Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Rebel of the rule ทรยศกฎหัวใจฉีกความตายให้เรารักกัน!!
ployplay_thieflady
[[CHAPTER :: 3]]
3
09/12/2554 00:57:24
380
เนื้อเรื่อง
3
 
ยืนหน้าห้องอีกแล้ว ทำไมชีวิตฉันต้องมายืนหน้าห้องในชั่วโมงของอาจารย์มิเชลเกือบทุกครั้งอย่างนี้ด้วยเนี่ย ทีหลังต้องให้ยัยการ์ด้าเตือนความจำสักหน่อยละ -*-
“เฮ้ย...ส่งมาทางนี้ เร็ว!” ขณะที่ฉันกำลังยืนบ่นเรื่องรายงานที่ไม่มีส่งเป็นหมีกินผึ้งอยู่นั้น เสียงพวกผู้ชายที่ตะโกนเสียงดังลั่นก็ผ่านเข้ารูหูฉันมาพอดี ฉันจึงหันไปมองทางด้านหน้าระเบียง ที่พื้นข้างล่างมันมีสนามบาสอยู่ ก็เห็นนักเรียนชาย 7-8 คน กำลังแย่งลูกบาสกันไปมาอย่างสนุกสนาน
“เฮ้...ส่งมาทางฉันทีเครส!”หนุ่มหน้าตี๋หล่อใสคนหนึ่งพูดบอกเพื่อนที่กำลังครองลูกบาสอยู่ในมือ ฉันจำได้ว่าหนุ่มคนนี้ชื่อ ‘ฟ่งซิน’ เป็นลูกชายของมาเฟียคนหนึ่งที่มีอิทธิพลในฮ่องกง บ้านของเขารวยมากถึงมากที่สุดเลยแหละ แต่เขาให้ลูกชายมาเรียนที่นี่ก็เพราะได้มาเปิดธุรกิจสถานบันเทิงอยู่ที่นี่ และให้เขาเป็นคนดูแลด้วย
แต่ก็น่าอยู่หรอก ก็ลูกชายเขาหล่อมากขนาดนี้ แถมยังเปิดธุรกิจแบบนั้น รายได้ก็เลยเข้ามาอื้อเลย คงไม่ต้องบอกนะว่าจะรวยขนาดไหน เพราะยังไงฉันก็คำนวณไม่ถูกอยู่ดี -*-
“ฟ่งซิน...รับ!!” เสียงหนุ่มอีกคนดังขึ้น พร้อมกับที่เขาโยนลูกบาสไปทางฟ่งซิน แล้วฟ่งซินก็เป็นคนชูทบาสลงห่วงอย่างชำนาญ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าท่าชูทบาสของฟ่งซินจะเท่ขนาดไหน สายตาของฉันตอนนี้จ้องอยู่ที่ผู้ชายคนที่ส่งลูกบาสให้ฟ่งซินเท่านั้น
ผมสีน้ำตาลทองที่พราวไปด้วยเหงื่อ ก็ไม่ทำให้ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นดูหมองลงแม้แต่น้อย หน้าเรียวของเขาดูมีเสน่ห์ รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นของเขา ทำให้สายตาของฉันไม่อาจจะละออกไปได้เลย รอยยิ้มเล็กๆ ของฉันผุดขึ้นมาบนใบหน้า ยิ่งมองหน้าเขาก็ยิ่งเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว จนต้องขยับไปเกาะเสาที่ระเบียงแล้วแอบมองอยู่อย่างนั้น
‘คนบ้าอะไรเนี่ย หล่อเป็นบ้าเลย >///<’
ขณะที่ฉันกำลังแอบมองเขาอยู่อย่างเพลิดเพลิน ผู้ชายคนนั้นจู่ๆ ก็หันมาสบตาของฉันพอดี ราวกับว่าสายตาคู่นั้นดึงดูดฉันให้ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของเขาเขาอมยิ้มนิดๆ แล้วก็มองมาที่ฉันอย่างไม่วางตา อ๊าย...เขาต้องตกหลุมรักฉันแล้วแน่เลย >o<(ทำไมนางเอกของฉันมันถึงหลงตัวเองกันทุกคนเลยวะเนี่ย -*-)
“เธอจะเกาะเสาอีกนานไหม...”
“J”
“ซีเวียร์!!”
“ J”
“เธอจะเกาะจนเสามันผุเลยใช่ไหม!!!!”
“ช่ายย....เอ๊ะ?” เมื่อกี้เสียงใครหว่า? ดูคุ้นๆ ยังไงชอบกล ฉันจึงหันไปมองแล้วก็ต้องตกใจยกกำลังแปดเลยล่ะ ที่เห็นอาจารย์มิเชลยืนมองอยู่ด้วยสายตาคาดโทษ
วันนี้เป็นวันตายของฉันอย่างแน่นอน TT^TT
“ฉันบอกให้เธอมายืนหน้าห้อง ไม่ใช่ให้มายืนเกาะเสา!!!” พอพูดจบ อาจารย์มิเชลก็สะบัดบั้นท้ายเดินกลับเข้าไปสอนต่อทันที ฉันจึงได้แต่เดินหงอยๆ ไปยืนอยู่ข้างประตูหน้าห้องเหมือนเดิน
โธ่...อดมองหน้าเนื้อคู่ของฉันเลยอ่ะ อาจารย์มิเชลใจร้าย TToTT
 
Special Tekres
“หึๆ...” ผมแอบหัวเราะเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินคอตกกลับไปอยู่หน้าห้องเรียนเกรด 12-Bเธอดูเป็นผู้หญิงที่ดูดีหน้าตาน่ารัก เส้นผมดำสนิทของเธอโบกพลิ้วไปมาอย่างกับเกลียวคลื่น นัยน์ตาสีฟ้าของเธอที่จ้องมาที่ผมตาแป๋ว จ้องมายังผมจนทำให้ผมรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องมองผมอยู่ แล้วมันทำให้ผมต้องเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มเล็กๆ น่ารักนั่นทำให้ผมมองเธอไม่วางตา
“เฮ้ย...ทีเครส” เสียงฟ่งซิน เพื่อนสนิทของผมดังขึ้น ผมจึงหันไปมองอย่างเสียไม่ได้มันมองจ้องมาที่ผมตาเขม็ง คิ้วขมวดเข้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“ว่าไง?”
“แกมองอะไรอยู่วะ? มองแล้วยิ้มคนเดียว...ประสาทไปแล้วไง?” มันถามออกมา พร้อมกับมองไปที่ระเบียงที่เมื่อไม่นานมานี้มีหญิงสาวอยู่ เพียงแต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ให้เห็นอีกแล้ว
“เปล่า...ฉันมองเสา J”
“มองเสา? มองแล้วยิ้มเนี่ยนะ?”
“ใช่ J”ผมตอบมันออกไป แล้วเดินไปหยิบลูกบาสขึ้นมาเลี้ยง แล้วกลับไปเล่นกับพวกเพื่อนๆ ที่คอยอยู่
“มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ -*-” ฟ่งซินบ่นออกมาเบาๆ แล้วเดินไปสบทบกับกลุ่มเพื่อนที่รออยู่
 
“แล้วอีกสองวัน ต้องทำรายงานเรื่องนี้มาส่งด้วยล่ะ แล้ว...ห้ามลืมอีกเด็ดขาด!!!” เสียงของอาจารย์มิเชลเดินมาหาฉัน และย้ำออกมาอย่างชัดเจนในท้ายคาบสุดท้ายของวันนี้ จนทำให้ใครหลายๆ ในห้องต่างสะดุ้งไปตามๆ กัน
แกยังพยายามเดินมาหาฉันเลยนะเนี่ย สงสัยฉันจะเจอดีแน่เลยถ้าไม่ทำรายงานมาส่งอ่ะ TT[]TT
“ค่ะ...จะพยายามค่ะ ^^”
“ต้องทำให้ได้!!!” อึ๊ย...อาจารย์แกกินไมค์เขาไปหรือเปล่าเนี่ย เสียงยิ่งกว่าสเตริโอ16ตัวมาดังอยู่ข้างหูอีกนะเนี่ย แก้วหูจะแตก ><
“ค่ะ” ฉันตอบออกมาเสียงเบา พอได้คำตอบที่พอใจแล้ว อาจารย์มิเชลก็เดินฟึดฟัดออกไปจากที่นี่ในทันที
“อาจารย์ขา...หนูขอโทษนะคะ หนูลืมอีกแล้วค่ะ>o<” แล้วเสียงสตอๆ ของไอ้ลูเปียก็ดังขึ้น ทำเอาฉันหน้าตึงหันไปมองมันทันที
“ฮ่าๆๆ...ประจำเลยนะคะคุณซีเวียร์ คุณเนี่ย...ชอบไปยืนหน้าห้องทุกครั้งเลยนะคะสงสัยมันคงจะกลายเป็นที่ประจำของคุณแล้วล่ะมั้ง อิอิ^o^”
“ไอ้บ้าลูเปียฉันอยากให้แฟนคลับของนายมาฟังปากหอมอสระอาของแกจังเลย พวกนั้นจะได้หูตาสว่าง ไม่หลงปลื้มคนที่ดีแต่ปากหมาๆ อย่างนายแน่ -*-”
“คนอย่างฉันถึงแม้ว่าจะปากเสีย แต่สาวๆ เขาก็ยังรักยังหลงฉันอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ”ไอ้หลงตัวเอง -*-
“อ๋อเหรอ...แต่รู้ไว้ซะนะ ว่าฉันคนหนึ่งแหละ ที่เกลียดปากหมาๆ ของแกโคตรๆ >o<”
“เชอะ...ฉันก็ไม่ง้อแกหรอก สาวๆ ในสต๊อกของฉันมีอีกเพียบ ไม่มีแกสักคน ฉันไม่เห็นจะเดือดร้อนเลย ดีซะอีก ถ้าเกิดแกมาชอบฉันนะ ฉันว่าฉันคงโชคร้ายที่สุดเลยล่ะ ><”เอ๊ะ...เหมือนมันจะหลอกด่าฉันหรือเปล่าหว่า - -a
“ทำไม...อย่างฉันมันทำไม!!”ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใกล้สู่จุดที่ใกล้ระเบิดเต็มทน
“ตัวก็เล็ก...ดูมๆ ของแกก็เล็ก แหม...แล้วแบบเนี่ย จะมีหนุ่มคนไหนมาชอบล่ะเนี่ย J” อ๊าย...ด่าพ่อยังไม่โกรธขนาดนี้เลยนะเนี่ย >///<
“ไอ้หมาบ้าลูเปีย...แกตาย!!!” ฉันเดินเข้าไปบีบที่คอของลูเปีย แล้วเขย่าๆ ไปมา อ๊ากกกก...ฉันอยากจะฆ่ามัน >o<
“เฮ้ย!!...ซีเวียร์” เสียงของเรียวยะดังขึ้น พร้อมกับที่การ์ด้าและพอลลี่เข้ามาดึงมือฉันออกจากคอไอ้บ้าลูเปีย อย่ามาห้ามฉันนะ มันต้องตายยยย />o</
“ปล่อยฉ้านน...ฉ้านนจาฆ่ามานนน />o</” ฉันพูด พร้อมกระโจนเข้าไปบีบคอมันอีกครั้ง แต่ไอ้บ้าลูเปียกลับไปหลบอยู่ข้างหลังของลูซี่เหมือนหมาหงอย -*-
“พอลลี่ การ์ด้า แกจับยัยบ้าพลังนั้นเอาไว้ให้ดีเลยนะ เดี๋ยวมันฆ่าฉัน ถ้าเกิดฉันตายไป สาวๆ ทั้งโลกคงต้องร้องไห้แน่เลย TToTT” ไอ้...-*-
“ฉันอยากเห็นสาวๆ ทั้งโลกร้องไห้จังเลย (  . .)” ลูซี่พูดออกมา พร้อมกับดึงลูเปียมาทางด้านหน้าของเธอที่มีฉันคอยจะขย้ำมันอยู่ ฮ่าๆ...แกตายแน่วันเนี่ย - -+
“ว๊ากกก...ลูซี่จ๋า อย่าทำแบบนี้เลยน้า ฉันยังไม่อยากตาย ToT” ลูเปียรีบดึงมือของลูซี่ออก แล้วไปนั่งกอดเอวลูซี่อย่างแนบแน่น ถ้าจะมีคนที่เอาไอ้ลูเปียได้ ก็มีแต่ลูซี่เนี่ยแหละที่เอามันอยู่ -*-
“พอเหอะซีเวียร์ เธอก็รู้ว่าลูเปียปากหมาเสมอ เธอยังไม่ชินอีกเหรอไง?”พอลลี่พูดออกมา พร้อมกับทำหน้าเซ็ง ฉันเลยหยุดดิ้นแล้วหันไปอ้อนพอลลี่แทน
“ก็ดูมันจิพอลลี่ มันเคยพูดดีๆ กับฉันที่ไหนล่ะ -^-”
“ก็เธอแหละ ชอบเถียงฉันน่ะ -*-”มันยังมีหน้าตอบออกมา ปั๊ดเดี๋ยวเอาอีโต้เลาะฟันซะหรอก -*-
“นายก็เหมือนกัน ชอบแกล้งซีเวียร์อยู่เรื่อย ถ้าคราวหลังจะฆ่ากันตายแบบนี้อีก พวกฉันไม่เข้ามาห้ามแล้วนะ - -+” ลูซี่พูดออกมา แล้วเดินหนีไปทันที
“ลูซี่จ๋า...อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวเซ่ รอด้วย!!” ไอ้ลูเปียร้องออกมายิ่งกว่าตุ๊ด แล้วรีบเดินตามลูซี่ออกไปทันที เห็นแบบนี้แล้ว อาเมน - -a
“ก็เห็นมีแต่ลูซี่นี่แหละน้า ที่เอามันอยู่น่ะ” เรียวยะพูดออกมา พร้อมกับยิ้มแล้วมองตามสองคนนั้นเดินไป
“เรารีบตามไปดีกว่า ป่ะ...เรียวยะ J”การ์ด้าหันมาเร่งพวกเรา แล้วก็ไม่วายไปสวีตหวานกับแฟนตัวเอง เชอะ...ไม่มีแฟนมั้งให้มันรู้ไป -^-
 
พอพวกเราเดินออกมารอรถเมล์ได้สักพัก ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ยังไม่รู้จักกับหนุ่มบาสคนนั้นเลยนี่ ฉันหันไปมองตัวช่วย แล้วฉันก็เจอกับพอลลี่ ที่น่าจะพอรู้จัก ‘เขาคนนั้น’ ของฉัน ^_^ (เขาเป็นของเธอตั้งตีเมื่อไหร่กันเนี่ย -*-)
“พอลลี่ ^_^” ฉันเรียกเธอเบาๆ เธอก็หันมายิ้มหวานใส่ฉัน
“มีไรเหรอ? J”โอ้...นางฟ้าของฉ้านนน @[email protected] (นางเอกเรื่องนี้เป็นดี้ใช่ไหมเนี่ย -*-)
“เอ่อ...ฉันมีเรื่องอะไรจะถามหน่อยน่ะ”
“อะไรเหรอ?”
“เอ่อ...พอลลี่รู้จักฟ่งซินป่ะ?” พอลลี่ทำท่าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาแล้วหันมาตอบ
“อ๋อ...รู้จักสิ ทำไมเหรอ?”
“เอ่อ...แล้วเธอรู้จักผู้ชายผมสีน้ำตาลๆ ทองๆ เพื่อนของของเขาไหม?”แล้วพอลลี่ก็ทำท่าคิดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำไมเธอคิดนานจังเลยเนี่ย -*-
“อ๋อ...คงจะเป็น ‘ทีเครส’ ละซิ” อ๋า...ชื่อทีเครสเหรอ อิอิ
“เอ่อ...แล้วเขาเป็นใครเหรอ? พอจะรู้รายละเอียดป่ะ?” ฉันถามออกไปอย่างอยากจะรู้ แล้วก็ได้สายตาเจ้าเล่ห์ของพอลลี่มองกลับมา จนทำให้หน้าของฉันเริ่มร้อนขึ้นมาทันที
“แหม...ท่าทางอย่างเนี่ย แอบชอบเขาแล้วล่ะซิ ^o^” บ้าเหรอ...ชอบตั้งนานแล้วต่างหาก เอิ๊กๆ
“บ้า!! ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเองว่าเขาเป็นใคร -///-” ฉันพูดออกไป แล้วก็ม้วนอายอยู่แบบนั้น ฉันว่าฉันไม่ต้องฝึกโยคะแล้วล่ะ ม้วนเป็นเลขแปดได้ขนาดนี้แล้วเนี่ย >///<
“แหม...ม้วนซะ เดี๋ยวเล่าเรื่องของทีเครสให้ฟังก็ได้ ^^” แล้งหลังจากนั้น พอลลี่ก็เล่าเรื่องทีเครสให้ฟังแบบไม่หมกเม็ดกันเลยทีเดียว
ทีเครสเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ย้ายมาเรียนที่เดียวกับฉันเมื่อตอนอยู่เกรด 11 ตอนนี้อยู่เกรด 12 ห้อง D เพราะย้ายมาช่วงกลางเทอมก็เลยไม่สามารถที่จะอยู่ห้อง A ได้ ไม่ว่าจะเรียนดีแค่ไหนก็ตาม ที่บ้านก็มีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาเป็นคนอังกฤษ ทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนแม่เป็นคนไทย มีอาชีพเป็นแม่บ้าน คอยดูแลเรื่องต่างๆ ในบ้านเท่านั้นเอง แต่ฐานะทางบ้านของแม่เขาเป็นไฮโซ ก็เลยมีฐานะในวงสังคมพอสมควร ตอนนี้เป็นเพื่อนสนิทของฟ่งซิน เขาเป็นคนนิสัยดีมากๆ เลยล่ะ ขี้เล่น ชอบช่วยเหลืองานโรงเรียนเป็นประจำ มีน้ำใจ และเป็นนักกีฬาบาสด้วยแหละ
สมแล้วล่ะ...ที่เกิดมาเป็นเนื้อคู่ของฉ้านนน >o<
“พอลลี่...รถเมล์มาแล้ว รีบกลับกันเถอะ”
“จ้า...งั้นฉันไปก่อนนะซีเวียร์ แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะจ๊ะ บายจ้า ^^” เสียงเรียกของลูเปีย ทำให้พอลลี่ต้องรีบโบกมือลาฉัน แล้วขึ้นรถเมล์ไปทันที ส่วนไอ้ลูเปียก็โบกมือบ๊ายบายฉันพร้อมกับแลบลิ้นมาให้
ชิ...สักวันฉันจะหาคีมมาหนีบที่ลิ้นมัน แล้วกระชากให้หายทั้งดุ้นเลยคอยดู -*-
“รถมาแล้วซีเวียร์!!” แล้วการ์ด้าก็เรียกฉันเมื่อเห็นว่ารถเมล์มาแล้ว ฉันเลยรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์ทันที มีที่ว่าง 3 ที่พอดีที่ทางด้านหลัง ฉันเลยเดินไปนั่งข้างในสุดทิ่อยู่ติดกับหน้าต่าง พอมองลงมาแล้วก็เจอกับเนื้อคู่ของฉันที่เดิมมารอรถเมล์พร้อมกับฟ่งซิน ทีเครสหันมาเจอฉันที่กำลังยิ้มดีใจอยู่พอดี เขาก็เลยอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วรถเมล์ก็เคลื่อนตัวออกไป
คืนนี้ต้องหลับฝันดีแน่เลย ทีเครสส่งยิ้มให้ก่อนกลับบ้านด้วยแหละ อิอิ ^///^
 
Special Tekres
หลังจากที่หมดคาบเรียน ผมก็รอไอ้ฟ่งซินแก้สมการเลขไป เล่นเกมส์ในมือถือไป จนเพื่อนๆ ในห้องออกไปจนหมดแล้ว มันถึงได้ทำเสร็จ ผมบอกมันแล้วว่าให้ทำตั้งแต่แรกมันก็ไม่เชื่อผม มันคิดว่าอาจารย์คงไม่เรียกเก็บวันนี้หรอก อาจารย์แกจะให้ไปทำเป็นการบ้านแทน บทสรุปก็คือ มันต้องมานั่งทำต่อให้เสร็จ เพราะอาจารย์แกบอกให้ส่งภายในวันนี้ บิงโกใหญ่เลยสำหรับมัน -*-
“อาจารย์แม่งเขี้ยวชะมัดเลย ให้ทำเป็นการบ้านไปก็สิ้นเรื่องและ ยังจะมาให้ส่งวันนี้อีก โอ๊ย...ปวดแขน >o<” ผมกับมันเดินไปส่งงานที่ห้องอาจารย์ จนตอนนี้เดินออกมาจนจะถึงป้ายรถเมล์อยู่แล้ว มันก็ยังไม่เลิกบ่นสักที ถ้ามันบ่นอีกคำเดียวนะ ผมคงจะต้องหาอะไรยัดปาดมันแน่ๆ เลย -*-
พอเดินมาถึงป้ายรถเมล์ ผมก็เห็นว่ามีรถเมล์อีกคันกำลังจะออกไป แล้วผมก็หันไปเห็นผู้หญิงคนเดิมกับตอนนั้นที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างท้ายรถ เธอนั่งยิ้มเล็กๆ มองมาทางผมอีกเช่นเคย ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอีกโดยไม่รู้ตัว แล้วรถเมล์คันนั้นก็วิ่งออกไป
“ยิ้มอีกละ” ฟ่งซินหันหน้ามาถามผมอีกรอบ พร้อมกับทำหน้างงส่งมาให้ผม
“ทำไม? ฉันยิ้มไม่ได้เหรอ J”
“แล้วทีนี้แกยิ้มให้อะไรอีกล่ะเนี่ย?” ฟ่งซินหันไปหันมาหาสิ่งที่สามารถทำให้ผมยิ้มออกมาได้ แต่มันมองยังไงมันก็ไม่มีทางเจอหรอก ก็เพราะว่า ‘เธอ’ คนนั้นไปพร้อมกับรถเมล์แล้วน่ะสิ
“ก็ไม่เห็นมีอะไรที่มันจะทำให้แกยิ้มได้เลยนะ หรือว่า...แกยิ้มเพราะรถเมล์?” ฟ่งซินถามออกมา พร้อมกับคิ้วของมันที่ขมวดอยู่เป็นปม
“ใช่...ฉันยิ้มให้รถเมล์ ; )” พอพูดจบ ผมก็เดินไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ทันที ไม่สนใจว่าฟ่งซินจะทำหน้ายังไงอยู่ตอนนี้
“ฮ่ะๆ...มันมองรถเมล์แล้วยิ้ม ฉันมีเพื่อนเป็นคนบ้าเหรอเนี่ย -*-”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 204 ท่าน