Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Bluemoon's Promise สัญญารักจากพระจันทร์
Deirdre
ค่ำคืนแรก -
1
11/12/2554 16:49:02
336
เนื้อเรื่อง
1
- นี่ไม่ใช่ครั้งแรก,และก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน -

 

คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด..

ผืนราตรีสีน้ำเงินเข้มจัดจนเกือบดำทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเข้ามาเกาะกุมในจิตใจอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะยังมีแสงริบหรี่จากดาวดวงน้อยที่พยายามส่องประกายอวดทำให้พอมีความสว่างอยู่บ้าง แต่ทว่าความสว่างเพียงแค่นั้นก็ไม่อาจปลุกปลอบหัวใจให้เข้มแข็งและยืนหยัดอยู่โดยไม่หวั่นไหวได้

ฉันต้องการแสงสว่างที่เจิดจ้าและชัดเจนมากกว่านั้น

แสงสว่างจากพระจันทร์

พระจันทร์ที่ทั้งโลกมีเพียงดวงเดียว


 
                สายลมเย็นๆที่คอยพัดมาเรื่อยๆ ไม่ขาดสายทำให้ผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวถึงเอวของฉันปลิวสะบัดแม้จะรู้สึกรำคาญอยู่บ้างแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมาช่วยให้คลายร้อนจากอากาศตอนกลางวันที่ยังคงความอบอ้าวเล็กๆไว้ ฉันพลิกนาฬิกาข้อมือมาดูเป็นรอบที่สี่ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วยิ้มให้กับตัวเองคนเดียวในความมืด

                เวลา.. ผ่านมาสามชั่วโมงแล้ว

                ฉันพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เป็นไรแม้หัวใจจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่กำลังแบกรับอยู่จนหนักอึ้งอยู่บ้าง 
               
                ใช่..ฉันกำลังรอคนคนหนึ่ง การรอเขาซ้อมกีฬาเป็นเวลาสามชั่วโมงนี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่หัวใจของฉันรอคอยเขามาตลอดระยะเวลาสิบเอ็ดปี สิบเอ็ดปีที่เราต้องพลัดพรากสิบเอ็ดปีที่เราไม่ได้พบเจอและมันทำให้ช่องว่างของช่วงเวลาสิบเอ็ดปีนั้นเติมเต็มสิ่งอื่นลงในความทรงจำของเขาจนลบเลือนภาพของเราออกไปจากใจ

                เขาจำฉันไม่ได้      

                ฉันยังจำได้ดีถึงวันแรกที่เราเจอกันหลังจากสิบเอ็ดปีที่ผ่านพ้นไปวินาทีแรกที่สบตา ฉันก็รู้แล้วว่าเขาคือคนที่ฉันตามหามาตลอดช่วงเวลาอันแสนนาน ตอนนั้น..ฉันสวดภาวนาอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง อ้อนวอนพระเจ้า ให้เขาจำฉันได้ให้เราเป็นเหมือนกับเรื่องรักโรแมนติกแสนหวานที่เคยอ่านในหนังสือ
               
                แต่เปล่า..แววตาที่มองสบกลับมาของเขาตอนนั้น

                มันมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น            



                เสียงเฮดังๆจากบริเวณใจกลางของสนามหญ้าที่ไฟสปอร์ตไลท์ฉายสาดส่องทำให้ฉันเห็นกลุ่มนักฟุตบอลกำลังเฮโลกันหลังจากเลิกซ้อมฉันรีบเก็บสมุดการบ้านที่เอาออกมาทำอย่างรวดเร็วแล้วตบแก้มตัวเองเบาๆ สองสามทีเพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะวิ่งไปยืนรอที่หน้าทางเข้าสนามฟุตบอล 
               
                จากนั้นเพียงครู่กลุ่มเด็กผู้ชายคนแล้วคนเล่าก็ทยอยเดินผ่านฉันไปทุกคนหันมายิ้มให้ฉันพร้อมกับร้องทักทายอย่างคนที่คุ้นเคยกันดี
               
                "เจ้ลี่หวัดดีฮะ"

                "หวัดดีจ้ะ"

                "เจ๊ลี่หวัดดีคร้าบบแหน่ๆ มาทำไมครับเนี่ยฮิฮิ"
    
               "หวัดดีจ้ะพี่มารอทายน่ะ"

                "พี่ลี่ดีค้าบบมารอพี่ทายเหรอฮะ"
    
                "หวัดดีจ้า ใช่จ้ะพี่มารอทาย"
    
                 ฉันยิ้มแล้วร้องตอบกลับไปให้กับทุกคนที่ทักฉันบางคนโบกมือให้ฉันหยอยๆ บางคนทำหน้าล้อเลียนฉันอย่างเย้าแหย่ ฉันได้แต่หัวเราะเบาๆ พวกเขารู้กันหมดแหละว่าฉันมาที่นี่ทำไมทุกวัน แม้ช่วงแรกๆฉันจะเขินอายอยู่บ้างที่โดนล้อบ่อยๆ แต่ตอนนี้ฉันชินเสียแล้วฉันยืนชะเง้อคอมองหาคนที่อยากเจอแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเขาสักที

                "พี่ลี่~ มารอพี่ทายเหรอค้าพี่ทายยังอยู่ในห้องชมรมอยู่เลยค่ะ เปลี่ยนชุดอยู่อีกเดี๋ยวก็คงออกมา"    
               
                "จ้ะขอบคุณมากจ้ะป่าน"

                เด็กสาวที่ออกมาทีหลังกลุ่มเด็กผู้ชายที่ตอนนี้มายืนออกันเป็นกลุ่มที่หน้าโรงยิมฝั่งตรงข้ามคือป่านทอผู้จัดการทีมฟุตบอลของโรงเรียน ป่านเองก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่าฉันมาตามจีบทายเด็กสาวร้องแซวฉันก่อนจะฉีกยิ้มสดใสมาให้แล้วเดินไปรวมกับกลุ่มนักฟุตบอลเพื่อที่จะกลับบ้านรุ่นน้องพวกนั้นหันมาโบกมือบอกลาฉันยิ้มให้และโบกมือตอบ รอจนพวกเขาเดินไปไกลพอควรแล้วฉันจึงหันมาจดจ่ออยู่กับการ ‘รอ’ต่อไป

                'เพทาย' ใช่.. เขาชื่อเพทายแม้จะชื่อหวานเหมือนผู้หญิง แต่เขาในความทรงจำของฉันนั้น มีทั้งความอบอุ่นและเข้มแข็งอย่างที่เด็กผู้ชายพึงจะมีอย่างเต็มเปี่ยม พวกเรามักจะเรียกเขาสั้นๆ ว่า 'ทาย' หลังจากเจอเขาใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนนี้ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งฉันก็ให้คุณลุงพ่อบ้านทำเรื่องย้ายโรงเรียนมาเข้าเรียนที่เดียวกับเขาทันที

                มันอาจจะฟังดูตลกว่าทำไมฉันถึงต้องมาตามหาใครที่ความหวังในการพบเจอแทบเป็นศูนย์แต่สำหรับคนที่สูญเสียครอบครัวไปแล้วอย่างฉันขอเพียงได้พบเจอใครที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วย ฉันก็ดีใจอย่างมากแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาที่เป็นฮีโร่ในดวงใจฉันมาตลอดสิบเอ็ดปี

                ผ่านมาถึงสิบห้านาทีแล้วหลังจากที่ป่านทอและเพื่อนกลับไป ฉันลังเลว่าจะไปดูเขาที่ห้องชมรมดีหรือไม่ เผื่อเขาอาจจะต้องการความช่วยเหลืออย่างเช่นจัดของหรือทำความสะอาดสุดท้ายความเป็นห่วงต่างๆนานาก็ทำให้ฉันตัดสินใจเดินไปที่ห้องชมรมของชมรมฟุตบอลแต่ระหว่างนั้นก็มีชายหนุ่มสามคนเดินตรงมาทางฉันทำให้ฉันหยุดเดิน

               “เธอยังมาอีกเหรอเนี่ย อึดใช้ได้นะ รู้ตัวหรือเปล่า”

               พวกเขาสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ทั้งสามแต่งกายอยู่ในชุดนักเรียนที่ถูกสวมใส่อย่างลวกๆ ชายเสื้อไม่ได้อยู่ในขอบกางเกง และกลัดกระดุมเสื้อเพียงคนละสองสามเม็ด ถึงฉันจะไม่ได้ชื่นชอบพวกเขามากไปกว่าการที่เขาเป็นเพื่อนสามในสี่คนของทาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าทั้งๆ ที่เหงื่อโซมออกอย่างนี้ ความดูดีของพวกเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย

                “อือ.. ขอบคุณนะ ฮะๆฉันเคยถอยด้วยหรือไง”

                 แม้จะพูดจาอวดดีใส่พวกเขา แต่ฉันกลับทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้ซิตี้ชายหนุ่มตัวสูงกับผิวขาวจัดและดวงตากลมโต ก่อนจะผ่านเลยไปยังลอว์ที่ทำหน้าเบื่อโลกมากกว่าปกติและฟรองซ์ซัวที่ยืนมองหน้าฉันด้วยสีหน้าสงสาร ทั้งสามคนสูงไล่เลี่ยกัน และนั่นคือสูงมากกว่าฉันถึงสิบห้าเซนติเมตร เพทายก็สูงใกล้เคียงกับพวกเขา แต่ทายของฉัน.. โดดเด่นที่สุดในสายตาของฉันเสมอ

                “อ่ะนะ ซะงั้นน่ะเธอ แต่ทางที่ดีวันนี้เธออย่าไปหาไอ้ทายมันเลยดีกว่าพวกฉันกลับบ้านล่ะ หวัดดี”

                 ซิตี้เกาหัวแกรกๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ก่อนจะตัดสินใจโบกมือลาแล้วเดินกลับไปกับลอว์และฟรองซ์ซัว แม้จะรู้สึกหวั่นใจกับคำเตือนของซิตี้ แต่ฉันก็พยายามมองโลกในแง่ดี ทายไม่ได้ทำตัวร้ายๆ กับฉันเป็นครั้งแรกสักหน่อย ฉันชินแล้ว
ชินจนชาไปแล้วล่ะมั้ง

                  ฉันยังคงก้าวเดินต่อเพื่อไปที่ห้องชมรม เมื่อหยุดถึงหน้าประตูเสียงคนคุยกันเบาๆที่ดังลอดออกมา ทำให้ฉันชะงักฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟัง    

                "รักทายจังเลย"   
 
                ฉันยืนตะลึงงันอยู่ตรงหน้าประตูนั่นเองทว่าความกลัวผสมกล้าที่ผุดขึ้นมาจากไหนไม่รู้สั่งให้ฉันผลักประตูให้เปิดออกสายตาของฉันพุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อพบกับสาวสวยคนหนึ่งซึ่งฉันคุ้นหน้าว่าเคยเห็นเธอที่สนามฟุตบอลบ่อยๆ กำลังเอาผมยาวประบ่าของทายมาพันนิ้วเล่น หญิงสาวที่อยู่ในห้องดูตกใจเล็กน้อยเมื่อฉันโผล่พรวดเข้าไปแบบนั้นแต่เพทายเพียงปรายตามองฉันแวบหนึ่งด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น 

                แล้วจูบเธอ    

                "ทาย.. อื๊อ.. ทายหยุด.."  
  
                หญิงสาวผลักทายออกพร้อมกับเหล่มาทางฉันด้วยแววตากังวลทายหันมาสบตาฉันอีกครั้งด้วยสีหน้าแสดงความรำคาญฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาแล้วปิดประตูอย่างนุ่มนวล

                "ขอโทษค่ะ"    

                "อื๊อ..รักทายจังเลย แต่ทำอย่างนี้ในโรงเรียนไม่ดีนะ รู้มั้ย"

                ฉันยกสองมือขึ้นปิดหูเพื่อกั้นเสียงหวานที่ต่อว่าอย่างไม่จริงจังนักที่ลอยออกมาให้ได้ยินผ่านทางหน้าต่างแล้วกัดฟันเดินกลับไปยังม้านั่งตัวเดิมที่ฉันนั่งรอทายก่อนชมรมจะเลิกและแม้จะพยายามสะกดอารมณ์แค่ไหนแต่เสียงสะอื้นที่น่าสมเพชของฉันก็ยังคงหลุดรอดออกมาพ้นริมฝีปาก

                มันเจ็บเหลือเกินสายตาที่เขามองมา การกระทำที่แสดงถึงความรักที่มีต่อคนอื่นของเขามันทำให้ฉันรู้สึกปวดร้าวที่หัวใจ ฉันไม่อยากยอมรับความจริงนี้เลยความจริงที่ว่าตอนนี้ทายรังเกียจฉัน

                ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างน่าอาย ฉันมันทุเรศ..มาตามตื๊อคนที่เขาแค่เพียงจะเก็บฉันไว้ในความทรงจำยังไม่มีเพียงสักนิด 
    
                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ฉันปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดและความทรงจำในอดีตมากมายที่ไหลพรั่งพรูเข้ามาก่อนจะปาดน้ำตาออก ตั้งสติ แล้วสูดหายใจลึกๆ

                ฉันเพิ่งได้เจอหน้าทายเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นหนึ่งเดือนที่ได้เจอกับสิบเอ็ดปีที่ได้แต่รอ แค่นี้ฉันจะท้อแล้วเหรอ ไม่ได้หรอก..อย่าลืมสิมู่ลี่ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเขาจำเธอไม่ได้เธอก็ทำใจไปแล้วไม่ใช่เหรอ

               ฉันพยายามยกมุมปากแล้วฉีกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มเพื่อให้กำลังใจตนเองกระนั้นก็รู้สึกได้ถึงนัยน์ตาที่แห้งผาก และก้อนแข็งๆ ที่ติดอยู่ที่คอ

                ฉันนั่งรอ รอ และรอ..ฉันนั่งรอทายนานมากแต่เขาก็ยังคงไม่ออกมา จนเมื่อเวลาล่วงเข้าถึงสี่ทุ่มฉันก็เห็นคนเดินออกมาจากห้องพักชมรมที่มืดสนิทนั้นฉันพยายามลุกขึ้นให้เงียบที่สุดแล้วเดินเบาๆไปแอบดูเขาที่ข้างรั้วกั้นบอล ก่อนจะเห็นคนวิ่งผ่านหน้าฉันไป

                แต่คนที่วิ่งผ่านไปไม่ใช่ทายกลับเป็นผู้หญิงที่อยู่กับทายในห้องพักชมรมคนนั้น เธอจากไปพร้อมกับเสียงสบถก่นด่าทายตลอดทางฉันเบียดตัวเองให้แนบชิดกับริมรั้วให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เธอสามารถสังเกตเห็นฉันกระทั่งเธอวิ่งผ่านไปไกล จนฉันไม่ได้ยินเสียงสบถจากเธอ ฉันจึงหยุดยืนรอทายที่บริเวณริมรั้ว แต่สิบนาทีผ่านไปเขาก็ยังไม่ออกมานั่นทำให้ฉันตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องชมรมอีกครั้ง

                คราวนี้ฉันเคาะประตูเบาๆทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจึงค่อยๆผลักประตูเปิดออกแล้วก็ได้กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งทายนั่งหันหลังอยู่บนโต๊ะเล็กๆกลางห้อง ควันบุหรี่ลอยขึ้นมาเหลือศีรษะของเขาฉันไม่ถูกกับควันบุหรี่นักจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากและจมูก

                ฉันยืนนิ่งๆอยู่ข้างหลังทาย ส่วนทายก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อนราวกับเขาไม่รู้ว่าฉันกำลังยืนมองอยู่ฉันที่ใกล้จะหมดลมจึงลดผ้าเช็ดหน้าลง แต่แล้วก็กลับต้องสูดเอาควันบุหรี่เข้าไปเต็มปอดเพราะขณะที่เอาผ้าเช็ดหน้าออกเพื่อจะได้หายใจสะดวกนั้นทายก็หันมาพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าของฉันเต็มๆฉันไอค่อกแค่กสำลักควันบุหรี่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกตัวและหลบเลี่ยงสายตาแข็งกร้าวที่มองมาด้วยการค่อยๆเดินไปเก็บกระเป๋านักเรียนของทายที่วางไว้ตรงมุมห้องฉันเก็บของของทายที่วางอยู่ตรงโน้นตรงนี้จนเสร็จจากนั้นจึงรูดซิปกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วนำมาวางไว้ตรงโต๊ะที่ทายนั่งส่วนตัวฉันก็เดินไปเก็บโน่นเก็บนี่ที่สมากชิกชมรมทำตกไว้เพื่อนำไปทิ้ง

                แต่จู่ๆฉันก็รู้สึกถึงแรงบีบที่แขนและในพริบตานั้นก็รู้สึกถึงสัมผัสรุนแรงที่บดเบียดอยู่บนริมฝีปากฉันตกใจและดิ้นหนีแต่มือทั้งสองข้างของทายที่ข้างหนึ่งยังคงคีบบุหรี่อยู่ก็บีบหน้าฉันไว้แน่นทำให้ไม่สามารถหลุดจากมือแข็งแกร่งคู่นั้นได้

                กลิ่นบุหรี่และควันบุหรี่กำจายอบอวลอยู่ในจูบอันเย็นชานี้รสจูบของทายไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความหวานหอมฉันสัมผัสมันได้แต่เพียงแต่ความรุนแรงเท่านั้นฉันดิ้นพล่านเหมือนคนบ้าแล้วพยายามขืนตัวเองออกมา

                ไม่ใช่ฉันไม่รักแต่ฉันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้

                ฉันผลักทายออกอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ไม่ทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดจนทายปล่อยฉันออกมาเองฉันหายใจหอบและรู้สึกถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว

                "ได้จูบของฉันแล้วก็กลับไปซะสิเธอต้องการมันไม่ใช่เหรอ"

                แม้จะรับรู้และเคยคิดว่าตัวฉันเองทำใจได้กับความเย็นชาของทายแต่เปล่าเลย.. ฉันทำใจไม่ได้เลย ทั้งยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาที่ทายทำแบบนั้นฉันรู้สึกถึงริมฝีปากของตนเองที่สั่นระริกเมื่อทายพูดประโยคนั้นจบ     

                "ฉันไม่ได้ต้องการจูบของนาย"

                ฉันตอบกลับไปด้วยเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงทายจ้องหน้าฉันเหมือนกันจะกินเลือดกินเนื้อ 

                "แล้วเธอต้องการอะไร"

                "ฉันต้องการหัวใจของนายเพทาย"

                ทายแค่นเสียงดังเฮอะกับคำตอบของฉันแล้วหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสนุกสนานอยู่ในนั้นสักนิด

                "ยังไม่เลิกตลกของเธออีกเหรอ"

                เขาเยาะฉันด้วยรอยยิ้มดูถูก ฉันมองมันอย่างเจ็บปวดแต่ก็ยังฝืนใจตอบกลับไป

                "ไม่เลิกหรอกจนกว่าจะได้หัวใจของนาย"

                คราวนี้ทายส่ายหน้าช้าๆเขาคว้ากระเป๋าแล้วเดินไปที่หน้าประตูแล้วสูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะเขวี้ยงมันลงและใช้ส้นรองเท้าขยี้จนไฟสีส้มแดงดับลง  

                "ทุเรศ"

                คำพูดสั้นๆ สองพยางค์ที่ดังเข้ามากระทบโสตการได้ยินทำให้ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ทายก้าวเดินจากไปทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะสั่นจนไม่อาจรับน้ำหนักของร่างกายได้อีกไปฉันทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพลางยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าแล้วปล่อยให้หยาดน้ำตารินไหล

                ใช่ทาย..นายพูดถูกแล้วฉันมันทุเรศ..

                แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะคำว่าทุเรศของนายหรอกทาย

                ต่อให้นายไม่รักฉัน 

                ฉันก็ไม่มีวันไม่รักนาย

                ฉันขอโทษนะเพทาย

                ขอโทษจริงๆ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
เขียนได้ดีมากค่ะ ทั้งภาษา และอารมณ์ที่สื่่อออกมา พยายามต่อไปนะคะ สู้ๆ
จากคุณ kaotam/(kaotam) อัพเดตเมื่อ 13/12/2554 09:17:49
ความคิดเห็นที่ 2


โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ !! T^T  ทำไมเศร้าแบบนี้น้ออออ  จะเป็นยังไงต่อนะ ! O_O  รีบอัพนะคะ  ติดตามจ้าาา ^O^ ~~


จากคุณ PIRATE./(PIRATE.) อัพเดตเมื่อ 11/12/2554 18:07:24
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 106 ท่าน