Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
วันสบายๆ ของยัยปีโป้
PranksteR
ฉันก็คนนะยะ!
1
15/12/2554 18:07:48
393
เนื้อเรื่อง





1 ฉันก็คนนะยะ
             ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครอันแสนร้อนระอุ ฉันกำลังนั่งตั้งใจนอนอยู่ในคาบวิชาคณิตศาสตร์ ได้ยินถูกแล้วล่ะ นั่งตั้งใจนอน แน่ล่ะในวิชาสุดน่าเบื่ออย่างนี้ ถึงมันจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบเพียงไหน แต่ใครจะสามารถต้านทานแรงดึงดูดของความง่วงได้ ฉันชื่อปีโป้ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ในโรงเรียนรัฐบาลใจกลางเมือง อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันก็ต้องสอบเพื่อที่เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา และแน่นอนต้องเป็นคณะที่ฉันเลือกเองเท่านั้น ใครก็บังคับไม่ได้หรอก
               ระหว่างที่ฉันกำลังอยู่ในอารมณ์หลับ เสียงออดเลิกเรียนก็ดังขึ้น คาบต่อไปคือการพักกินข้าวที่ฉันชอบที่สุด ถึงแม้ช่วงหลังมานี้จะได้กินข้าวก่อนคาบนี้ก็ตามเถอะ เมื่ออาจารย์เดินออกจากห้องไปพวกเราเหล่านักเรียนก็เปรียบเสมือนนกกระจอกแตกรังทันที รวมไปถึงฉันและเพื่อนในกลุ่มด้วย
            “นี่ยัยโป้ รีบไปเร็วเดี๋ยวไม่ทันจองโต๊ะกินข้าวกันพอดี” พราวหนึ่งในเพื่อนสนิทของฉันเรียกดังขึ้น หลังจากที่ฉันยังไม่ยอมขยับตัว ทั้งๆ ที่ก็เก็บของหมดแล้ว
            “กำลังนั่งทำใจอยู่น่า ข้างนอกมันร้อนนะ” ฉันบอกเพื่อนไปอย่างนั้น ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันขี้เกียจจะตายไป ที่โรงอาหารน่ะคนเยอะมาก ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะแบ่งคาบพักละสองระดับก็ตาม พูดจบฉันก็ขยับตัวลุกขึ้น อ้อ!ฉันลืมบอกไปโรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่ตอนนี้เป็นโรงเรียนสตรีล้วน เพราะฉะนั้นไม่มีผู้ชายหรอก แต่ถึงแม้จะไม่มีผู้ชาย ก็ยังคงมีเรื่องของผู้ชายให้ได้ยินมาเป็นระยะๆ อย่างเช่น แฟนฉันอย่างนั้น แฟนยัยนั่นอย่างนี้ หรือ อุ้ย!ผู้ชายคนนั้นเท่จัง อ้าย!ดาราคนนี้หล่อมากๆ ได้ยินบ่อยเลยล่ะ ตอนนี้พวกเราลงมาถึงโรงอาหารอันกว้างขวางแล้ว แต่มันก็ยังดูเล็กนะในสายตาฉัน เพราะมันเนืองแน่นไปด้วยนักเรียนหญิง ที่พูดคุยกันเสียงดังจอแจ
            “โอ้ย! เราจะมีที่นั่งกันมั้ยเนี่ย ดูสิ เพราะแกคนเดียวเลยปีโป้ ชักช้า!เป็นไงล่ะ คนเต็มเลย” ยัยอายบ่นขึ้นมาหลังจากที่พวกเราประสบกับปัญหาผู้คนล้นหลาม พร้อมหันไปพยักเพยิดกับยาหยี เพื่อนอีกคนในกลุ่มเรา แต่ยาหยีก็ไม่สนใจอาการนั้นของอาย อาจคงเพราะชินแล้ว
            “ถ้าไม่เดินหาแล้วเราจะได้นั่งมั้ยล่ะ ถามมาได้” ฉันตอบกลับอายไปตามเหตุผล ซึ่งก็ยังมียัยพราวพยักหน้าสนับสนุน อายเลยได้แต่สบัดหน้าแล้วเดินนำพวกเราไปหาโต๊ะที่คิดว่าน่าจะว่าง หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้โต๊ะ แล้วมานั่งพร้อมหน้ากันสี่คนและอาหารเที่ยงคนละจาน
            “แกจะรีบกินไปไหนวะ โป้” ฉันยอมรับเลย ฉันเป็นคนที่กินเร็วมากๆ ในขณะที่อายซึ่งเป็นคนทันกินได้ช้าสุดๆ เพราะงั้นแล้วอายเลยมักโดนฉันแย่งข้าวเป็นประจำ ฉันยักไหล่ไม่สนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป
            “แกมันไม่ใช่คนหรอกปีโป้ กินเร็วก็ที่หนึ่ง ผู้ชายก็สนใจ เย็นชาก็เท่านั้น แถมยังขี้งกอีก เฮอะ” ฉันไม่รู้ว่ายัยอายไปหงุดหงิดอะไรที่ไหนมา ฉันแต่เอาไก่ของมันไปชิ้นเดียวเองนะวันนี้
            “อะไรๆ แก ฉันก็คนนะยะ กินน่ะมันเรื่องปกติ ไอ้ยาหยียังกินเร็วเลย ส่วนผู้ชายยังไม่มีใครต้องตานี่นา เพราะงั้นไม่สนหรอก ฮ่าๆๆๆ” ฉันตอบยัยอายออกอย่างนั้น แก้ไขความเข้าใจผิด อย่างน้อยฉันก็มีสองแขนสองขา และหนึ่งสมองเหมือนแกนะยะ ฉันคนนะยะ
            “ใช่ แกน่ะแหละกินช้า ยายชักช้าอาย” ยาหยีช่วยฉันเสริมทับถมยัยอาย นั่นเป็นการสร้างเสียงหัวเราะให้เราสามคนได้อย่างดี โดยมีอายนั่งหน้าเซ็งมองดู
            “แต่แกเย็นชานะ อีโป้” จงสังเกตุว่าอายขึ้นอีกับฉันแล้วนะ
            “เออ จริง!อันนี้เราเห็นด้วย” หลังจากที่พราวเงียบไปนานก็ สนับสนุนอายขึ้นมา อะไรกัน ฉันดูใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่จริงมั้ง?
            “จริงอ่ะ? แต่ขี้งกนี่ยอมรับนะ ไม่เถียงด้วย เอ้า!” ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้นนะ ใครมาคุยด้วยฉันก็คุยนะ แต่ยอมรับก็ได้ว่าฉันขี้เหนียวไปหน่อย
            “จริง!” เสียงนี้มาจากยาหยีสุดเลิฟ โอเคก็ได้เอาเป็นว่าฉันเย็นชา
            “แต่อย่างน้อยฉันก็เป็นคนนะยะ ยัยพวกนี้นี่ เลิกเถียงเรื่องนี้ดีกว่า เดี๋ยวจะไม่จบง่ายๆ” ฉันพูดปิดหัวเรื่องนี้แล้วหันกลับมาตักข้าวคำสุดท้ายใส่ปาก ในขณะที่อายยังมีข้าวอยู่เหลือครึ่งจาน รับรองได้เลย ว่าฉันต้องนั่งรออายกินอีกสิบนาทีได้
            “แกรู้ผลที่ยื่นโควต้าไปรึยัง?” หลังจากที่ฉันจัดการอาหารเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หันไปถามกับยาหยีที่ยื่นโควต้าคณะวิทยาศาสตร์ไปยังมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
            “อืม เขาให้ไปสอบสัมภาษณ์อาทิตย์หน้าล่ะ ตื่นแต้นว่ะ” ยาหยีตอบฉัน และคนอื่นๆก็พลอยสนใจหัวข้อนี้ไปด้วย
            “โอ้ย!ดีจังเลยอ่ะ จะมีที่เรียนแล้ว เราสอบตรงไปก็ตั้งหลายที่แล้วนะ ยังไม่ติดสักที่เลยอ่ะ” พราวบ่นขึ้นมา และฉันก็แอบเห็นด้วยกับมัน ฉันไปตระเวนตรงสอบที่ได้สัก 3-4ที่ได้ แต่ผลก็ยังคงเหมือนเดิม ฉันเลือกไปสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่ฉันคงจะดีเกินไป เขาเลยไม่รับเข้าสักที่ ฉันได้ลองไปสอบแพทย์ด้วยนะ แต่ยังไม่รู้ผลหรอก
            “นั่นสิ!จะเอ็นท์ติดมั้ยน้า เฮ้อ!” แล้วอายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
            “อย่ามัวแต่นั่งถอนหายใจสิ คนอื่นเขากินกันเสร็จหมดแล้ว เห็นมั้ยเนี่ย เร็วๆ เข้า จะได้ขึ้นไปตากแอร์บนห้อง วันนี้ห้องไม่มีคนใช้ด้วย” ฉันเร่งยัยอายให้รีบกิน เพราะตอนนี้ยาหยีกับพราวกินกันเสร็จแล้วอย่างที่ว่าไป
            “เออๆ ขอโทษ ฉันช้าเองแหละ”
 
            หลังจากโรงเรียนเลิกวันนี้พวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะไม่มีอะไรจะทำ นี่มันจะสิ้นปีอยู่แล้ว ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ก็ไม่รู้ กีฬาสีก็เพิ่งหมดไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อากาศก็ยังไม่เห็นว่าจะมีท่าทีหนาวเลย ใช่หน้าหนาวแน่เหรอ ฉันกลับมาถึงคอนโดที่อาศัยอย่างเหนื่อยนิดหน่อยกับการจราจรในเมืองหลวง
            “เราคงยังไม่เจอกันเร็วๆ นี้หรอกมั้ง หนังสือจ๋า” ฉันหันไปมองกองหนังสืมสำหรับเตรียมสอบแล้วโบกมือบ้ายบายให้มันอย่างยินดี แต่คิดว่าแม่คงไม่ดีใจหรอก แล้วหันไปเปิดคอมพิวเตอร์แทน ก่อนจะเจอข้อความในอีเมลล์ฉบับใหม่
            พรุ่งนี้แล้วนะ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?
 


---------------------------------------------------------------------
เปิดเรื่องเรียบร้อยแล้วจ้าาาา
คิดยังไงก็บอกกันด้วยนะ
แต่คนแต่งคิดว่า นานๆ ทีจะได้มาลงแต่ละตอนน้า ฮ่าๆๆ
ฝากด้วยนะจ๊ะ
15-12-2554


 


 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 154 ท่าน