Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 9 ความทรงจำที่ไม่เคยจางหายไป
10
09/12/2554 16:06:49
414
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 9 ความทรงจำที่ไม่เคยจางหายไป
                ...โรงเรียนมัธยมสาธิตริโค...
                ห้องคณะกรรมการนักเรียนที่ดูหรูหรายิ่งกว่าห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการโรงเรียน  ตอนนี้บรรยากาศเยือกเย็นแผ่กระจายไปทั่วห้องทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟาขนลุกชันไปทั่วร่าง 
                “ท่านชิน...  กาแฟขอรับ”  สุโอที่อยู่ในชุดนักเรียนยกแก้วกาแฟส่งให้คนที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง  สายตาของเขาไม่ละไปจากบานหน้าต่างกระจกนั้นเลยแม้แต่ตอนที่รับแก้วกาแฟมา 
                ฟูจิมิยะ ชินจิบกาแฟท่าทางสบายอารมณ์  แต่การที่เขาไม่พูโอะไรออกมาเลยทำให้โนโนฮาระที่นั่งรออยู่ในห้องนี้ถึงสิบนาทีรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ อย่างบอกไม่ถูก
                “นายเรียกฉันมาทำไมกัน...  ฉันมีเรียนคาบเช้านะ”  ชูริลุกขึ้นเพราะเริ่มจะรออยู่ในบรรยากาศมาคุแบบนี้ไม่ไหว
                “ไม่ต้องรีบขนาดนั้น...”  ชินแยะยิ้ม...  เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวใหญ่ราวกับประธานบริษัทใหญ่  จากนั้นวางถ้วยกาแฟลงอย่างใจเย็น  “ฉันบอกให้พวกนายอยู่ให้ห่างจากนัตสึกิ...  ทำไมถึงขัดคำสั่งฉัน”
                ชูริไม่กล้ามองสบตาที่ราวกับจะมองทะลุของคนคนนั้นเลย  เขาหลบเลี่ยงพลางว่า  “ฉันแค่อยากจะทักทายเพื่อนเก่า...  นายไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไรเลยนี่..”
                “นายไม่สนใจคำสั่งของฉันสินะ...”  เขาว่า  พลางหัวเราะในลำคอ  หึหึ  “น้องสาวของนาย...  เอ  ตอนนี้อยู่ปีหนึ่งสิ...”
                ชูริหันขวับทันที  ตอนแรกเหมือนจะทำท่าแยกเขี้ยวใส่  แต่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มทะเล้นแทน
                “นายไม่เห็นต้องสนใจเธอเลยนี่...  ถึงยัยนั่นจะถูกทำอะไร  ก็ไม่เป็นอะไรง่าย ๆหรอก  หรือว่านายยังไม่ลืมว่าเธอทรยศต่อนายยังไง...” 
                ชินส่งสายตาแข็งกร้าวใส่คนตรงหน้า  “สุโอ...  นายไปเชิญโนโนฮาระ  ฮิโนริมาที่ห้องฉันหน่อยสิ” 
                “ครับ....” 
                “เดี๋ยว!”  ชูริรีบร้องออกไปอย่างอารมณ์เสีย เขาหันไปมองหน้าชิน “นายจะเอายังไงกันแน่!”
                ชินแสยะยิ้ม  “หรือนายอยากจะเป็นแบบเจ้าเซนกิที่ตอนนี้เดินไปไหนก็มีแต่คนหัวเราะเยาะใส่...” 
                ภาพที่ถูกฟอร์เวิดเมลต่อกันจนทั่ว  ทำให้นิโจ้ เซนกิตอนนี้ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างใจเพราะระแวงสายตาของคนรอบข้าง... 
                “ยัยนั่น  ไม่ใช่คู่มือของฉัน!” 
                แปลว่าไม่กลัว...  หึ  “เอาอย่างนั้นก็ได้...  เพราะถึงยังไงฉันก็จะให้นายไปที่เรนชินอยู่แล้ว...”    
                “หา!”
                “นายต้องเอาตัวยูคิโอะกลับมาให้ฉัน!”
                สายตาของชินทอดยาวออกไป  อิชิบะ  ยูคิโอะ  หรือก็คืออิชิบะคนพี่  เพื่อนเก่าของเขา... 
               
                ขณะเดียวกันคนที่ว่าก็กำลังมองดูรูปถ่ายที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง...
                คนหกคนในรูปรวมทั้งตัวเขาเอง  ท่าทางสนุกสนานและรักใคร่กันดี...  เขาคิดถึงช่วงเวลานั้นเหลือเกิน  เห็นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
                คนที่กอดคอเขาอยู่นั้นน่ะเป็นนัตสึกิ  ส่วนคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายเธอก็คือฟูจิมูระ ชิน  ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็ยืนงอตัวอยู่ด้านหน้า  สีหน้าของพวกเขายิ้มแย้มและมีความสุข
                โนโนฮาระ ชูริ ยืนขนาบข้าง  นิโจ้ เซนกิ  และเขาที่อยู่ตรงกลาง...  คิโจจิ  เรียวสุเกะ...
                พวกเขาทั้งห้าคน  เป็นคนของตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจที่สุดในญี่ปุ่น  ส่วนนัตสึกิก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่พวกเขายอมยกพื้นที่ตรงนั้นให้...  พวกเขาเคยเป็นเพื่อนพ้อง...  ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
                “ยูคิโอะ...  นายรู้ไหมว่ามือถือที่มันใช้ส่งเมลได้นี่  มันราคาเท่าไหร่”  เสียงของผู้หญิงที่อยู่ในรูปดังใกล้เข้ามา  ทำให้เขาต้องรีบเก็บรูปถ่ายลงไปทันที
                “นัตสึกิ...เธอจะซื้อมือถืองั้นเหรอ”  เขาทำหน้าแปลกใจ  เธอก็เลิกคิ้วสูงขึ้น 
                “ก็ฟูจิมูระ ไคบอกว่าฉันน่าจะเปลี่ยนวิธีที่จะใช้ตู้แดงน่ะสิ” 
                ตู้แดง...  หึหึ  ยังคิดจะใช้วิธีนั้นอยู่อีกหรือ 
                “แล้วใช้เป็นหรือไง...”
                “หมอนั่นเป็นคนสอนให้น่ะ...  แต่วิธีส่งเมลในมือถือไม่ได้สอนหรอกนะ...อันนี้เห็นพวกผู้หญิงในห้องเค้าใช้กันน่ะ”
                ฟูจิมูระ  ไค...  เขารู้สึกเหมือนกันว่า  ไม่อยากจะให้นัตสึกิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นอีก...
                “แค่เธอบอกฉัน  ฉันก็จะสอนให้  ไม่เห็นต้องไปขอร้องคนอื่น...”  เขาไม่ชอบเลย...
                “อ้อ...  แต่ตอนนี้นายเป็นรุ่นพี่”  เธอยิ้ม...  “ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองก็มีรุ่นน้องเป็นแฟนคลับเหมือนกันน่ะ  ถ้าฉันไปยุ่งกับนายมาก ๆ สงสัยได้วิ่งวุ่นเหมือนคราวที่แล้วแหง ๆ”
                ยูคิโอะยิ้ม...  “ไม่เป็นไรหรอกน่า..  เมื่อก่อนยังไม่เห็นจะกังวลอะไร” 
                สายลมพัดปลิวมาท่ามกลางความเงียบชั่วครู่นั้น...  นัตสึกิหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองไปชั่วคราว...  อีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าตัวเองไม่ควรพูดถึงเรื่องราวเมื่อก่อนอีก... “ขอโทษ...  ฉันไม่น่า..”
                “ช่างเถอะ..” เธอปรับสีหน้า  “เอาเป็นว่าถ้าซื้อมือถือแล้ว ฉันจะเอามาให้นายสอนก็แล้วกัน”  เธอยิ้มแล้วตบบ่าเขาจากไป
                ความอบอุ่นนั้นยังหลงเหลืออยู่บนผิวหนัง  ยูคิโอะหลุบสายตาต่ำด้วยความเสียดาย...  เขาคิดถึงช่วงเวลาเก่า ๆ เหลือเกิน
               
                อีกสองอาทิตย์จะมีงานกีฬาประจำปี  เป็นงานกีฬาที่แข่งขันระหว่างโรงเรียนในเขตการศึกษาโตไดแห่งนี้  ปีนี้โรงเรียนมัธยมเรนชินได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ  ไคกับพวกคณะกรรมการนักเรียนทั้งห้าคนก็เลยต้องเตรียมงานอยู่อย่างวุ่นวายพอสมควร...  ส่วนสมาชิกใหม่อย่างเธอ  ก็ถูกคำสั่ง ‘ห้าม’  ทำตัวเกเรในระยะสองอาทิตย์ก่อนงานจะเริ่ม
                “น่าเบื่อชะมัด....”  นัตสึกิหาวนอนอย่างเคย  เธอเอามือเท้าคางมองพวกคนในโรงเรียนวิ่งวุ่นเตรียมงานกันอย่างคึกคัก  เธออาสาไปช่วยกลับไม่มีใครยินดี..  สงสัยว่านอกจากคำสั่งที่ให้ทำตัวสงบเสงี่ยมแล้ว  เธอคงจะทำอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีก
                “คุณนัตสึกิ!!!”  เสียงร้องเรียกของพวกปีสามวิ่งกรูกันมาอยู่หน้าห้องปีสอง  เธอหันไปมองคนพวกนั้น  ที่แท้ก็เป็นพวกหัวหน้าชมรมกีฬาต่าง ๆ ที่เธอรู้จักคุ้นเคยดีนั่นเอง
                “กรุณามาช่วยผมที่ชมรมด้วยเถอะคร้าบ!!!” 
                นัตสึกิหัวเราะให้กับตัวเอง...  นอกจากเรื่องใช้แรงงานนี่  เธอจะทำอะไรได้ดีอีกไหมนะ  เฮ้อ...
                เธอรับปากคนพวกนั้น  บรรยากาศวุ่นวายเมื่อครู่ก็หายไปทันที  บรรยากาศเดิม ๆ ในห้องของเธอก็กลับมาทันที...
                หือ....  ที่หน้าโรงเรียนมีใครบางคนที่เห็นก็รู้สึกขยะแขยงเข้าไส้แล้วยืนอยู่นั่นน่ะ...
                ไอ้บ้าโนโนฮาระ  มันมาที่นี่ทำไม!
                ขณะที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นไปมองที่มาของรังสีอำมหิตรุนแรง  เห็นใบหน้าของหญิงสาวก็ยิ้มทะเล้นให้อย่างเคย...
                “ไงจ้ะ เบบี๋”  เขาโบกมือแถม...
                นัตสึกิก้าวขาขึ้นไปบนของหน้าต่างทันที  ขมับของเธอมีเส้นเอ็นปูดขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย
                “แกกล้ามากนะที่มาเหยียบที่นี่  ชูริ!” 
                เหวอ!!!!  กระโดดลงมาแล้ว!  ชูริรีบถอยหลบลูกเตะที่หล่นลงมาจากฟ้านั้นของเธอ...
                “ยังต้อนรับได้รุนแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ...”  ที่ข้างหลังของเขายังมีนักเรียนจากสาธิตริโคชายหญิงอีกหลายคนตามมาด้วย  แต่นัตสึกิไม่ทันสังเกต 
                “มาทำอะไรที่นี่....”  นัตสึกิขมวดคิ้วถามอย่างไม่พอใจ 
                “ก็มาช่วยงานตามคำสั่งของชินยังไงล่ะ...” 
                ชื่อของหมอนั่น....  นัตสึกิกัดฟันแน่น...  “แล้ว...  มาด้วยหรือเปล่า” 
                “เสียใจด้วยนะ  ไม่ได้มาหรอก...  ถ้าไม่จำเป็นเขาก็คงไม่อยากมาเสียเวลาในที่แบบนี้หรอก”
                อ้อ...  จริงสิ...  ที่นี่ยังมีฟูจิมูระ ไค อยู่นี่นะ
                “ช่วยงานอะไร....  กลับไปได้แล้ว”  ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกไล่ตะเพิดกลับไปอย่างนี้  มีหรือที่พวกสาธิตริโคจะยอม 
                “เป็นแค่พวกชั้นต่ำ  อย่ามายุ่งวุ่นวายหน่อยเลย!”  หญิงสาวที่มาด้วยกันพูดออกมาอย่างยะโส  ที่หล่อนกับทุกทุกคนติดตามโนโนฮาระ ชูริมาก็เพราะยอมรับนับถือจากใจจริง  แล้วนัตสึกิเป็นใคร  กล้ามาเสนอหน้ากับท่านชูริของหล่อนได้!
                ชูริหันไปใช้สายตาดุ  “อย่าพูดแบบนั้น...  ถึงจะชั้นต่ำไปหน่อย  แต่น่ากลัวมากเลยนะ  ผู้หญิงคนนี้น่ะ”  เพราะถ้าไม่ระวังเอาล่ะก็...  อาจจะถูกทำเหมือนเจ้าเซนกิก็ได้
                “เห...  ขนาดตัวนายเอง  ก็มีคนของตัวเองแล้วหรือ...  ท่าจะยิ่งใหญ่ขึ้นจริง ๆ สินะ  พวกริโคเนี่ย...” นัตสึกิแสยะยิ้ม... 
                “ก็ไม่เท่าไหร่หรอก...  ถ้าเทียบกับชินน่ะนะ”
                เหอะ...  “ถ้าเปลี่ยนไปบ้างก็ดีอยู่หรอก  พวกนายนะ...”  สีหน้าของนัตสึกิเริ่มเย็นชาขึ้นบ้างแล้ว
                “มีเรื่องอะไรกันหรือครับ...” ร่างสูงใหญ่กึ่งเดินกึ่งวิ่งใกล้เข้ามาพร้อมกับเอ่ยขึ้น
                อิชิบะ  โทชิโอะ...  คนน้องงั้นหรือ..  “อ้อ...ไม่มีอะไร  พวกเราแค่มาช่วยเตรียมงานน่ะ  นี่เป็นเอกสารจากประธานนักเรียนนะ...”  ชูริยื่นจดหมายให้เขา
                หนอยไอ้บ้าโนโนฮาระ  ถ้ามีของแบบนั้นก็รีบเอาออกมาแต่แรกสิฟระ!  นัตสึกิหัวเสีย
                “อืม...  ถ้ามาช่วยเตรียมงานก็รบกวนไปรวมกันที่โรงยิมด้านในด้วยครับ”  โทชิโอะบอก  พลางเหลือบมองนัตสึกิแวบนึง  “อย่าลืมนะครับว่าสัญญาอะไรเอาไว้” 
                อ้ะ!  เกือบไปแล้วสิ... llll“รู้แล้วล่ะน่า!”  แค่ทำตัวดี ๆ เท่านั้น!
                “ถ้าผิดสัญญา  ไคคงไม่ใจดีเหมือนก่อนอีก...” 
                “น่าน่าน่า...”  นัตสึกิรีบหลบฉากไปโดยเร็ว  เธอรู้หรอกน่าว่าถ้าผิดสัญญาจะเกิดอะไรขึ้น...
                ‘ช่วยทำตัวดี ๆ ด้วยนะครับ...’  เสียงของไคดังหลอนประสาทเธอ  อา...  เป็นเพราะไอ้จอสี่เหลี่ยมนั่นแท้ ๆ !!!
                ชูริมองดูท่าทางสนิทสนมของโทชิโอะกับนัตสึกิแล้วเจ็บในใจ... 
                ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเขากับเธอก็เป็นแบบนั้นหรอกหรือ...  เคยพูดจาโต้เถียงกัน  เคยหยอกล้อกันแบบนั้น...
                เขากำหมัดแน่นเพื่อเก็บกดอารมณ์...
                “ช่วยนำทางไปทีสิครับ...”  ชูริหันไปบอกโทชิโอะ  อีกฝ่ายก็เลยต้องผละจากนัตสึกิเพื่อนำทางพวกโรงเรียนสาธิตริโคไปที่โรงยิมด้านหลัง...
                นัตสึกิเอง  เมื่อมองแผ่นหลังของชูริ  เธอเองก็รู้สึกเหมือนหลุมดำในหัวใจของเธอกำลังขยายกว้างขึ้น  เธอไม่อยากรู้สึกเช่นนั้นอีก  เพื่อไม่ให้หลุมดำนั้นแผ่ขยายครอบคลุมกัดกินหัวใจของเธอจนหมดสิ้น  เธอจะไม่พยายามเข้าใกล้คนพวกนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง 
                ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของฟูจิมิยะ ไคที่ยืนมองอยู่ที่ห้องของคณะกรรมการชั้นสอง...
                “ดูท่าจะจริงนะคะ  ที่พวกเขามีความสัมพันธ์กันมาก่อน...”  มินาโกะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ บอก
                “แต่เธอเป็นแค่คนธรรมดา ๆ เท่านั้น  เพราะอะไรกันนะ...”  คนพวกนั้นถึงได้เห็นความสำคัญของเธอกันนัก...
                “เพราะเป็น ‘เพื่อน’กันไม่ใช่หรือคะ...” มินาโกะเหลือบมองคนข้าง ๆ ที่ไม่ค่อยจะซาบซึ้งถึงความหมายของคำคำนั้นเท่าไหร่...
                เพื่อน...  งั้นหรือ.. 
                ในความทรงจำของฟูจิมิยะ ไค  ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำนั้นเลยสักครั้ง...
               
                ห้องเรียนชั้นปีสาม  มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนคอยอยู่... 
                ยูคิโอะเห็นชุดโรงเรียนสาธิตริโคแล้วก็หน้าบึ้ง...  เขาพอจะรู้ว่าเพราะอะไรผู้หญิงคนนี้ถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้
                “มีธุระกับผมหรือครับ...”  เขาเดินเข้าไปหาเธอ 
                หญิงสาวหน้าตาเคร่งขรึม  เมื่อเห็นคนที่ตัวเองรอแล้วก็รีบบอกจุดประสงค์ทันที
                “ท่านชูริรออยู่ที่ดาดฟ้าค่ะ”  
                เฮ้อ...  ท่าจะมีเรื่องให้กลุ้มอีกแล้วล่ะสิ...  เขาพยักพยักหน้ารับ  จากนั้นหันไปบอกเพื่อน ๆ ในห้อง
                “ถ้านัตสึกิมาหา  บอกว่าฉันกลับบ้านไปแล้วนะ”  
                พูดจบก็เดินไปพร้อมกับหญิงสาวต่างโรงเรียนคนนั้น....
                ประตูดาดฟ้าเปิดออก  ชูริเห็นร่างสูงโปร่งของคนคุ้นเคยก็ยิ้มทักทายออกมาอย่างเป็นกันเอง
                “ยุ๊กกี้!” 
                “ไง...” เขาเอือมระอาจริง ๆ ที่ได้ยินชื่อเล่นแต๋ว ๆ ของตัวเองแบบนี้  แต่ก็คิดถึงล่ะนะ...
                “ยังสบายดีอยู่เหมือนเดิมนะนายน่ะ...”  เขามองชูริแล้วพูดออกไปจากใจจริง  แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าพลางถอนหายใจ  “ใครว่าล่ะ...  อยู่กับชินก็เหมือนอยู่กับเสือนั่นแหล่ะ...  ไม่รู้จะหันมาแว้งกัดเราเมื่อไหร่” 
                “หึหึ...  ก็เป็นคนอย่างนั้นนี่นะ” 
                “แต่ฉันคิดถึงนายมากเลยนะ...”  เขาบอก  สีหน้าที่ไม่ต้องเสแสร้งแกล้ง  เป็นเฉพาะเวลาที่อยู่กับยูคิโอะเท่านั้น  เขาถึงจะแสดงออกมา  “ชินน่ะ...  บอกให้ฉันมาเกลี้ยกล่อมนาย..”
                จริง ๆ สินะ...  “ยังไงล่ะ?”  เขาถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ผู้ชายที่เหลี่ยมจัดอยากนั้นจะสรรหาวิธีอะไรมาจัดการกับเขากันล่ะเนี่ย 
                “นัตสึกิน่ะสิ...”  เขากัดริมฝีปาก 
                พอได้ยินชื่อหญิงสาว  ยูคิโอะก็เปลี่ยนสีหน้าทันที  คิ้วเข้ม ๆ ขมวดลงมาอย่างควบคุมไม่ได้
                “จะทำอะไร...” 
                “คิดมากไปแล้ว...  อย่างชินน่ะเหรอจะกล้าทำอะไรนัตสึกิรุนแรง  ก็แค่...  ทำเหมือนที่แล้วมา” 
                เขากลัวยูคิโอะจะเกลียดเขาไปด้วยดังนั้นรีบบอกออกไปทันที...  แต่สีหน้าของอีกฝ่ายก็ไม่เปลี่ยนไป
                “ใครอีก....  เป็นไค  มินาโกะ  หรือว่า...  น้องชายของฉัน...” 
                ประโยคสุดท้ายดูเหมือนเขาจะเน้นหนักมากกว่าเพื่อน...  คราวที่แล้วที่เกือบทำร้ายโทชิโอะ  เขาก็ตกใจจนหน้าซีดไปทีแล้ว..  ไอ้บ้าเซนกิมันแล่นแรงเกินไปจริง ๆ 
                “เรื่องนั้นต้องขอโทษที...  เพราะตอนนี้คนที่ใกล้ชิดกับนัตสึกิที่สุดก็คือเขาน่ะ” 
                ยูคิโอะหน้าเศร้าลงไป...  หมอนั่นมันจะเปลี่ยนไปมากมายถึงขนาดไหนกัน! 
                “เรื่องนั้นคงตกลงไม่ได้...”  ยูคิโอะบอกไปตามตรง  “ถ้าหากชินอยากได้อำนาจของตระกูลอิชิบะจากฉัน...  คงต้องบอกว่า ซอรี่ล่ะนะ  เพราะคนที่จะสืบทอดต่อจากพ่อของฉัน  ก็คือเจ้าโทชิโอะ  ไม่ใช่ฉัน” 
                ชูริเบิกดวงตากว้างด้วยความตกใจ  ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อน...  “นายพูดอะไร!”
                เขาเข้าไปกระชากคอเสื้อขอเพื่อนสนิท “ไหนว่าจะไม่ทิ้งกันยังไงล่ะ!  ไหนว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอด!  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็จะเดินไปด้วยกัน....”  ถึงตรงนี้น้ำตาของชูริไหลลงมาหยดแล้วหยดเล่า...
                “ขอโทษ...”  ยูคิโอะหลุบตาต่ำ...  “เป็นเพราะพวกนายเลือกทางเดินที่ต่างไปจากฉัน..” 
                “สำหรับฉันแล้ว...  ถ้าหากไม่เพราะพวกนายก็คงไม่คิดสืบทอดตระกูลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  แต่กับโทชิโอะไม่เหมือนกัน...  หมอนั่นตั้งใจจะเป็นตำรวจเหมือนกับพ่อ  เพราะฉะนั้น...”
                “เป็นเพราะนัตสึกิใช่ไหม!”  ชูริพาลไปทั่ว  “ต้องเป็นเพราะยัยนั่น!  นายบอกความจริงมาดีกว่าว่าตั้งแต่แรกที่นายเลือกจะออกมากับนัตสึกิ นายก็ตั้งใจหักหลังพวกเราแล้ว!”
                “ชูริ...  เก็บเอาไปคิดดูเถอะนะ  แล้วฝากเอาเรื่องพวกนี้ไปบอกชินด้วย...  นอกจากว่า เรียวจะกลับมา  นอกจากนัตสึกิจะยอมให้อภัย  ฉันจะไม่กลับไปอีกแล้ว”
                ยูคิโอะดึงมือที่จับคอเสื้อเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยออก  แล้วเดินจากไป
                “ไม่จริงใช่ไหม...  ยุ๊กกี้!!!” เสียงของชูริแผ่วเหมือนหมดแรง... 
                ร่างแบบบางที่นอนอยู่ด้านบนของประตูดาดฟ้าลืมตาขึ้นมาจากการหลับใหล... 
                แววตาของนัตสึกิเลื่อนลอยออกไป... 
                ถ้าหากหมอนั่นรู้ว่าเธอนอนอยู่บนนี้....  จะทำหน้ายังไงนะ...  ที่แน่ ๆ เธออาจจะตายเพราะขนมหวานที่หมอนั่นส่งมาอีกก็ได้...  คราวที่แล้วยังรู้สึกคลื่นไส้อยู่เลย... 
                ‘นัตสึกิ  อย่าไปเลยนะ...’  เสียงของชูริร้องเรียกเธอ  ภาพของเขากับเธอที่อยู่ในชุดนักเรียนม.ต้นของสาธิตริโค 
                ‘นอกจากเรียวจะกลับมา...  นายไม่ต้องเสียเวลารั้งฉันเอาไว้หรอก’  เธอบอกเขาอย่างเย็นชาทั้ง ๆ ที่สองตาของเขามีน้ำตาไหลนองออกมา 
                ‘ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องเอายุ๊กกี้ไปด้วยล่ะ!’  ชูริเช็ดน้ำตา ‘ให้ยุ๊กกี้อยู่สิ!’
                ‘ฉันไปบังคับหมอนั่นซะเมื่อไหร่ล่ะ’ 
                ‘เธอก็รู้ว่ายุ๊กกี้ทำตามที่เธอพูดคนเดียว’ 
                ‘หือ....  งั้นหรือ  ถ้าอย่างนั้น  ฉันก็ไม่ควรจะทิ้งเขาเอาไว้ที่นี่คนเดียวน่ะสิ...’ 
                สีหน้าช็อคของชูริในตอนนั้นไม่ได้ทำให้นัตสึกิสงสารเขาเลยแม้แต่น้อย...  แต่ตอนนี้เธอกลับเริ่มรู้สึกเสียใจ 
                เฮ้อ...  ถ้าไม่เอาหมอนั่นมาด้วยก็ดีหรอก..  ตอนนั้นเธอแค่อยากทำให้คนทั้งโลกเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เธอเป็น...    ทำลายความรู้สึกของหมอนั่นลงอย่างโหดร้าย... 
                ก็สมควรหรอกที่หมอนั่นจะโกรธเกลียดเธอจนอยากจะฆ่าให้ตายน่ะ....
                หือ...  กลิ่นอะไรน่ะ...   จมูกของเธอสัมผัสไวเป็นพิเศษโดยเฉพาะของกิน  แต่นี่มันไม่ใช่กลิ่นของกิน... 
                เสียงปิดประตูดาดฟ้าดัง  เห็นชัดว่าเจ้าหมอนั่นมันไปแล้ว...  นัตสึกิจึงลุกขึ้นมามองไปยังที่มาของกลิ่น
                เธอทอดสายตามองออกไป360องศา...  นั่นควันหรืออะไร  ลอยฟุ้งขึ้นมาจากโรงยิมด้านหลัง...
                ให้ตายเถอะ  ไฟไหม้!...  ภาพหมอนั่นกับรอยยิ้มลวงโลกของเขาลอยขึ้นมาในหัวของเธอ
                ‘อ้อ...ไม่มีอะไร  พวกเราแค่มาช่วยเตรียมงานน่ะ  นี่เป็นเอกสารจากประธานนักเรียนนะ...’ 
                ‘ช่วยนำทางไปทีครับ...’
                ไอ้บ้านั่น!  ตั้งใจทำสินะ! 
                พอนัตสึกิไปถึงที่เกิดเหตุ  พวกคนอื่น ๆ ก็พากันดับไฟไปจนหมดแล้ว  พอถามว่าเกิดอะไรขึ้น  พวกเขาก็บอกแค่ว่าอุปกรณ์การเตรียมงานถูกไฟไหม้หมด  กว่าจะดับกันได้  ก็ไหม้ไปกว่าครึ่งแล้ว 
                เธอเห็นพวกไคยืนอยู่ตรงนั้นทำหน้าครุ่นคิด... 
                จิโตเสะวางสายโทรศัพท์แล้วโวยวายออกมาอย่างหัวเสีย  “อะไรกันเนี่ย  โทรไปหาใครก็ไม่มีใครยอมให้เรายืมอุปกรณ์กีฬาเลย!” 
                “ซื้อใหม่เลยดีไหมจีจัง...”  โจวี่บอก  ท่าทางไม่ใส่ใจ  แต่รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากไคทำให้เขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั่ว...  “เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้”
                ไคไม่อยากให้งบประมาณมันเกินไปมากกว่านี้  เขาจะต้องไม่ใช้เงินแก้ปัญหาถึงแม้มันจะเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดก็ตาม  เขาหันไปมองกลุ่มนักเรียนจากสาธิตริโคที่ยืนอยู่อย่างไม่อนาทรร้อนใจ...  โดยเฉพาะโนโนฮาระ ชูริ 
                การที่โรงเรียนอื่น ๆ จะมาช่วยเตรียมงานกีฬาเขต  ก็เป็นเรื่องธรรมดา  เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้ตัวผู้ต้องสงสัยโดยไม่มีหลักฐาน  แต่เรื่องที่ไม่มีโรงเรียนไหนให้ความร่วมมือเรื่องขอใช้อุปกรณ์นั้นน่ะ... 
                ไคยกหูโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก  พอมีคนรับเขาก็พูดขึ้น  “นายตั้งใจจะทำอะไร...” 
                ที่ปลายสายย่อมเป็นชิน...  เขาแสยะยิ้ม  “นายคงจะรู้แล้วสิ  ว่าต่อให้จะเป็นที่ไหนก็ไม่มีใครให้นายยืมของ..  อ้ะ...แต่ถ้านายเอ่ยปาก  ฉันจะยอมช่วยก็ได้”
                สีหน้าของไคดูไม่ดีเอาซะเลย...  ถ้าหากหมอนั่นลงมือเอง  แน่นอนว่าต้องไม่มีที่ไหนกล้าขัดใจชินยอมให้เขายืมของที่ขาดอยู่แน่ ๆ  “ถ้าอย่างนั้น...  กริ้ก!” 
                ไคเบิกตากว้าง  โทรศัพท์ของเขาถูกนัตสึกิแย่งไปต่อหน้าต่อตา  ทั้งยังกดวางสายไปด้วย 
                “เธอจะทำอะไร...”  ไคมองเธออย่างไม่พอใจ...  เขาต้องข่มกลั้นอารมณ์แค่ไหนถึงจะตัดสินใจโทรไปเจรจาได้ 
                “เรื่องแค่นี้... ถ้าจัดการเองไม่ได้  นายก็ล้มเลิกที่จะเป็นทายาทของตระกูลไปได้เลย” 
                นัตสึกิโยนโทรศัพท์มือถือของไคทิ้งไป  แล้วทำเป็นไม่สนใจ... 
                “นั่นน่ะ...  แพงมากนะ”  เขาหรี่ตามองเธอด้วยความโมโห...  ยัยนี่จะทำให้เขาต้องลงมือบีบคอเธอให้ตายคามือหรือไง         
                “ถ้าขอคุณพ่อ...”  โทชิโอะนึกถึงโรงยิมของกรมตำรวจเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว  แต่นัตสึกิกลับหันไปมองเขาขวับอย่างไม่พอใจ... 
                “เป็นแค่นักเรียน  ก็จัดการไปอย่างนักเรียนไม่ได้หรือไง...  ด้วยกำลังของตัวเองน่ะ”
                มินาโกะจังยิ้มออกมา...  ช่วงเวลาแค่แปบเดียวที่คุณนัตสึกิเข้ามา  ก็ทำให้บรรยากาศอึมครึมสับสนเปลี่ยนไปทันที  ไคผู้มีอำนาจล้นฟ้า  โทชิโอะคุงคนที่คนทั้งกรมตำรวจเกรงใจ  พวกเขาทั้งสองกำลังถูกคนคนนี้ต่อว่าหรือเนี่ย...
                นัตสึกิมองพวกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นแล้วก็ถอนหายใจ  เธอเดินเข้าไปดูอุปกรณ์ที่เสียหายอย่างละเอียด  ที่ไหม้ไปก็เห็นจะมีพวกของที่ติดไฟง่าย  เช่นผ้าม่าน  ธงของชมรมเชียร์  เน็ต  ลูกบอล  เบาะ  ไม้ค้ำกระโดดสูง  แล้วก็คงต้องซ่อมพื้นโรงยิมสักหน่อย...
                “นี่...คุณประธานนักเรียน  เรื่องซ่อมโรงยิมน่ะ  ไม่รู้ว่านายพอจะรวบรวมพวกผู้ชายให้มาช่วยกันได้ไหม...” 
                ไคประหลาดใจ...  ถึงจะทำได้  แต่คนพวกนั้นจะยอมมาทำงานให้ได้ง่าย ๆ หรือ...
                “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...  โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นของพวกนายฝ่ายเดียวสักหน่อย”  เธอบอก “แล้วอีกอย่างนะ...” 
                นัตสึกิกำหมัด  พลางฉีกยิ้มกว้าง  “ถ้าใครไม่ยอมร่วมมือก็บอกฉันได้เลย...” 
                สีหน้าของทุกคนต่างก็เหนื่อยหน่าย...  นี่มันบีบบังคับกันชัด ๆ  
                “ส่วนพวกอุปกรณ์น่ะ...  ฉันจะให้โทชิโอะไปขอยืมมาจากบริษัทก่อสร้างข้าง ๆ นี่..  แล้วก็คงต้องซ่อมพวกเสากับรั้ว...  พวกชมรมช่างไม้ก็น่าจะทำได้นะ  ส่วนธงกับผ้าม่านก็ให้พวกชมรมตัดเย็บไปทำ  คนอื่น ๆ ก็ไปเตรียมงานกันต่อ...  อย่างนี้เป็นไง”  เธอบอกต่อ
                “แล้วค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ล่ะยะ”  จิโตเสะบอก  เธอเข้าใจล่ะว่านัตสึกิจะให้พวกเธอลงมือเอง  แต่พวกอุปกรณ์ที่จำเป็นก็ต้องใช้เงินซื้อเหมือนกัน 
                นัตสึกิหันไปหาไค...  “น่าจะอยู่ในงบไม่ใช่หรือ...  ถ้าไม่พอก็ให้โจวี่คุงออกไปก่อนก็ได้นี่...ออกจะร่ำรวย  แค่นี้คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง..”  นัตสึกิทำเป็นแกล้งโยนหน้าที่  แต่ไคก็รู้ดีว่าที่พูดมาทั้งหมด  ถึงเขาจะคิดออกมาได้แต่ก็คงไม่มั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จ  แต่กับนัตสึกิไม่เหมือนกัน...  สีหน้านั้นน่ะบอกเขาว่า  ให้เชื่อมือเธอได้เลย! 
                “เรื่องรวบรวมคน...  คงต้องมอบให้เทนโงซังช่วยหน่อยแล้วนะครับ...”  เขาบอกเธอ  “ผมคงต้องไปเตรียมงานต่อ”  ไคยิ้ม...  เขายิ้มออกมาในสถานการณ์เช่นนี้ได้  ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยทีเดียว
                มินาโกะเองก็เช่นกัน...  เธอลากจิโตเสะที่กำลังจะหาเรื่องออกมาก่อน พลางหันไปบอกนัตสึกิอย่างจริงใจ  “ขอบคุณนะคะ...รุ่นพี่” 
                นัตสึกิสบตาเธออย่างรู้ใจ...  เธอไม่พูดอะไร  เอาแต่ลากโทชิโอะกับโจวี่ออกไปกับตัวเอง...
                พวกปีสามถูกเธอเรียกออกมาแบ่งหน้าที่กันไปทำ  คนพวกนั้นเป็นคนของชมรมต่าง ๆ เรื่องระดมคนเธอถนัดนักล่ะ..  อีกด้านเธอให้โจวี่ไปหว่านเสน่ห์พวกสาว ๆ ชมรมตัดเย็บให้มาช่วยซ่อมงานผ้า  ส่วนโทชิโอะก็ออกไปขอยืมอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างใกล้ ๆ โรงเรียน  ตอนแรกพอได้ยินว่ามาจากมัธยมเรนชิน  พวกเขาก็ลังเล  แต่พอบอกว่านัตสึกิให้มายืม  พวกเขาก็ยินดีให้ยืมโดยไม่ถามอะไรสักคำ...
                ‘ฝากบอกนัตสึกิจังด้วยนะว่า  ท่านประธานฝากขอบคุณเรื่องเมื่อคราวก่อน’ 
                โทชิโอะขมวดคิ้ว...  อันที่จริงเขาก็รู้อยู่หรอกว่านัตสึกิเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องคนอื่น  แต่ไม่ยักรู้ว่าไปเกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโตกับเขาด้วยเหมือนกันนะนี่...
                ชูริมองดูพวกมัธยมเรนชินลงมือลงแรงช่วยกันอย่างสนุกสนาน...  ทั้ง ๆ ที่ตามแผนของชินแล้ว  ไคจะต้องยอมเสียศักดิ์ศรีตัวเองไปขอยืมอุปกรณ์กีฬาจากเขาแท้ ๆ ยัยนัตสึกิไม่น่าเข้ามาสอดมือ!
                ชิส์...  เขาคงต้องกลับไปรายงานชินก่อน...
                “ถ้าอย่างนั้นพวกผมคงต้องขอตัวกลับก่อน  คงไม่ว่าอะไรนะครับ...”  ชูริเดินเข้ามาบอกไค
                “ตามสบายครับ...  เรื่องที่มาช่วยต้องขอบคุณมาก”  ไคส่งสายตาเย็นเฉียบไปให้เขา  ทำเอาชูริสั่นไปทั้งตัว
                สายเลือดเดียวกัน  ถึงได้มีนิสัยคล้ายกันแบบนี้ใช่ไหม....  พวกฟูจิมิยะนี่ชอบใช้สายตาฆ่าคนสินะ            
                หลังจากเตรียมงานที่เหลือเสร็จ  ไคก็กลับมาคิดบัญชีในห้องคณะกรรมการนักเรียนกับพวกที่เหลือ
                “แล้วพวกลูกบอลล่ะ...จะซ่อมยังไง”  จิโตเสะอดบ่นไม่ได้... 
                “นัตสึกิบอกว่า  ไม่ต้องเป็นห่วง”  โจวี่บอกพลางนับเงินในกระเป๋าที่ถูกรีดไปซื้อพวกสีทาไม้น้ำตาแทบร่วง...
                จิโตเสะหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ  “เธอจะกังวลทำไม  เงินแค่นิดหน่อย..”
                โจวี่หันมามองเธอด้วยน้ำตา  “ยัยนั่นบอกไม่ให้ฉันใช้บัตรเครดิต  ทั้งยังขู่ไม่ให้ฉันโทรไปบอกพ่ออีกด้วย”
                “นี่มันปล้นกันชัดๆllll”  จิโตเสะขนลุก... 
                “นี่ส่วนของนาย”  มินาโกะยื่นซองให้  “ท่านไคบอกว่ามันอยู่ในงบน่ะ”
                โจวี่รับมาอย่างดีใจ “ว้าว...  จริงเหรอเนี่ย  ไม่อยากจะเชื่อว่าที่ยัยนั่นพูดจะจริง”
                ไคมองโจวี่อย่างอารมณ์ดี...  นึกถึงตอนที่โทรศัพท์ไปนั้นน่ะ  โชคดีที่นัตสึกิเข้ามาเสียก่อน  เขาจึงไม่ต้องเสียศักดิ์ศรี  และไม่ต้องติดหนี้บุญคุณของคนคนนั้น...  
                “แต่ก็ยังเป็นห่วงเรื่องลูกบอลอยู่ดี...  ยัยนั่นจะใช้วิธีอะไรกันแน่....”จิโตเสะชักสงสัย
                ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่า...  มันไม่น่าจะเป็นเรื่องดีไปได้เลย...
                เย็นวันนั้น...  ที่ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังในย่านการศึกษาโตได  นัตสึกิได้มาพบเพื่อนใหม่ต่างโรงเรียนสามคนที่เธอเคยเจอ...  หนึ่งในนั้นคือโนโนฮาระ  ฮิโนริ น้องสาวของชูริคนนั้น...  พวกเธอเคยพบกันที่ร้านนี้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
                “จริงเหรอคะ!”  เสียงของฮิโนริเกือบจะทำให้คนอื่นในร้านตกใจตามไปด้วย 
                “ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่ามัธยมเรนชินจะขี้โกงแบบนี้...” เพื่อน ๆ ของเธอก็มาจากต่างโรงเรียนเช่นกัน “เล่นเอาลูกบอลมาดัดแปลงเพื่อให้ฝ่ายตัวเองชนะเนี่ย...” 
                นัตสึกิพยักหน้าหงึกหงัก... “ชมรมบาสก็ใช้ลูกบอลเล็กกว่าเดิมด้วยนะ..” 
                “ไม่อยากเชื่อ!แบบนี้พวกเราเอาของตัวเองไปใช้ดีกว่า  ไว้ใจไม่ได้เลยนะเนี่ย...”
                “แล้วพวกชมรมวอลเล่ย์ก็ด้วย...  พวกนั้นน่ะ....”
                “ไม่ฟังแล้วค่ะ...ยังไงซะพวกนั้นก็ต้องขี้โกงอยู่ดี  พวกเราเอาอุปกรณ์ของเราไปใช้แข่งเองดีกว่า  จริงไหม”
                เพื่อน ๆ ของเธอพยักหน้าตาม  “ต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกโรงเรียนอื่นด้วย...ไม่งั้นเสียเปรียบแย่..”
                “พวกเราต้องทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมสิ!  จริงไหมคะ คุณนัตสึกิ”  ฮิโนริพูดพลางยิ้มเอาใจคนข้าง ๆ
                นัตสึกิฉีกยิ้มกว้างตอบ...  “แน่นอน!”
               
                นัตสึกิหอบเบอร์เกอร์กลับมากินที่บ้าน  ระหว่างทางกลับเจอใครบางคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอ...  เธอแหงนมองถนนรอบข้าง... 
                แถวนี้มันโรงเรียนกวดวิชา...  มิน่าล่ะ...
                ฟูจิมิยะ ชินกำลังยืนมองดูเมลในมือถือของตัวเอง  พลางหันไปเห็นร่างแบบบางที่เขากำลังคิดถึงอยู่เดินผ่านมาพอดี   แปลกเหลือเกินที่ได้มาพบกันในที่แบบนี้... หญิงสาวทำท่าจะเดินผ่านเขาไปเรากับเขาเป็นอากาศธาตุเสียด้วย...
                “นัตสึกิ...” เขาเรียกเธอ  เธอจึงหยุดเดินแล้วหันหน้ามา 
                “อย่ามาเรียกชื่อกันซะสนิทสนมแบบนั้นสิ...เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดว่าฉันกับนายเป็นอะไรกัน”
                เธอแสยะยิ้ม...แต่ดวงตาไม่ยิ้มด้วย 
                ชินไม่โต้ตอบ “ได้ยินว่าเธอ  ตอนนี้กลายเป็นลูกน้องของไคไปแล้ว...  เขาดูแลเธอดีหรือเปล่าล่ะ...”
                ลูกน้อง?  นัตสึกิขมวดคิ้ว  “ก็ดี...  หมอนั่นสอนให้ฉันรู้อะไรหลายอย่างเลยทีเดียว”  เธอบอกคลุมเครือ
                สอน?...  สอนอะไร?  “ว่าไงนะ” 
                “ว่าแต่นายเหอะ...  อยากจะเอาชนะหมอนั่น  ต้องใช้วิธีที่รุนแรงถึงขนาดไหนกัน...  ถ้าหากไฟนั่นมันฆ่าคนตายไปด้วย  นายจะทำยังไง...”
                “ฉันไม่ได้เป็นคนทำนี่...”  ชินยิ้ม... 
                ไอ้หมอนี่!  “หึ...  ก็ไอ้นิสัยแบบนี้ไงล่ะ  ที่ทำให้ฉันเกลียดขี้หน้า” 
                ชินยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน  เขาพูดกับเธอก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป
                “รอก่อนเถอะ...  เธอจะเห็นว่าหมอนั่นก็ไม่ได้ต่างไปจากฉันนักหรอก!” 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

up up up

จากคุณ PJYG/() อัพเดตเมื่อ 09/12/2554 20:43:05
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 194 ท่าน