Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 11 สายสัมพันธ์ที่กำลังจะเชื่อมเข้าหากัน
12
14/12/2554 15:45:16
405
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 11 สายสัมพันธ์ที่กำลังจะเชื่อมเข้าหากัน
                ไม่อยากจะเชื่อว่าการมาโรงเรียนจะยากลำบากมากมายอะไรขนาดนี้...
                เธอต้องแอบเข้ามาทางหลังโรงเรียน  ทั้งยังเดินผ่านสวนด้านหลังแล้วปีนกำแพงเข้าห้องเรียนทางหน้าต่าง  แล้วพอมาถึงในห้อง  ก็พบว่าโต๊ะของเธอที่เคยมีวงแหวนเวทล้อมรอบอยู่  บัดนี้มันถูกขยับไปอยู่โซนเหี่ยวแห้งด้านหลังห้องเรียบร้อยแล้ว  แถมบนโต๊ะยังมีเขียนนู้นนี่นั่นสารพัดคำต่อว่า  คงจะเป็นฝีมือเด็กผู้หญิงในห้องแน่ ๆ
                ปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยถือสาพวกเด็กผู้หญิงสักเท่าไหร่  เพราะพวกนั้นน่ะน่าถะนุถนอมบอบบาง... 
                แต่นี่มันไม่ใช่แล้ว!!!!  ยัยพวกนั้นไม่ได้บอบบางสักนิด  เล่นยกพวกมาไล่ล่าเธอราวกับจ้องจะฆ่ากันให้ตาย  แต่ละคนอาวุธครบมือ....  นึกแล้วยังสั่นเพราะความกลัวไม่หาย~~
                แล้วยังจะนิสัยขี้อิจฉาพวกนี้อีก....  เธอน่ะเป็นคนที่มีอะไรก็สู้กันซึ่ง ๆ หน้า  ไม่พอใจอะไรก็จะลงมือตอบโต้ทันที  แต่กับเด็กผู้หญิงในห้องที่ชอบทำลับหลังกันนั้นน่ะตอนแรกก็ไม่คิดจะสนใจ  เพราะเข้าใจว่าตัวเองอาจจะเข้ากับคนอื่นได้ยาก  แต่พอเห็นแบบนี้เธอจะไม่ยอมทนอีกต่อไปแล้ว!  ถึงจะเป็นเด็กผู้หญิง  เธอก็จะจัดการให้เรียบเลยคอยดู!
                ตลอดชั่วโมงเรียนไม่มีใครกล้าพูดกับเธอ  จนกระทั่งพักเที่ยง...  เด็กผู้หญิงกลุ่มที่ดูจะเป็นหัวโจกที่สุดในห้องก็เข้ามาท้าทายเธอต่อหน้า
                “เทนโง นัตสึกิ  ไปคุยกันด้านนอกหน่อยเป็นไง” 
                นัตสึกิที่ฟุบอยู่กับโต๊ะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความงัวเงีย  “อะไรนะ..”  เธอถามย้ำอีกครั้ง  เหมือนยังไม่ตื่นดี
                “ฉันบอกให้ออกไปคุยกันข้างนอก”
                “อ้อ...”  เธอลุกขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ  ถึงยังไงก็ขี้เกียจวิ่งหนีแล้วด้วย
                เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นพาเธอไปด้านหลังอาคารเรียนที่ที่เปลี่ยวยิ่งนัก  พอไปถึง  นัตสึกิก็เห็นว่ายังมีพวกผู้หญิงอีกเป็นสิบที่กำลังยืนรอเธออยู่
                “พามาแล้ว...”  พวกที่พาเธอมาบอก  ท่าทางของเด็กนักเรียนหญิงพวกนั้นก็กระตือรือร้นขึ้นทันที 
                นี่น่ะเหรอ...  เรื่องที่จะคุยกัน...  จะพาเธอมาซ้อมให้น่วมละสิไม่ว่า 
                “แล้ว...มีเรื่องอะไรล่ะ”  นัตสึกิชักเริ่มหงุดหงิด  เธอไม่ชอบนิสัยแบบนี้ของพวกผู้หญิงเอาเสียเลย
                เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของคนในกลุ่มนั้นก้าวออกมาอยู่ตรงหน้าเธอ  หญิงสาวผมดำสลวยดัดเป็นลอนที่ปลายนิดหน่อย  ใบหน้าขาวสะอาดน่ารักสมวัย  ถ้าหากเทียบกับจิโตเสะแล้วก็เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นไอดอลคู่กันได้เลย  แต่รังสีอำมหิตที่ปล่อยออกมากลับชั่วร้ายน่ารังเกียจ
                หล่อนชักมือถือออกมากดโชว์รูปนั้นให้นัตสึกิดู  “เพราะเรื่องนี้มันทำให้พวกฉันไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก...”  หล่อนพูดจบก็ปิดมือถือแล้วเอาปลายนิ้วเชยคางนัตสึกิขึ้นอย่างถือดี
                “เทนโง  นัตสึกิ...  อยู่ปี2  เป็นนักเรียนต้องโทษมาก่อน  ตอนนี้กำลังถูกทัณฑ์บน  ถ้าหากพบว่ามีเรื่องก็จะถูกไล่ออกทันที...สินะ”  รอยยิ้มของเจ้าหล่อนชั่วร้ายเป็นอย่างมาก  นัตสึกิทำหน้าแหย..  เธอไม่ชอบแบบนี้อ่ะ...
                “บ้านของเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลอะไร...  เป็นคนชั้นต่ำไร้ค่าไม่คู่ควรที่จะไปพูดคุยกับท่านฟูจิมิยะด้วยซ้ำ  เพราะฉะนั้นก็อย่าถือสาหาความพวกเราเลยนะ...  คิดซะว่ามันเป็นเพราะเธอเกิดมาต้อยต่ำเอง...ช่วยไม่ได้!”
                “ถึงท่านฟูจิมิยะจะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ  แต่ว่าฉัน ‘สึกิงามิ  ฮินะ’  คนนี้ก็จะไม่ปล่อยให้เธอได้ใจไปกว่านี้...” 
                “โทษฐานที่ละเมิดกฎ!”  หญิงสาวเปลี่ยนจากเชยคางมาเป็นเอาเล็บคม ๆ กรีดไปที่แก้มของนัตสึกิแทน
                “โทษฐานที่ใฝ่สูง”  เพียะ! ตบหน้าเธออย่างแรงอีกครั้ง 
                “และโทษฐานที่ทำตัวเด่นเกินเหตุ” ตุบ!  นัตสึกิถูกต่อยเข้าที่ท้อง  ร่างของเธอไหลลงมาองอยู่กับพื้น 
                “จัดการได้!”  สึกิงามิ  ฮินะ  เดินถอยออกมาจากร่างของนัตสึกิ  แล้วปล่อยให้คนอื่น ๆ เข้าไปรุมกระทืบ  ทั้งเตะทั้งต่อยจนนัตสึกิหมอบคุดคู้อยู่กับพื้น
                นานกว่าสิบนาที  หล่อนถึงได้พูดขึ้นมาอย่างเอื่อยเฉื่อย  “พอ...”
                พวกผู้หญิงพวกนั้นถึงได้หยุดมือแล้วถอยออกมา  แต่ละคนลงมือเต็มที่จนหอบแฮ่ก  ร่างของนัตสึกิก็บอบช้ำไปหมด  สภาพนอนกองอยู่กับพื้นเอามือกุมท้องเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด...
                เตะมาได้....  นัตสึกิบ่นในใจ...  ยัยผู้หญิงพวกนี้ไม่ออมแรงกันบ้างเลยนะ...  เธอพยายามจะลุกขึ้น
                “เห...  ยังขยับได้อยู่นี่...  ถ้าอย่างนั้นลองอีกสักรอบเป็นไง” 
                คนที่นอนราบอยู่กับพื้นหัวเราะ แหะ ๆ ออกมา พลางฉีกยิ้มเหมือนอย่างเคย...
                “อุตส่าห์ทำตัวดี ๆ แล้วเชียวนะ...”  เธอพ่นลมหายใจออกมา จากนั้นค่อย ๆ ขยับลุกขึ้นมาช้า ๆ 
                ถ้าไม่ใช่เพราะรับปากหมอนั่นเอาไว้ล่ะก็....  ถ้าไม่ใช่เพราะเธอคิดอุตริไปเล่นของต้องห้ามนั่นเข้า
                “ช่างหัวไวรัสบ้าบออะไรนั่นก็แล้วกัน...  ก็แค่ยอมรับผิดไปตรง ๆ ก็หมดเรื่อง!”  นัตสึกิตะโกนออกมาอย่างเหลืออด   
                ยะยัยนี่พูดเรื่องอะไร  ไม่เห็นจะเข้าใจ! 
                “อย่าให้มันพูดจาพร่ำเพรื่อ  จัดการเลย!”  สึกิงามิ  ฮินะรีบร้องเตือน  หญิงสาวพวกนั้นจึงพากันยื่นมือยื่นเท้าเข้าไปรุมหาเรื่องอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน...
                ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบๆๆๆๆๆ !!!
                กำปั้นหนัก ๆ ถูกทุบลงมาที่ศีรษะของแต่ละคนอย่างรุนแรง  พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดรวดร้าว
                “โอ้ย!!!  อะไรน่ะ!”  แม้แต่สึกิงามิ ฮินะก็โดนเช่นกัน 
                ภาพตรงหน้าของเธอคือภาพหญิงสาวทั้งหมดกำลังแตกกระจายพลางเอามือจับหัวที่ปูดเป็นลูกมะนาวขึ้นมาอย่างเจ็บปวด  และเทนโง นัตสึกิที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ 
                “จะทำอะไรน่ะ!”  จู่ ๆ เงาร่างของผู้หญิงคนนี้ดูใหญ่โตราวกับยักษ์!ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่คิดจะตอบโต้แล้วทำไม...   หล่อนเป็นปีศาจหรือไงยะ!  ที่ถูกรุมไปเมื่อกี้ไม่ทำให้เธอหมดแรงบ้างเลยหรือยังไงกัน!
                “คราวนี้เป็นฉันขอเอาคืนบ้างคงไม่ว่ากันใช่ไหม”  รอยยิ้มปีศาจแย้มออกมาแล้ว!!!  ไม่ใช่ว่าหล่อนกำลังจะถูกฆ่าใช่ไหม!!! 
                ก่อนที่นัตสึกิจะลงมือ  เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นเรียบ ๆ แต่กลับทำให้นัตสึกิชะงักได้ในพริบตา
                “สึกิงามิ  ฮินะ...  ปีสองห้องหนึ่ง  เป็นลูกหลานตระกูลสึกิงามิที่ไม่น่ารักเลยนะครับ”
                “ท่านฟูจิมิยะ!!!!”  เสียงเด็กผู้หญิงพวกนั้นร้องขึ้นอย่างคลั่งไคล้  ดวงตากลายเป็นรูปหัวใจกันไปหมดแล้วละมั้ง
                สึกิงามิร้อนรน  รีบเข้าไปขอโทษเขาทันที  “ท่านฟูจิมิยะ...  ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ  นี่เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ  อันที่จริงไม่ได้คิดจะทำร้ายเทนโงซังเลยน่ะ...  แต่เป็นเพราะเขาเริ่มใช้ความรุนแรงกับพวกดิฉันก่อน” 
                ไคมองสารรูปของนัตสึกิแล้วทำใจเชื่อไม่ลง... 
                “ผมขอบอกเอาไว้ก่อนนะครับ...  ถ้าหากพวกคุณไม่หยุดทำเรื่องพวกนี้  ผมก็คงจะต้องลงมือขั้นเด็ดขาด  อาจจะต้องสั่งพักการเรียนพวกคุณสักสองวันเป็นอย่างน้อย” 
                “ท่านฟูจิมิยะ!” 
                ไม่จริง... ไม่จริงหรอก  นี่เป็นเพราะเทนโง นัตสึกิงั้นหรือ! 
                “เทนโงซัง...”  ไคหันไปพูดกับนัตสึกิ  “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะครับ...  ผมได้ยินไม่ค่อยถนัด  เรื่องไวรัสนั่น  ตั้งใจจะยอมรับผิดแล้วสินะครับ  ถ้าอย่างนั้นผมก็คงไม่จำเป็น....”
                “ม่ายๆๆๆ  ไม่มีอะไรหรอก  แหะ ๆ”  นัตสึกิรีบโพล่งออกไปก่อน  ที่พูดออกไปเมื่อกี้มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินน่ะ
                “เอ๋...งั้นเหรอครับ  สงสัยผมคงจะหูแว่วไปเอง” รอยยิ้มปีศาจของไคทำให้นัตสึกิหวาดผวาได้ตลอด...  เธออดขนลุกซู่ทุกครั้งไม่ได้เลย “ส่วนพวกคุณก็...”  ไคหันไปเตือนพวกที่ยังอยู่
                “พวกเราจะกลับห้องแล้ว  ขอโทษที่รบกวนนะค๊า”  พวกนังเลงหญิงต่างก็ถอยทัพกลับที่ทางของตัวเองไปโดยไม่ต้องให้พูดซ้ำ 
                ไคเดินเข้าไปหานัตสึกิที่กำลังเช็คร่องรอยบาดแผลของตัวเองอยู่  “ทำไมไม่หนีไปเหมือนที่แล้ว ๆ มาล่ะครับ  ทำแบบนั้นก็เพื่อจะได้หลบเลี่ยงการปะทะกันแบบนี้ไม่ใช่หรือ” 
                หมอนี่.... “มันเหนื่อยน่ะ...  ยอมเจ็บตัวไปซะจะได้จบเรื่องไป” 
                “ทั้ง ๆ ที่เริ่มจะอดทนไม่ไหวแล้วแท้ ๆ ...”  เขามองออก  เมื่อครู่ยัยนี่ตั้งใจจะสั่งสอนคนอื่นอยู่ชัด ๆ  “ผู้หญิงพวกนั้น  ไม่ใช่คู่มือของคุณหรอกครับ  ถ้าหากถูกคุณทำร้ายอาจจะกลายเป็นว่าคุณก่อเรื่องอีกจริง ๆ ก็ได้”
                เห?...  ฟูจิมิยะ ไค เป็นห่วงเธอ  หรือว่า...  เป็นห่วงแม่ตัวดีพวกนั้นกันแน่ 
                “ฉันรู้หรอกน่า...  ไม่ต้องให้นายย้ำอยู่ทุกวี่ทุกวันหรอก”  เรื่องไวรัสอะไรนั่นก็เหมือนกัน  เธอชักจะเริ่มแล้วนะ
                “ถ้าอย่างนั้น...  ผมขอตัวก่อนนะครับ” ไคถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
                เขาเดินหันหลังจากไปอย่างเฉยชา  เป็นนัตสึกิที่เห็นหมอนั่นเดินไปอีกทางก็เริ่มเอะใจ  ที่ที่เธออยู่ตรงนี้เป็นหลังอาคารเรียน  ซึ่งไกลจากโรงอาหารมาก  เวลานี้หมอนั่นควรที่จะอยู่ในห้องวีไอพีเพื่อกินข้าวตามปกติ  ไม่ใช่มาเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้นี่นา  หรือว่า...  ตั้งใจมาหาเธอ...
                เหวอ...  เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง...??? 
                นัตสึกิเดินไปกินข้าวทางเดียวกัน  เธอมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักพลางมองไปรอบด้าน
                ฟูจิมิยะ ไค  หมอนี่น่ะ...  ไม่ค่อยจะมีมนุษย์สัมพันธ์กับใครเท่าไหร่  แต่ก็คอยแก้ปัญหาเรื่องของเธออยู่เสมอ  ถึงจะรู้ดีว่าการทำแบบนั้นก็เพื่อเป็นบันไดสู่การขึ้นเป็นผู้นำของตระกูลก็เถอะ...  ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครแท้ ๆ  แต่กลับมีคนมากมายคอยชื่นชมเดินผ่านไปตรงไหนก็จะมีคนคอยลอบมองเขาอยู่ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ล้วนแต่มองเขาด้วยความชื่นชมกันทั้งนั้น  เป็นเพราะตัวเขาเอง  หรือเพราะชื่อเสียงของตระกูลฟูจิมิยะกันแน่นะ.. 
                ‘แล้วเธอจะรู้ว่าหมอนั่นไม่ได้แตกต่างไปจากฉันนักหรอก’  คำพูดของชินดังก้องขึ้นมาจากความคิดของเธอ
                ดูเหมือนคำพูดของชิน...  คงจะเชื่อถือไม่ได้กระมัง  บุคลิกของไคแตกต่างไปจากหมอนั่นมากทีเดียว  ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกเธอเองก็คิดอย่างเดียวกัน  แต่ตอนนี้เธอชักจะเปลี่ยนความคิดไปมากขึ้นทุกทีแล้ว...  เธอคิดพลางยิ้มไปพลางก็เลยไม่เห็นว่าคนข้างหน้าเพิ่งจะหยุดเดินก็เลยเดินไปชนแผ่นหลังเข้าเต็ม ๆ
                “ทำอะไรน่ะครับ?”  ไคหันมามองร่างแบบบางที่อยู่ด้านหลังคิ้วขมวด  “เดินมองทางบ้างสิครับ” 
                “รู้แล้วล่ะน่า...”  หน้าขายหน้าชะมัด...  “นายนั่นแหล่ะจะหยุดเดินก็...”  นัตสึกิเพิ่งสังเกตเห็นคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา  เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยเหมือนตุ๊กตา  ผมยาวหยักศกเป็นลอน  ดูน่ารักน่าถะนุถนอมเหลือเกิน 
                “ฟูจิมิยะคุง...  เรื่องกรรมการห้อง...”  หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาเพื่อไม่ให้ไคลืมเรื่องที่เธอร้องขอ
                “อืม...เรื่องนี้น่ะ...”  ไคเริ่มอธิบายเป็นข้อ ๆ ให้หญิงสาวคนนั้นฟัง  นัตสึกิมองเขากับเธอแล้วรู้สึกประหลาดในใจ  ดูเหมือนว่าพวกเขาดูจะเหมาะสมกันมาก  คนหนึ่งหล่อเหลาสง่างาม  อีกคนน่ารักสะสวยบอบบางราวนางฟ้า  นี่มัน...  คู่รักในอุดมคติชัด ๆ  แม้แต่นัตสึกิเองยังเผลอมองไม่วางตาเลย  ทั้ง ๆ ที่เป็นอย่างนั้นแล้วทำไมเธอกลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะไม่ค่อยชอบที่เห็นเขาไปสนิทสนมกับใครนอกจากเธอซะงั้นน่ะ... 
                “อืม...ขอบใจนะ  ช่วยได้มากเลยล่ะ”  เสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวคนนั้นพูดขึ้น  “สมกับเป็นฟูจิมิยะคุงจริง ๆ” 
                ไคยิ้มจาง ๆ อย่างอ่อนโยนให้หล่อน  ทำเอานัตสึกิที่พยายามนึกหาสาเหตุที่ตัวเองรู้สึกแปลก ๆ ประหลาดใจจนเผลอเบิกตากว้างขึ้นมา  “นาย...  ยิ้มงั้นเหรอ”  เธอเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาเสียแล้ว 
                ไคขมวดคิ้วอีกครั้งหันไปมองหน้าคนพูด  “มีปัญหาหรือครับ” 
                โหย...ทีกับเธอล่ะตีหน้ายักษ์เชียนะ  ช่างเหอะ...  “ถ้าอย่างนั้นเด็กผู้หญิงคนนี้ก็เป็นคนพิเศษน่ะสิ...” นัตสึกิพูดพลางเดินไปจ้องหน้าอีกฝ่าย  ยังไงก็น่ารักไปหมดจริง ๆ นั่นแหล่ะ...  เธอพยักหน้าหงึกหงัก  ไคเห็นแบบนั้นก็อดถอนใจไม่ได้  กำลังคิดอะไรประหลาด ๆ อยู่แน่ ๆ สิ 
                “เขาเป็นคนรู้จักของผมครับ  อยู่ปีหนึ่งห้องหนึ่ง  มาถามเรื่องงานของกรรมการห้องน่ะ”    
                “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...  คาวามูระ  มายะค่ะ”
                คาวามูระ  มายะ...  สีหน้าของนัตสึกิเปลี่ยนไปทันที  คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง...
                “เธอ...  พี่สาวของเธอชื่อคาวามูระ  ริน  ใช่หรือเปล่า” 
                ทันทีที่ได้ยินชื่อของพี่สาว  มายะก็แปลกใจขึ้นมาเช่นกัน  “คุณรู้จักพี่รินด้วยหรือคะ  แปลกจริง ๆ  ไม่เคยได้ยินว่าพี่รินจะมีเพื่อนอยู่คนละโรงเรียนเลยค่ะ” 
                นัตสึกิหันไปมองหน้าไค...  “นายนี่มันช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีซะจริงเลยนะ...”  แม้แต่เรื่องผู้หญิงก็มีคนคอยจัดการให้หมดแล้ว...  “มีคู่หมั้นน่ารักขนาดนี้... มิน่าล่ะถึงไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย” 
                นัตสึกิพูดพลางเดินผิวปากไปอย่างไร้อารมณ์  แต่ไคกลับไม่ดีด้วยเขาเดินตามเธอไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  “เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ” 
                เพราะคำพูดของนัตสึกิทำให้คนรอบข้างชักจะเริ่มสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว  “คู่หมั้นของฟูจิมิยะ!!~”  พวกเขาเข้าไปหามายะจังเพื่อสอบถามอย่างละเอียด  แต่ฝ่ายนั้นกลับตอบสั้น ๆ ว่า
                “ถึงพี่รินจะเป็นคู่หมั้นของท่านชินไปแล้ว  สำหรับมายะ  ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ”  มายะจังยิ้มบอกอย่างเรียบง่ายแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจคนรอบข้างอีก 
                นัตสึกิพยายามไม่สนใจคำพูดของคนที่ตามมา...  เรื่องผู้หญิงของพวกฟูจิมิยะน่ะ  ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าต้องเป็นคนของตระกูลคาวามูระอยู่แล้ว...  พวกเขาเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก  ทำไมต้องแก้ตัวด้วยเล่า... 
                “ถึงตอนนี้เข้าใจผิด...  แต่อีกไม่นานก็เข้าใจถูกเองนั่นแหล่ะ”  เธอบอก  ทั้งยังไม่ยอมหยุดเดินอีกด้วย  ก็เลยดูเหมือนฟูจิมิยะ ไค กำลังตามงอนง้อเธออยู่ยังไงอย่างนั้น
                “มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะครับ”  เขายื่นคำขาด 
                “แต่ถ้านายจะเป็นทายาทของคนคนนั้น  ยังไงซะก็ต้องยอมทำตามที่เขาพูดอยู่ดี...”  นัตสึกิหันมาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง...  “คนที่จะเป็นทายาทของตระกูลฟูจิมิยะ  ไม่เป็นตัวของตัวเองไปได้หรอก  แม้แต่ตัวนายเองก็เหมือนกัน”
                “ทำได้สิครับ...”  ไคบอก  ท่าทางแน่วแน่ของเขาทำให้นัตสึกินึกขัน  เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน...
                “ถ้าเป็นผมในตอนนี้  อาจจะยังไม่ได้  แต่ในอนาคตจะต้องทำได้แน่ ๆ” 
                นัตสึกิเห็นสีหน้าจริงจังของเขาแล้ว  ความรู้สึกมันไหววูบเหมือนถูกใครกระชากหัวใจออกไปจากร่างกาย 
                เหอะ...  “ไม่มีทาง....  หรอก”  นะนี่เสียงของเธอกำลังสั่นงั้นเหรอ... นัตสึกิตกใจตัวเอง...  แค่คำพูดไร้น้ำหนักของหมอนี่ถึงกับทำให้เธอหวั่นไหวไปได้เชียวหรือ 
                ไคมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังมีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัดแล้วรู้สึกประหลาด...  ความอ่อนแอของเธอมันกำลังแสดงออกมาให้เขาได้เห็น...  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนัตสึกิมีสีหน้าอ่อนแอเช่นนี้
                “อย่าดูถูกกันสิครับ...”  ไคบอกเธอพลางถอนหายใจ  ถ้าหากเอาเรื่องราวมาประติดประต่อกันได้  เขาก็เริ่มจะเดาเรื่องราวนี้ออกได้บ้าง  แต่มันก็ดันขาดตอนที่สำคัญไปนี่สิ...  ก็เลยยังสรุปไม่ได้ว่า... ที่แท้ก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ  แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้  เทนโง นัตสึกิที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้  คงต้องมีแผลที่ถูกคนคนนั้นยังฝากร่องรอยเอาไว้ในหัวใจอยู่แน่...
                “ถ้าหากจะเอาคนที่จะขึ้นเป็นทายาทของตระกูลฟูจิมิยะอย่างผมไปรวมกับชินล่ะก็...  ผมคิดว่าเทนโงซังกำลังคิดผิดอยู่นะครับ...”  เขายิ้ม  “ผมน่ะ...  แข็งแกร่งกว่าเขามากครับ” 
                เพราะฉะนั้นถึงจะถูกบีบคั้นแค่ไหนก็ยังดิ้นรนจนมาถึงจุดนี้ได้ด้วยตัวเอง... 
                นั่นสินะ...  นัตสึกิคิด  ถ้าตอนนั้น...  หมอนั่นเชื่อมั่นในตัวเองแบบนี้บ้าง  ก็คงไม่เกิดเรื่องราวร้ายแรงแบบนั้นขึ้น...  และเพื่อนรักของเธอก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพไร้ตัวตนเช่นนี้... 
                “ถ้าอย่างนั้น...  ก็ไปกินข้าวเถอะครับ  นี่ก็เลยเวลาพักเที่ยงมานานแล้วด้วย” 
                ไคเดินนำหน้าเธอไปอีกครั้ง...  แต่คราวนี้แผ่นหลังของเขาอยู่ไม่ห่างจากเธอเท่าไหร่  ทั้งยังมองแล้วรู้สึกเชื่อใจได้อีกด้วย...  ถ้าหากเป็นคนคนนี้...เธอคงจะไว้ใจเขาได้ใช่ไหม..
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 215 ท่าน