Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 10
11
12/12/2554 13:09:03
337
เนื้อเรื่อง

ตอนที่ 10

            “หึ! สำคัญตัวผิดไปแล้วน่า เธอจำไม่ได้รึไงว่าฉันเสียเวลามาช่วยเธอก็เพราะหมอนั่นนะ ถ้าเธอจะไปคบกับมันแล้วจะมัวมาเดินเซ่อๆ อยู่ข้างๆ ฉันทำไม”

            “แล้วทำไมนายจะต้องหงุดหงิดด้วยเล่า ฉันบอกรึไงว่าจะไปคบกับไซโคลนน่ะ ฮึ! เสียเวลางั้นเหรอฉันก็ช่วยนายกำจัดผู้หญิงเหมือนกันแหละน่า”

            “นั่นเพราะว่าฉันติดหนี้เธอ!!! หยุดทำหน้าบึ้งซักทีเถอะ อยู่กับฉันมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยรึไง”

            “เปล่าสักหน่อยออกจะมีความสุข โอ้ววว! ยอมรับแล้วเหรอว่าเป็นหนี้ฉันน่ะ” ฉันพูดยิ้มๆ

            “เธอว่าอะไรนะ มีความสุข?” ว๊ายย! ฉันพูดอะไรไม่คิดไปอีกเนี่ย

            “เอ้อ! รถเมล์มาแล้วไปกันเถอะ”

            “หึๆ” เสียงหัวเราะแว่วๆ ตามหลังมา

            “เฮ้อ! ทำไมคนเยอะงี้นะ”

            พอขึ้นรถเมล์มาได้หมอนี่ก็ได้ที่นั่งเลยค่ะ แน่ะ! มันยังนั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์อีกตะหาก แล้วทำไมที่นั่งไม่มีเหลือให้ฉันบ้างนะ โหดร้ายยยย! ปล่อยให้โหนเป็นชะนีอยู่ได้ ซิกๆ

            “นายเห็นฉันเป็นอะไร”

            “ก็ผู้หญิงบื้อคนหนึ่งอ่ะเด่ะ ถามได้” ตอบพร้อมปรายตามอง

            “รู้แล้วทำไมยังนั่งเซ่ออยู่อีกล่ะ นายควรจะให้ฉันนั่งนะ สุภาพบุรุษ น่ะไม่รู้จักรึไง”

            “รู้สิ แต่ฉันจะเป็นกับเฉพาะคนที่ฉันอยากเป็นเท่านั้น”

            “ไอ้บ้า! ถอดกระโปรงฉันไปใส่เลยมั้ยล่ะ”

            “พูดมากน่า” ลูกหนี้ดรากอนขยับท่าอีกสองสามทีก่อนจะเอาหัวพิงหน้าต่าง แล้วก็หลับไปเลยค่ะ

            “ไอ้บ้า!

            เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ พอดูนาฬิกาข้อมือก็เพิ่งผ่านไปสี่นาทีเอง ฮึ! นี่คงเป็นความรู้สึกของคนยืนโหนรถเมล์ล่ะมั้ง มันช่างยาวนานเหลือเกินแล้วชายเสื้อด้านซ้ายของฉันเหมือนจะมีคนดึงเบาๆ

            “พี่ฮะ พี่มานั่งบนตักผมมั้ยล่า เห็นยืนตั้งนานไม่เมื่อยรึไงคร้าบบบ” โถๆๆๆ เด็กหนอเด็ก

            “เอ่อ...ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวพี่จะลงแล้วแหละ” ฉันยิ้มให้เด็กน้อยคนนั้นอีกหนึ่งที เฮ้อออ! มีน้ำใจกว่าคนบางคนแถวนี้ซะอีก

            “แล้วหนูมากับใครเนี่ย” ดูท่าไม่เห็นจะมีผู้ปกครองมาด้วยเลยง่ะ

            “อย่าเรียกผมว่าหนูนะ ผมโตแล้ว อายุตั้งเจ็ดขวบแล้วฮะ”

            “อืม ช่างร้ายเดียงสาจริงๆ” ฉันพึมพำกับตัวเอง ตาแอบชำเลืองไปทางใครอีกคน ฮึ! หลับสบายเลยนะพ่อคุณ

            “แล้วอีกนานมั้ยครับกว่าพี่สาวจะลง” อยู่ๆ เด็กน้อยคนนั้นก็ถามอย่างจริงจัง

            “อืม...คงอีกสามป้ายมั้ง แล้ว...” หนูก็เรียกไม่ได้แล้วจะเรียกว่าอะไรดีนะ

            “ผมชื่อควอร์ซฮะ ควอร์ซเหลืออีกหนึ่งป้ายงับ” พูดพร้อมร้อยยิ้ม น่ารักจริง

            “อ้อ! น้องควอร์ซ พี่ชื่อเฟรชนะจ๊ะ”

            ฮุๆ เด็กคนนี้โตมาต้องหน้าตาดีแน่ๆ จะจีบไว้ก่อนจะเป็นไรมั้ยนะ เฮ้ย! นี่ฉันกำลังคิดอะไรบ้าๆ กับเด็กอยู่เนี่ย แต่ดูไปดูมาก็หน้าคุ้นๆ แฮะ

            “บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอฮะ”

            “อืม ใช่จ้ะ แล้วควอร์ซล่ะ พี่ไม่เคยเห็นเราเลยแฮะ” เออ! เพิ่งเจอกันครั้งแรกจะเคยเห็นได้ไงเนี่ย ฉันก็พูดแปลกๆ แต่หน้าเด็กคนนี้มันช่างคุ้นจริงๆ

            “ผมไม่ใช่คนแถวนี้หรอกฮะ แอบแม่มาหากุ๊งกิ๊งอ่ะ”

            “ใครกัน กุ๊งกิ๊ง นี่มันจะเริ่มมืดแล้วนี่นา เดี๋ยวแม่เป็นห่วงหรอก” ฉันก็ชักห่วงเด็กน้อยคนนี้แล้วสิ

            “แม่คงยังไม่กลับหรอกฮะ กุ๊งกิ๊งเป็นแฟนผมเอง ฮี่ๆ”

            ว๊าย! ตัวแค่นี้มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย อะไรจะปานนั้น เง้อ! ฝันสลายเลย อ๊ะ! นี่ฉันยังคิดจะจับเด็กอยู่อีกเหรอเนี่ย   อ๊ากกก! ช้านไม่อยากกินเด็กน๊า  

            “อ๊ากกกก!!!

             ไม่ใชร้องเพราะตกใจที่คิดอะไรกับเด็กหรอกค่ะ แต่รถเมล์คันนี้น่ะสิ อยู่ๆ ก็จอดตรงไฟแดงกระทันหัน ฉันเลยเซไปจุ๊บแก้มใครคนหนึ่งพอดี

            “เฮ้ย!” นายคนที่หลับอยู่สะดุ้งสุดขีด

            “เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย คิดจะแต๊ะอั๋งฉันรึไง”

            “ฉันเปล่านะ นายไปโทษรถเมล์โน่นสิ”

            อ๊ากกก! หวังว่าหน้าฉันคงไม่แดงไปกว่าที่โดนตบมาหรอกนะ ดรากอนปัดเสื้อตัวเองสองสามที หูเหอแดงไปหมด ฮึ! ทำยังกับว่ารังเกียจฉันนักนี่

            “หึๆ ถ้าเธอระวังก็คงไม่เซมาแบบนี้หรอก แต่นี่เธอตั้งใจใช่มั้ยล่ะ” ฉันล่ะเกลียดสายตาเจ้าเล่ห์นั่นเป็นครั้งที่ร้อยสามสิบหก

            “พี่สาวคนนี้อยากแตะตัวนายตายล่ะ เจ้าขี้ตู่! แบร่~~” เด็กน้อยที่ชื่อควอร์ซจ้องหน้าดรากอน อู้ววว! ช่างไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ

            “หุบปากนายไปเลย เจ้าเด็กแก่แดด”

            “นายไปว่าน้องเค้าแบบนั้นได้ไงฮะ”

            “เรื่องของผู้ชายน่า” ดรากอนยังคงส่งสายตาเชือดเฉือนต่อไป อึ๋ย! น่ากลัวอ่ะ เด็กน้อยคนนี้ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงนะ

            “พี่สาวมานั่งนี่เถอะฮะ เดี๋ยวถูกคนไม่รู้จักโตจับโยนลงรถนะ” เด็กน้อยบอกฉันด้วยความเป็นห่วง อ่า น่ารักชะมัด

            “ใครไม่รู้จักโต ทำยังกับนายโตนักนี่ ฮึ! ปล่อยแขนยัยนี่ได้แล้ว” ดรากอนกระชากฉันกลับมา ชิ! ตอนนี้จากรถที่เคยเต็มคนก็เริ่มจางๆ แล้วล่ะ แต่ฉันก็ยังไม่ได้นั่งอยู่ดี

            “ทำไม พี่สาวคนนี้เป็นของนายรึไง” เด็กที่ชื่อควอร์สยังไม่ยอมแพ้

            “พี่คงไม่ตาต่ำไปคบกับหมอนี่หรอกใช่มั้ย”

            “เอ่อ...” ฉันพูดไม่ออกเลยแฮะ

            “เธอบอกเด็กแก่แดดนี่ไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”

            “นายอย่าไปขู่ให้พี่สาวพูดเลย มันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย”

            “เงียบทำไม หรือว่าเธอสนใจเจ้าเด็กบ้านี่” อ๊ายย! ดูมันพูดเข้าสิ ฉันแค่เคยคิดย่ะ เชอะ!

            “ไอ้บ้า!

            “จริงเหรอฮะพี่สาว พี่เป็นแฟนหมอนี่จริงๆ เหรอฮะ”

            “เอ่อ ใช่จ้ะ แหะๆ”

            “หึ! พี่คงโดนหมอนี่บังคับใช่มั้ยล่ะ” ว๊ายย! เด็กคนนี้นี่ทำท่าจะรู้ไปหมดทุกเรื่องแฮะ

            “นายไม่ยอมรับความจริงรึไง ก็อย่างว่าแหละนะแฟนฉันน่าสนใจนี่” ดรากอนทำเป็นถอนหายใจ แถมมาโอบเอวฉันไว้อีก ฮึ! ต่อหน้าเด็กนะ

            “ว้า ทำไมฉันต้องเกิดทีหลังนายด้วยนะ แต่ก็อย่าวางใจไปเลยว่าฉันจะปล่อยไปง่ายๆ” พูดพร้อมกับเดินไปหาดรากอน

            “เมื่อกี้ที่พี่สาวคนนี้เซไปจุ๊บแก้มนาย ฉันเห็นนายหน้าแดงด้วยนะ กับเธอคนนี้คงเอาจริงล่ะสิ หึๆ” ควอร์ซ กระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้ลูกหนี้ของฉันเลือดขึ้นหน้า

            “นายหมายความว่าไง” ฉันว่าดรากอนจะถูกเด็กข่มแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ

            “บังเอิญเรื่องแย่งของคนอื่นนี่ฉันถนัดซะด้วยสิ ฮะๆพี่สาวระวังตัวด้วยนะ หมอนี่เจ้าชู้จะตาย ผมไปล่ะ” ประโยคหลังหันมาบอกฉันพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋า ท่าทางแบบนี้ฉันคิดออกแล้วว่าเหมือนใคร ก็ผู้ชายที่นั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ข้างหน้าฉันนี่ไง

            “เจ้านี่!...”

            พอถึงป้ายที่บอก เด็กคนนี้ก็ทิ้งระเบิดลงมาอีกรอบก่อนจะเดินผิวปากเดินลงรถเมล์ไป เอิ่ม...จะว่าไปก็แก่แดดอย่างที่ดรากอนพูดจริงๆ แหละ เฮ้อออ! เมื่อยวุ้ย

            “อ๊ะ! นี่เธอลุกขึ้นเลย อย่าไปนั่งที่หมอนั่นนะ” อะไรอีกล่ะเนี่ย

            “ทำไม นายหึงรึไง”

            “เหอะ! อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ใครจะไปหึงเด็กแก่แดดแบบนั้นกัน ลุกขึ้นเลยนะ!!!

            “เออๆ ก็ได้ๆๆ” ฉันเลยผินตัวเองไปนั่งข้างหน้าดรากอนแทน อะไรว้า แบบนี้ก็มีด้วย

            “จะว่าไปเด็กคนนั้นก็นิสัยคล้ายๆ นายนะ อ้า! หน้าตาก็ด้วย”

            “เหอะ! ฉันเบื่อที่จะฟังคำพวกนั้นแล้วล่ะ เฮอะ! พี่มานั่งบนตักผมสิ...ผมจะไปหาแฟนฮะ ชื่อกุ้งกิ้ง ฮ่าๆ มีแฟนชื่อยังกะหมา” ดรากอนยังไม่หยุดทำเสียงล้อเลียนเด็กคนนั้น อ๊ะ!

            “นี่นายไม่ได้หลับหรอกเหรอ ทำไมรู้ว่าเด็กนั่นคุยอะไรกับฉันน่ะ”

            “ใครจะไปหลับบนรถเมล์อย่างเธอกัน ยัยโง่!

            “งั้นนายก็แกล้งหลับน่ะสิเจ้าเล่ห์นักนะ เฮอะ! ฉันว่าเด็กคนนั้นถึงจะแก่แดดไปหน่อยแต่สุภาพบุรุษกว่านายตั้งเยอะ”

            “เรื่องของฉัน ถึงป้ายเธอแล้ว ลงไปเลย”

            “นายนั่งรถเมล์มาส่งฉันเนี่ยนะ ฮึ! มาเปลืองที่นั่งของฉันจริงๆ”

            “แทนที่จะขอบคุณ เธอพูดจาแบบนี้กับคนที่มาส่งรึไงฮะ”

            “ก็ใครใช้ให้นายมาส่งกันล่ะ” เมื่อเห็นหน้างอๆ นั้นง้ำลงกว่าเดิมก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้แฮะ

            “ฮะๆ ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน กลับบ้านดีๆ ล่ะ”

           

            โฮ๊ะๆๆ ความสุขเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อทำการสอบกลางภาคข้อสุดท้ายเสร็จ ฮิฮิ จะชวนพวกนี้ไปลั้ลลาที่ไหนดีนะ เอิ่ม...ตอนนี้ก้อเพิ่งบ่ายสามโมงเอง

            “สบายใจจริงๆ เลยอ่ะ ยิ่งถ้าหากว่าการเมืองบ้านเราจะไม่ทำให้ Star Black เลื่อนคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้ออกไปจะยิ่งมีความสุขมาก

เออ! ตอนนี้มีความสุข แต่ เอิ่ม...ถ้าคะแนนออกมาก็ตัวใครตัวมันล่ะนะ

ฉันพล่ามต่อรัน ก็แหงล่ะ! โพยกระดาษนี่ว่อนไปทั้งห้อง ดีหน่อยที่อาจารย์แว่นที่คุมสอบมัวแต่คุยโทรศัพท์ (สงสัยกำลังอินเลิฟล่ะมั้ง) แต่โพยก็ไม่อาจถูกเสมอไปนี่นา ก็ฉันเห็นเต็มๆ สองตาเมื่อคนข้างๆ หวังดีส่งมาให้เลยเห็นว่าคนที่ทำโพยมายังมั่วสูตรเลย แล้วจะทำโพยมาเพื่อ...(ให้โดนกาหัวข้อสอบรึไง) ดีนะที่ฉันก็จดสูตรนั้นมา ฮี่ๆ เลยรู้ว่ามันผิด และก็ดีแล้วล่ะที่คอนเสิร์ตมันเลื่อน ฉันยังไม่มีตังค์พอจะไปดูเลย

            ฉันก็คิดเหมือนแก ฮ่าๆ แล้วนี่เราจะไปฉลองสอบเสร็จที่ไหนดีอ่ะ

            “ไปคาราโอเกะกันเถอะพวกแก ฉันอยากร้องเพลง

            เป็นความคิดที่ดีมากสำหรับพวกเรา แต่พอคำว่า ไปคาราโอเกะ หลุดออกมาจากปากรัน ฉันกับยัยคนที่ออกความเห็นว่าจะไปที่ไหนกันดี ก็แทบจะหงายหลังเลยค่ะ

             ให้ไปกับแกเนี่ยนะ ขี้หูฉันได้ออกลูกเป็นเป็ดแน่ๆ ไม่ก็เปลี่ยนยกชุดไปเลย

แน่นอนว่าคนที่พูดแบบไม่ถนอมน้ำใจไม่ใช่ฉันค่ะ เพราะฉันเป็นนางเอก ฮี่ๆ (เอิ่ม...ถึงจะคิดแบบนั้นก็เถอะ) เหอะๆ ก็เสียงรันเวลาร้องเพลงน่ะ น่ากลัวยิ่งกว่าเปรตมาขอส่วนบุญซะอีก

 แหมๆ ฉันพัฒนาแล้วย่ะเผือก ไปกันเถอะ ไม่งั้นพวกแกจะรู้ได้ไง

 “เอ่อ ไม่เป็นไรมั้งรัน ฮะๆ ฉันว่าไปเดินเที่ยวกันดีกว่า หรือว่าไงเผือก

เดินเที่ยวเวลานี้ร้อนจะตายเฟรช ไว้ค่อยไปหลังจากนั้นก็ได้ เพราะฉะนั้นไปคาราโอเกะน่ะดีแล้วรันไม่ปล่อยโอกาสให้เผือกได้พูด ก่อนจะดึงแขนเราสองคนแล้วรีบออกเดิน

แต่ฉันว่าเดินเที่ยวก็ดีเหมือนกันนะรัน 

ไม่ทันแล้วล่ะเผือก ฉันบอกมันก่อนจะหันไปมองรันที่เรียกแท็กซี่แล้ว

นี่นั่งแท็กซี่ไปเรอะ ทำไมไม่ไปรถเมล์อ่ะ เผือกถามอย่างตกใจ

เดี๋ยวพวกแกก็เบี้ยวน่ะสิ รีบๆ เถอะ ฉันอยากไปถึงเร็วๆ รันรีบดันหลังเผือกกับฉันขึ้นรถ

แกนี่มันมัดมือชกชัดๆ

บ่นไปก็เท่านั้น เพราะอีกสิบกว่านาทีต่อมาเราสามคนก็มาเสนอหน้าอยู่ในย่านวัยรุ่นชื่อดังแล้ว แถมยังเดินตามคนที่บอกว่าอยากร้องเพลงมากๆ ขึ้นไปชั้นสองอีก

สองชั่วโมงค่ะ รันวางบัตรลดราคาลงบนโต๊ะหน้าเคาท์เตอร์

หา! สองชั่วโมง!!!”

พวกแกจะแหกปากพร้อมกันทำไมหนึ่งชั่วโมงไม่พอหรอก โฮ่ๆ อดใจไม่ไหวล่ะสิ รอแปบนึงเดี๋ยวก็ได้ร้องกันแล้วน่า รันหันมาบอกอย่างมีความสุขแล้วรับแต้มสะสมเพื่อลดราคาครั้งต่อไป

ไปกันเถอะ”

นี่เราต้องตามไปห้องมหาประลัยนั่นจริงๆ เหรอเนี่ย

เหอะ! ฉันว่าเสียงเพื่อนแกมหาประลัยมากกว่า ห้องน่ะมันไม่เกี่ยวหรอกย่ะ”

เฮ้อออ! เอาวะ มันคงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก เผือกทำหน้าปลงๆ

ฮ่าๆ ฉันว่าแกทำท่าเหมือนกำลังเข้าห้องผ่าตัดเลยอ่ะเผือก

 ตัวต้นเหตุผลักประตูได้ก็หันมาล้อเผือกทันที จากนั้นก็หันไปค้นหาเพลงแล้วเริ่มร้องโดยไม่สนใจเผือกกับฉันอีกเลย

นี่มันไม่รู้เลยหรือไงว่าเสียงมันทำให้เพื่อนต้องทุกข์ใจ

มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า ว้าว! ฟังเสียงมันสิ พัฒนาแล้วจริงๆ ด้วย”

อืม...ก็ยังดีกว่าเสียงหมาหอนล่ะนะ สนุกไปกับมันเถอะ ว่าแล้วเผือกก็ไปเริ่มต้นหาเพลงบ้าง

แกไม่ร้องเหรอเฟรช รันหันมาถาม

มีเพลง Star Black รึเปล่าล่ะ”

มีๆๆ แกจะเอาเพลงไร รันตอบอย่างกระตือรือร้น

ไม่ล่ะ เอาเพลงไทยดีกว่า

“แล้วจะถามเพื่อ???”

รันทำหน้าหงุดหงิดใส่ฉันแต่ไม่สนค่า ยังหยิบรีโมทมาค้นหาเพลงต่อไป เหอะๆ ที่จริงก็อยากร้องอยู่หรอก แต่ก็แค่วางฟอร์ม ฮ่าๆ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจคนอยากมา ฮุๆ อืม...เพลงแนวอินดี้นี่คงจะถูกหูที่สุดเท่าที่ฉันได้ฟังมา งั้นก็เลือกเพลงแนวนี้ล่ะนะ ฮิๆ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เราสามคนร้องเพลงกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ไม่ว่าจะแนวไหน ชาติไหนได้หมด โฮ๊ะๆๆ แต่เสียงก็อย่างว่าแหละนะ เอิ่ม...มันไม่ใช่แค่รันหรอกที่เสียงออกมาเป็นเป็ดแหกคอกอย่างนั้นน่ะ ฉันกับเผือกก็เหมือนกัน ไม่อยากจะบอกอีกแล้วว่าที่ไม่คล้อยตามความคิดของรันตั้งแต่แรกเพราะฉันกับเผือกรู้ตัวเองดี ฮ่าๆ แต่ต้องรักษาฟอร์ม

แค่กๆ โอยย เจ็บคอ พวกแกเห่าหอนกันไปก่อนนะ ฉันจะไปสั่งน้ำมากิน

ฉันบอกก่อนจะวางไมค์แล้วผลักประตูออกมา แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ไม่มีใครสนใจฉันมากไปกว่าจอนั่นเลยซักคน เดี๋ยวแม่ก็ไม่ให้แป๊บซี่กินซะหรอก

หวัดดีคุณนายซาตาน เอ๋! ฉันหันไปตามเสียงนั่น ก็เห็นคิโด้โบกพัดยืนยิ้มแหยงๆ อยู่

พวกนายมาทำอะไรที่นี่”

แล้วร้านคาราโอเกะเค้ามีไว้ทำอะไรล่ะครับ

 ปิ้กที่ยืนอยู่ข้างๆ คิโด้หัวเราะหวาดๆ เอิ่ม...ฉันมันน่ากลัวสำหรับนายสองคนนักรึไงฮะ ทำไมต้องดูตื่นๆที่เจอฉันทุกครั้งด้วย ฉันไปทำไรให้พวกน้ายยย

งั้นก็เชิญพวกนายไปทำอะไรๆ ในห้องคาราโอเกะละกัน ชิ!” ฉันถือน้ำเดินออกมา

อ้าวๆ พูดแบบนี้ก็กำกวมสิเจ๊

อ้าว! นายก็มาด้วยเหรอเช ฉันถามอย่างแปลกใจ ก็หมอนี่มันน่าจะสอบอยู่นี่นา

วันนี้ไม่มีสอบนี่ฮะ เชแกะอมยิ้มเข้าปาก อืม...คงใช่ ถึงว่าเมื่อเช้าไม่เห็นแฟรงก์มันจะโหวกโวยวายเรียกฉันเลย

เฮ้! ไอ้เด็กอ่อน แกจะกินอมยิ้มทำไมวะ เดี๋ยวก็จะร้องเพลงแก้เซ็งกันแล้ว”

ผมรู้ตัวดี ว่าสู้เสียงห่วยแตกของพี่กับพี่แฮ็คไม่ได้หรอก ไม่กินก็ไม่ได้ร้องอยู่ดี

อ้าว! ไอ้นี่ คิโด้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ส่วนปิ้กเดินไปจองห้องแล้ว

 นินทาอะไรฉันวะเช!”

เสียงนิ่งๆ ดังขึ้นบันไดมา ฉันหันไปก็พบว่าเป็นคินที่เดินขึ้นมากับแฟรงก์ ตามด้วยนายหัวสีน้ำเงินที่ฉันเพิ่งจะรู้ชื่อเต็มๆ ว่า แฮ็คเตอร์ ปิดท้ายด้วย...ดรากอน แล้วข้างๆ นายสองคนที่เดินรั้งท้ายนั่น เอิ่ม...ก็มีสาวสวยที่กำลังคล้องแขนอยู่ด้วย

ขอตัวก่อนนะ ฉันหลบสายตาดรากอนที่มองมาแล้วรีบเดินกลับห้องคาราโอเกะทันที

ทำไมไปนานจังอ่ะ ฉันหิวน้ำคอแทบเป็นผืดเป็นผง อ็อยยย! ขี้หูเต้นระบำหมดแล้วววว

เออ! กินๆ เข้าไป กินให้สำลักไปเลย ฉันกระแทกขวดแป๊บซี่ลงกับโต๊ะ เผือกงงไปเลยค่ะ

เฮ้ย! ไปเดินเหยียบขี้ที่ไหนมาเนี่ย ฉันแค่ขอน้ำกินนะ

ใช่ขี้! ขี้ก้อนโตเลยล่ะ

ฮึ่ย! ทำไมต้องหงุดหงิดที่เห็นหมอนั่นควงผู้หญิงมาด้วยนะ แล้วทำไมต้องไปแคร์ด้วยเนี่ย อย่าลืมสิว่าฉันคบกับเขาเพราะยังมีสัญญาหนี้และข้อตกลงร่วมกันอยู่ นายจะไปคบกับใครก็ช่างสิ หึ!

วิ้วววว ก่อนที่รันจะได้ถามอะไรเสียงเด็กร้องขอส่วนบุญก็ดังขึ้นตรงประตู...เชน้อยนั่นเอง

อ๋อ เข้าใจล่ะ

เข้าใจว่าไงครับคุณหนูเผือก

ให้ตายเถอะ ฉันจะไม่เจอนายซักวันจะได้มั้ยเนี่ย

เห็นทีคงจะไม่ได้แฮะ

ยัยนี่ใช่แฟนคินรึเปล่าน่ะนัท ถึงว่าไม่เห็นหมอนี่จะสนใจใครเลย

อยู่ๆ ยัยกระเป๋าหลุยส์จัตุจักรที่คล้องแขนแฮ็คเตอร์อยู่ก็พูดกับยัยเสื้อนักเรียนขาวจั๊วะที่อยู่ข้างๆ ดรากอน แล้วพวกนี้มายืนออกันอยู่ตรงประตูห้องนี้ทำไมกันล่ะเนี่ย ไปร้องห้องอื่นเซ่ แคบว้อยย หายใจไม่ออก

เรื่องของฉัน อย่าแส่!” คินหันไปถลึงตาใส่ยัยสองคนนั่น แว้กก! นิ่งๆ อย่างหมอนี่ด่าคนเป็นด้วยเรอะ

เหลือกี่นาทีรัน

สิบกว่านาทีอ่ะ รันที่ปล่อยไมค์ไปตอนไหนไม่รู้ตอบเผือก

งั้นไปกันเถอะ ฉันบอกก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมา

อ้าว! ไม่สนุกกันก่อนเหรอ

ขอทางด้วย เผือกพูดก่อนจะแหวกคนที่ยืนอออยู่ตรงประตูออกมา

เฮ้ออ! งั้นเราก็ไปร้องเพลงกันเถอะ

ยัยกระเป๋าหลุยส์จัตุจักรยักไหล่พูดอย่างไม่แคร์ก่อนจะดึงแขนแฮ็คเตอร์ให้ตามไป ส่วนคนอื่นๆ น่ะเหรอ ส่ายหัวด้วยหน้ามึนๆ แล้วตามคู่นั้นไปร้องเพลงยังห้องที่จองไว้

กลับแล้วเหรอพี่ แฟรงก์ที่ยืนโทรศัพท์อยู่หน้าเคาท์เตอร์พูดกับฉัน

อือ นายก็อย่ากลับดึกนักล่ะ ฉันเหลือบไปเห็นแอลกอฮอล์กับของแกล้มที่วางอยู่ตรงเคาท์เตอร์ก่อนจะเดินตามยัยสองคนนั่นลงบันไดไป

อะไรเนี่ย เหลือเวลาสิบกว่านาที ร้องได้อีกตั้งสามสี่เพลงเชียวนะ รันโวยเมื่อพวกเราเดินเตร่หาอะไรกินแถวๆ ซอยเดิม

อีกอย่างเผลอๆ พวกนั้นอาจมาร่วมร้องกับเราด้วยนะ รันทำหน้าเพ้อๆ

เหอะ! ฉันว่าแกไม่กล้าตะเบงเสียงโหยหวนใส่ไมค์ต่อหน้าพวกนั้นหรอกรัน

เสียงแกก็ห่วยเหมือนกันล่ะน่า อย่ามาว่าให้ฉันหน่อยเลยเผือก

พวกแกหุบปากซะทีจะได้มะ เก็บพลังงานจากการทะเลาะกันมาหาไรกินไม่ดีกว่าเหรอ หิวโว้ยย!”

ก็เดินหามันอยู่นี่ไง แกก็เหมือนกัน ถ้าแกไม่ไปเจอพวกนั้น มันคงไม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี่กันหรอกเฟรช

แกจะมาโทษฉันมันก็ไม่ถูกนะเผือก ห้องที่เราร้องกันมันเด่นจะตาย แค่เดินขึ้นบันไดมาก็เจอแล้ว

 ถ้าไม่สังเกตมันก็ไม่เห็นคนด้านในนี่

แล้วมันเห็นกันมั้ยล่ะรัน แค่เสียงร้องของพวกแกก็แสบแก้วหูแทรกทวารดังไปถึงข้างนอกแล้ว”

ทำยังกับเสียงแกดีนักล่ะ มันก็แย่พอๆ กับพวกฉันแหละ” เผือกเริ่มเบาลง

เออ! ฉันรู้ตัวดี ยังไงพวกเรามันก็ผีตัวเดียวกันนี่!” จบคำของฉันเราสามคนก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ต่างจากเมื่อกี้ที่เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

แล้วนี่จะกินไรฮะ เดินหามาเป็นชาติแล้วยังไม่เจอเลย เผือกเริ่มบ่น

เจอก็คงเป็นพระเจ้าแล้วล่ะ แหกตาดูซิว่าแถวนี้มันมีแต่อะไร สองคนนั่นทำตามคำพูดของฉัน

เวรล่ะ ไหงเดินมาถึงซอยขายเสื้อผ้าได้นะ ต้องไปซอยนั้นสิ

อือ เพราะมัวแต่เถียงกันน่ะสิ ไม่ดูอะไรเลย

เราสามคนหันไปตามเสียงนั้นก็เจอกับคินที่ยืนกอดอกยิ้มๆ  ข้างๆ นั่นก็ลูกหนี้ของฉันเอง แล้วคิดจะทำตัวเท่ห์ไปถึงไหนคะนั่น เสื้อนักเรียนตัวนอกเขามีไว้คลุม ไม่ใช่เอามันมาพาดบ่า

 “อะไรเนี่ย พวกนายอีกแล้วเรอะ ตามมาทำไม

เราพูดกันแล้วนะเผือก เธอไปไหนฉันไปนั่นไงคินพูดเบาๆ

นั่นมันหมานายต่างหาก...ไม่ใช่นาย

ช่างเถอะ เธอยังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอเนี่ย แค่พาเจ้าหมูหย็องไปส่งเลทแค่เนี้ยะ

ก็ใครบอกให้ฉันรอรับหมูหย็องเล่า โทรหาก็ไม่ติด ถ้าจะกลับดึกก็น่าจะบอกฉันก่อนไม่ใช่ปล่อยให้รอถึงสี่ห้าทุ่ม

เหวอ! ฉันกับรันทำหน้าไม่ต่างกัน ยัยนี่มันทำเพื่อหมาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นอกจากจะทนถ่างตารอดูรายการเพลงของ Star Black แล้ว มันไม่เคยนอนเกินสามทุ่มเลยนะ

ฉันขอโทษ ฉันผิดเองแหละ คราวหลังจะไม่ทำอีกแล้วครับ จะทำโทษยังไงก็เชิญ

อ๊ากก! คินกล้าพูดด้วยท่าทางอ้อนๆ แบบนี้ต่อหน้าพวกฉันได้ไงเนี่ย ยังกับสามีภรรยาทะเลาะกันแน่ะ อายแทนโว้ยย! รันยิ้มแทนแก้มแทบปริ ส่วนเผือกเน่าน่ะเหรอ...

นายพูดเองนะ!” แล้วมันก็ขู่คินข่มความอาย ตาแดงไปถึงจมูก เอ้ย! ไม่ใช่  หน้าแดงไปถึงใบหู แล้วลากคู่กรณีออกไปทั้งอย่างนั้น

เผือกเน่าจะมีความรักก็คราวนี้แหละ ไปหาไรกินกันเถอะ หิวอ่ะ

เอ้อ! แล้วเรื่องเผือกมีความรักมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องกินอ่ะเฟรช

แล้วเธอจะไปมั้ยล่ะ”

แต่... รันแอบมองไปทางดรากอนที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ไว้อนุสาวรีย์รูปปั้นหน้าหล่อนะยะ

ช่างเถอะน่า ฉันคิดร้านอร่อยๆ ได้แล้วล่ะ

ฉันเดินควงแขนรันไป และไม่สนใจรูปปั้นมังกรนั่น เราเดินทะเลาะไป คุยไป และหัวเราะไป ก่อนที่เสียงโทรศัพน์ของรันจะดังขึ้น

 “คะแม่...ค่ะๆ ได้ค่ะ... เอ่อแก ฉันต้องไปส่งของกับแม่อ่ะ รันหันมาพูดกับฉันหลังจากวางหู

ก็ไปสิ ฉันหาไรกินคนเดียวก็ได้

แต่...

ไม่เป็นไรหรอก ไปช่วยแม่แกเถอะ เดี๋ยวฉันก็กลับแล้วเหมือนกัน ฉันบอกรันก่อนจะส่งยิ้มไปให้

งั้นเราจากกันตรงนี้เลยนะ ฉันโบกมือบ๊าย บายรันก่อนจะแยกออกมา จะกินไรดีน๊า

ไง สาวน้อย

นั่น! ฉันว่าฉันจำเสียงนี้ได้นะ พอหันกลับไปก็ต้องตกใจเพราะนึกว่าหลุดไปอยู่ในยุคคนป่าซาไก แฮ่ๆ ก็ดูแต่ละคนสิ เล่นดัดผมซะเป็นฝอยฟูฟ่องอย่างนั้นอ่ะ แต่ฉันว่าไซโคลนทำผมแอ๊ฟโฟ่แล้วดูดีขึ้นแฮะ

ว้าว! วันนี้มาเดินคนเดียวซะด้วย โดนไอ้บ้านั่นทิ้งแล้วเหรอ

อ๋อ! พอดีเขาจะตามมาน่ะ เรานัดกันที่นี่ ฉันมองหน้าไซโคลนแล้วชี้ไปที่ร้านๆ หนึ่ง

ฮ่าๆ ๆ  ร้านนี้น่ะเหรอ เฮ้ย! พรรคพวกดูสิ คู่นี้เค้านัดกันร้านนี้ว่ะ เงาะป่าคนหนึ่งร้องบอกเพื่อนๆ หน้าตาทุเรียนอัดเม็ดทั้งหลายก่อนจะหัวเราะกันเสียงดัง มันน่าขำตรงไหนเนี่ย

พรืดดด!

อะ... ฉันหันไปดู พูดไม่ออกเลยค่ะ

หมอนั่นมันนัดเธอไว้ที่ร้านขายปุ๋ยเนี่ยนะ

ฉันยังอึ้งไม่หาย อึ้งกับสถานที่นัดของเราไม่ใช่ว่ามันเป็นร้านขายปุ๋ยหรอกนะ แต่ที่อึ้งก็เพราะมันมาอยู่ในย่านชื่อดังของวัยรุ่นได้ไง ดูสิดู มีทั้งปุ๋ยอินทรีย์ อนินทรีย์ และฉันว่าฉันเห็นขี้วัวในถุงนั่นด้วยล่ะ

ทำไมล่ะ ร้านแบบนี้นัดมาเจอกันไม่ได้รึไง ดูสิจำง่ายจะตายไป ทั้งย่านมีโดดๆ มาแค่ร้านเดียว ฉันโมโหกลบเกลื่อน ฮึ่ย! หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ

แล้วเราก็มาซื้อปุ๋ยเพื่อ...เอ่อ เพื่อ...

เพื่ออะไรล่ะสาวน้อย ไซโคลนจะยื่นมือมาจับแก้มฉัน แต่ฉันปัดทิ้ง แล้วมันเพื่ออะไรละเนี่ย อ้อ!

เพื่อบำรุงต้นรักของเราไง

พอฉันพูดจบกลุ่มเงาะป่าหน้าขาวที่อยู่ตรงหน้าก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เหะๆ จะว่าน้ำเน่าก็เน่าอยู่หรอกนะ แต่ฉันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ นี่นา ถ้าไม่มีเหตุผลเดี๋ยวไอ้เงาะนี่ก็จ้องเล่นงานฉันอีก

ขอตัวนะ ฉันบอกออกไปอย่างเย็นชาก่อนจะหันกลับอย่างฉุนๆ

เดี๋ยวสิหนูน้อย มาคุยกันก่อน ก่อนที่จะได้ก้าวไปไหนนั้นไซโคลนก็จับแขนฉันไว้ แล้วพูดเสียงอ่อนโยนแกมข่มขู่นิดๆ อึ๋ย! ขนลุกกับสรรพนามที่หมอนี่เรียกทุกทีเลย หน้าตาก็ดีแต่จอมตื้อเป็นบ้า

ปล่อยแขนยัยนี่ซะ!” เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น มันมาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงของคนที่เดินเข้ามา

ทำไมฉันต้องเชื่อนายด้วยล่ะไอ้ลูกแมว

ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยเธอซะ!”

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 167 ท่าน