Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนพิเศษ งานกีฬาโรงเรียน
11
12/12/2554 20:54:03
505
เนื้อเรื่อง
ตอนพิเศษ  งานกีฬาโรงเรียน
                พอเห็นขบวนของนักกีฬาแต่ละโรงเรียนที่ทยอยกันมาเข้าแถวลงทะเบียนแล้ว...  พวกเขาก็ต้องยอมรับว่า  ที่นัตสึกิพูดออกมาว่าไม่ต้องเป็นห่วงนั้นน่ะ...  มันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด!
                “เทนโง  นัตสึกิ  เธอทำอะรลงไปรู้ตัวไหม  หา!”  จิโตเสะแทบจะโผเข้าไปแหวกอกของอีกฝ่ายท่าทางสบายอารมณ์เกินเหตุออกมาดูว่าข้างในนั้นน่ะ  มันต้องไม่ใช่ก่อนเนื้อ  แต่เป็นหินแน่ ๆ
                “ทำแบบนี้โรงเรียนของเราก็เสื่อมเสียชื่อเสียงหมดนะสิ!”  เธอโวยวายลั่นห้องคณะกรรมการนักเรียน
                “จะเอะอะทำไมกันเล่า...  เสียชื่อนิดหน่อยเอง..  ก็ดีกว่าต้องไปก้มหัวขอร้องคนอื่นนั่นแหล่ะ”
                นัตสึกิบอกพลางลุกขึ้นเพตรียมตัวออกไป “ถ้าหมดเรื่องแล้ว  ฉันไปก่อนล่ะนะ...”    เธอมีแข่งอีกหลายรายการเลยทีเดียว...
                “ยัยบ้านี่!” จิโตเสะโวย... 
                “ใจเย็นสิ  จีจัง...”  โจวี่จะรั้งตัวเธอไม่ไหวแล้ว...  พวกผู้หญิงนี่เวลาดิ้นไม่รู้จักออมแรงเลยนะ
                ถึงจะเสียชื่อไปบ้าง  แต่ก็ไม่มีผลกระทบกับงานแข่งกีฬา  เท่านี้ไคก็พอใจมากแล้ว...  นับว่านัตสึกิทำตามที่พูดได้จริง ๆ เขาคงต้องมองเธอใหม่...
                “ท่านไค...  ไม่รีบไปหรือคะ  แข่งเคนโด้ตอนเช้านะ” 
                “อืม... ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะ”  เขาบอกพลางลุกขึ้น  “แล้วเธอ...  หมากรุกใช่ไหม”
                “เชื่อมือได้เลยค่ะ”  มินาโกะบอก 
                “อะไรกัน...  มินาจังก็ลงแข่งกับเขาด้วยเหรอเนี่ย...”  โจวี่ปล่อยมือจากจิโตเสะทันที 
                “หมากรุกนี่...  รู้สึกว่าคู่แข่งจะเป็นฝ่ายนั้นใช่ไหม...”  จิโตเสะตีหน้าขรึม  แต่มินาโกะกลับยิ้มหวาน  ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอเลยสักนิด  “คุณสุโอน่ะค่ะ” 
                คนตระกูลคิโจจิ ทั้งสองคน  จะดวลหมากรุกกันแล้ว!
                ไคยิ้ม...  เขาเชื่อใจมินาโกะ  เพราะเธอคือผู้ที่ถูกเลือกให้สืบทอดตระกูลคิโจจิคนปัจจุบันยังไงล่ะ
               
                นัตสึกิแข่งเคนโด้หญิงเดี่ยวชนะเลิศ  รอแข่งรายการต่อไป  เห็นไคกับโทชิโอะกำลังลงแข่งพอดี 
                เคนโด้ชายงั้นหรือ...  เธอนึกสนุกเดินเข้าไปชมดู 
                ว้าว...  รังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของไคไม่ธรรมดาเลย...  นับว่ามีฝีมือทีเดียว  แต่ว่า...  โทชิโอะน่ะ  ไม่แพ้ง่าย ๆ หรอกนะ...  พวกตระกูลอิชิบะเป็นพวกทนทายาด!
                “แสกหน้าได้แต้ม!  ฟูจิมิยะ ไคเป็นฝ่ายชนะ!” 
                โอ้...  ฝีมือดีทีเดียว  เจ้าโทชิโอะแพ้หรือเนี่ย 
                ไคเดินออกมาจากสนาม  เขาถูกโทชิโอะมองหน้าอย่างชื่นชมก็เลยหันไปสบตาด้วย...
                “นายพัฒนาขึ้นมาก...”  โทชิโอะบอกพลางยิ้ม  ไคยิ้มตอบ
                “ต้องขอบใจนาย”  เพราะโทชิโอะเป็นคนฝึกฝนเขาเองกับมือ
                “ไปล่ะ...  ฉันต้องไปแข่งบาสต่อ”  โทชิโอะเดินถือกระเป๋าไปเปลี่ยนชุดทันที  ทำเอาไคอดนึกไปไม่ได้ว่าหมอนั่นมันจะแกล้งแพ้เพื่อที่จะได้ไปแข่งรายการอื่นต่อหรือเปล่ากันนะ...
                นัตสึกิเดินเข้ามาแสดงความยินดีด้วย...
                “ฝีมือดีใช้ได้นี่...  ไม่นึกว่านายจะเล่นเคนโด้เก่งเหมือนกัน  เอาไว้มาสู้กันบ้างดีไหม”  เธออยากจะลองดวลกับเขาสักที  ส่วนไคได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มเย็นให้  “เอาไว้หลังจากซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัสเสร็จเสียก่อนดีไหมครับ”
                !!!มะมะมะม่ายนะ  หมอนี่ยังจำเรื่องนั้นได้อยู่อีกเหรอ  “เอ่อ....คือว่า  เรื่องนั้นน่ะ”
                “ยังจำสัญญาได้อยู่ใช่ไหมครับ”  ไคยิ้ม 
                “จะจำได้...”  นัตสึกิหน้าสลด  เธอไม่น่าริอ่านไปแตะต้องของเล่นพรรค์นั้นเลยให้ตายสิ
                “ช่วยทำตัวดี ๆ ด้วยนะครับ  เทนโงซัง”
                “รู้แล้วน่า...”  เธอว่าเธอไปเตรียมตัวลงแข่งกระโดดสูงจะดีกว่ามั้ง
               
                รายการแข่งหมากรุกกำลังจะเริ่ม  ผู้คนกลับจับจ้องอยู่ที่โต๊ะของมินาโกะและสุโอเท่านั้น 
                นี่เป็นรายการอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนสนใจที่สุดในการแข่งกีฬาเขตเลยทีเดียว
                จิโตเสะที่ใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์กำลังลุ้นตัวโก่ง...  เพราะอีกตาเดียวก็ตัดสินแพ้ชนะกันแล้ว  ดูเหมือนสุโอจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่... 
                ‘สู้เขานะมินาโกะจัง!’
                โจนาธานเดินเข้ามาตบบ่าคนเชียร์เบา ๆ  เขาเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมากรุกเหมือนกัน  ติดที่ว่าไม่ชอบแข่งขันกับใคร  พอได้มองหมากในกระดานนั้นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
                “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า...  ยัยนั่นน่ะ...”  โจวี่พูดพลางจับจ้องมือที่จับหมากรุกของมินาโกะ  เธอกำลังขยับม้า!
                “รุกฆาตค่ะ...” มินาโกะเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงเฮดังลั่น
                “ชนะแล้ว!!!”  จิโตเสะดีใจเผลอกระโดดกอดคนข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว 
                อานุ่มดีจริง....  อยากให้เป็นอย่างนี้ไปนาน ๆ จัง~~~ โจวี่ยิ้มแก้มแดง...
                พอเกมจบ  มินาโกะจังที่จิบชาอย่างสบายอารมณ์ก็ได้ยินเสียงคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามพูดขึ้น
                “ยังยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนเลยนะขอรับท่านมินาโกะ” 
                สุโอ...  เขาเองก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันล่ะนะ  “ขอบใจ...”  เธอตอบ
               
                การแข่งขันรายการต่อไปก็เป็นรายการที่น่าจับตามองเช่นกัน... 
                ชูริวิ่งลมกรดชนะเหรียญทองทุกรายการ  เขาเดินไปล้างหน้าแล้วเตรียมตัวไปดูแข่งยิงธนูของเซนกิ  ทว่าเห็นชุดยูโดของนักเรียนมัธยมเรนชินเข้าเสียก่อน...  จึงนึกถึงคนคนนั้นขึ้นมา
                หมอนั่นเริ่มเล่นยูโดตั้งแต่เมื่อไหร่นะ...  คงตั้งแต่เรียวสุเกะหายไป...
                เสียงดังลั่นโรงยิมอีกครั้งเมื่อผลการแข่งขันยูโดออกมา... 
                ชูริส่ายหน้าพลางเดินเข้าไปยังลานแข่งยิงธนู... 
                ชินฝึกยูโดแค่ปีเดียวก็เอาชนะพวกรุ่นพี่ในชมรมได้หมด  เป็นคนที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้...    โชคดีที่เขาไม่ได้เล่นกีฬาต่อสู้พวกนั้น...  จะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายอย่างชิน...
                เสียงลูกธนูกำลังแหวกลมพุ่งไปยังเป้านิ่งที่อยู่ไกลออกไปหลายเมตรดังเฟี้ยวฟ้าวไม่หยุด  ช่วงนี้เป็นช่วงซ้อม  ยังไม่ถึงเวลาแข่งจริง  ชูริเดินเข้าไปหาเซนกิที่กำลังนั่งนิ่งทำสมาธิอยู่
                เขาหันไปมองรายชื่อนักแข่งบนกระดานอย่างไม่ใส่ใจ...  ทว่าชื่อของคนที่ติดอยู่บนกระดานนั้นน่ะ...มันชวนให้ตกตะลึงจริง ๆ
                ‘ยุ๊กกี้!’ เขาร้องในใจ 
                เซนกิเห็นสีหน้าของชูริก็ผ่อนลมหายใจออกมาทันที  “ไม่ต้องตกใจหรอก..  หมอนั่นจะมาแก้แค้นแทนน้องชายไงล่ะ”
                “แต่ว่า...”  ยุ๊กกี้เก่งมากเลยนะ  ถ้าเทียบกับเซนกิในตอนนี้  ไม่แน่ว่าอาจจะแพ้ก็ได้
                “ฉันไม่มีทางแพ้แน่นอน...”  เขาบอกเหมือนจะรู้ความคิดของชูริ
                “หมอนั่นเลิกเล่นไปนานแล้ว..  ฉันไม่แพ้คนที่ไม่เคยฝึกฝนตัวเองอย่างมันหรอก!”
                เซนกิจับคันธนูขึ้นมาแล้วเดินไปยังจุดยิง  เสียงยิงแหวกอากาศของเขาแน่วแน่และตรงเป้าเผง
                ขณะเดียวกันในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหญิง
                “ทำยังไงดี...  วันนี้คิมิโนะจังก็ดันมาป่วยซะนี่...  แล้วเราจะเอาใครลงแทนดีล่ะ  ชมรมของเราคนไม่พอเสียด้วย”  สีหน้ากลัดกลุ้มของเด็กสาวสองคนทำให้นัตสึกิที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่อดเป็นห่วงไม่ได้
                “พวกเราอุตส่าห์ฝึกซ้อมกันตั้งนาน  มั่นใจว่าคราวนี้จะต้องเอาชนะให้ได้แท้ ๆ”  หญิงสาวอีกคนน้ำตาไหลออกมาเพราะความมุ่งมั่นเหมือนจะถูกทำลายไปอย่าง่าย ๆ  อีแบบนี้แหล่ะทำให้คนแข็งอย่างนัตสึกิใจอ่อน
                “พวกเธอ...  อยู่ชมรมอะไรกันล่ะ...”  เหลือเวลาอีกกว่าชั่วโมง  เธอถึงจะต้องไปแข่งคาราเต้ต่อ  อาจจะพอมีเวลา
                หญิงสาวทั้งสองคนมองหน้ากัน  ไม่รู้ว่าจะพูดออกไปกับคนแปลกหน้าดีหรือไม่
                “ชมรมยิงธนูค่ะ!”
                การแข่งยิงธนูของโรงเรียนมัธยมปลายญี่ปุ่นไม่แบ่งเพศ  มีแข่งเดียวและแข่งทีม   ตอนนี้ผ่านรอบคัดเลือกการแข่งทีมไปแล้ว  เหลือแค่รอบรอง  มีแค่สี่โรงเรียนที่เข้าแข่งขัน 
                มัธยมปลายเรนชิน  ที่มีอิชิบะ ยูคิโอะเป็นมือหนึ่ง  สาธิตริโค  มีนิโจ้ เซนกิเป็นมือหนึ่ง  มัธยมปลายโคโอขุ  มียานางิ มิตสึโดะ  เป็นมือหนึ่ง  และอีกโรงเรียนที่เพิ่งเข้ารอบสี่ทีมเป็นครั้งแรก  โรงเรียนหญิงล้วนฟุคุดะ  มือหนึ่งคือสึกิมูระ  มิยะ  แต่โรงเรียนนี้แปลก ๆ ตรงที่ผู้หญิงที่ชื่อโฮเอยามะ คิมิโนะคนนั้น....  มาแข่งยิงธนูทำไมต้องใส่หมวกเคนโด้มาด้วย!!!
                พอถูกจ้องแล้วทำพวกทีมโรงเรียนสตรีล้วนอดร้อน ๆ หนาว ๆ ไม่ได้... 
                “ทำอย่างนี้จะดีเหรอคะ....คุณนัตสึ..”  คนพูดถูกเอามือผิดปากเอาไว้ก่อน “ชวู่!  ฉันชื่อคิมิโนะ...”  หญิงสาวที่สวมหมวกเคนโด้กระซิบบอก  “อย่าปอดแหกไปหน่อยเลย  ไม่ถูกจับได้หรอก” 
                เสียงยิงธนูแหวกฝ่าอากาศของยูคิโอะไปปักลงจุดสีแดงเกือบกึ่งกลางเป้า  ได้แต้มสูงที่สุด  ทำให้ทีมของมัธยมปลายเรนชินมีคะแนนนำขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง  เห็นฝีมือของเขาแล้วทำให้นัตสึกิรู้สึกขนลุกชันไปทั่วร่างกาย 
                ฟ้าว!  ลูกธนูของเซนกิก็ใกล้จุดสีแดงตรงกลางเหลือเกิน  เขาหันไปมองหน้ายูคิโอะอย่างท้าทาย  อีกฝ่ายกลับยิ้มด้วยความยอมรับในฝีมือ 
                ก้าวหน้าไปอีกแล้ว...
                ฉึก!  เสียงปักของลูกธนูดังแน่น  หัวธนูฝังลงไปเกือบมิด  และที่สำคัญตรงกลางจุดสีแดงเผง!
                “กรี้ด!!!”  เยี่ยมไปเลยค่ะ  คุณนัต...อุ้ย  คิมิโนะซัง”
                พวกเด็กโรงเรียนสตรีเกือบจะทำเสียงดังทำลายสมาธิของคนอื่นเสียแล้ว  โชคดีที่หรี่เสียงเอาไว้ก่อน
                พวกเขาหันไปมองผู้หญิงที่สวมหมวกเคนโด้ที่เก่งอย่างเหลือเชื่อ...  โรงเรียนสตรีฟุคุดะมีคนเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?  ทำไมพวกเขาถึงไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน 
                “นั่นใคร...”  เซนกิไม่สบอารมณ์...  นอกจากยูคิโอะแล้วเขายังต้องเจอกับคู่แข่งม้ามืดอีกงั้นเหรอ
                “ชื่อโฮเอยามะ  คิมิโนะ  เป็นแค่นักเรียนปีหนึ่ง”  ชูริกระซิบบอก... 
                “ทำไมถึงได้ทำตัวประหลาดใส่หมวกเคนโด้เอาไว้ด้วย...” 
                “คงขี้อายล่ะมั้ง..” 
                ถึงนัตสึกิจะทำคะแนนเอาไว้สูง  แต่คะแนนรวมของทีมกลับย่ำแย่ก็เลยมาได้แค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น... 
                ในห้องแต่งตัวผู้หญิง  ตอนนี้มีแต่เสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้
                “น่าเสียดายนะที่มาได้แค่นี้...” นัตสึกิถอดหมวกเคโด้ที่แสนจะเหม็นอับนั้นออก
                “โฮ....”  หญิงสาวพวกนั้นร้องไห้กันระงม  “ถ้าหากไม่เพราะคุณนัตสึกิล่ะก็...  พวกเราก็คงไม่ได้มาถึงขนาดนี้แน่เลย” 
                พวกหล่อนยืนขึ้นแล้วโค้งขอบคุณเธอ...  “ขอบคุณมากค่ะ!” 
                นัตสึกิยิ้ม...  น่าเสียดายล่ะนะที่ไม่ได้แข่งเดี่ยว...  ถ้าหากลงล่ะก็ต้องถูกจับได้แน่ ๆ นี่ก็โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยูคิโอะกับเซนกิมันนึกไม่ถึง
                ส่วนพวกที่กำลังชิงชนะเลิศก็ขับเคี่ยวอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันเลย...
                ประเภททีม  เป็นโรงเรียนสาธิตริโคชนะไปด้วยคะแนนรวมที่เฉียดฉิว  แต่พอแข่งเดี่ยว...  กลับเป็นยูคิโอะที่ทำคะแนนได้ดีกว่า...
                “นายเลิกเล่นมานานแล้ว....  ทำไมถึงได้...” เซนกิเอ่ยปากออกมาเพราะความไม่เข้าใจ
                “ใครว่าฉันเลิกเล่นกัน....”  เขาแค่เปลี่ยนไปฝึกยิงปืนเท่านั้น...  ยูคิโอะบอก 
                “หนอย...  ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ  ไอ้พวกอิชิบะ!” 
                เซนกิกำหมัดแน่น...  เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้....ต้องเก่งกว่านี้ให้ได้!
                ยูคิโอะถอนหายใจ...  มองไปยังเป้าที่ผู้หญิงคนนั้นยิงซึ่งตอนนี้ลูกธนูที่ฝังอยู่นั้นน่ะ  พวกนักเรียนในชมรมกำลังดึงออกกันอยู่  แต่มันฝังแน่นมากจึงต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย
                “เก่งจริง ๆ ผู้หญิงคนนั้น...”  แต่ไม่ยักกะลงแข่งเดี่ยวแฮะ...
                เสียดายที่เขาไม่เห็นท่ายิงของเธอ....  ถ้าเห็นล่ะก็จะต้องจับเทคนิคได้แน่ ๆ เลยเชียว...  เสียดายน๊า..
                นัตสึกิเดินไปแข่งคาราเต้ในโรงยิมช่วงบ่าย  เห็นไคกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ที่ก๊อกน้ำด้านนอก  เขาเพิ่งแข่งเคนโด้ชายเสร็จหรือเนี่ย... 
                “เป็นไง...”  เธอถามเขาห้วน ๆ พอไคหันมาเห็นเขาก็ขมวดคิ้วก่อนทันทีเลย...  นัตสึกิเห็นแบบนั้นแล้วชักหงุดหงิด
                “ทำไม...  ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย  ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นอยู่เรื่อย”  ถึงเธอจะแอบทำไปนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เหอะ
                “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ”  เขาบอก  “หรือว่าที่จริงแล้ว....  ร้อนตัว?” 
                “เปล่านะ!!!”  เธอส่ายหน้าอย่างมีพิรุธ  ไคยิ่งขมวดคิ้วแน่นเข้าไปอีก 
                “ถ้าไม่บอก...ผมจะไปรบกวนอาจารย์ประจำห้องคอมพิวเตอร์มาตรวจสภาพเครื่องเสียหน่อย”
                llllไม่อาวอ่ะ“ปล่าวซักหน่อย....  ไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ” 
                แปลก....  ไคนึกสงสัย  แต่ก็ไม่อยากคาดคั้น  พอกำลังจะปล่อยไป  ก็มีเสียงเรียกชื่อของนัตสึกิดังเข้ามาใกล้
                “นัตสึกิซังคะ!”  เสียงนั้นเป็นของพวกเด็กโรงเรียนสตรีฟุคุดะ  พวกหล่อนพาเด็กที่ชื่อคิมิโนะตัวจริงมาด้วย  ถึงหล่อนจะไม่สบายแต่ก็ยังฝืนตัวเองมาจนได้  แต่กว่าจะมาถึงก็เลยเวลาแข่งไปแล้ว  พอได้ยินว่านัตสึกิช่วยลงแข่งแทนก็รีบมาขอบคุณด้วยตัวเองทันที 
                “โรงเรียนสตรีฟุคุดะ...”  ไคพึมพำ  พอเด็กพวกนั้นเห็นเขาอาย ๆ อยู่บ้าง  แต่ยังไงก็ต้องพูดออกไป
                “นัตสึกิซัง  คนคนนี้คือโฮเอยามะ  คิมิโนะตัวจริงไงคะ  เขาอยากมาขอบคุณที่ช่วยเอาไว้”  หญิงสาวบอก
                “อ้อllllเหรอ...”  มาทำไมตอนนี้! 
                “เรื่องอะไรกันเหรอ...”  ไคถามพลางยิ้มสุภาพ  ทำเอาสาว ๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  เผลอพูดออกมาอย่างลืมตัว
                “ก็คุณนัตสึกิช่วยพวกเราเอาไว้ค่ะ  ลงแข่งยิงธนูแทนสาวน้อยคนนี้....  แถมยังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกด้วย  เป็นคนที่น่านับถือจริง ๆ เลยค่ะ” 
                “งั้นเหรอครับ....เป็นคนดีจริง ๆ เลยนะครับ  เทนโงซังเนี่ย” ถึงหน้าจะยิ้มแต่นัตสึกิก็รับรู้ได้ว่ามีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้...  
                “คุณนัตสึกิคะ  พวกเราจะขอจดจำคุณเอาไว้  ถ้าหากมีโอกาส  พวกเราจะตอบแทนแน่นอนค่ะ”
                “ไม่เป็นราย  ไม่เป็น...”  อ้ะ!  หางตาของเธอเหมือนจะเห็นไคแปลงร่างเป็นยักษ์ในชุดเคนโด้ไปแล้ว
                “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ...” 
                เข้ามาพูดเสร็จก็ทิ้งเราเอาไว้เฉยเลย.... นัตสึกิโบกมือลาพวกหล่อน...  แล้วรีบจ้ำไม่กล้าหันหลังไปมองคนข้างหลัง  “เอ่อ...ฉันไปก่อนนะ  พอดีมีแข่ง...”
                “ไหนว่าไม่ได้ทำอะไรเอาไว้ยังไงล่ะ...”  นี่ถึงกับกล้าปลอมตัวไปแข่งกีฬาให้โรงเรียนอื่นเลยเหรอ!
                “ฉันแค่....  สงสารพวกเขาก็เท่านั้นเอง..ง่ะ”  นัตสึกิหันมาทำหน้าแหย  แต่ร่างยักษ์ของไคช่างน่ากลัวเหลือเกิน  เหมือนตาจะกลายเป็นสีแดงซะด้วยสิ  อยู่ไม่ได้แล้วมั้ง!
                “เอ...  สงสัยว่าผมจะไม่สามารถกำจัดไวรัสในเครื่องให้เทนโงซังได้แล้วมังครับ  คงต้องให้อาจารย์ช่วย...”
                “อย่าน๊า!!!  ขอร้องล่ะ  ฟูจิมิยะคุง~~~” 
                นัตสึกิพยายามรั้งคนในชุดเคนโด้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องอาจารย์อย่างสุดความสามารถ  ทว่าไคกลับเดินสะดุดพื้นดินที่ไม่เรียบหงายหลังล้มลงเสียก่อน
                ตุบ! 
                ร่างของนัตสึกิล้มลงทับเขาอยู่ด้านบนพอดี...
                อา...  เจ็บแฮะ  หนักด้วย...  แล้วอะไรนิ่ม ๆ ชื้น ๆ ที่ริมฝีปากของเขา??? 
                ไคเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีวงตากลมโตของนัตสึกิลอยอยู่  แถมริมฝีปากของพวกเขาก็ประกบกันได้พอดีเลยด้วย!
                สองสายตาประสานกันท่ามกลางความสับสนว้าวุ่นใจ  พร้อมกับเสียง ‘แชะ’
                “ว้าว....  ถ่ายเอาไว้ได้พอดีเลยล่ะ”  โจวี่ที่กำลังชื่นชมกับรูปถ่ายในมือถือของตัวเองพูดขึ้น  ทำเอาคนทั้งคู่หันขวับ
                ไคกับนัตสึกิไม่มีเวลามาคิดเรื่องไร้สาระแล้ว  ก่อนอื่นต้องทำลายรูปที่อยู่ในนั้นทิ้งเสียก่อน...
                โจวี่เองก็เหมือนจะรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร  จึงหันมาโชว์รูปในมือถือให้พวกเชาดูอย่างใจเย็น...
                “ทำการฟอร์เวิร์ดเรียบร้อย...”  เขายิ้มหวาน
                !!!!  ฟอร์เวิร์ดเมล  นัตสึกิหน้าซีดวิญญาณลอยออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว...
                “นายใจร้อนเกินไปแล้ว....”  ไคกัดฟันพูดออกมาอย่างเคร่งเครียด  พลางล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา
                “ถึงนายจะโทรไปที่ศูนย์ IT ส่วนกลางในตอนนี้ก็คงไม่ทันหรอก...  เพราะว่าในเครื่องของฉันมีเมมเบอร์อยู่ประมาณ800รายการ  ป่านนี้คนทั้งโรงเรียนก็เห็นรูปนี้เรียบร้อยแล้วล่ะ”  โจวี่ยิ้ม  จากนั้นก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้ไคกุมขมับ  “ผมฟูจิมิยะ ไคครับ....มีเรื่องจะรบกวนให้ช่วยหน่อย” 
                ไคพูดโทรศัพท์อยู่คนเดียว  พลางเหลือบตามองนัตสึกิที่วิญญาณล่องลอยด้วยความตกใจก็อดขำไม่ได้....
                ท่าทางเรื่องคราวนี้คงจะจบลงได้ยากแน่ ๆ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
                ระหว่างที่เขากำลังคุยโทรศัพท์  จู่ ๆ เสียงดังครืน ๆ ก็ดังเข้ามาใกล้  เสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยมุ่งหน้ามาที่สนามกีฬาที่พวกเขายืนอยู่ 
                เสียงที่คุ้นเคยเช่นนี้ทำให้นัตสึกิสติกลับมาในทันที  เธอหันไปเห็นฝุ่นตลบที่กำลังมุ่งหน้ามาก็ก้าวเท้าออกตัววิ่งหนีในทันที
                “เทนโง นัตสึกิ  อย่าหนีนะ!!!!” 
                เสียงตะโกนโหวกเหวกของพวกผู้หญิงพวกนั้นดังลั่น  กองทัพแฟนคลับของฟูจิมิยะ ไคมีมากกว่าของโจนาธานซะอีก  นี่ยังเป็นงานกีฬาที่รวมนักเรียนหลายโรงเรียนเอาไว้ด้วยกันอีกด้วย  แค่มัธยมเรนชินที่เดียวเธอก็รับมือแทบไม่ไหวแล้ว  นี่ยังจะมีโรงเรียนที่สองสามสี่อีก  โอ้แม่เจ้า  ใครก็ได้ช่วยที!!!!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
up up ไวๆนะค่า ชอบมากๆๆค่า
จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 12/12/2554 22:34:25
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 141 ท่าน