Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Rebel of the rule ทรยศกฎหัวใจฉีกความตายให้เรารักกัน!!
ployplay_thieflady
[[CHAPTER :: 4]]
4
09/12/2554 00:58:22
347
เนื้อเรื่อง
4
 
“แม่จ๋า...ซีกลับมาแล้วจะแม่ ^o^”
“แหม...ลูกคนนี้นี่ โตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ J”
“ก็หนูรักแม่นี่นา ^o^” พอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวแล้วโผเข้ากอดและอ้อนแม่ของฉัน และแทนตัวเองอย่างสนิทกับพ่อแม่ว่า ‘ซี’เพราะด้วยความสนิทกันมาก ฉันถึงแทนตัวเองด้วยคำสั้นๆ เท่านั้น ที่ประจำของแม่ฉันก็คือในครัวเนี่ยแหละ ที่บ้านของฉันไม่ได้เปิดเป็นร้านเบเกอร์ แต่แม่ของฉันก็ชอบทำขนมไปส่งที่ร้านเป็นประจำ และด้วยความที่แม่ฉันเป็นคนที่มีฝีมือการทำขนมขั้นเทพ ทางร้านเขาก็เลยมีออร์เดอร์เข้ามาหาแม่ของฉันทุกวัน
แต่แม่ก็รับมาแค่จำนวนไม่มาก เพราะแกอยากมีเวลามาดูแลบ้าน และดูแลชีวิตครอบครัวของเราให้สมบูรณ์ เป็นไงล่ะ เป็นแม่ที่น่ารักมากเลยใช่ไหม ^^
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวพ่อก็จะกลับมาแล้ว ไปตั้งโต๊ะดีกว่า แม่ทำกับข้าวเกือบจะเสร็จแล้ว” แม่หันมาสั่งฉัน แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำกับข้าวต่อ ถึงฝีมือการทำอาหารฉันจะไม่เด็ดเท่าของแม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจะทำอาหารไม่เป็นสัปปะรดนะ ฝีมือฉันก็มี - -+
ปรี้น....!!
ฉันยกกับข้าวออกไปตั้งโต๊ะตามความเคยชิน แล้วไม่นานเสียงรถยนต์บีบแตรส่งเสียงเรียกอยู่หน้าบ้าน เป็นแบบนี้ทุกวันเลยล่ะ ฉันก็ต้องออกไปเปิดประตูรถให้พ่อทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์และอาทิตย์ จะทำไงได้ ฉันดันเกิดมาเป็นลูกคนเดียวน่ะสิ แม่เป็นคนที่เลือดไม่ดีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ทำให้มีลูกได้แค่คนเดียว เพราะถ้าเกิดมีลูกมากๆ มันจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่ พ่อฉันเปิดธุรกิจส่วนตัว ขายที่ดินอะไรทำนองเนี่ย พ่อไม่อยากให้แม่ทำงานหนัก เดี๋ยวสุขภาพจะแย่เอา ก็เลยให้แม่อยู่บ้าน คอยดูแลบ้านซึ่งเป็นงานเบาๆ อย่างที่แม่ถนัด ดีกว่าไปทำงานที่บริษัทเดียวกับพ่อ
“วันนี้กลับไวกว่าปกตินะคะพ่อ” ฉันเดินไปที่ในขณะที่พ่อกำลังก้าวเท้าลงจากตัวรถ พ่อส่งกระเป๋ามาให้ฉันถือ พลางปลดเน็กไทออกจากคอ
“แหม...ยัยตัวดี เห็นทักอย่างนี้ทุกวัน พอกลับเร็วก็งง พอกลับช้าก็บ่น ตกลงอยากให้พ่อกลับช้าหรือกลับเร็วกันล่ะ” พ่อพูดออกมา พร้อมกับเอามือมาขยี้ที่หัวฉันเล่นเป็นประจำ
“ก็แค่อยากรู้นี่คะ ป่ะ...ซีตั้งโต๊ะไว้แล้ว ไปทานข้าวกันดีกว่า ^^” แล้วฉันก็โอบเอวของพ่อเดินเข้าไปในบ้านของตัวเองทันที พอเข้ามาถึงในบ้านก็เจอแม่ที่ยกกับข้าวอย่างสุดท้ายออกมาจากครัว เราก็เลยนั่งทานข้าวกันอย่างมีความสุข พ่อเล่าเรื่องที่ทำงานของพ่อให้ฟัง ทั้งเรื่องตลกและเร่าองที่เครียด เพราะครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพ่อ พ่อจึงไม่เคยปิดบังเรื่องอะไรกับฉันและแม่สักอย่าง เพราะความสบายใจของท่านทั้งสองคน คือความเชื่อใจกันและกัน ครอบครัวฉันจึงไม่เคยปิดบังอะไรกันเลย พอมีเรื่องอะไรฉันจึงได้เล่าและปรึกษาพ่อกับแม่เป็นคนแรก
ครอบครัวฉันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เราต่างมีกันและกันเสมอ พ่อและแม่คือคนที่เข้าใจฉันมากที่สุด ไม่เคยมีสักครั้งที่จะดุด่าว่าฉัน พอฉันทำอะไรผิด พ่อจะเตือน แล้วสอนฉันให้รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่เคยคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับฉันเลย ฉันจึงได้ทำตัวดี ไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวของฉัน เพราะท่านทั้งสองคือสายใยผูกพันหนึ่งเดียวในชีวิตของฉันไงล่ะ
เรานั่งทานข้าวด้วยกันเสร็จ ก็ช่วยกันเก็บจานชามไปล้างในครัว แล้วฉันก็ขอตัวไปอาบน้ำและทำรายงานของอาจารย์มิเชลต่อ จนล่วงเลยมาเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม แม่จึงเอานมอุ่นมาให้ฉันดื่มก่อนนอน แล้วก็กลับไปนอนที่ห้องตัวเอง พอดื่มนมเสร็จแล้วฉันก็เตรียมตัวเข้านอน แล้วในหัวสมองก็นึกภาพของผู้ชายที่มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนให้ฉัน หวังว่าคืนนี้เราจะได้เจอกันในฝันนะคะ
ทีเครส....
 
แล้วเมื่อคืนนี้...ก็เป็นคืนที่ฉันฝันดีสุดๆ ไปเลย >///<
แหะๆ...ก็ไม่ได้ฝันอะไรมากน่ะนะ ก็แค่ฝันว่าได้กินข้าวผัดหมูของโปรดก็เท่านั้นเองแหละไม่ได้ฝันถึงทีเครสเลยสักนิดอ่ะ พระเจ้าใจร้าย...T^T
แล้วฉันก็มาโรงเรียนตามปกติ พอรถเมล์มาจอดที่ป้าย ฉันก็เดินลงรถมาทันที หอบทั้งค้อน ตะปู ไม้บรรทักเหล็กมาด้วยเต็มกระเป๋าเลย ก็เพราะวันนี้มีเรียนชั่วโมงอุตสาหกรรม ฉันก็เลยกลายร่างเป็นอีบ้าหอบฟางตัวน้อยๆ ไปโดยประการฉะนี้
 วันนี้ฉันกับยัยการ์ด้าไม่ได้มาด้วยกันหรอก วันนี้การ์ด้าต้องไปธุระที่ต่างจังหวัดกับครอบครัว ฉันเลยต้องโดนเดี่ยวมาโรงเรียนอย่างเดียวดาย เฮ้อ...เมื่อไหร่ฉันจะมีคู่กะเขาสักทีเนี่ย ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเข้ามาจีบฉันเหรอนะ...เพียงแต่ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะคบไปเพื่ออะไร รอคนที่เขาเป็นของเราจริงๆ ดีกว่า คบแล้วสบายใจกว่ากันเยอะ ไม่ใช่พวกที่คบผู้หญิงที่หน้าตา อวดกันอยู่ได้ว่าแฟนใครสวยกว่ากัน
แหวะ...ถ้าเป็นแบบนั้นฉันขอขึ้นคานจนตายไปเลยดีกว่า : P
“เฮ้ย...หลบไป!!” พอเดินมาพ้นป้ายรถเมล์ได้ไม่กี่ก้าว เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ฉันเลยได้แต่หันไปมองอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ทันได้คิดอะไร
ตุ๊บ...โครม!!
“ว๊าย!!” ฉันร้องออกมาเสียง พร้อมกับร่างของฉันที่ร่วงลงไปนั่งกับพื้นอย่างสง่างาม บ้าสิ!! ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย แถมก้นยังระบมไปหมด
กรี๊ดดด...ไอ้บ้าที่ไหนมันมาชนฉันวะ อย่าให้เห็นหน้านะ แม่จะเอาค้อนตอกหน้าให้เหลือแค่คืบเลย คอยดู๊!! >^<
“ยัยบ้า!! ยืนขวางทางอยู่ได้!!!” อ้าว...พูดหมาๆ แบบนี้ สงสัยมันคงอยากจะลองด้ามค้อนก่อนมั้ง -*-แต่ในขณะที่ฉันกำลังบ่นแล้วมองหน้ามันอย่างหาเรื่อง ก็มีคนอีก 2-3 คน เข้ามาล็อคตัวมันไว้ ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็ได้แต่ถอยหนีไปอยู่ตามมุมต่างๆ ที่คาดว่าหน้าจะปลอดภัย
อ้าว...แล้วฉันจะไปทางไหนดีล่ะเนี่ย นั่งจุ๊กปุ๊กอยู่กลางวงเลยนะเรา TT^TT
“ปล่อย! บอกให้ปล่อยฉันไง...ปล่อยเซ่!!” ผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่โดนล็อคตัวอยู่ก็โวยวายดังลั่นและพยายามดิ้นให้หลุดจากผู้ชายอีกสองคน แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายสองคนนั้นคงจะได้รับการฝึกฝนมาดี เอ่อ...เรื่องการจับคนร้ายล่ะมั้ง -*-
“เป็นอะไรไหม?” เสียงนุ่มๆ ของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลังของฉัน ฉันจึงหันไปหาอย่างเสียไม่ได้ เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีมากเลยคนหนึ่ง ผมซอยระบ่าของเขาดูเข้ากับใบหน้าเข้มๆ นั้นเป็นอย่างดี นัยน์ตาสีเทาของเขาดูน่ากลัวแม้ในยามที่เขาส่งยิ้มน้อยๆ มาให้ฉัน พร้อมกับยื่นมือเข้ามาเพื่อช่วยพยุงฉันขึ้นมาจากพื้น
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบออกไป พร้อมกับลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวเอง โดยปฏิเสธที่จะรับความช่วยเหลือของเขาไว้ ผู้ชายคนนี้ดูน่ากลัวมากเลยอ่ะ YoY
“เอามันไปจัดการ...” เขาเดินเข้ามายืนข้างๆ ฉันแล้วสั่งลูกน้องเสียงเย็น แล้วยืนมองด้วยสายตานิ่งๆ ทำเอาคนที่จะโดนจัดการหน้าซีดเป็นกระดาษ แล้วร้องโวยวายออกมาอีกรอบ
“อย่าฆ่าผมเลยนะครับ! ผมขอโทษ!! อย่าฆ่าผมเลย...อั๊ก!” เสียงของคนที่ขอชีวิตหยุดลงด้วยกำปั้นของคนที่จับตัวของเขาไว้ คาดว่าหมัดนั้นต้องรุนแรงมากเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่หมัดนั้นกระแทกเข้าไปที่ท้องของเขา เลือดสีแดงสดก็ไหลออกมาจากปากของเขาทันที ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบๆ ก็ต่างกลัวแล้วรีบเดินหนีเข้าไปในโรงเรียนอย่างรีบเร่ง เพราะกลัวว่าจะมีอันตรายมาถึงตัวเอง
ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย ผู้ชายคนนี้ไปก่อเรื่องอะไรไว้งั้นเหรอ? มันต้องถึงกับฆ่าแกงกันเลยใช่ไหม!!
“เอาตัวไป” สิ้นเสียงของผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างฉัน ลูกน้องของเขาก็พาผู้ชายที่ถูกล็อคตัวไว้ไปอีกทางทันที ร่างนั้นพยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการนั้น แต่ก็ดูเหมือนกันว่าไม่เป็นผล
ผู้ชายคนนั้นต้องตายงั้นเหรอ? เขาทำผิดร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือไง? แบบนี้มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว!!
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” เสียงของฉันดังขึ้นจนทำให้เขากลุ่มนั้นหยุดยืนมองหน้าฉันอย่างงวยงง คนที่ยืนอยู่ข้างตัวฉันหันมามองหน้าฉันอย่างแปลกใจ ที่ฉันอาจหาญไปออกคำสั่งกับลูกน้องของเขา
“ผู้ชายคนนี้ทำอะไรผิดนักหนา พวกนายถึงกับต้องฆ่าเขาน่ะ!!” ฉันพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าชายที่ยืนอยู่ข้างตัวอย่างเอาเรื่อง ไม่ใช่ว่าสายตานั้นไม่น่ากลัว แต่ถ้าหากเราได้แต่กลัว จนทำให้ใครๆ ต้องตายล่ะก็ ฉันขอไม่กลัวและช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ดีกว่า!!
ผู้ชายคนนั้นยังมองมาที่ฉันนิ่งๆ ไม่ยอมตอบอะไรออกมา ฉันได้แต่จ้องตาของเขาอย่างไม่วาง ถึงแม้จะกลัวเขามาก แต่ก็ไม่อาจที่จะละออกจากสายตาคู่นี้ได้เลย
“เอาไงครับ...คุณโมคัส?” ลูกน้องของเขาถามออกมาเบาๆ เหมือนกับว่าไม่แน่ใจว่าคำสั่งของเจ้านายจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ชิ...ชื่อโมคัสเหรอ เปลี่ยนมาเป็นโมคุดดีกว่าไหม ไอ้คนใจยักษ์ -*-
“เอาไงล่ะ ก็ปล่อยเขาไปสิ” ฉันพูดออกมาอย่างเด็ดขาด พร้อมกับหันไปมองหน้าลูกน้องของเขา แต่...ทำไมพวกเขาดูไม่กลัวฉันเลยล่ะ T^T
“หึๆ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น เชอะ...มีอะไรให้น่าขำมิทราบ -^-
“ขำบ้าอะไร ชีวิตของคนเป็นเรื่องน่าขำหรือไง!!”
“แล้วทำไมฉันถึงจะเอาชีวิตของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ล่ะ?” เขาถามออกมาพร้อมกับเสาะยิ้มที่น่ารังเกียจ
“เขาไปฆ่าญาตินายตายมาหรือไง ถึงได้ต้องฆ่าเขาตอบน่ะ”
“เปล่า...แค่ติดหนี้ฉันก็เท่านั้น” เหอะ...แค่ติดหนี้เนี่ยนะ ถึงกับต้องฆ่ากันตาย โลกนี้มันบ้าชะมัด - -*
“เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ นายมันปัญญาอ่อนมากเลยรู้ไหม แค่เป็นหนี้ถึงกับต้องตายเลยเหรอ!”
“เป็นหนี้แบบที่ ‘ไม่มีวัน’ ที่จะหามาชดใช้ให้ได้น่ะนะ”
“มันจะเท่าไหร่กันเชียว คงจะไม่มีค่ามากพอเท่ากับชีวิตของเขาหรอก -^-”
“รวมทั้งต้นทั้งดอก ก็...ประมาณสามร้อยห้าสิบล้าน แค่นั้นเอง -*-” สะ...สามร้อยห้าสิบล้าน OoO มันเล่นกี่วันวะเนี่ย TToTT
“ก็...ก็...” แล้วฉันก็เป็นอันติดอ่างภายในบัดดล -*- เขาได้ทีก็รีบซ้ำเติมฉันทันที
“ว่าไงล่ะ ขนาดเธอก็ยังไม่รู้ว่าจะหามาได้ยังไงเลยใช่มะ? ^^”
“ตะ...แต่ยังไง มันก็ต้องมีทางอื่นที่ดีกว่าการฆ่ากันอยู่ดีแหละ><”
“เหรอ...แล้วทางไหนล่ะ? ^^” เขาถามฉัน พลางอมยิ้มจนแก้มตุ๋ย ไอ้คนที่มันดุๆ เมื่อกี้หายไปไหนแล้วเนี่ย TT^TT
“นายฉลาด นายก็คิดเองดิ : (”
“...”
“เอ่อ...เอาไงครับ คุณโมคัส?” ไอ้ลูกน้องที่ยืนงงมองฉันกะอีตาโมคัสเถียงกันอยู่นาน ก็ตัดสินใจถามออกมาอีกครั้ง
“เอาตัวไป” พอสิ้นเสียง ผู้ชายคนนั้นก็ถูกล็อคตัวแล้วเดินหนีไปทันที จนฉันไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้ทัน
หว่า...เขาจะเอาผู้ชายคนนั้นไปฆ่าแล้วอ่ะ ทำไงดีๆ YYoYY
“นี่...” ฉันรีบเดินเข้าไปเกาะแขนตาโมคัส แล้วเขย่าเบาๆ เป็นเชิงขอร้อง “อย่าฆ่าเขาเลยนะ เอาไปเป็นคนรับใช้จนกว่านายจะพอใจก็ได้นี่ ฆ่าคนมันบาปเปล่าๆ นะ...ปล่อยเขาไปเถอะ T^T” เขามองลงมาที่แขนของฉันที่เกาะเขาอยู่ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาของฉันที่กำลังจ้องเขาอยู่แป๋วๆ แล้วอมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากขอร้องล่ะ...ขอให้มันได้ผลทีเถอะ -/\-
“ฉัน...ก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะฆ่าเขาน่ะ -*-”
“อะ...อ้าว ตะ...แต่ แต่ว่า...” แล้วก็เป็นฉันที่ยืนเอ๋ออยู่คนเดียว พอพูดจบเขาก็ทำหน้าเคร่งเครียดทันที
“เธอเห็นฉันโหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอไง -*-”
“ก็ฉันได้ยินผู้ชายคนนั้นบอกว่าอย่าฆ่าเขานิ ฉันก็เลยนึกว่านายจะ...T^T”ได้ยินเสียงอะไรแตกไหมคะ?ไม่ต้องสงสัยกันนะ หน้าฉันเองแหละ ToT
“หมอนั่นมันโวยวายออกมาคนเดียว ฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย -*-”นี่แปลว่าฉันคิดไปเองเหรอเนี่ย ไอ้บ้าเอ้ย...ทำให้ฉันเข้าใจผิดแล้วบ้าอยู่คนเดียว น่าจะจับไปฆ่าหมกส้วมซะให้เข็ด -^- (ได้ยินว่าเมื่อกี้แกยังขอชีวิตเขาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ -*-)
“ToT”
“แล้วเมื่อไหร่เธอจะปล่อยแขนฉันสักทีเนี่ย?” เขาพูดพร้อมกับมองที่แขนตัวเอง พอได้เห็นอย่างนั้นฉันก็เลยรีบดึงมือของตัวเองออกทันที เชอะ...ถือตัวจนน่าหมั่นใส้ หล่อตายและอีตาโมคุด -*-
“อยากจับตายล่ะ L”
“เธอชื่ออะไร?” เขาถามฉันออกมาพร้อมกับถามด้วยใบหน้านิ่งๆ ไอ้ตอบก็อยากตอบอยู่หรอกนะ แต่ดูหน้าดูตาของหมอนี่สิ มันอยากรู้จักฉันจริงๆ เหรอวะ หน้านิ่งเป็นไม้กระดานแบบเนี่ย -*-
“ฉัน...ไม่อยากจะรู้จักกับนาย นายโมคัส!” พอพูดจบ ฉันก็เดินหนีเขาเข้ามาในโรงเรียนทันที โดยที่ไม่ได้หันไปมองเขาเลยแม้แต่น้อย
สาธุ...ชาตินี้ชาติไหนก็อย่าได้เจอกับอีตาบ้านี่อีกเลย ฉันอับอายเหลือเกิน TT^TT
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 150 ท่าน