Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
รักร้ายๆ ของนายปีศาจ
YUU
Th Begining
1
06/12/2554 20:40:53
630
เนื้อเรื่อง
Chapter 1 The Beginning
 
 
        “แฮกๆๆ นี่เราเดินมาไกลแค่ไหนแล้วเนี่ย” ฉันบ่นอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะเดินมาเกือบหนึ่งชั่วโมงได้ นี่เป็นการไปโรงเรียนที่โหดร้ายที่สุดของฉัน แต่เชื่อมั๊ยว่า ฉันยังไม่เห็นวี่แววของโรงเรียนที่ว่านั่นเลย ฉันไม่อยากยอมรับนักหรอกนะว่าหลงทางอยู่น่ะฮือๆๆ
2 ชั่วโมงก่อนหน้า
 
            “อะไรนะคะ ย้ายโรงเรียน ทำไมมันกระทันหันนักล่ะ แม่รู้มั๊ยว่าหนู้ต้องพยายามแค่ไหนกว่าจะสอบเข้าโรงเรียนนี้ได้น่ะ” ฉันโวยวายทันทีเมื่อวันเปิดเทอมวันแรกของชีวิตนักเรียนม.ปลายปีสองของฉันกลับกลายเป็นว่าฉันจะไม่ได้ไปเรียนโรงเรียนที่ฉันเพียรพยายามสอบเข้า และที่น่าโมโหกว่านั้นก็คือ ฉันสอบติดแล้วและเรียนมาหนึ่งปีแล้วซะด้วย ย้ายโรงเรียนงั้นหรอ ตลกน่า
“มันกระทันหันจริงๆแม่ขอโทษ เพราะพ่อต้องย้ายไปประการที่ต่างประเทศเพราะฉะนั้น”
“หนูอยู่คนเดียวก็ได้นี่คะ” ฉันโวยก่อนที่แม่จะได้พูดจบดี
“จะอยู่คนเดียวได้ยังไง ลูกสาวพ่อน่ารักขนาดนี้ ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ได้หรอกนะ” พ่อที่ทำเป็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่นานเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินว่าฉัน ลูกสาวคนเดียวที่พ่อหวงจนออกนอกหน้าคนนี้อยากอยู่คนเดียว
“นั่นสิ” แม่เห็นด้วย
“แต่หนูอยากเรียนที่นี่นี่นา” ฉันอิดออด เพราะในใจลึกๆรู้อยู่แล้วว่าปฎิเสธพ่อกับแม่ไม่ได้แน่นอน
ฉันลืมแนะนำตัวไป ฉันชื่อลูก้าเป็นลูกครึ่งไทย อังกฤษพ่อฉันเป็นทหารช่างประจำกองทัพอากาศของอังกฤษพบรักกับแม่ตอนที่แม่ไปเที่ยวที่อังกฤษ และพ่อก็หนีออกมาเที่ยวเล่นตามประสาวัยรุ่น ฟังดูนิย๊าย นิยาย แต่ก็ไม่เรื่องจริงหรือเปล่าเพราะทั้งสองคนเล่าไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ บ้างก็ว่าเจอกันที่ฮาวาย บ้างก็ว่าเจอกันที่ในเมืองเพราะเดินชนกัน แต่อย่าสนใจเลยสนใจเรื่องสาวน้อยคนนี้ก่อนแล้วกัน ฉันเกิดมาจนอายุสิบเจ็ด ยังไม่เคยสัมผัสชีวิตการมีแฟนเลย ฉันก็เลยตัดสินใจกับเพื่อนๆว่าจะสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนบัคลีย์อินเตอร์ให้ได้แต่เรียนได้แค่ปีเดียวเอง และที่แน่ๆ ฉันยังไม่มีแฟนเลยนะ
“แม่เสียใจจริงๆนะลูก้า แต่ลูกต้องไปเรียนที่โรงเรียนที่พ่อเขาหาไว้ให้ และลูกก็สิบเจ็ดแล้ว “
เกี่ยวอะไรกับอายุเล่า เป็นธรรมเนียมของบ้านเรารึไงที่อายุสิบเจ็ดต้องย้ายโรงเรียนน่ะ ชิ
“ไม่เอาน่าลูก้าลูกรัก พ่อก็ไม่อยากส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนประจำเพราะพ่อคงคิดถึงลูกแทบขาดใจ แต่มันจำเป็น” พ่อที่ทำหน้าตาได้เศร้าเกินเหตุพูดพลางเข้ามากอดฉันอย่างทะนุถนอมเช่นเคยแต่ ฉันไม่อยากไปนี่TToTT
“เอาล่ะ โรงเรียนนั้นชื่ออีเดนอินเตอร์ อยู่ที่แถวๆสวนอีเดนนอกตัวเมืองนิดหน่อย ใหญ่พอสมควร และที่นั่นก็มีแต่ลูกหลานคนสำคัญทั้งนั้น เพราะฉะนั้นลูกจะต้องวางตัวดีๆเข้าใจ๊”
อะ..อะไรนะ อีเดนอินเตอร์หรอ ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย อยู่แถวๆสวนอีเดน ก็หมายความว่าค่อนข้างกันดารสินะเพราะแถวนั้นเป็นป่าขนาดใหญ่ มีบ้านเศรษฐีอยู่โดยรอบ และแต่ละหลังห่างกันเป็นกิโลถ้าจะหาความศิวิไลล่ะก็ต้องนั่งรถเข้ามาไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง และที่แน่ๆถ้าไม่มีรถส่วนตัว ก็จะมีเพียงรถไฟฟ้าเท่านั้น และที่แย่กว่านั้นก็คือ รถไฟวิ่งแค่วันละสองรอบเท่านั้นคือเช้าตรู่ และเที่ยงคืน
“แม่ นี่จะตัดหนูออกจากโลกภายนอกรึไง” ฉันโวยทันทีที่ทราบว่า ต้องไปอยู่ที่ไหน ที่นั่น ถึงจะฟังดูเหมือนเจริญดี แต่มันดูเหมือนถูกกักขังยังไงไม่รู้สิ
“เอาล่ะ เดี๋ยวพ่อจะไปส่งลูกที่หน้าทางเข้านะ เพราะทางโรงเรียนไม่อนุญาติให้นำรถเข้าไปและพ่อของลูกได้แจ้งกับทางโรงเรียนของลูกแล้วว่าลูกจะเข้าไปถึงวันนี้และทางนั้นจะจัดหาคนมารับลูกที่ทางเข้าอีกที และข้าวของทุกอย่างแม่ก็จัดให้ลูกครบ เรีบยร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นลูกควรเดินทางได้แล้วเดี๋ยวจะสายเอา บ๊าย บาย”แม่พูดจบก็ส่งยิ้มโบกมืออย่างสบายใจ ส่วนฉันได้แต่เดินคอตกตามพ่อขึ้นรถอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่าให้หาเงินใช้เองได้ก็แล้วกันTToTT
กลับสู่เหตุการณ์ปัจจุบัน
 
“ที่นี่ที่ไหนโว๊ย ทำไมฉันต้องมาลำบากลำบนขนาดนี้ด้วย ไหนบอกมีแต่ลูกหลานคนสำคัญไง ทำไมทางเข้ามันกันดารอย่างนี้ ไม่ให้รถเข้าก็น่าจะให้คนขับรถมารับฉันไม่ใช่รึไง” ฉันเดินไป บ่นไปเพื่อระบายอารมณ์ ก็รู้หรอกนะว่ายิ่งพูดมากก็ยิ้งเหนื่อย แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา
“เอ๋ๆๆๆ ใครกันน้าสาวน้อยคนนี้”
ฉันหันไปตามต้นเสียงก็พบว่ามีเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันรูปร่างสูงโปร่งแต่ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยซักนิดยืนยิ้มอยู่ และ เขาไม้ได้ยืนอยู่แค่คนเดียวด้วยน่ะสิ เอาแล้วไง คนดีๆที่ไหนจะมาจับกลุ่มกันยืนกลางป่าวะ
“เอ่อ..”
“ให้ฉันช่วยอะไรมั๊ยล่ะ” หมอนั่นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มร่าเปล่งออร่าแปลกๆมาใส่ฉัน หน้าตาเหมือนหมาจิ้งจอกชะมัด
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ”
ฉันบอกพร้อมกาวถอยหลังเรื่อยๆ เพื่อนๆของเขาไม่ได้มีท่าทีคุกคามอย่างที่เจ้าหมาจิ้งจอกนี่ทำ แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้พวกนั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้ฉันก็ไม่รู้สึกว่ามันจะปลอดภัยกว่านี้นักหรอกนะ
“ไม่เอาน่า ฉันสังเกตุเห็นนะ ว่าสายตาเธอมันสั่นระริกด้วยความกลัวน่ะ หลงป่าอยู่รึเปล่าน้า” เจ้าหมาจิ้งจอกพยายามปั่นประสาทฉันด้วยน้ำเสียงทะเล้น แต่ฉันอยากจะหมอนี่จังว่า ที่กลัวน่ะไม่ใช่หลงป่าหรอก ฉันกลัวมันนั่นแหละ
หลังจากนั้นนายจิ้งจอก(ได้ชื่อนั้นโดยปริยาย)ก็คุกคามฉันเรื่อยๆด้วยการก้าวเข้ามาหาฉันที่ก้าวถอยหลังไม่หยุดเหมือนกัน จนกระทั่งหลังฉันสัมผัสกับความหยาบและแข็งของต้นไม้ใหญ่ ฉันไม่ได้อยากมาตายในป่าน้า แม่นะแม่ฮือๆๆ ถ้าฉันโดนหมอนี่ฆ่าข่มขืนฉันจะไปหลอกแม่กับพ่อคอยดู
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละมาซายะ”
ก่อนที่เจ้าจิ้งจอก หรือเจ้าของชื่อที่คาดว่าน่าจะเป็น มาซายะ นั่นจะได้ทำอะไรฉันมากกว่านั้น เสียงนุ่มๆ ทุ้มๆเสียงหนึ่งก็ดังกลบขึ้นซะก่อน และเสียงนั่นก็หยุดนายมาซายะได้ชะงัด ฉันจึงค่อยๆหันไปมองเจ้าของเสียงนั่นอย่างเสียไม่ได้
พระเจ้า นั่นคนหรือเทพบุตรน่ะ ตั้งหกคนแน่ะ แล้วใครนะเป็นคนพูด ฉันมองพวกนั้นอย่างอึ้งอยู่ซักพัก จึงนึกขึ้นได้ว่ามาซายะนั้นเอามือค้ำกับต้นไม้กันฉันหนีอยู่ ฉันจึงใช้โอกาสนั้นผลักหมอนั่นออก และเตรียมจะหนีแบบเนียน หล่อยังไงก็ไม่ไหวหรอก ถ้าต้องมาเจอกันกลางป่าอ่ะนะ
หมับ
“อ๊ะ!”ฉันสะดุ้งตัวโยนเมื่อมือหนึ่งคว้าเข้าที่ไหล่ฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว จะว่ามาซายะ ก็ไม่น่าจะใช่เพราะฉันเห็นกับตาว่า เจ้านั่นท่าทางกลัวพวกที่มาใหม่นี่จะตายไป แล้วพวกที่มาก็ยืนอยู่ไกลขนาดนั้นจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ไม่น่าจะเร้วขนาดนี้ และที่แน่ๆ ฉันไม่ได้ยินเสียงวิ่งเลย ฉันค่อยๆหันไปมองเจ้าของมือช้าๆก็ต้องเบิกตาโพลง
“คะ...คะ...คนอะไร มีปีกด้วย”
ปีกสีแดงเพลิงแต่ดูสวยงามอย่างปฎิเสธไม่ได้ส่วนเจ้าปีกนั้นก็หน้าตาดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคน ไม่สิ หมอนี่ไม่ใช่คนนี่นา แล้ว...ครอก(สลบไปเลยดีกว่า)
 
“อืม” อา... นี่ฉันหลับไปหรอเนี่ย อ้อ นี่ฉันคงฝันไปสินะ แต่ไอ้ฝันนี่มันชัดเจนจนเหมือนจริงชะมัดเลย เพราะฉันยังรู้สึกปวดขาตุบๆเหมือนเดินมาสองชั่วโมงจริงๆ แต่ก็นะ คนอะไรจะมีปีกเล่า ฮ่าๆๆ แถมแดงเดือดยังกะเปลวเพลิงซะขนาดนั้น “ฝันไปสินะ ฮิๆสงสัยจะเมาแดด”
“ฝัน? หา เธอฝันว่าอะไรน่ะ สงสัยจะฝันดี ตื่นมาหัวเราะร่าเชียว”
“เอ๊ะ?” ฉันหันไปมองต้นเสียงช้าๆ มีคนเข้าในห้องฉันด้วยหรอเนี่ย ใครกันล่ะ พอเห็นว่าเจ้าของเสียงคือใครฉันก็แทบลมจับ เพราะเจ้าของเสียงที่ว่านั้น ดันเป็นผู้ชายในฝันคนเดียวกันเด๊ะๆทั้งสีผิวที่ดูขาวผุดผ่อง ทั้งดวงตาที่เรียวคมนั่น จมูกโด่งๆเรียวเป็นสันน่ามอง ปากที่แดงดูสุขภาพดีเกินเหตุนั่นอีก นี่ยังไม่รวมผมซอยรากไทรเท่ๆสีแดงนั่นอีกนะ คนเดียวกันไม่มีผิด หล่อเกินมนุษย์คนนี้ฉันจำได้ติดตา แต่ใยมาหลบอยู่กลางป่าลึกขนาดนี้ล่ะ ไม่สิ เขามีปีกนี่นา เอ๊ะ? แต่จะว่าไปตอนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าเขามีปีกนี่นา ฉันคงฝันไปจริงๆ
“นะ นายเป็นใคร” ฉันถามอย่างกล้าๆกลัวๆเพราะลองได้เหมือนกันขนาดนี้แล้วมันก็ไม่น่าไว้ใจนักหรอกนะ พร้อมกันนั้นฉันก็ก้าวลงจากเตียงช้าๆพลางเดินอ้อมรอบตัวนายหน้าหล่อนั่นก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีอะไรโผล่มาก็ค่อยเบาใจ
“ฉันเป็นประธานนักเรียน”
“เอ๋?” ประธานนักเรียนอะไรกัน นี่ฉันกำลังฝันซ้อนฝันอยู่รึเปล่าน่ะ เพราะประธานนักเรียนโรงเรียนฉันนั่น หน้าตาดีกว่าปลาจวดหน่อยเดียวเอง
“นายชื่ออะไร”
“อ๊ะ ลูก้า เธอจำว่าที่สามีเธอไม่ได้หรอกรึ ฉันฟีนิกซ์ไง”
“วะ ว่าที่สามี? ฟีนิกซ์?”อะไรกัน ฉันมีว่าที่สามีตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ แถมยังหน้าตาดีขนาดนี้ บ้าไปแล้ว ฉันไม่อยากตื่นจากฝันนี่เลย^0^ แต่ชื่อฟีนิกซ์นี่ไม่คุ้นเลยแฮะ
“นายรู้จักชื่อฉันได้ไง”
“เธอเป็นว่าที่เจ้าสาวของฉัน ไม่เห็นจะแปลกที่ฉันจะรู้จักเธอ แต่เธอโตขึ้นเยอะเลย ยกเว้นอย่างเดียวที่อาจจะกำลังเจริญเติบโต” ฟีนิกซ์พูดพร้อมจ้องมองมาที่หน้าอกอัน เอ่อ กรี๊ดดดดด
“ตาบ้า”
หมอนี่ตกลงเป็นคนดีรึเปล่าเนี่ย ทำไมฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงชอบกล พอดูรอบๆตัวฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ มันไม่ค้นหูคุ้นตาเลยซักนิด
“ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนกัน”
“อีเดน อินเตอร์เนชั่นแนล ไฮสกูลไงล่ะ เธอก็ตั้งใจจะมาที่นี่ไม่ใช่หรอกรึ”
“อ๊ะใช่ ฉันจะมาที่นี่ นายพาฉันมารึ” ฉันถามออกไปอย่างลิงโลด ในที่สุดก็มาถึง แต่ก็ไม่เสียแรงที่เดินมาเกือบสองชั่วโมง การได้มาเจอคนหน้าตาดีขนาดนี้ก็ไม่เสียหายเท่าไหร่หรอก อิๆ
“ใช่ ฉันพาเธอมา”
“นายแบกฉันมางั้นรึ”
“ฉันอุ้มเธอมา ตัวเธอเบายังกะนุ่น เห็นผอมๆ แต่จริงๆก็ซ่อนรูปเหมือนจะเล็กแต่ก็...”
“พอแล้วย่ะ ฉันแค่ถามว่านายแบกฉันมารึเปล่า ฉันอยากรู้แคนนั้น” ไม่ต้องบรรยายซะเห็นภาพขนาดนั้นTToTT
“อ้อ ฉันนึกว่าเธออยากให้ฉันช่วยออกความเห็นเกี่ยวกับรูปร่างของเธอ” ดูมัน จะวนเข้าแต่เรื่องเดียว เรื่องที่ฉันชมหมอนี่มาทั้งหมด ขอถอนคำพูด ทั้งหมด
แล้วนี่ที่ไหนอีกล่ะ มันดูไม่เหมือนโรงเรียน เลยซักนิด มองออกไปข้างนอกก็เห็นแต่วิวท้องฟ้าโล่งไม่เห็นมีต้นไม้เหมือนตอนเดินเข้ามาเลย คิดได้ดังนั้นฉันจึงเดินออกไปเกาะหน้าต่างดู แต่...
“พระเจ้า ฉะ...ฉัน  นาย เรา...ขึ้นมาที่นี่ได้ไง”
เพราะที่ๆฉันยืนอยู่นี้ มันตั้งอยู่ระหว่างต้นไม้ที่ไม่ทราบว่าพันธุ์ไหนเพราะมันสูงจนเรียกได้ว่า เสียดฟ้า สองต้น มีสะพานไม้สีขาวต่อเชื่อมายังตัวบ้านที่ฉันยืนอยู่ตอนนี้ ฉันคงไม่แปลกใจหากว่ามันจะมีบันไดซักนิด แต่นี่มันไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นทางขึ้นเลยนอกจากปีน ซึ่งฉันคาดว่าการปีนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลำต้นเป็นหนามแหลมคน
“บินไง”
“อะ...ไร นะ”
“ฉันพาเธอบินขึ้นมา”
“นาย ฮ่าๆๆๆ นายล้อเล่นใชมั๊ย คนอะไรบินได้ด้วย” ToT
“ล้อเล่น ? ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันพาเธอบินขึ้นมาที่นี่จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ใช่คน” หน้านิ่ง หน้านิ่งมาก แล้วนายก็จะบอกฉันว่านายล้อเล่นใช่มั๊ยล่า
“...”
“...”
ฉันจะเป็นลมอีกรอบแล้วน้าถ้านายยังไม่บอกว่าล้อเล่นอ่าโฮๆๆ
“ฉันเป็นฟีนิกซ์ไง”
พรึบ
“O_O”
ไม่พูดเปล่าแต่ฟีนิกซ์คงกลัวฉันไม่เชื่อมั๊งหมอนี่ก็เลยกางปีกสีแดงเพลิงที่ฉันคิดว่ามันอยู่ในฝันโชว์ฉันอีกรอบ
“ม่ายยยยยย” ฉันตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมถอยหลังกรูดชิดผนังห้องอีกฝั่งโดยไม่รู้ตัว
“นี่มันอะไรกัน ฉันฝันใช่มั๊ย ฉันอยากตื่นแล้วน้า ฮือๆๆๆ”ฉันพูดไปพลางเอามือตบแก้มตัวเองเบาๆ(กลัวเจ็บ)ไปด้วย จนหน้าเริ่มแดง
 
....



 
 
 
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
up up ไวๆนะค่า หนุกๆๆ
จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 09/12/2554 23:01:46
ความคิดเห็นที่ 2

อ่านแล้วก็เม้นให้บ้างนะคะ เพื่อที่จะได้แก้ไขปรับปรุงกันต่อไป

จากคุณ โมโม/(momocana) อัพเดตเมื่อ 06/12/2554 20:42:19
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 253 ท่าน