Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Rebel of the rule ทรยศกฎหัวใจฉีกความตายให้เรารักกัน!!
ployplay_thieflady
[[CHAPTER :: 5]]
5
09/12/2554 00:59:22
336
เนื้อเรื่อง
5
 
“ไง...ซีเวียร์ ^^” เรียวยะทักทายฉันเหมือนเดิมที่มาถึง แต่ตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ที่จะทักก็เลยตอบส่งๆ ไป
“ดี...”
“อ้าว...วันนี้เป็นอะไรไปล่ะ?” เรียวยะถามออกมาอย่างงงๆ เพราะไม่เคยที่จะมีสักครั้งหรอกที่ฉันจะอารมณ์เสียเมื่อมาโรงเรียน แต่เป็นเพราะไอ้บ้าโมคัสคนเดียวเลย ชิ -3-
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก -*-”
“ไปหาเรื่องคนอื่น แล้วโดนเขาตลบหลังมาอ่ะดิ ถึงได้ทำหน้าเป็นหมาสอบตกแบบเนี่ย ^o^” ฉึก!! เหมือนมีมีดหล่นมาปักอยู่ที่กลางหัว เมื่อไอ้ลูเปียมันตอบคำถามของเรียวยะอย่างกับรู้เรื่องที่ฉันโดนมาเลย
อยากจะเอาด้ายมาเย็บปากมันซะจริงๆ -*-
“L” ฉันเลยได้แต่มองหน้ามันอย่างเคืองๆ เท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะทะเลาะกับมัน แค่เรื่องเมื่อเช้าก็ทำให้ฉันหงุดหงิดจนจะกินหัวไอ้ลูเปียได้อยู่แล้ว -*-
“วันนี้ฟ้าคงถล่ม มรสุมจะพัดเข้าประเทศ น้ำแข็งขั้วโลกต้องละลาย น้ำจะท่วมโลกแล้ว ยัยซีเวียร์ไม่ตอบโต้ฉันเลยแม้แต่คำเดียว โอ้... >o<” ถ้าฉันจับมันไปปล่อยที่ชายแดนแล้วมัดมันไว้กับต้นไม้ โดยที่ไม่ให้น้ำให้ข้าวมันกิน มันจะตายไหม?ถ้ามันตาย...ฉันจะทำ - -*
“เร็วเถอะเรียวยะ ฉันว่ากลับบ้านไปเก็บข้าวของแล้วย้ายไปอยู่ดาวอังคารดีกว่า ฉันยังไม่อยากเจอมรสุมตอนนี้ TToTT” ยัง...มันยังไม่จบ -*-
“พอเถอะน่าลูเปีย ฉันว่าวันนี้ซีเวียร์ดูแปลกๆ นะ แกก็อย่าไปกวนซีเวียร์เลย” โอ้...พ่อยอดชายของฉัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนกับเพื่อนของฉันนะ แม่จะจับมาจูบซะให้เข็ด ^3^ (ยัยหื่น -*-)
“L”
“เออๆ...โอเค วันนี้ไม่กวนสักวันก็ได้ -*-” แล้วไอ้ลูเปียก็ล่าถอยออกไป ชิ...ก็แค่วันนี้เท่านั้นแหละ ฉันรู้ - -*
“เป็นไรเหรอ?” ลูซี่เดินเข้ามาถามฉันนิ่งๆ ตามสไตล์ของตัวเธอ แต่ใครเขาจะกล้าเล่าล่ะ อายเป็นนะ T^T
“แหะๆ...ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วงนะ ^^”
“งั้นก็กลับมาเป็นซีเวียร์ขี้แกล้งคนเดิมเร็วๆ นะ เดี๋ยวลูเปียจะไม่มีคนคอยกัด ^^” ฉันไม่ได้เป็นหมาเหมือนไอ้ลูเปียมันนะพอลลี่ เธออย่าเหมารวมกันสิ ToT
“พอลลี่อ่ะ >o<”
“โอ๋ๆ...ล้อเล่นจ้า ^o^”
“ไปนั่งที่กันเถอะ” พอเห็นว่าอาจารย์กำลังจะเข้าสอน เรียวยะก็เป็นคนบอกให้พวกเราสลายตัวกันได้แล้ว ไอ้ลูเปียที่วันนี้ไม่มีฉันคอยเถียงด้วย ก็ทำหน้าเซ็งโลกแล้วเดินกลับไปนั่งที่ข้างเรียวยะ พอลลี่ที่นั่งกับลูซี่ก็เดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ฉันเลยได้แต่นั่งเป็นหมาหงออยู่คนเดียว แง๊...คิดถึงการ์ด้าจัง YoY
เอ...แล้วฉันด่าตัวเองเพื่ออะไรล่ะเนี่ย - -a
 
กริ๊ง!!!!
เสียงออดบอกเวลาพักเที่ยงดังขึ้น พวกเราทั้งห้าคนก็เดินไปที่โรงอาหาร แต่วันนี้ดูเหมือนว่าคนจะเยอะเป็นพิเศษ เพราะวันนี้มีกิจกรรมOpen home ที่โรงเรียน ทางโรงเรียนจึงได้เปิดให้นักเรียนระดับเกรด 4-6 เข้ามาเยี่ยมชมในโรงเรียน ดังนั้นพอถึงเวลาพักเที่ยง โรงอาหารจึงได้เต็มไปด้วยนักเรียนตั้งแต่เกรด 4-12 รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น
“โหย...โรงอาหารหรือกรงเลี้ยงหมูกันเนี่ย ทำไมคนเยอะจัง -*-” ไอ้ลูเปียบ่นออกมาพร้อมกับมองหาที่นั่งไปด้วย แต่แกคิดได้ไงเนี่ย เอาคนไปเปรียบกับหมู โรงอาหารที่นี่สะอาดมากเลยนะ ยังจะกล้าพูดว่าเป็นกรงหมูอีก -*-
“ที่นั่งเต็มหมดแล้วอ่ะ ทำไงดีล่ะเรียวยะ?” พอลลี่หันหน้าไปขอความคิดเห็นของเรียวยะ หมอนั่นทำท่าคิดอยู่สักพักก็เริ่มพูดออกมา
“งั้นเราซื้ออาหารไปกินที่สวนชาร์ดี้กันดีกว่ามะ?” เรียวยะเสนอความคิดเห็นออกมา แล้วมองหน้าเพื่อนๆ ที่ต้องช่วยกันตัดสินใจ คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยกันทั้งนั้น พวกเราก็เลยเดินไปซื้ออาหารใส่กล่องแล้วเดินออกมาที่สวนชาร์ดี้กัน
สวนชาร์ดี้ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่มากเท่าไหร่ เพราะส่วนมากนักเรียนคนอื่นจะไปทานอาหารที่โรงอาหารซะส่วนใหญ่ ก็มีแต่นักเรียนส่วนน้อยที่ห่อกับข้าวมานั่งทานกันเองซะมากกว่า แล้วไอ้ส่วนน้อยเนี่ย ก็มีแต่พวกคู่รักที่อยากสวีทหวานแหววกันน่ะแหละ อ่อ...แล้วก็มีพวกนักกีฬาบาสมาเล่นกันด้วยนะ เพราะสนามบาสมันอยู่ติดกับสวนชาร์ดี้นี่แหละ
พวกเราเดินมานั่งที่โต๊ะหินที่ว่างอยู่ตัวหนึ่งใต้ต้นไม้ที่อยู่ติดกับสนามบาส แถวๆ นี้มีโต๊ะหินอยู่สองตัว อีกตัวหนึ่งมีกระเป๋าวางจองเอาไว้แล้ว ส่วนด้านอื่นก็มีแต่คู่รักเต็มไปหมด พวกเราเห็นว่ามันไม่วุ่นวายดีก็เลยเดินมานั่งพอพวกเราทานอาหารกันเสร็จ อีตาบ้าปากเสียนามว่าลูเปียก็เริ่มจ้อออกมา
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้างอะไรบ้าง มันก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย - -+” สายตาของลูเปียกวาดมองไปรอบๆ ทำให้พวกฉันต้องหันไปมองตามสายตาของมัน ก็เห็นสาวน้อยสาวใหญ่เดินผ่านไปผ่านมากันให้ขวักไขว่ พร้อมกับส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาให้ไอ้ลูเปีย เอาแล้วไงล่ะ...ปฏิบัติการหน้าหม้อของมันเริ่มแล้ว -*-
“ผู้หญิงพวกนั้นต้องมีตาอยู่ที่ตาตุ่มแน่เลย ที่หลงมาสนใจนายได้เนี่ย -o-” ฉันพูด พลางกระดกน้ำในขวดเข้าปากตัวเอง
“อ๋อเหรอ...ใครจะเหมือนเธอล่ะ ยัยอกจอแบน ไม่มีใครเอา J” แล้วปากหมาๆ ของมันก็ไม่เคยทำให้รูหูของฉันปลอดโปล่งได้เลยแม้ในยามนี้ -*-
“-o-” ฉันทำเป็นไม่สนใจแล้วกระดกน้ำต่อไป ลูเปียหัวเสียเล็กน้อยที่ฉันไม่ต่อปากต่อคำด้วย ก็เลยหาเรื่องแกล้งฉันโดยที่...
โบ๊ะ...
พรวด...
“ว๊ากกก...ยัยบ้า แกบ่นน้ำใส่หน้าหล่อๆ ของฉันได้ไง >o<” ทุกคนคงจะงงนะคะว่าเสียงข้างบนมันคือเสียงอะไร เดี๋ยวฉันจะเฉลยให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละค่ะ - -*
ในเมื่อมันแกล้งฉันทางคำพูดไม่ได้ ไอ้บ้าลูเปียก็หันมาแกล้งฉันที่กำลังกระดกน้ำเข้าปากอย่างเมามัน มันผลักขวดน้ำของฉันออกจากปาก เป็นเหตุทำให้น้ำที่อยู่ในปากของฉัน พุ่งออกมาใส่หน้าของมันที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉันอย่างเต็มรัก ฮ่าๆ...นี่แหละ ผลกรรมติดเทอร์โบ ^o^
“ฮ่าๆ...” แล้วพวกเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ส่วนไอ้คนที่มันแกล้งฉันก็ได้แต่ยกแขนเสียเช็ดหน้าตัวเองอย่างรีบเร่ง และไม่ใช่เพียงแต่กลุ่มพวกเรานะที่หัวเราะ สาวๆ ที่เดินกันผ่านไปมา เมื่อได้เห็นหน้าไอ้ลูเปีย ก็ต่างพากันหัวเราะคิกๆ ไล่หลังไป ฮ่าๆ...สะใจเป็นบ้าเลย ^o^
“หน็อย...ยัยโลชั่น กล้าหัวเราะฉันเหรอ -*-” ลูเปียที่เสียหน้ากับสาวๆ เริ่มหาทางแก้แค้นฉันคืนทันที อ้าว...งานเข้าแล้วเหรอเนี่ยตรู T^T
“ไอ้ลูเปีย แกแกล้งฉันเองนะ ฉันไม่ได้เป็นคนก่อเลยด้วยซ้ำ -o-” ฉันพูดออกมา แล้วก็เตรียมตั้งท่าจะวิ่ง เพราะอย่างไอ้ลูเปียแล้ว ถึงแม้มันจะผิด แต่มันมีความสามารถพิเศษอยู่อย่าง คือโยนความผิดไปให้ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างหน้าตาเฉย -*-
“ไม่รู้แหละ แกโดนแน่...!!” พอพูดจบ สัญชาตญาณของฉันก็สั่งให้ต้องวิ่งหนีมันทันที อ๊ากกก...อย่าตามมานะโว๊ย >o<
ฉันกับมันวิ่งไล่กันไปมาอย่างทรหด ด้วยการที่เราทั้งสองก็เป็นนักกีฬากรีฑามาก่อน การวิ่งแค่นี้จึงไม่มีผลทำให้ฉันเหน็ดเหนื่อยมากเท่าไหร่ และฉันกะมันก็คง(อาจจะ)สนุกกับมันด้วยล่ะมั้ง -o-
เสียงหัวเราะกิ๊กกั๊กของพวกพอลลี่ ลูซี่ และเรียวยะดังผ่านโสตประสาทรูหูของฉัน แหม...ครื้นเครงกันจังนะ ถึงแม้ฉันจะเป็นนักกีฬามาก่อนแต่ก็เหนื่อยเป็นนะโว๊ย!! >o<
“ไอ้ลูเปีย หยุดเลยนะ เหนื่อยแล้วนะโว๊ย!!!” ฉันหยุดวิ่งแล้วตะโกนออกไป พร้อมกับทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร ส่วนมันเองก็คงจะเหนื่อยเหมือนกัน ก็เลยหยุดวิ่งแล้วหอบแฮ่กๆ ยืนมองหน้าฉันอยู่
“แกก็มาให้ฉันเอาน้ำราดหน้าแกก่อนสิวะ แล้วฉันจะได้หยุด >o<”
“เรื่องอะไรล่ะ เทน้ำทิ้งให้หมดเลยนะ -*-”
“เรื่องอะไรอีกเหมือนกัน แกทำฉันขายหน้า แกต้องได้รับโทษ >o<”
“แกทำตัวเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาโทษฉันเลยนะ -*-”
“ไม่รู้ไม่ชี้ >3<” ไอ้เวร...-*-
“เฮ้...ระวัง!!!”
โป๊ก...
แล้วก็มีสองเสียงที่ดังขึ้นเกือบจะพร้อมกันเกิดขึ้นทางด้านหลังฉัน(อีกแล้ว -*-) ฉันจึงหันหน้าไป และรับลูกบาสที่ลอยมากระทบกับหัวสมองของฉันแบบเต็มๆ แง๊...รู้งี้ไม่หันไปซะก็ดี TT[]TT
“เฮ้ย...ซี!!”เพราะความแรงของลูกบาสที่ลอยมากระทบกับหัวฉันพอดี ทำให้ฉันล้มลงไปกองอยู่กับพื้น(ไม่ใช่เพราะฉันสำออยน้า T^T) ลูเปียที่เห็นว่าฉันล้มลงไปก็รีบวิ่งเข้ามาดูฉันทันที พอเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทีไร ไปบ้าเนี่ยมันก็จะเรียกชื่อฉันแบบย่อๆ ทุกที พอพวกเรียวยะเห็นอย่างนี้ก็เลยรีบวิ่งเข้ามาหาฉันเสียยกใหญ่
“อ่อย[email protected][email protected]”ฉันพึมพรำออกมาเบาๆ ตอนนี้มีแต่ดาวเต็มหัวฉันไปหมดเลยอ่า ทั้งๆ ที่แดดยังแยงตาฉันอยู่เนี่ยนะ -*-อย่าให้รู้นะว่าลูกบาสมันมาจากใคร แม่จะ...
“เป็นไรมากหรือเปล่า? ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” จะ...โอ้...หล่อจัง *o*(ได้ข่าวว่าเมื่อกี้แกโกรธอยู่ -*-)
พอฉันเงยหน้าขึ้นมาก็เจอะเจอกับพ่อรูปหล่อของฉันเข้าอย่างจัง เขานั่งชันเข่าแล้วมองมาที่ฉันอย่างห่วงใย (เพราะเขาเป็นคนปาลูกบาสมาใส่หัวฉันไง -*-) ตอนที่เห็นครั้งแรก ก็ว่าเขาดูดีมากแล้วนะ ยิ่งมาเห็นในระยะใกล้ชิดแบบเนี่ย ฉันยิ่งทำใจลำบาก *o*
“เฮ้...ยัยโลชั่น เป็นไรมากเปล่าเนี่ย?” ลูเปียที่รีบวิ่งมาหาฉันถามออกมาอย่างเป็นห่วง แหม...เพิ่งเคยเห็นมุมดีๆ ของมันก็วันเนี้ยเนี่ยแหละ - -*
“ซีเวียร์..เป็นไงบ้าง?” ส่วนพวกเรียวยะที่มาถึง ก็เอ่ยถามออกมาอย่างเป็นห่วง และก็เป็นพอลลี่...นางฟ้าน้อยๆ เอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ...ขอโทษนะ” ทีเครสพูดออกมาเบาๆ ด้วยใบหน้าที่สำนึกผิด โอ้...ได้โปรด อย่าทำสายตาแบบนั้น หัวใจฉันจะวาย >///<
“เอ่อ...ฉะ...ฉันไม่เป็นไรหรอก แค่มึนๆ นิดหน่อยเอง ^^” ฉันตอบออกไปพร้อมกับยิ้มนิดๆ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าฉันไม่เป็นอะไรมาก พอได้คำตอบแบบนี้ ทีเครสก็ยิ้มออกมาหน้าบานเลยล่ะ
โรคหัวใจกำเริบเลิฟ...ละๆ...เลิฟ...เลิฟ...เลิฟ *o*
“ก็น่าอยู่หรอก เธอน่ะหัวแข็งยิ่งกว่าลูกบาสซะอีก เอ...ลูกบาสจะเจ็บมากไหมเนี่ย ไหนๆ ดูซิ - -+” แล้วไอ้บ้าลูเปียก็เริ่มออกอาการปากหมาขึ้นอีกรอบ -*-
“เฮ้...เป็นไงกันบ้างล่ะ?” แล้วฟ่งซินก็เดินตามมาสมทบกับทีเครส เขามองมาที่ฉันนิ่งๆ แล้วก็เอ่ยออกมา
“ขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยนะ มันก็เงี่ยแหละ เล่นบาสไม่เอาอ่าว -o-” พอได้ทีเขาก็ซ้ำเพื่อนตัวเองทันที เหอะๆ
“อ้าว...ไอ้นี่ -*-”
“นี่...ฉันว่านะ พาซีเวียร์ไปห้องพยาบาลดีกว่า อาจจะสมองบวม ช้ำใน หรือใกล้ฉีกแล้วก็ได้นะ >o<” เอ...ฉันเป็นหนักขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย -*-
“แค่โดนลูกบาสกระแทกหัวเนี่ยนะ? -*-” ฟ่งซินพูดออกมาอย่างงงๆ พร้อมกับมองหน้าพอลลี่ที่ดูห่วงฉันอย่างกับฉันกำลังจะตาย -*-
“เหอะน่า...รีบพาไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่านะ เอ่อ...นายน่ะแหละ เป็นคนทำเพื่อนฉัน ก็ต้องพาไปที่ห้องพยาบาล - -+” พอลลี่พูดออกมา พร้อมกับชี้นิ้วสั่งทีเครส เขามองหน้างงๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ ตอนนี้ใบหน้าของแต่ละคนมีแต่เครื่องหมายคำถามและงงอยู่เต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ฉัน - -a
ขณะที่ทีเครสกำลังเดินเข้ามาช่วยพยุงร่างของฉันที่นั่งแหมะอยู่ที่พื้น ยัยพอลลี่ก็รีบวี๊ดๆ ว๊ายๆ เข้ามาห้ามทันใด
“ไม่ได้ๆ ต้องอุ้มไปสิ ไม่รู้ว่ามีส่วนไหนมันหักหรือเปล่า อุ้มไปเลยดีที่สุด >///<”
“- -a” และนี่คือสีหน้าของทุกคน
“-o-”สีหน้าของทีเครส
“=_=?” และสีหน้าของฉัน
“มัวทำหน้าเอ๋ออยู่ทำไมล่ะ รีบๆ พาไปเร็วๆ สิ >o<” ขณะที่พวกเรากำลังหน้างงอยู่นั้น พอลลี่ก็ได้เร่งทีเครสอีกรอบ ทีเครสก็เลยรีบเข้ามาอุ้มฉัน แล้วพาฉันไปห้องพยาบาลทันที ก่อนที่ทีเครสจะพาฉันพ้นสายตามานั้น ยัยนั่นก็ขยิบตาให้ฉันเสียยกใหญ่เลยล่ะ
อ่อ...ที่แท้ก็เป็นแผนของยัยนั่นนี่เอง แสบนักนะ >///<
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 241 ท่าน