอยยิ้มของเขาช่าง...น่ากลัวเหลือเกิน  เหมือนปีศาจกำลังแยกเขี้ยวมากกว่า  เหอ ๆ ๆ ๆ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณนะคะ ^ ^
จากคุณ Morinne/(gadungtown) อัพเดตเมื่อ 21/12/2554 20:03:22
ความคิดเห็นที่ 2
อัพไวๆๆนะค่า สู้ๆๆ ชอบมากๆค่า
จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 20/12/2554 22:48:11
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 191 ท่าน